เกี่ยวกับ Lab Farm
อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เกิดจากอะไร เช็คสาเหตุที่พบบ่อยทีละข้อ
คำตอบสั้น: อ่อนเพลียเป็นอาการที่พบบ่อย และ MedlinePlus ระบุว่า ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากโรคร้ายแรง อาจเป็นการตอบสนองปกติต่อการออกแรง ความเครียด หรือการนอนไม่พอ แต่ก็เป็นสัญญาณของโรคได้ สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ โลหิตจาง ซึมเศร้า ยาบางชนิด ความปวดเรื้อรัง ปัญหาการนอน ไทรอยด์ทำงานผิดปกติ และแอลกอฮอล์ รวมถึงโรคอย่างเบาหวาน หัวใจล้มเหลว โรคไต และโรคตับ ถ้าพักผ่อนพอ กินดี และลดความเครียดแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรให้แพทย์ประเมิน
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- อ่อนเพลีย (ไม่มีแรง ไม่มีกำลังใจทำอะไร) ต่างจากง่วงนอน (อยากหลับ) แม้มักมาด้วยกัน
- สาเหตุที่พบบ่อยตาม MedlinePlus: โลหิตจาง ขาดธาตุเหล็ก ซึมเศร้า ยา ปวดเรื้อรัง ปัญหาการนอน ไทรอยด์ แอลกอฮอล์
- ผลเลือดพื้นฐานที่แพทย์มักสั่ง: ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด น้ำตาล การทำงานของไต ตับ ไทรอยด์ และปัสสาวะ
- มีความคิดทำร้ายตัวเอง สับสน ตาพร่า ปัสสาวะน้อยมาก หรือบวมและน้ำหนักขึ้นเร็ว ข้อใดข้อหนึ่ง ต้องรีบพบแพทย์ทันที
- กาแฟและเครื่องดื่มกระตุ้นไม่ใช่การรักษาอ่อนเพลีย วิตามินช่วยเฉพาะเมื่อขาดจริง ควรถามแพทย์ก่อน
อ่อนเพลียแบบไหนปกติ แบบไหนผิดปกติ
MedlinePlus อธิบายว่าอ่อนเพลียคือความรู้สึกเหนื่อยล้าหรือไม่มีแรง ต่างจากอาการง่วงนอนซึ่งเป็นความต้องการที่จะหลับ ทั้งสองอย่างมักมาด้วยกันได้ ถ้าปัญหาหลักของคุณคือง่วงทั้งวัน อ่านต่อได้ที่ ง่วงนอนทั้งวันเกิดจากอะไร
อ่อนเพลียที่ถือว่าเป็นการตอบสนองปกติ เช่น หลังทำงานหนัก ออกกำลังกาย เครียด เบื่อ หรือนอนไม่พอ ซึ่งดีขึ้นเมื่อได้พัก
สัญญาณว่าควรให้แพทย์ประเมิน คือ MedlinePlus ระบุว่าเมื่ออ่อนเพลียไม่ดีขึ้นแม้นอนพอ กินอาหารดี และอยู่ในสภาพที่ไม่เครียด และ MedlinePlus อธิบายภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง (chronic fatigue syndrome) ว่าเป็นอาการที่อยู่นานอย่างน้อย 6 เดือนและไม่หายด้วยการพัก ซึ่งวินิจฉัยหลังแยกสาเหตุอื่นออกแล้ว อ่านต่อที่ อ่อนเพลียเรื้อรังเป็นเดือนไม่หาย
อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เกิดจากอะไร เช็คทีละข้อ
1. นอนไม่พอหรือคุณภาพการนอนไม่ดี
MedlinePlus จัดปัญหาการนอนไว้ในสาเหตุของอ่อนเพลีย ทั้งนอนไม่หลับ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น และโรคลมหลับ (narcolepsy) ผู้ใหญ่ทุกวัยต้องการการนอน 7–9 ชั่วโมงต่อคืน ตามข้อมูลของ MedlinePlus และไม่มีหลักฐานว่าผู้สูงอายุต้องการนอนน้อยลง
ถ้าคนในบ้านบอกว่านอนกรนเสียงดังและมีช่วงเงียบหยุดหายใจ ควรบอกแพทย์
2. โลหิตจาง
