เกี่ยวกับ Beta Vit
ผู้สูงอายุอ่อนเพลีย ไม่มีแรง เหนื่อยง่าย เกิดจากอะไร ต้องตรวจอะไร
คำตอบสั้น: ความอ่อนเพลียในผู้สูงอายุ ไม่ควรเหมาตัวว่าเป็นเพราะอายุ สารานุกรมการแพทย์ MedlinePlus (ทบทวน 19 พ.ค. 2568) ระบุว่าความเพลียมักไม่ได้มาจากโรคร้ายแรง แต่ถ้า นอนพอ กินดี และความเครียดน้อยแล้วยังไม่หาย ควรให้แพทย์ประเมิน สาเหตุมีทั้งกินหรือดื่มน้อย ยา โลหิตจาง บี 12 ต่ำ ไทรอยด์ ซึมเศร้า และโรคเรื้อรัง ผู้ดูแลต้องจำไว้ว่า ถ้าผู้สูงอายุสับสนขึ้นมาทันที NHS (ทบทวน 28 พ.ค. 2567) ให้ไปห้องฉุกเฉินหรือโทรเรียกรถพยาบาล ในไทยคือไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- เพลียไม่ใช่เรื่องของอายุเสมอ ถ้าเพลียหลายสัปดาห์โดยไม่รู้สาเหตุ NHS แนะนำให้พบแพทย์
- กินน้อย ดื่มน้ำน้อย NHS ระบุว่าผู้สูงอายุเสี่ยงขาดน้ำมากกว่าวัยอื่น และอาการขาดน้ำมีทั้งเหนื่อยและเวียนศีรษะ
- ยาที่ทำให้ง่วงหรือเพลียได้: ยาแก้แพ้ ยาความดัน ยานอนหลับ สเตียรอยด์ ยาขับปัสสาวะ (MedlinePlus) ห้ามหยุดยาเอง
- ตรวจที่แพทย์อาจสั่ง: เลือดหาโลหิตจาง น้ำตาล การทำงานของไต ตับ ไทรอยด์ และตรวจปัสสาวะ
- สับสนทันที ซึมปลุกยาก ผิวซีดเย็นเป็นจ้ำ ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ผู้สูงอายุอ่อนเพลีย เป็นเพราะแก่ตัวลงใช่ไหม
แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้บอกว่าความเพลียเป็นเรื่องปกติของวัยชรา MedlinePlus อธิบายว่าความเพลียคือการขาดพลังและแรงจูงใจ ต่างจากความง่วง อาจเป็นการตอบสนองปกติต่อการออกแรง ความเครียด หรือการนอนไม่พอ แต่ก็อาจเป็นสัญญาณของโรคทางกายหรือทางใจได้
NHS (หน้าอ่อนเพลีย ทบทวน 2 มิ.ย. 2566) ระบุว่า ถ้า อธิบายไม่ได้ว่าทำไมเหนื่อย และเป็นมาสักพักไม่ดีขึ้น อาจเป็นสัญญาณของโรค ให้พบแพทย์ถ้า
- เหนื่อยมาหลายสัปดาห์และไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร
- ความเหนื่อยกระทบชีวิตประจำวัน
- เหนื่อยร่วมกับน้ำหนักลด อารมณ์เปลี่ยน หรือมีคนบอกว่านอนกรนแล้วมีเสียงสำลักหรือหายใจเฮือก
ผู้ดูแลช่วยได้ด้วยการจดว่า เพลียเริ่มเมื่อไร กินและดื่มได้แค่ไหน และเริ่มหรือเปลี่ยนยาช่วงไหน แล้วนำไปให้แพทย์ดู อ่านรายการสาเหตุอื่นใน สาเหตุอ่อนเพลียที่ต้องเช็ค และ อ่อนเพลียเรื้อรัง
กินน้อย ดื่มน้ำน้อย กล้ามเนื้อลีบ ทำให้เพลียได้ไหม
ได้ MedlinePlus จัด ภาวะทุพโภชนาการ (malnutrition) ไว้ในรายการโรคที่ทำให้เพลียได้ อ่านวิธีเริ่มต้นเมื่อผู้สูงอายุกินได้น้อยใน ผู้สูงอายุเบื่ออาหาร ทำอย่างไรก่อน
เรื่องการดื่มน้ำ NHS (หน้าภาวะขาดน้ำ ทบทวน 1 พ.ค. 2569) ระบุว่า ทารก เด็ก และผู้สูงอายุเสี่ยงขาดน้ำมากกว่า อาการขาดน้ำมีทั้ง กระหายน้ำ ปัสสาวะสีเข้มและน้อยลง เวียนศีรษะ รู้สึกเหนื่อย ปากแห้ง ปัจจัยเสี่ยงได้แก่ เบาหวาน อาเจียนหรือท้องเสีย มีไข้ ใช้ยาขับปัสสาวะ และ ต้องพึ่งคนอื่นหยิบน้ำให้ NHS แนะนำผู้ดูแลให้ชวนดื่มน้ำทุกมื้อ ให้อาหารที่มีน้ำมากอย่างซุป และวางน้ำไว้ให้หยิบได้ตลอดเวลา
