เกี่ยวกับ Lab Farm
โลหิตจาง อาการเป็นอย่างไร เกิดจากอะไรได้บ้าง นอกจากขาดธาตุเหล็ก
คำตอบสั้น: โลหิตจางคือภาวะที่เลือดมีฮีโมโกลบิน (สารสีแดงที่ขนออกซิเจน) น้อยกว่าปกติ ทำให้เพลีย เหนื่อยง่าย ซีด เวียนศีรษะ สาเหตุมีหลายแบบ ไม่ใช่แค่ขาดธาตุเหล็ก เช่น ขาดวิตามินบี 12 ขาดโฟเลต โรคไตเรื้อรัง เลือดออกช้า ๆ ในทางเดินอาหาร โรคเรื้อรัง และธาลัสซีเมียซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรม การรักษาต้องตรงกับสาเหตุ จึงควรตรวจเลือดก่อนซื้อยาบำรุงเลือดกินเอง
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- โลหิตจางระดับน้อยอาจไม่มีอาการ อาการแรก ๆ คือเพลียกว่าปกติ ปวดศีรษะ สมาธิไม่ดี หงุดหงิด เบื่ออาหาร
- สาเหตุหลักแบ่งได้เป็น ขาดสารอาหาร (เหล็ก บี 12 โฟเลต) เสียเลือด เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย โรคเรื้อรังและโรคไต ไขกระดูกผิดปกติ และพันธุกรรมอย่างธาลัสซีเมีย
- ค่า MCV (ขนาดเม็ดเลือดแดง) ช่วยแพทย์เดาทิศทางของสาเหตุ เม็ดเล็กมักเกี่ยวกับเหล็กหรือธาลัสซีเมีย เม็ดใหญ่มักเกี่ยวกับบี 12 หรือโฟเลต
- ผู้สูงอายุที่ขาดเหล็กโดยไม่ทราบสาเหตุ แพทย์มักต้องหาจุดเลือดออกในทางเดินอาหาร
- ถ่ายดำ อาเจียนเป็นเลือด เจ็บหน้าอก หอบมาก หรือเป็นลม ข้อใดข้อหนึ่ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
โลหิตจางคืออะไร
เม็ดเลือดแดงสร้างจากไขกระดูก และมีอายุราว 90–120 วัน ไตเป็นผู้สร้างฮอร์โมนอีริโทรพอยอีติน (EPO) ที่สั่งให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดงเพิ่ม ข้อมูลนี้มาจากสารานุกรมการแพทย์ MedlinePlus ของหอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐ
ภายในเม็ดเลือดแดงมีฮีโมโกลบิน ซึ่งทำหน้าที่ขนออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย ผู้ที่เป็นโลหิตจางคือคนที่มีฮีโมโกลบินไม่พอ ร่างกายจึงได้ออกซิเจนน้อยลง
การสร้างเม็ดเลือดแดงต้องใช้สารอาหารหลายชนิด MedlinePlus ระบุว่า เหล็ก วิตามินบี 12 และกรดโฟลิก เป็น 3 ตัวที่สำคัญเป็นลำดับแรก
อาการซีด เหนื่อยง่าย ใจสั่น เวียนหัว มาจากโลหิตจางได้อย่างไร
เมื่อออกซิเจนไปถึงอวัยวะน้อยลง ร่างกายจะพยายามชดเชย เช่น หัวใจเต้นเร็วขึ้น จึงเกิดอาการต่าง ๆ ตามระดับความรุนแรง
อาการระยะแรก
MedlinePlus ระบุว่า ถ้าโลหิตจางเล็กน้อยหรือค่อย ๆ เป็น อาจไม่มีอาการเลย อาการที่อาจเริ่มพบ ได้แก่
- อ่อนเพลียบ่อยกว่าปกติ หรือเพลียเวลาออกแรง
- ปวดศีรษะ
- คิดหรือจดจ่อไม่ค่อยได้
- หงุดหงิดง่าย
- เบื่ออาหาร
- ชาหรือเหน็บที่มือเท้า
เมื่อโลหิตจางมากขึ้น
- ผิวซีด
- หน้ามืดเวลาลุกยืน
- หายใจเหนื่อยแม้ออกแรงเพียงเล็กน้อย หรือแม้ขณะพัก
- เล็บเปราะ
- ลิ้นเจ็บหรืออักเสบ แผลในปาก
- อยากกินน้ำแข็งหรือสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร
- ประจำเดือนมามากหรือผิดปกติ
ในหน้าโลหิตจางจากการขาดเหล็กของ MedlinePlus ยังระบุอาการเวียนศีรษะ ใจสั่น และผมร่วงด้วย อาการเหล่านี้ไม่จำเพาะ โรคหัวใจ ไทรอยด์ หรือซึมเศร้าก็ทำให้เพลียได้เช่นกัน จึงต้องตรวจเลือดยืนยัน อ่านสาเหตุอื่นของความเพลียได้ที่ อ่อนเพลียเรื้อรังเป็นเดือนไม่หาย
โลหิตจางเกิดจากอะไรได้บ้าง