MedlinePlus ระบุว่าอาการแรกของโลหิตจางอาจเป็นอ่อนแรงหรือเหนื่อยบ่อยกว่าปกติหรือเหนื่อยเมื่อออกแรง ปวดศีรษะ สมาธิไม่ดี หงุดหงิด เบื่ออาหาร ถ้ารุนแรงขึ้นอาจหน้ามืดเวลาลุกยืน ผิวซีด หอบเหนื่อยแม้ออกแรงเล็กน้อย ถ้าเป็นน้อยหรือค่อยเป็นค่อยไปอาจไม่มีอาการ สาเหตุหนึ่งคือเสียเลือดช้า ๆ เช่น ประจำเดือนมามาก หรือแผลในกระเพาะ
MedlinePlus ยังระบุว่าการขาดธาตุเหล็กแม้ยังไม่ถึงขั้นโลหิตจางก็ทำให้อ่อนเพลียได้ อ่านเพิ่มที่ โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
3. ไทรอยด์ทำงานผิดปกติ
MedlinePlus ระบุอาการระยะแรกของไทรอยด์ทำงานต่ำ เช่น อ่อนเพลียหรือรู้สึกเชื่องช้า ขี้หนาว ท้องผูก ผิวแห้งซีด ผมและเล็บเปราะ น้ำหนักขึ้น ปวดข้อหรือกล้ามเนื้อ และอารมณ์เศร้า ส่วนไทรอยด์ทำงานเกินก็ทำให้อ่อนเพลียได้เช่นกัน อ่านเพิ่มที่ ไทรอยด์ต่ำ อาการเป็นอย่างไร
4. เบาหวานหรือน้ำตาลในเลือดสูง
MedlinePlus ระบุอาการของน้ำตาลในเลือดสูง ได้แก่ กระหายน้ำ อ่อนเพลียหรืออ่อนแรง ปวดศีรษะ ปัสสาวะบ่อย ตาพร่า ถ้ายังไม่เคยเป็นเบาหวานแต่มีอาการเหล่านี้ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ อ่านเพิ่มที่ เบาหวานกับอาการอ่อนเพลีย
5. ซึมเศร้าหรือความเศร้าจากการสูญเสีย
MedlinePlus ระบุว่า อ่อนเพลียและไม่มีพลังเป็นอาการหนึ่งของโรคซึมเศร้า ร่วมกับอาการอื่น เช่น หมดความสนใจในสิ่งที่เคยชอบ รู้สึกสิ้นหวังหรือไร้ค่า ความอยากอาหารเปลี่ยน นอนไม่หลับหรือนอนมากเกิน สมาธิไม่ดี บางคนไม่ได้รู้สึกเศร้าชัด ๆ แต่มาหาแพทย์ด้วยอาการเพลีย อ่านเพิ่มที่ ซึมเศร้าอาการทางกาย
ปรึกษาเรื่องสุขภาพจิตได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิต ซึ่งให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
6. ยาที่ใช้อยู่
MedlinePlus ระบุยาที่อาจทำให้ง่วงหรืออ่อนเพลีย ได้แก่ ยาแก้แพ้ ยาลดความดัน ยานอนหลับ ยาสเตียรอยด์ ยาขับปัสสาวะ ยาคลายเครียดหรือยากล่อมประสาท และยาต้านซึมเศร้าบางชนิด
ห้ามหยุดหรือเปลี่ยนยาเอง MedlinePlus ย้ำว่าถ้าสงสัยว่ายาทำให้เพลีย ให้คุยกับแพทย์ ซึ่งอาจปรับขนาดหรือเปลี่ยนยาให้
7. แอลกอฮอล์และสารเสพติด
การดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติดเป็นประจำ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ MedlinePlus ระบุไว้
8. โรคเรื้อรังอื่น ๆ
MedlinePlus ระบุโรคที่มาพร้อมอาการอ่อนเพลียได้ เช่น หัวใจล้มเหลว โรคไต โรคตับ มะเร็ง โควิด-19 การติดเชื้อเรื้อรังอย่างวัณโรคหรือตับอักเสบ โรคภูมิต้านตนเอง ข้ออักเสบรูมาตอยด์ และภาวะทุพโภชนาการ ถ้าเพลียร่วมกับเหนื่อยง่ายเวลาออกแรงหรือใจสั่น อ่านเพิ่มที่ เหนื่อยง่าย หัวใจเต้นเร็ว เกิดจากอะไร
ผลเลือดพื้นฐานที่แพทย์มักสั่ง
MedlinePlus ระบุว่าแพทย์จะซักประวัติ อาการ วิถีชีวิต และอารมณ์ ตรวจร่างกายโดยเน้นหัวใจ ต่อมน้ำเหลือง ไทรอยด์ ท้อง และระบบประสาท แล้วอาจส่งตรวจ