NHS ระบุให้ดื่มให้พอจนปัสสาวะมีสีอ่อน ยกเว้นผู้ที่แพทย์ให้จำกัดน้ำ (คำแนะนำของบทความ) เช่น ผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวหรือโรคไตบางระยะ ต้องทำตามที่แพทย์กำหนด อ่านเพิ่มใน ผู้สูงอายุดื่มน้ำน้อย
ส่วนกล้ามเนื้อลีบและโปรตีนไม่พอ แหล่งที่เปิดอ่านสำหรับบทความนี้ไม่ได้อธิบายความเชื่อมโยงกับความเพลียโดยตรง อ่านเรื่องนี้แยกได้ใน ภาวะกล้ามเนื้อน้อยในผู้สูงอายุ และ ผู้สูงอายุต้องการโปรตีนเท่าไร
ยาอะไรทำให้ผู้สูงอายุเพลีย ง่วง หรือความดันต่ำ
MedlinePlus ระบุยาที่อาจทำให้ง่วงหรือเพลีย ได้แก่ ยาแก้แพ้ ยาลดความดัน ยานอนหลับและยากล่อมประสาท ยาต้านซึมเศร้าบางตัว สเตียรอยด์ และยาขับปัสสาวะ
NHS หน้ายาสแตติน (ทบทวน 5 พ.ค. 2569) ระบุว่ายาลดไขมันกลุ่มนี้อาจทำให้ เหนื่อยหรืออ่อนแรงกว่าปกติ ให้ปรึกษาแพทย์ ซึ่งอาจเปลี่ยนชนิดหรือขนาดยา
อีกเรื่องคือ ความดันต่ำ NHS (หน้าความดันต่ำ ทบทวน 11 ก.ค. 2566) ระบุว่าคือค่าต่ำกว่า 90/60 มม.ปรอท บางคนเป็นเมื่ออายุมากขึ้น หรือเกิดจากโรคอย่างเบาหวานหรือยาบางชนิด อาการได้แก่ หน้ามืด เวียนศีรษะ ตามัว อ่อนแรงทั่วตัว สับสน และเป็นลม NHS แนะนำให้ลุกช้า ๆ จากนอนเป็นนั่งแล้วค่อยยืน อ่านเพิ่มใน ความดันตกเมื่อลุกยืน
ถ้าสงสัยว่ายาทำให้เพลีย ห้ามหยุดหรือลดยาเอง MedlinePlus เขียนชัดว่าห้ามหยุดหรือเปลี่ยนยาใดโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน วิธีที่ช่วยได้คือ นำยาทุกตัวใส่ถุงไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู รวมยาซื้อเอง สมุนไพร และวิตามิน อ่านเพิ่มใน ผู้สูงอายุกินยาหลายตัว
เลือดจาง บี 12 ต่ำ วิตามินดีต่ำ ไทรอยด์ ซึมเศร้า ต้องสงสัยเมื่อไร
โลหิตจางจากขาดธาตุเหล็ก
NHS (ทบทวน 26 ม.ค. 2567) ระบุอาการ เหนื่อย ไม่มีแรง หายใจหอบ ใจสั่น ผิวซีด สาเหตุที่พบบ่อยอย่างหนึ่งคือ เลือดออกในกระเพาะและลำไส้ ซึ่งเกิดได้จากยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟนและแอสไพริน อ่านเพิ่มใน โลหิตจาง อาการและสาเหตุ
วิตามินบี 12 ต่ำ
NHS (ทบทวน 20 ก.พ. 2566) ระบุว่าภาวะขาดบี 12 หรือโฟเลตพบราว 1 ใน 10 ของคนอายุ 75 ปีขึ้นไป และ 1 ใน 20 ของคนอายุ 65–74 ปี (ข้อมูลสหราชอาณาจักร) อาการมีทั้ง อ่อนเพลียมาก เหน็บชา ลิ้นแดงเจ็บ สับสน และความจำแย่ลง สาเหตุรวมถึงยาลดกรดกลุ่ม PPI และยากันชัก ส่วนผู้ที่ใช้ยาเบาหวานเมทฟอร์มิน สมาคมโรคเบาหวานอเมริกัน (ADA 2568) แนะนำให้ตรวจระดับบี 12 เป็นระยะ ห้ามหยุดยาเมทฟอร์มินเอง อ่านเพิ่มใน ภาวะขาดวิตามินบี 12
วิตามินดีต่ำ
MedlinePlus หน้ากระดูกอ่อน (ทบทวน 18 พ.ค. 2569) ระบุว่าภาวะนี้มักเกิดจากขาดวิตามินดี อาการคือ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดกระดูกโดยเฉพาะที่สะโพก และกระดูกหักง่าย แหล่งนี้ไม่ได้ระบุ "อ่อนเพลีย" เป็นอาการโดยตรง อ่านเพิ่มใน วิตามินดีในผู้สูงอายุ
ไทรอยด์ทำงานต่ำหรือเกิน
NHS (ทบทวน 28 เม.ย. 2568) ระบุว่าไทรอยด์ทำงานต่ำทำให้ เหนื่อยมาก ขี้หนาว น้ำหนักขึ้น ท้องผูก และอาการมักค่อย ๆ เป็นจนสังเกตยาก ส่วนไทรอยด์เป็นพิษ (NHS ทบทวน 11 เม.ย. 2566) ทำให้ เหนื่อยต่อเนื่อง ใจสั่น น้ำหนักลดได้ อ่านเปรียบเทียบใน เหนื่อยง่ายจากเลือดจาง ไทรอยด์ เบาหวาน หรือโรคไต