MedlinePlus รวบรวมสาเหตุหลักไว้ดังนี้
1. ขาดธาตุเหล็ก
พบบ่อย เกิดได้จากเสียเลือดมากกว่าที่ร่างกายสร้างทดแทน ดูดซึมเหล็กไม่ดี กินอาหารที่มีเหล็กน้อย หรือร่างกายต้องการมากขึ้น เช่น ช่วงตั้งครรภ์ รายละเอียดการรักษาอ่านได้ที่ โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
2. ขาดวิตามินบี 12
ร่างกายต้องใช้โปรตีนจากกระเพาะชื่ออินทรินซิกแฟกเตอร์ช่วยดูดซึมบี 12 สาเหตุที่ MedlinePlus ระบุ ได้แก่ โรคที่ร่างกายทำลายเซลล์กระเพาะที่สร้างโปรตีนนี้ การผ่าตัดกระเพาะหรือลำไส้บางส่วน การดื่มแอลกอฮอล์ การใช้ยาลดกรดหรือยารักษาแสบร้อนกลางอกนาน ๆ การใช้ยาเมทฟอร์มินนาน และการกินมังสวิรัติเคร่งครัด
ถ้าขาดนาน อาจทำให้เส้นประสาทเสียหาย มีอาการชามือเท้า ทรงตัวไม่ดี สับสน และ ความเสียหายอาจถาวรถ้าเริ่มรักษาช้า อ่านเพิ่มที่ วิตามินบี 12 ขาด
3. ขาดโฟเลต
ร่างกายเก็บโฟเลตได้ไม่มาก จึงต้องได้จากอาหารต่อเนื่อง MedlinePlus ระบุปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ กินอาหารที่มีโฟเลตน้อย ซึ่งพบในผู้สูงอายุและคนที่ไม่ค่อยกินผักผลไม้สด การดื่มสุราเรื้อรัง กินอาหารที่ปรุงจนสุกเกินไป การตั้งครรภ์ และยาบางชนิด เช่น ฟีนิโทอิน เมโทเทร็กเซต ซัลฟาซาลาซีน และไตรเมโทพริม-ซัลฟาเมทอกซาโซล อ่านความต่างของโฟเลตกับกรดโฟลิกได้ที่ โฟเลตกับกรดโฟลิก
4. โรคไตเรื้อรังและโรคเรื้อรังอื่น
เพราะไตเป็นแหล่งสร้าง EPO ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจึงมักซีด MedlinePlus ยังระบุโรคเรื้อรังอื่น เช่น มะเร็ง ลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง และข้ออักเสบรูมาตอยด์ การรักษากลุ่มนี้ขึ้นกับแพทย์ประจำโรค บางรายต้องใช้ยากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือด อ่านต่อที่ โรคไตซีดเพราะอะไร
5. เสียเลือดเรื้อรัง
เลือดออกช้า ๆ ทีละน้อยจนไม่รู้ตัว เช่น ประจำเดือนมามาก แผลในกระเพาะอาหาร หรือเลือดออกในทางเดินอาหารจากการใช้แอสไพริน ยาแก้ปวดกลุ่มไอบูโพรเฟน หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดเป็นเวลานาน
6. ธาลัสซีเมียและโรคเลือดทางพันธุกรรม
MedlinePlus ระบุว่า ธาลัสซีเมียชนิดแอลฟาพบบ่อยในคนเชื้อสายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และชนิดเบตาพบในคนเอเชียได้เช่นกัน ผู้ที่เป็นพาหะหรือเป็นโรคบางชนิดอาจมีเม็ดเลือดแดงเล็กคล้ายคนขาดเหล็ก ทั้งที่เหล็กในร่างกายไม่ได้ต่ำ
7. สาเหตุอื่น
เม็ดเลือดแดงถูกทำลายเร็วกว่าปกติ ยาบางชนิด การตั้งครรภ์ และโรคของไขกระดูก เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือไขกระดูกฝ่อ ซึ่งต้องให้แพทย์โลหิตวิทยาตรวจเพิ่ม
อ่านค่า Hb และ MCV เบื้องต้น
การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) เป็นการตรวจแรกที่แพทย์มักสั่ง
Hb หรือฮีโมโกลบิน MedlinePlus ให้ช่วงปกติของผู้ใหญ่โดยทั่วไป ผู้ชาย 13.8–17.2 กรัมต่อเดซิลิตร ผู้หญิง 12.1–15.1 กรัมต่อเดซิลิตร ค่าต่ำกว่านี้บ่งว่าอาจมีโลหิตจาง
MCV หรือขนาดเฉลี่ยของเม็ดเลือดแดง MedlinePlus ให้ช่วงปกติ 79–95 เฟมโตลิตร และแปลความแบบกว้าง ๆ ดังนี้
- MCV ต่ำ (เม็ดเล็ก): มักเกี่ยวกับขาดเหล็ก ธาลัสซีเมีย หรือพิษตะกั่ว