- เลือด เพื่อดูโลหิตจาง เบาหวาน โรคอักเสบ และการติดเชื้อ
- การทำงานของไต
- การทำงานของตับ
- การทำงานของไทรอยด์
- ปัสสาวะ
การรักษาขึ้นกับสาเหตุที่พบ วิธีอ่านผลเลือดแต่ละค่าเบื้องต้น อ่านได้ที่ อ่านผลตรวจเลือดด้วยตัวเอง
ควรพบแพทย์แผนกไหน และจดอะไรไปบ้าง
อ่อนเพลียมีหลายสาเหตุ ถ้ามีแพทย์ที่ดูแลโรคประจำตัวอยู่แล้ว เริ่มจากแพทย์ท่านนั้นได้ หรือสอบถามโรงพยาบาลว่าควรเริ่มที่แผนกใด
เพราะ MedlinePlus ระบุว่าแพทย์จะถามเรื่องประวัติ อาการ วิถีชีวิต นิสัย และความรู้สึก การจดเตรียมไปช่วยได้มาก
- เริ่มเพลียเมื่อไร เป็นตลอดหรือเป็นช่วง ดีขึ้นเมื่อพักไหม
- นอนกี่ชั่วโมง ตื่นกลางคืนบ่อยไหม นอนกรนไหม
- อาการร่วม เช่น ไข้ น้ำหนักลด เหงื่อออกกลางคืน ขี้หนาว ท้องผูก ใจสั่น เหนื่อยหอบ
- อารมณ์ช่วงนี้ เศร้า เบื่อ หมดความสนใจ เครียดเรื่องใดอยู่
- รายชื่อยา อาหารเสริม และสมุนไพรทุกชนิดที่ใช้ รวมถึงแอลกอฮอล์ที่ดื่ม
- ผลตรวจเลือดครั้งล่าสุด ถ้ามี
เมื่อไรต้องไปพบแพทย์
ต้องรีบพบแพทย์ทันที
มีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง ต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- สับสน หรือเวียนศีรษะ
- ตาพร่ามัว
- ปัสสาวะออกน้อยมากหรือไม่ออก
- บวมและน้ำหนักขึ้นเร็วในช่วงสั้น ๆ
- มีความคิดทำร้ายตัวเองหรืออยากตาย อย่าอยู่คนเดียว ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้
- เจ็บแน่นหน้าอก หรือหายใจไม่ออก
นัดพบแพทย์โดยไม่ต้องรอนาน
MedlinePlus แนะนำให้นัดพบแพทย์ถ้า
- อ่อนเพลียหรืออ่อนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะถ้ามีไข้ น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ หรือเหงื่อออกเป็นประจำ
- ท้องผูก ผิวแห้ง น้ำหนักขึ้น หรือทนหนาวไม่ได้
- ตื่นกลางดึกและหลับใหม่หลายครั้งต่อคืน หรือนอนไม่หลับ
- ปวดศีรษะบ่อย
- ใช้ยาที่อาจทำให้เพลียหรือง่วง
- รู้สึกเศร้าหรือหดหู่
ความเชื่อที่พบบ่อย: เพลียแล้วดื่มกาแฟหรือกินวิตามินก็พอ
"เพลียก็ดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลัง" — MedlinePlus ระบุตรง ๆ ว่า สารกระตุ้นรวมถึงคาเฟอีนไม่ใช่การรักษาอ่อนเพลีย และอาจทำให้แย่ลงเมื่อหยุด ส่วนยานอนหลับหรือยากล่อมประสาทก็มักทำให้เพลียมากขึ้น
"เพลียต้องกินวิตามินบี" — MedlinePlus แนะนำให้ ปรึกษาแพทย์ว่าวิตามินเสริมจะช่วยหรือไม่ ไม่ได้บอกว่าวิตามินแก้อ่อนเพลียได้ทุกกรณี วิตามินจะมีบทบาทเมื่อขาดจริง เช่น ภาวะขาดวิตามินบี 12 ซึ่ง MedlinePlus ระบุว่าพบได้ในผู้ที่ใช้ยาลดกรดนานหรือใช้ยาเมทฟอร์มินระยะยาว และต้องยืนยันด้วยการตรวจเลือด อ่านต่อที่ วิตามินบีแก้อ่อนเพลียได้จริงไหม
สิ่งที่ MedlinePlus แนะนำให้ทำเอง คือ นอนให้พอทุกคืน กินอาหารสมดุลและดื่มน้ำให้พอระหว่างวัน (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ฝึกผ่อนคลาย เช่น โยคะหรือสมาธิ จัดตารางงานให้พอดี และงดแอลกอฮอล์ นิโคติน และสารเสพติด
