เกี่ยวกับ ความรู้โภชนาการทางการแพทย์
วิตามินบี 12 ขาดแล้วเป็นอย่างไร และใครที่เสี่ยง

เรื่องนี้สำคัญเพราะอาการบางอย่างของภาวะขาดวิตามินบี 12 ที่ปล่อยไว้นาน อาจไม่กลับมาเหมือนเดิม
จึงเป็นภาวะที่ควรตรวจเมื่อสงสัย ไม่ใช่ปล่อยไว้
วิตามินบี 12 มาจากไหน
พบตามธรรมชาติในอาหารจากสัตว์เป็นหลัก
เนื้อสัตว์ ตับ ปลา หอย ไข่ นมและผลิตภัณฑ์จากนม
พืชโดยทั่วไปไม่ใช่แหล่งที่เชื่อถือได้ ยกเว้นอาหารที่มีการเสริมสารอาหาร
ทำไมบางคนถึงขาดทั้งที่กินเนื้อสัตว์
เพราะการดูดซึมวิตามินบี 12 ต้องอาศัยหลายขั้นตอนในกระเพาะและลำไส้
ถ้าขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งมีปัญหา ก็ดูดซึมได้น้อยลงแม้กินพอ
นี่คือเหตุผลที่การขาดในผู้สูงอายุพบได้บ่อย ทั้งที่อาหารไม่ได้เปลี่ยน
กลุ่มที่แพทย์มักให้ความสนใจ
ผู้สูงอายุ
ผู้ที่กินมังสวิรัติหรือวีแกน โดยเฉพาะระยะยาว
ผู้ที่เคยผ่าตัดกระเพาะหรือลำไส้
ผู้ที่มีโรคของทางเดินอาหารบางชนิด
ผู้ที่ใช้ยาลดการหลั่งกรดต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ผู้ที่ใช้ยาบางชนิดต่อเนื่อง
ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ประจำ
อาการที่พบ
อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ซีด
ชาปลายมือปลายเท้า หรือรู้สึกเหมือนเข็มทิ่ม
เดินเซ ทรงตัวไม่ดี
ความจำหรือสมาธิแย่ลง สับสน
อารมณ์เปลี่ยน
ลิ้นแดงเลี่ยน เจ็บลิ้น
เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
ข้อที่ต้องเน้นคือ อาการทางระบบประสาทอาจเกิดขึ้นก่อนที่ภาพเลือดจะเปลี่ยน
แปลว่าการดูแค่ค่าฮีโมโกลบินอย่างเดียวอาจไม่พอ
ทำไมถึงเกี่ยวกับผู้สูงอายุที่ครอบครัวดูแลอยู่
เพราะอาการอย่างความจำแย่ลง เดินเซ และสับสน มักถูกเหมาว่าเป็นเรื่องของวัย
ทั้งที่บางรายมีสาเหตุที่ตรวจได้และจัดการได้
ถ้าคนที่บ้านมีอาการเหล่านี้ ให้พาไปตรวจ อย่าสรุปเอง
อ่านต่อที่ [ผู้สูงอายุเดินลำบาก ลุกยาก ควรทำอะไรก่อน](/article/elderly-mobility-decline)
ทำไมห้ามเสริมเองก่อนตรวจ
เพราะการเสริมเองอาจทำให้ภาพเลือดดูดีขึ้น แต่ไม่ได้แก้สาเหตุ
ถ้าปัญหาคือการดูดซึม การกินเม็ดอาจไม่พอ และแพทย์อาจต้องให้ในรูปแบบอื่น
และการเสริมกรดโฟลิกในปริมาณสูงเองพร้อมกัน อาจบังภาพของภาวะนี้ได้ อ่านต่อที่ โฟเลตกับกรดโฟลิก ต่างกันอย่างไร
การตรวจก่อนจึงเป็นทางที่เร็วกว่าและปลอดภัยกว่า
บนฉลากอาหารเสริมเขียนว่าอะไร
มักเขียนว่า ไซยาโนโคบาลามิน ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 12
และมักตามด้วยเปอร์เซ็นต์ในวงเล็บ ซึ่งอาจต่ำมาก เช่น 0.1 เปอร์เซ็นต์
ต้องคูณเปอร์เซ็นต์นั้นก่อนจึงจะได้ปริมาณจริง วิธีอยู่ที่ เปอร์เซ็นต์ในวงเล็บบนฉลากหมายถึงอะไร
และมักอยู่ในสูตรร่วมกับวิตามินบี 6 และกรดโฟลิก
ถ้าแพทย์สั่งให้เสริม
กินตามที่สั่ง และไปตรวจติดตามตามนัด
อย่าหยุดเองเมื่อรู้สึกดีขึ้น
ถ้าสาเหตุคือการดูดซึม อาจต้องได้รับต่อเนื่องระยะยาว ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้กำหนด
แหล่งในอาหารและกลุ่มที่ต้องวางแผน
วิตามินบี 12 พบในอาหารจากสัตว์เป็นหลัก เช่น เนื้อสัตว์ ตับ ปลา ไข่ นม และผลิตภัณฑ์จากนม
พืชโดยทั่วไปไม่ใช่แหล่งที่เชื่อถือได้ ยกเว้นอาหารที่มีการเสริมเข้าไป
ผู้ที่กินมังสวิรัติแบบเคร่งครัดหรือกินเจต่อเนื่องเป็นเวลานาน จึงเป็นกลุ่มที่ควรคุยกับแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเรื่องการวางแผน
ข้อนี้รวมถึงผู้สูงอายุที่ค่อย ๆ กินเนื้อสัตว์น้อยลงเพราะเคี้ยวลำบาก โดยที่บ้านไม่ได้สังเกต
ถ้าที่บ้านเปลี่ยนมากินอาหารอ่อนหรือโจ๊กเป็นหลักมาหลายเดือน ให้ยกเรื่องนี้ขึ้นคุยกับแพทย์