- MCV ปกติ: อาจเกิดจากเสียเลือดเฉียบพลัน โรคเรื้อรัง หรือไตวาย
- MCV สูง (เม็ดใหญ่): มักเกี่ยวกับขาดโฟเลตหรือบี 12 ยาเคมีบำบัด หรือโรคตับ
ช่วงค่าปกติของแต่ละห้องแล็บต่างกันได้เล็กน้อย ให้ดูช่วงที่พิมพ์ในใบผลของโรงพยาบาลนั้น และคุยกับแพทย์ถึงความหมายของผลของตัวเอง อ่านค่าอื่นในใบผลเลือดได้ที่ อ่านใบผลเลือดอย่างไร
การตรวจต่อจาก CBC ขึ้นกับสิ่งที่แพทย์สงสัย เช่น เฟอร์ริตินและระดับเหล็ก ระดับบี 12 ระดับโฟเลต การตรวจนับเม็ดเลือดแดงตัวอ่อน หรือการตรวจชนิดของฮีโมโกลบินและการตรวจยีนเพื่อหาธาลัสซีเมีย
ทำไมต้องหาสาเหตุก่อนกินยาบำรุงเลือด
ยาบำรุงเลือดที่ขายทั่วไปส่วนใหญ่มีธาตุเหล็กเป็นหลัก ซึ่งช่วยเฉพาะคนที่ขาดเหล็ก MedlinePlus ระบุว่าการรักษาต้องมุ่งที่สาเหตุของโลหิตจาง และส่วนใหญ่แพทย์จะวัดระดับเหล็กก่อนเริ่มให้ยาเสริม
เหตุผลที่ไม่ควรเดาเอง
- ซ่อนต้นเหตุร้ายแรง: ถ้าซีดเพราะเลือดออกจากแผลหรือก้อนในทางเดินอาหาร การกินเหล็กอาจทำให้ค่าเลือดดีขึ้นชั่วคราว แต่ต้นเหตุยังอยู่
- ผิดชนิด: คนที่ขาดบี 12 หรือโฟเลต หรือซีดจากโรคไต กินเหล็กอย่างเดียวไม่ตรงจุด
- เหล็กเกิน: MedlinePlus เตือนว่า ผู้ป่วยธาลัสซีเมียที่ได้รับเลือดเป็นประจำไม่ควรกินเหล็กเสริม เพราะเหล็กสะสมในร่างกายจนเป็นอันตรายได้
นี่คือคำตอบของคำถามที่คนค้นบ่อยว่า "โลหิตจางห้ามกินวิตามินอะไร" คำตอบคือขึ้นกับชนิดของโลหิตจาง จึงต้องรู้ผลตรวจก่อน
โลหิตจางในผู้สูงอายุ ต้องตรวจทางเดินอาหารไหม
MedlinePlus ระบุว่า สาเหตุเลือดออกที่ทำให้ขาดเหล็ก ได้แก่ แผลในกระเพาะอาหาร หลอดเลือดขอดในหลอดอาหารจากตับแข็ง การใช้ยาแก้ปวดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดนาน และ มะเร็งของหลอดอาหาร กระเพาะ ลำไส้เล็ก หรือลำไส้ใหญ่
เพื่อหาจุดเลือดออก แพทย์อาจสั่งตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ ส่องกล้องกระเพาะอาหาร หรือส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ผู้สูงอายุที่ขาดเหล็กโดยไม่มีเหตุชัดเจน เช่น ไม่ได้มีประจำเดือนแล้ว จึงไม่ควรกินยาบำรุงเลือดเฉย ๆ โดยไม่ตรวจหาต้นเหตุ
ข้อนี้ไม่ได้แปลว่าทุกคนที่ซีดเป็นมะเร็ง แต่เป็นเหตุผลที่แพทย์อาจแนะนำการตรวจเพิ่ม และไม่ควรปฏิเสธการตรวจเพราะกลัว
โลหิตจางต้องกินอะไร และอะไรลดการดูดซึม
อาหารช่วยได้มากในกลุ่มที่ขาดจากการกิน แต่ไม่ใช่ทุกชนิด
อาหารที่มีเหล็ก
MedlinePlus ยกตัวอย่าง เนื้อสัตว์ ตับ ไก่ ปลา ถั่วเมล็ดแห้ง ถั่วเหลือง ข้าวโอ๊ต และผักใบเขียว Linus Pauling Institute มหาวิทยาลัยแห่งรัฐออริกอน อธิบายว่า เหล็กจากเนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และปลา ดูดซึมได้ดี และยังช่วยให้ดูดซึมเหล็กจากพืชได้ดีขึ้น
สิ่งที่ช่วยและสิ่งที่ลดการดูดซึมเหล็ก
- วิตามินซีช่วยดูดซึมเหล็กจากพืช เช่น กินส้มหรือผลไม้ที่มีวิตามินซีในมื้อเดียวกัน
- สารโพลีฟีนอลในกาแฟ ชาดำ และชาสมุนไพร ลดการดูดซึมเหล็กจากพืชได้มาก ตามข้อมูลของ Linus Pauling Institute จึงไม่ควรดื่มชากาแฟพร้อมมื้ออาหารหลัก
- ไฟเตตในถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี และเมล็ดพืช ลดการดูดซึมเหล็กจากพืช
- แคลเซียมลดการดูดซึมเหล็ก ผู้ที่กินเหล็กเสริมควรกินห่างจากอาหารหรืออาหารเสริมที่มีแคลเซียมสูงราว 2 ชั่วโมง
- MedlinePlus ระบุว่ายาลดกรดปริมาณมากลดการดูดซึมเหล็ก
อาหารที่มีบี 12 และโฟเลต
บี 12 มีในเนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ หอย ไข่ และนม ส่วนโฟเลตมีมากในผักใบเขียว ตับ และผลไม้ตระกูลส้ม แต่ ถ้าขาดบี 12 เพราะร่างกายดูดซึมไม่ได้ การกินอาหารเพิ่มจะไม่พอ และต้องรักษากับแพทย์ ซึ่งอาจเป็นการฉีดหรือกินบี 12 ขนาดสูง
อาการแบบไหนต้องไปพบแพทย์
MedlinePlus แนะนำให้ ปรึกษาแพทย์เมื่อมีอาการของโลหิตจาง หรือมีเลือดออกผิดปกติ โลหิตจางรุนแรงทำให้หัวใจได้ออกซิเจนน้อยจนเกิดหัวใจล้มเหลวได้
ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ถ่ายอุจจาระสีดำเหนียวคล้ายยางมะตอย หรือถ่ายเป็นเลือด
- อาเจียนเป็นเลือด
- เจ็บแน่นหน้าอก
- หอบเหนื่อยมาก หายใจไม่ทันแม้ขณะพัก
- เป็นลมหมดสติ
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)
แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. (ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม คำนวณ) · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. (บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. (ราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม คำนวณ) · กรดโฟลิก 0.1 มก. (100 ไมโครกรัม)
ส่วนประกอบที่คนมักถามเมื่ออ่านหัวข้อนี้ และหลักฐานที่มี
- กรดโฟลิก 100 ไมโครกรัม — Linus Pauling Institute กำหนดค่าแนะนำโฟเลตไว้ 400 ไมโครกรัม DFE ต่อวัน กรดโฟลิกที่กินพร้อมอาหาร 1 ไมโครกรัมเท่ากับ 1.7 DFE ปริมาณในแคปซูลจึงเท่ากับราว 170 DFE หรือราว 43% ของค่าแนะนำ (คำนวณ) เป็นระดับเสริมอาหารทั่วไป ไม่ใช่ขนาดรักษาภาวะขาดโฟเลต
- วิตามินบี 12 ราว 1 ไมโครกรัม (คำนวณ) — ราว 42% ของค่าแนะนำ 2.4 ไมโครกรัมต่อวันของ Linus Pauling Institute (คำนวณ) ไม่ใช่ขนาดรักษาภาวะขาดบี 12 ซึ่ง MedlinePlus ระบุว่ารักษาด้วยการฉีดหรือกินบี 12 ขนาดสูงตามสาเหตุ
- ไม่มีธาตุเหล็กในส่วนประกอบตามฉลาก จึงไม่ใช่ผลิตภัณฑ์สำหรับภาวะขาดเหล็ก
ต้องบอกตรง ๆ ว่า ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้แก้โลหิตจาง เพิ่มค่าฮีโมโกลบิน หรือใช้แทนการตรวจหาสาเหตุและการรักษาของแพทย์ได้
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือจะผ่าตัด: ใบแปะก๊วย ขิง โสม และเควอซิทิน มีรายงานเรื่องเลือดออกหรือค่าการแข็งตัวของเลือดเปลี่ยน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน ผู้ที่มีเลือดออกในทางเดินอาหารหรือสงสัยว่ามี ต้องให้แพทย์ประเมินก่อนเช่นกัน
- ผู้ใช้ยาที่ต้องคุมระดับยาในเลือด เช่น ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านไวรัสเอชไอวี: งานในคนพบว่าไพเพอรีน (สารในพริกไทยดำ) 20 มก. ทำให้ระดับยาบางชนิดสูงขึ้น ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณไพเพอรีน
- ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน: ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อนกินอาหารเสริมทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง: ควรปรึกษาแพทย์โรคไตก่อน
- ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: โสมและขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น
- ก่อนเจาะเลือด: แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน
- คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด
ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →คำถามที่พบบ่อย
โลหิตจางเกิดจากอะไรได้บ้าง
ตามข้อมูลของ MedlinePlus สาเหตุหลักได้แก่ ขาดธาตุเหล็ก ขาดวิตามินบี 12 ขาดโฟเลต เสียเลือดเรื้อรัง เช่น แผลในกระเพาะหรือประจำเดือนมามาก โรคไตเรื้อรังและโรคเรื้อรังอื่น เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย โรคไขกระดูก และโรคทางพันธุกรรมอย่างธาลัสซีเมีย
โลหิตจางอาการเบื้องต้นเป็นอย่างไร
ถ้าเป็นน้อยอาจไม่มีอาการ อาการแรก ๆ ได้แก่ เพลียกว่าปกติหรือเพลียเวลาออกแรง ปวดศีรษะ สมาธิไม่ดี หงุดหงิด เบื่ออาหาร เมื่อมากขึ้นจะซีด หน้ามืดเวลาลุกยืน หายใจเหนื่อยแม้ออกแรงน้อย เล็บเปราะ หรือลิ้นอักเสบ
โลหิตจางควรกินยาบำรุงเลือดเองไหม
ไม่ควรเดาเอง เพราะยาบำรุงเลือดส่วนใหญ่มีเหล็กเป็นหลัก ช่วยเฉพาะคนที่ขาดเหล็ก ถ้าซีดจากขาดบี 12 โฟเลต โรคไต หรือเลือดออกในทางเดินอาหาร การกินเหล็กไม่ตรงจุดและอาจซ่อนต้นเหตุ ผู้ป่วยธาลัสซีเมียที่ได้รับเลือดเป็นประจำไม่ควรกินเหล็กเสริม ควรตรวจเลือดก่อน
ค่า MCV ต่ำหรือสูงหมายความว่าอะไร
MCV คือขนาดเฉลี่ยของเม็ดเลือดแดง MedlinePlus ระบุว่า MCV ต่ำมักเกี่ยวกับขาดเหล็กหรือธาลัสซีเมีย MCV สูงมักเกี่ยวกับขาดบี 12 หรือโฟเลต ยาเคมีบำบัด หรือโรคตับ ค่าปกติแต่ละแล็บต่างกันเล็กน้อย ควรให้แพทย์แปลผลร่วมกับค่าอื่น
โลหิตจางห้ามดื่มชากาแฟจริงไหม
ไม่ได้ห้ามเด็ดขาด แต่ Linus Pauling Institute ระบุว่าสารโพลีฟีนอลในกาแฟ ชาดำ และชาสมุนไพร ลดการดูดซึมเหล็กจากพืชได้มาก ผู้ที่ขาดเหล็กจึงไม่ควรดื่มพร้อมมื้ออาหารหลัก และควรกินผักผลไม้ที่มีวิตามินซีร่วมด้วย
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- AnemiaMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- Iron deficiency anemiaMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- Red blood cell indicesMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- HemoglobinMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- Anemia due to folate deficiencyMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- Vitamin B12 deficiency anemiaMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- ThalassemiaMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- IronLinus Pauling Institute, Oregon State University
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14
อ่านต่อ
มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้
มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง
ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล
ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล
หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม
หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ
อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร
อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม