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)
แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. (ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม คำนวณ) · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. (บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. (ราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม คำนวณ) · กรดโฟลิก 0.1 มก. (100 ไมโครกรัม)
ส่วนประกอบที่คนมักถามเมื่ออ่านหัวข้อนี้ และหลักฐานที่มี
- สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. — ศูนย์สุขภาพแบบผสมผสานแห่งชาติสหรัฐ (NCCIH) ระบุว่างานวิจัยโสมเอเชียส่วนใหญ่มีขนาดเล็กและระยะสั้น งานทบทวนปี 2023 (19 งาน 2,413 คน) พบว่าโสมอาจมีผลเล็กน้อยต่อความเหนื่อยล้าทั่วไป แต่งานวิจัยไม่ได้ตรงกันทั้งหมด งานในผู้ที่อ่อนเพลียเรื้อรัง 90 คนที่ใช้สารสกัดวันละ 1 หรือ 2 กรัม 4 สัปดาห์ คะแนนความเหนื่อยรวมไม่ต่างจากยาหลอก และ งานในผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลาม 127 คนที่ใช้วันละ 800 มก. 28 วัน โสมไม่ดีกว่ายาหลอก ขนาดเหล่านี้มากกว่าในแคปซูล 16–40 เท่า และชนิดสารสกัดต่างกัน จึงเทียบตรง ๆ ไม่ได้ NCCIH ระบุด้วยว่านอนไม่หลับเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดของโสม
- วิตามินบี 1, 2, 3, 5, 6, 12 และไบโอติน — ปริมาณในแคปซูลอยู่ระดับใกล้ค่าแนะนำรายวัน ไม่ใช่ขนาดที่ใช้รักษาภาวะขาด เช่น บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม (คำนวณ) คิดเป็นราว 42% ของค่าแนะนำ 2.4 ไมโครกรัม และวิตามินบี 6 1 มก. คิดเป็นราว 59–67% ของค่าแนะนำในวัย 51 ปีขึ้นไป (คำนวณ) ระดับนี้คือระดับสารอาหารประจำวัน ไม่มีหลักฐานในแหล่งที่เราตรวจว่าวิตามินบีระดับค่าแนะนำแก้อ่อนเพลียในคนที่ไม่ได้ขาด
ต้องบอกตรง ๆ ว่า ไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยเรื่องอ่อนเพลีย อ่อนเพลียที่ไม่ดีขึ้นต้องหาสาเหตุ เพราะโลหิตจาง ไทรอยด์ เบาหวาน หรือซึมเศร้า ต้องรักษาตามสาเหตุ
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่นอนไม่หลับ ใจสั่น หรือใช้ยาจิตเวชกลุ่ม MAOI: โสมอาจไม่เหมาะ ควรถามแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: โสมและขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือจะผ่าตัด: ใบแปะก๊วย ขิง โสม และเควอซิทิน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน หรือยาที่ต้องคุมระดับในเลือด: ไพเพอรีนในพริกไทยดำมีรายงานในคนว่าเพิ่มระดับยาบางชนิด
- ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือมีโรคภูมิต้านตนเอง: ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อน