ทำไมการวินิจฉัยถึงต้องอาศัยการตรวจ
อาการที่พบทับซ้อนกับภาวะอื่นหลายอย่าง จึงแยกจากอาการอย่างเดียวไม่ได้
และการเสริมเองก่อนตรวจ ทำให้ผลตรวจตีความยากขึ้น
ซึ่งเป็นเหตุผลที่ควรตรวจก่อนเสริม ไม่ใช่เสริมก่อนแล้วค่อยตรวจ
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)
เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เบต้าวิต เลข อย. 13-1-01566-5-0062 รับประทานวันละ 1 แคปซูล ฉลากมีวิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. ต่อแคปซูล ซึ่งเป็นสารอาหารที่บทความนี้พูดถึง พร้อมวิตามินบี 1 100 มก. วิตามินบี 6 2 มก. และแมกนีเซียม แต่การขาดวิตามินบี 12 ต้องตรวจเลือดและให้แพทย์กำหนดขนาดและวิธีให้ตามสาเหตุ ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้ใช้แทนการตรวจนั้น ถ้ากินอยู่ ให้แจ้งแพทย์ก่อนตรวจเลือด ฉลากเตือนว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด และผู้ที่รับประทานยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเรื่องโรคและโภชนาการ ไม่ใช่คำวินิจฉัย ไม่ใช่แผนการรักษา และไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล
การกำหนดสิ่งที่ผู้ป่วยแต่ละคนควรได้รับ ต้องมาจากแพทย์ผู้รักษาและนักกำหนดอาหารที่เห็นผลตรวจจริงเท่านั้น
ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทดแทนการรักษาที่แพทย์กำหนด และควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งว่ากำลังรับประทานอะไรอยู่บ้าง
ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →คำถามที่พบบ่อย
ใครเสี่ยงต่อภาวะขาดวิตามินบี 12
ผู้สูงอายุ ผู้ที่กินมังสวิรัติหรือวีแกนระยะยาว ผู้ที่เคยผ่าตัดกระเพาะหรือลำไส้ ผู้ที่มีโรคของทางเดินอาหารบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาลดการหลั่งกรดต่อเนื่องนาน และผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ประจำ
ทำไมบางคนขาดทั้งที่กินเนื้อสัตว์
เพราะการดูดซึมวิตามินบี 12 ต้องอาศัยหลายขั้นตอนในกระเพาะและลำไส้ ถ้าขั้นตอนใดมีปัญหาก็ดูดซึมได้น้อยลงแม้กินพอ ซึ่งเป็นเหตุผลที่การขาดในผู้สูงอายุพบได้บ่อยทั้งที่อาหารไม่ได้เปลี่ยน
ควรซื้อวิตามินบี 12 มากินเองไหม
ไม่ควรก่อนตรวจ เพราะการเสริมเองอาจทำให้ภาพเลือดดูดีขึ้นแต่ไม่ได้แก้สาเหตุ ถ้าปัญหาคือการดูดซึม การกินเม็ดอาจไม่พอและแพทย์อาจต้องให้ในรูปแบบอื่น
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- แหล่งวิตามินในอาหาร กินให้ถูก ได้ประโยชน์ครบคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
- วิตามินและแร่ธาตุคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-08
อ่านต่อ
เป็นเบาหวานกินข้าวอะไรได้บ้าง และเรื่องข้าวที่มักเข้าใจผิด
คนเป็นเบาหวานถามบ่อยว่ากินข้าวอะไรได้ หน้านี้อธิบายหลักการนับคาร์โบไฮเดรต ความเข้าใจผิดเรื่องข้าวบางชนิด และใครเป็นคนกำหนดปริมาณ
เบาหวานลงไตคืออะไร ตรวจเจอได้อย่างไรก่อนสาย
เบาหวานลงไตเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยและมักไม่มีอาการในระยะแรก หน้านี้อธิบายว่าตรวจอะไร ทำไมต้องตรวจปัสสาวะ และสิ่งที่ต้องติดตาม
ภาวะก่อนเบาหวานคืออะไร และช่วงนี้สำคัญอย่างไร
ภาวะก่อนเบาหวานคือช่วงที่ค่าน้ำตาลสูงกว่าปกติแต่ยังไม่ถึงเกณฑ์เบาหวาน หน้านี้อธิบายความหมาย สิ่งที่ทำได้ และสิ่งที่ต้องคุยกับแพทย์
ค่าน้ำตาลเท่าไรถึงเรียกว่าเบาหวาน อ่านตัวเลขในใบผลเลือด
ใบผลเลือดมีทั้งค่าน้ำตาลตอนอดอาหารและค่าน้ำตาลสะสม หน้านี้อธิบายว่าแต่ละค่าบอกอะไร และทำไมค่าเดียวยังไม่พอสำหรับการวินิจฉัย