ซึมเศร้า และโรคเรื้อรังอื่น
MedlinePlus จัด ซึมเศร้าหรือการสูญเสีย ไว้ในสาเหตุของความเพลีย และระบุโรคอื่น เช่น เบาหวาน หัวใจล้มเหลว โรคไต โรคตับ ข้ออักเสบ มะเร็ง และการติดเชื้อที่ฟื้นตัวช้า อ่านเพิ่มใน สัญญาณซึมเศร้าในผู้สูงอายุ
พาผู้สูงอายุไปหาหมอเรื่องเพลีย ต้องตรวจอะไร
MedlinePlus ระบุว่าแพทย์จะถามประวัติและตรวจร่างกาย การตรวจที่อาจสั่งได้แก่
- เลือดหาโลหิตจาง เบาหวาน การอักเสบ และการติดเชื้อ
- การทำงานของไต ตับ และไทรอยด์
- ตรวจปัสสาวะ
ให้นำยาทุกตัวและบันทึกอาการไปด้วย และ ถ้ากินวิตามินที่มีบี 12 หรือวิตามินดีอยู่ ให้บอกแพทย์ก่อนเจาะเลือด อ่านวิธีเตรียมตัวใน เตรียมตัวพาผู้สูงอายุไปหาหมอ
ผู้ดูแลต้องสังเกตสัญญาณอันตรายอะไร
ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- สับสนขึ้นมาทันที คิดหรือพูดไม่ชัด ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน จำอะไรไม่ได้ หรือเห็นภาพที่ไม่มีจริง (NHS หน้าสับสนเฉียบพลัน ทบทวน 28 พ.ค. 2567 ระบุว่าบางสาเหตุอันตรายถึงชีวิต)
- มีอาการขาดน้ำ และผิว ริมฝีปาก หรือลิ้นซีด เขียว เทา หรือเป็นจ้ำ (NHS หน้าภาวะขาดน้ำ ทบทวน 1 พ.ค. 2569 ระบุว่าอาจเป็นภาวะช็อก)
- มีอาการขาดน้ำ และผิวเย็น
- มีอาการขาดน้ำ และหายใจลำบากหรือหายใจเร็วมาก
- มีอาการขาดน้ำ และง่วงซึมกว่าปกติหรือปลุกยาก
NHS แนะนำวิธีเช็คคือ ถามชื่อ อายุ และวันที่วันนี้ ถ้าตอบไม่ได้หรือไม่แน่ใจ น่าจะต้องได้รับการรักษา ระหว่างรอรถพยาบาลให้อยู่ข้าง ๆ ใช้คำง่าย และ จดยาที่ผู้ป่วยกินอยู่ สาเหตุที่พบบ่อยตาม NHS เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในผู้สูงอายุ โรคหลอดเลือดสมอง น้ำตาลต่ำในผู้เป็นเบาหวาน และยาบางชนิด อ่านเพิ่มใน สาเหตุสับสนเฉียบพลันในผู้สูงอายุ
ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้าเพลียพร้อมอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ (MedlinePlus หน้าอ่อนเพลียให้ติดต่อแพทย์ทันที และ NHS หน้าขาดน้ำให้ขอนัดแพทย์ด่วน)
- เวียนศีรษะ หรือตามัว
- ปัสสาวะน้อยมากหรือไม่มีปัสสาวะ หรือปัสสาวะสีเหลืองเข้ม
- บวมและน้ำหนักขึ้นเร็วในช่วงที่ผ่านมา
- เหนื่อยหรือง่วงซึมผิดปกติ
- เวียนศีรษะเมื่อลุกยืนแล้วไม่หาย
- หายใจเร็วหรือหัวใจเต้นเร็ว
นัดพบแพทย์โดยเร็ว ถ้าอ่อนเพลียหรืออ่อนแรงโดยไม่รู้สาเหตุ โดยเฉพาะร่วมกับ มีไข้ น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ หรือเหงื่อออกเป็นประจำ (MedlinePlus) อ่านเพิ่มใน สัญญาณติดเชื้อในผู้สูงอายุ
ดูแลที่บ้านอย่างไรระหว่างรอพบแพทย์
MedlinePlus และ NHS แนะนำสิ่งที่ทำได้เอง ได้แก่
- นอนให้พอและเข้านอนเป็นเวลา NHS ระบุเป้าหมาย 6–9 ชั่วโมง
- กินอาหารหลากหลาย ดื่มน้ำระหว่างวัน (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- เลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่ · MedlinePlus ระบุว่าคาเฟอีนไม่ใช่การรักษาความเพลีย
- ปรึกษาแพทย์ว่าวิตามินเสริมตัวใดจะช่วยได้หรือไม่ (MedlinePlus) แทนการซื้อมากินหลายตัวพร้อมกันเอง
อ่านเรื่องวิตามินกับความเพลียใน อ่อนเพลีย ขาดวิตามินอะไรได้บ้าง
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)
เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0062 บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด เป็นผู้ผลิต บริษัท โฮปฟูล จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่าย บรรจุ 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. (น้ำหนักสุทธิ 27 กรัม) ฉลากให้รับประทาน วันละ 1 แคปซูล เลข อย. เป็นการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ สูตรนี้ ไม่มีธาตุเหล็กและไม่มีโฟเลต
ส่วนประกอบสำคัญที่ฉลากระบุต่อ 1 แคปซูล: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · แคปซูลทำจากเจลาติน
ค่าที่คำนวณจากฉลาก: บี 12 0.6 มก. = 600 ไมโครกรัม · วิตามินดี 3 ราว 600 IU หรือ 15 ไมโครกรัม (คำนวณ) · แมกนีเซียมธาตุราว 280–285 มก. (คำนวณ ฉลากไม่ระบุ ยังรอผู้ผลิตยืนยันด้วยใบวิเคราะห์ COA) · MK-7 ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ)
ข้อความบนฉลาก: "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · "ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ"
ปริมาณในแคปซูลเทียบกับค่าแนะนำและงานวิจัย:
- วิตามินบี 12 600 ไมโครกรัม: 250 เท่าของค่าที่ผู้ใหญ่ควรได้ต่อวัน (2.4 ไมโครกรัม DRI ไทย 2563 คำนวณ) แต่ Linus Pauling Institute ระบุว่าบี 12 ขนาดสูงดูดซึมแบบซึมผ่านได้ราว 1–2% การทบทวนของ Cochrane (2561) ใช้บี 12 แบบกิน 1,000–2,000 ไมโครกรัมต่อวัน ในการรักษาภาวะขาด มากกว่าแคปซูล 1.7–3.3 เท่า (คำนวณ) ผลิตภัณฑ์นี้จึงไม่ใช่การรักษาภาวะขาดบี 12 ซึ่งต้องให้แพทย์ตรวจและสั่งรักษา
- วิตามินดี 3 ราว 600 IU (คำนวณ): 100% ของค่าแนะนำอายุ 19–70 ปี แต่ เพียง 75% สำหรับอายุ 71 ปีขึ้นไป ซึ่ง DRI ไทย 2563 แนะนำ 800 IU (คำนวณ) ราว 15% ของเพดาน 4,000 IU (คำนวณ) งาน VITAL ในผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไปในสหรัฐ (ไม่ได้คัดเฉพาะคนที่ขาดวิตามินดี) ใช้ 2,000 IU ต่อวัน (ราว 3.3 เท่า คำนวณ) และไม่พบว่าลดกระดูกหัก มะเร็ง หรือโรคหัวใจ
- แมกนีเซียมราว 280–285 มก. (คำนวณ): ราว 93–119% ของค่าแนะนำผู้ใหญ่ตามเพศและอายุ (DRI ไทย 2563 คำนวณ) และราว 80% ของเพดาน 350 มก. ต่อวันสำหรับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม (คำนวณ) ส่วนใหญ่เป็นรูปออกไซด์ ซึ่งงานขนาดเล็กพบว่าดูดซึมได้น้อย และทำให้ถ่ายเหลวได้
ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ผู้สูงอายุหายเพลีย มีแรงขึ้น หรือแก้ภาวะขาดบี 12 วิตามินดี ธาตุเหล็ก หรือการกินไม่พอได้ และยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรนี้โดยตรง ผู้สูงอายุที่เพลียต้องให้แพทย์หาสาเหตุก่อน
ข้อควรระวัง (สองข้อแรกยกจากฉลาก ข้อที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความ ไม่ใช่ข้อความฉลาก)
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากเขียนว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · ให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ฉลากเขียนว่า "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · คำแนะนำของบทความ: ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลตัดสินก่อน เพราะงานในอาสาสมัครพบว่า MK-7 วันละ 10–20 ไมโครกรัมเปลี่ยนค่า INR ได้ในบางคน แคปซูลมีราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) และมีรายงานว่าโคเอนไซม์คิวเท็นลดฤทธิ์วาร์ฟาริน · Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุด้วยว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
- มียาประจำตัว: ผู้ใช้ยาประจำตัวให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ผู้สูงอายุที่กินยาหลายตัวให้นำแคปซูลไปให้เภสัชกรดูพร้อมยาอื่น
- โรคไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะแมกนีเซียมสะสมได้เมื่อไตทำงานบกพร่อง (Linus Pauling Institute) และงานในผู้ป่วยโรคไตจากเบาหวาน 238 คน (ตีพิมพ์ 2553) พบว่าเม็ดรวมกรดโฟลิก บี 6 และบี 12 ขนาดสูงทำให้อัตรากรองไตลดลงเร็วกว่ายาหลอก
- ใช้ยาระบายหรือยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม: เช่น มิลค์ออฟแมกนีเซีย หรือแมกนีเซียมออกไซด์ที่ผู้สูงอายุใช้แก้ท้องผูก รวมกับแคปซูลอาจเกินเพดาน 350 มก. ต่อวัน (คำนวณ) และท้องเสีย
- ยาที่ต้องเว้นระยะจากแมกนีเซียม: ไซโปรฟลอกซาซิน MedlinePlus (ปรับ 15 ส.ค. 2569) อย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนหรือ 2 ชั่วโมงหลังยา · ด็อกซีไซคลิน (ปรับ 15 พ.ค. 2569) 1–2 ชั่วโมง · ยากระดูกพรุนอเลนโดรเนต MedlinePlus (ปรับ 15 พ.ค. 2569) อย่างน้อย 30 นาทีหลังยา ส่วน Linus Pauling Institute ให้ 2 ชั่วโมง · ยาไทรอยด์เลโวไทร็อกซีน MedlinePlus (ปรับ 15 ก.พ. 2562 ข้อมูลเก่า) ไม่ระบุชั่วโมง · ให้เภสัชกรจัดเวลา
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: กรดอัลฟาไลโปอิกในทางทฤษฎีอาจทำให้น้ำตาลต่ำเมื่อใช้คู่กับยาเบาหวาน (Linus Pauling Institute) ตรวจน้ำตาลตามแพทย์สั่ง ห้ามปรับยาเอง
- ท้องเสียง่าย: ถ้าถ่ายเป็นน้ำหลายครั้ง ให้หยุดผลิตภัณฑ์และปรึกษาแพทย์ เพราะผู้สูงอายุขาดน้ำได้ง่ายและจะเพลียมากขึ้น
- ไม่บริโภคเจลาติน: แคปซูลเป็นเจลาติน
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาเบาหวาน อินซูลิน ยาความดัน ยาลดไขมัน ยาละลายลิ่มเลือด ยาหัวใจ ยาลดกรด ยาขับปัสสาวะ ยาไทรอยด์ และยาป้องกันไมเกรน แม้จะเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS ห้ามขับรถไปเอง)
- เจ็บหรือแน่นหน้าอกเหมือนถูกบีบหรือกดทับ (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
- เจ็บหน้าอกที่ร้าวไปแขน คอ หรือกราม (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
- หน้าเบี้ยว ยิ้มแล้วมุมปากตก (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
- แขนหรือขาอ่อนแรงหรือชาซีกเดียว ยกแขนไม่ขึ้น (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
- พูดไม่ชัด หรือสับสนขึ้นมาทันที (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567) แม้อาการจะหายไปเองแล้วก็ต้องไป
- หายใจลำบากรุนแรง หอบจนพูดไม่เป็นคำ (NHS หน้าหัวใจล้มเหลว ทบทวน 26 มิ.ย. 2569)
- ริมฝีปากหรือผิวซีดมาก เขียว หรือเทา (NHS หน้าหัวใจล้มเหลว ทบทวน 26 มิ.ย. 2569)
- หมดสติ หรือไม่ตอบสนองตามปกติ (NHS หน้าหัวใจล้มเหลว ทบทวน 26 มิ.ย. 2569)
ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเองหรืออยากตาย ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (MedlinePlus หน้าอ่อนเพลีย ทบทวน 19 พ.ค. 2568 จัดความคิดทำร้ายตัวเองเป็นเหตุให้ติดต่อแพทย์ทันที)
ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →คำถามที่พบบ่อย
ผู้สูงอายุอ่อนเพลียไม่มีแรง เกิดจากอะไร
MedlinePlus และ NHS ระบุสาเหตุหลายอย่าง เช่น นอนไม่พอ กินน้อย ขาดน้ำ ยาบางชนิด โลหิตจาง บี 12 ต่ำ ไทรอยด์ผิดปกติ ซึมเศร้า เบาหวาน โรคไต และหัวใจล้มเหลว ถ้าเพลียหลายสัปดาห์โดยไม่รู้สาเหตุ ควรพบแพทย์ ไม่ควรคิดว่าเป็นเพราะอายุ
ผู้สูงอายุเหนื่อยง่ายควรตรวจอะไร
MedlinePlus ระบุการตรวจเลือดหาโลหิตจาง เบาหวาน การอักเสบ การติดเชื้อ การทำงานของไต ตับ ไทรอยด์ และตรวจปัสสาวะ แพทย์อาจตรวจบี 12 เพิ่มตามอาการ ถ้ากินวิตามินที่มีบี 12 อยู่ให้บอกแพทย์ก่อนเจาะเลือด
ยาอะไรทำให้ผู้สูงอายุเพลียหรือง่วง
MedlinePlus ระบุยาแก้แพ้ ยาความดัน ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท ยาต้านซึมเศร้าบางตัว สเตียรอยด์ และยาขับปัสสาวะ NHS ระบุว่ายาสแตตินอาจทำให้เหนื่อยหรืออ่อนแรงกว่าปกติ ห้ามหยุดยาเอง ให้นำยาทั้งหมดไปปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คนแก่เหนื่อยง่ายกินอะไรดี
MedlinePlus แนะนำอาหารหลากหลายและดื่มน้ำระหว่างวัน ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ และให้ปรึกษาแพทย์ว่าวิตามินเสริมตัวใดจะช่วยได้หรือไม่ เพราะถ้าความเพลียมาจากโรคหรือยา การกินอาหารเสริมไม่ได้แก้ต้นเหตุ
ผู้สูงอายุเพลียแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที
NHS ให้ไปห้องฉุกเฉินทันทีถ้าสับสนขึ้นมาทันที หรือมีอาการขาดน้ำและมีข้อใดข้อหนึ่ง คือ ผิว ริมฝีปาก หรือลิ้นซีด เขียว เทา หรือเป็นจ้ำ ผิวเย็น หายใจลำบากหรือหายใจเร็วมาก ง่วงซึมหรือปลุกยาก ในไทยให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้าเวียนศีรษะ ตามัว ปัสสาวะน้อยมาก หรือบวมน้ำหนักขึ้นเร็ว ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- FatigueMedlinePlus Medical Encyclopedia
- Tiredness and fatigueNHS
- Sudden confusion (delirium)NHS
- DehydrationNHS
- Low blood pressure (hypotension)NHS
- Vitamin B12 or folate deficiency anaemiaNHS
- StatinsNHS
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