- ก่อนเจาะเลือด: แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน เพราะไบโอตินในขนาดสูงรบกวนผลตรวจบางชนิด เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งเป็นค่าที่แพทย์มักตรวจเมื่ออ่อนเพลีย
- คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด
ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →คำถามที่พบบ่อย
อ่อนเพลียเกิดจากอะไร
MedlinePlus ระบุสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ โลหิตจาง ขาดธาตุเหล็ก ซึมเศร้า ยาบางชนิด ความปวดเรื้อรัง ปัญหาการนอน ไทรอยด์ทำงานผิดปกติ และแอลกอฮอล์ รวมถึงโรคอย่างเบาหวาน หัวใจล้มเหลว โรคไต โรคตับ ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากโรคร้ายแรง
เหนื่อยง่ายเป็นโรคอะไรได้บ้าง
อาจเกิดจากโลหิตจาง ไทรอยด์ต่ำ เบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต โรคตับ หรือซึมเศร้า ต้องให้แพทย์ซักประวัติ ตรวจร่างกาย และตรวจเลือดจึงจะบอกได้
อ่อนเพลียไปหาหมอได้ไหม ต้องตรวจอะไร
ได้ ถ้าพักผ่อนพอและกินดีแล้วยังไม่ดีขึ้น แพทย์มักตรวจเลือดดูโลหิตจาง น้ำตาล การอักเสบ การติดเชื้อ ตรวจการทำงานของไต ตับ ไทรอยด์ และตรวจปัสสาวะ
อ่อนเพลียกินวิตามินอะไรดี
MedlinePlus แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ว่าวิตามินเสริมจะช่วยหรือไม่ วิตามินมีบทบาทเมื่อขาดจริง เช่น ขาดวิตามินบี 12 ซึ่งต้องยืนยันด้วยการตรวจเลือด และกาแฟหรือสารกระตุ้นไม่ใช่การรักษาอ่อนเพลีย
อ่อนเพลียแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล
ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง สับสน เวียนศีรษะ ตาพร่า ปัสสาวะน้อยมาก บวมและน้ำหนักขึ้นเร็ว เจ็บหน้าอก หายใจไม่ออก หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ปรึกษาสุขภาพจิตได้ที่สายด่วน 1323
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- FatigueMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- AnemiaMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- HypothyroidismMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- Major depressionMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- 1323 สายด่วนสุขภาพจิตกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14
อ่านต่อ
มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้
มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง
ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล
ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล
หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม
หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ
อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร
อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม
