บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

ภาวะกล้ามเนื้อลีบในผู้สูงอายุ สาเหตุ สัญญาณเตือน เกี่ยวกับการหกล้มอย่างไร

คำตอบสั้น: ภาวะกล้ามเนื้อลีบหรือมวลกล้ามเนื้อน้อยในผู้สูงอายุ (sarcopenia) คือการที่ กล้ามเนื้อลดลงทั้งปริมาณและแรง จนลุกนั่ง เดิน หรือทรงตัวได้ไม่ดีเหมือนเดิม ไม่ใช่แค่ "ผอม" เพราะคนน้ำหนักปกติก็อาจแรงน้อยได้ เกณฑ์ของคณะทำงานเอเชีย (AWGS 2019) ใช้ แรงบีบมือ ความเร็วเดิน การลุกนั่งเก้าอี้ และมวลกล้ามเนื้อ เป็นตัววัด งานรวมพบว่าผู้สูงอายุที่มีภาวะนี้ เสี่ยงหกล้มและกระดูกหักมากกว่า แนวทางหลักในการดูแลคือ ออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อต้านแรง ร่วมกับกินโปรตีนและพลังงานให้พอ และพบแพทย์ถ้าแรงลดลงเร็ว น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ หรือล้มบ่อย

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ภาวะกล้ามเนื้อลีบคือ มวลกล้ามเนื้อลดลง ร่วมกับแรงน้อยหรือสมรรถภาพทางกายต่ำ มักเกิดตามวัย
  • ทดสอบที่บ้าน: ลุกนั่งเก้าอี้ 5 ครั้งใช้เวลาตั้งแต่ 12 วินาที หรือ เดินช้ากว่า 1 เมตรต่อวินาที เป็นสัญญาณตามเกณฑ์ AWGS
  • คัดกรองด้วย รอบน่องต่ำกว่า 34 ซม. ในผู้ชาย และต่ำกว่า 33 ซม. ในผู้หญิง
  • งานรวม 33 งานพบว่าผู้ที่มีภาวะนี้ เสี่ยงหกล้มและกระดูกหักมากกว่าราว 1.6–1.9 เท่า
  • โปรตีน: ผู้อายุเกิน 65 ปีอย่างน้อย 1.0–1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ตามคำแนะนำ PROT-AGE ยกเว้นผู้ป่วยโรคไตที่แพทย์ให้จำกัด
  • ออกกำลังกาย: ฝึกกล้ามเนื้อและทรงตัวสัปดาห์ละ 3 วันขึ้นไป ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก

ภาวะกล้ามเนื้อลีบในผู้สูงอายุคืออะไร

คณะทำงานด้านภาวะกล้ามเนื้อพร่องแห่งเอเชีย (AWGS) ให้นิยามว่าเป็น การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อตามวัย ร่วมกับแรงกล้ามเนื้อต่ำ และ/หรือสมรรถภาพทางกายต่ำ

บทความทบทวนในวารสาร The Lancet ปี 2019 อธิบายว่าเป็น ความผิดปกติของกล้ามเนื้อลายทั้งร่างกายที่ค่อย ๆ แย่ลง มีการสูญเสียทั้งมวลและการทำงานของกล้ามเนื้อเร็วกว่าปกติ และสัมพันธ์กับ การหกล้ม ความสามารถในการใช้ชีวิตลดลง ภาวะเปราะบาง และการเสียชีวิต

ต่างจากผอมอย่างไร

ผอมคือน้ำหนักน้อย แต่ภาวะกล้ามเนื้อลีบคือกล้ามเนื้อน้อยและแรงน้อย เกณฑ์ของ AWGS ไม่ได้ใช้น้ำหนักตัว แต่ใช้แรงบีบมือ ความเร็วเดิน การลุกนั่ง และมวลกล้ามเนื้อที่วัดด้วยเครื่อง คนที่น้ำหนักปกติหรือท้วมแต่ลุกจากเก้าอี้ลำบาก จึงควรได้รับการประเมินเช่นกัน

AWGS 2019 ยังเพิ่มคำว่า "อาจมีภาวะกล้ามเนื้อพร่อง" (possible sarcopenia) หมายถึงแรงกล้ามเนื้อต่ำหรือสมรรถภาพต่ำอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยยังไม่ได้วัดมวลกล้ามเนื้อ ใช้ในหน่วยบริการปฐมภูมิหรือชุมชน เพื่อให้เริ่มปรับพฤติกรรมได้เร็ว

ภาวะกล้ามเนื้อลีบเกิดจากอะไร

ข้อมูลจากแหล่งที่ตรวจแล้ว

  • อายุ บทความทบทวนใน The Lancet ระบุว่ามักเกิดเป็นกระบวนการตามวัยในผู้สูงอายุ และได้รับอิทธิพลจากพันธุกรรมและวิถีชีวิตตลอดช่วงชีวิต
  • โรคประจำตัวและการเจ็บป่วย บทความเดียวกันระบุว่าเกิดในวัยกลางคนได้ถ้ามีโรคบางอย่าง คณะทำงาน PROT-AGE อธิบายว่าโรคเฉียบพลันและเรื้อรังที่พบบ่อยในผู้สูงอายุทำให้ร่างกายสลายโปรตีนมากขึ้น
  • ร่างกายใช้โปรตีนได้น้อยลง PROT-AGE ระบุว่าเมื่ออายุมากขึ้น การตอบสนองในการสร้างกล้ามเนื้อจากโปรตีนที่กินลดลง ผู้สูงอายุจึงต้องการโปรตีนมากกว่าคนหนุ่มสาว
  • ขยับร่างกายน้อย นอนติดเตียง NIAMS ระบุว่าการไม่ค่อยขยับและนอนนานทำให้ร่างกายอยู่ในสภาพไม่ดีและเสี่ยงล้ม MedlinePlus ระบุว่าปัญหาหลังผ่าตัดสะโพกหักมักเกิดจากการไม่ขยับตัว

ผู้สูงอายุที่เพิ่งป่วยหนัก นอนโรงพยาบาล หรือกินได้น้อยต่อเนื่อง จึงเป็นกลุ่มที่ลูกหลานควรสังเกตเป็นพิเศษ

สัญญาณเตือนที่ลูกหลานสังเกตได้

  • ลุกจากเก้าอี้หรือพื้นลำบาก ต้องใช้มือดันหรือโหนสิ่งของ
  • เดินช้าลง เดินข้ามถนนไม่ทันไฟ หรือเดินตามคนในบ้านไม่ทัน
  • ถือของหนักไม่ไหว เปิดฝาขวดหรือบิดผ้าไม่ได้เหมือนเดิม
  • ขาเล็กลง น่องลีบ หรือเสื้อผ้าหลวมขึ้นโดยไม่ได้ลดน้ำหนัก
  • เดินเซ ล้มบ่อย หรือเริ่มกลัวการล้ม
  • เหนื่อยง่ายเวลาขึ้นบันได

อาการเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นภาวะกล้ามเนื้อลีบ เพราะเกิดจากโรคอื่นได้ เช่น โรคข้อ โรคหัวใจ หรือโลหิตจาง แต่เป็นเหตุผลที่ควรประเมินเพิ่ม

ทดสอบง่าย ๆ ที่บ้าน ทำได้ไหม

เกณฑ์ AWGS 2019 มีหลายข้อที่ทำที่บ้านได้คร่าว ๆ ใช้เป็นการคัดกรองเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัย และต้องทำอย่างปลอดภัย มีคนอยู่ข้าง ๆ เสมอ

1. ลุกนั่งเก้าอี้ 5 ครั้ง

  • ใช้เก้าอี้มีพนักพิงที่มั่นคง วางชิดผนังกันเลื่อน
  • กอดอก ลุกขึ้นยืนตรงแล้วนั่งลง ทำ 5 ครั้งเร็วเท่าที่ทำได้อย่างปลอดภัย จับเวลา
  • AWGS ใช้เกณฑ์ ตั้งแต่ 12 วินาทีขึ้นไป เป็นสมรรถภาพทางกายต่ำ

2. ความเร็วเดิน

  • วัดระยะทางเดินตรง 6 เมตรในที่โล่ง พื้นไม่ลื่น
  • เดินด้วยความเร็วปกติ จับเวลา
  • AWGS ใช้เกณฑ์ ช้ากว่า 1.0 เมตรต่อวินาที คือใช้เวลาเดิน 6 เมตรนานกว่า 6 วินาที (คำนวณ)

3. รอบน่อง

  • วัดรอบน่องตรงส่วนที่ใหญ่ ด้วยสายวัดตัว
  • AWGS ใช้คัดกรองในชุมชน: ต่ำกว่า 34 ซม. ในผู้ชาย และต่ำกว่า 33 ซม. ในผู้หญิง ถือว่าเสี่ยง

4. แรงบีบมือ

ต้องใช้เครื่องวัดแรงบีบมือ มักวัดที่โรงพยาบาลหรือคลินิก AWGS ใช้เกณฑ์ ต่ำกว่า 28 กก. ในผู้ชาย และต่ำกว่า 18 กก. ในผู้หญิง

ผลแบบไหนควรพบแพทย์

ถ้าผลข้อใดข้อหนึ่งเข้าเกณฑ์ หรือทำการทดสอบไม่ได้เพราะลุกเองไม่ได้ ให้ปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาลหรือคลินิกผู้สูงอายุ การวินิจฉัยเต็มรูปแบบต้องวัดมวลกล้ามเนื้อด้วยเครื่อง เช่น DXA หรือเครื่องวัดองค์ประกอบร่างกาย (BIA) ซึ่ง AWGS มีเกณฑ์แยกชายหญิงไว้

ถ้าผู้สูงอายุเวียนศีรษะ เจ็บหน้าอก หรือเหนื่อยหอบระหว่างทดสอบ ให้หยุดทันที

กล้ามเนื้อน้อยกับกระดูกพรุน ทำไมเสี่ยงล้มและหักมากขึ้น

NIAMS อธิบายว่าผู้สูงอายุมักสูญเสียกล้ามเนื้อ และ เราต้องมีกล้ามเนื้อแข็งแรงเพื่อช่วยการทรงตัว ลดโอกาสหกล้มและกระดูกหัก

งานทบทวนและวิเคราะห์รวมในวารสาร Journal of Cachexia, Sarcopenia and Muscle ปี 2019 รวบรวม 36 งาน (52,838 คน อายุเฉลี่ยของแต่ละงาน 65–87 ปี) และวิเคราะห์รวมได้ 33 งาน (45,926 คน) พบว่าผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อพร่อง

  • เสี่ยงหกล้มมากกว่า ราว 1.6 เท่าในงานภาคตัดขวาง และราว 1.9 เท่าในงานติดตามไปข้างหน้า
  • เสี่ยงกระดูกหักมากกว่า ราว 1.8 เท่าในงานภาคตัดขวาง และราว 1.7 เท่าในงานติดตามไปข้างหน้า

ผลนี้เป็นความสัมพันธ์จากงานสังเกต ผู้วิจัยสรุปว่าผลนี้สนับสนุนให้ลงทุนในการป้องกันภาวะกล้ามเนื้อพร่อง

ถ้าผู้สูงอายุมีทั้งกล้ามเนื้อน้อยและกระดูกบาง ความเสี่ยงจะซ้อนกัน กล้ามเนื้อน้อยทำให้ล้มง่าย ส่วนกระดูกบางทำให้ล้มแล้วหักง่าย ผู้ที่เข้าเกณฑ์ควรตรวจมวลกระดูกด้วย อ่านเกณฑ์ที่ ใครควรตรวจมวลกระดูก และผลของสะโพกหักที่ กระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุ

ดูแลภาวะกล้ามเนื้อลีบอย่างไร

AWGS 2019 ระบุว่า การปรับวิถีชีวิต โดยเฉพาะการออกกำลังกายและการเสริมโภชนาการ เป็นแกนหลักของการรักษา และยังต้องการงานวิจัยเพิ่มเรื่องผลระยะยาวของอาหารเสริมหรือยาในคนเอเชีย

ออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อต้านแรง

  • องค์การอนามัยโลก (WHO) ปี 2020 แนะนำให้ผู้ใหญ่ทุกวัยฝึกกล้ามเนื้อระดับปานกลางขึ้นไป สัปดาห์ละ 2 วันขึ้นไป และให้ผู้สูงอายุทำกิจกรรมหลายรูปแบบที่ เน้นการทรงตัวและความแข็งแรง สัปดาห์ละ 3 วันขึ้นไป เพื่อป้องกันการหกล้ม
  • WHO ยังแนะนำกิจกรรมแอโรบิกระดับปานกลาง 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ และให้ลดเวลานั่งนิ่ง ๆ
  • NIAMS ยกตัวอย่างการฝึกต้านแรง เช่น ยางยืด ดัมเบล เครื่องออกกำลังกาย หรือใช้น้ำหนักตัวเอง และการฝึกทรงตัว เช่น ไทชิ (รำมวยจีน)
  • ท่าง่าย ๆ ที่บ้าน เช่น ลุกนั่งจากเก้าอี้ ยืนเขย่งปลายเท้าโดยจับพนักเก้าอี้ ยกขาด้านข้าง เริ่มจากน้อย ๆ แล้วค่อยเพิ่ม

คณะทำงาน PROT-AGE แนะนำให้ผู้สูงอายุออกกำลังกายทั้งแบบแอโรบิกและแบบต้านแรง ในระดับที่ปลอดภัยและทำได้ของแต่ละคน ผู้ที่มีโรคหัวใจ ความดันสูงที่คุมไม่ได้ หรือเพิ่งผ่าตัด ให้ถามแพทย์ก่อนเริ่ม อ่านวิธีเริ่มที่ ออกกำลังกายในวัย 50 ปีขึ้นไป

โปรตีนและพลังงาน

คณะทำงาน PROT-AGE แนะนำ

  • ผู้อายุเกิน 65 ปี ให้ได้โปรตีนเฉลี่ย อย่างน้อย 1.0–1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
  • ผู้ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ตั้งแต่ 1.2 กรัมขึ้นไป
  • ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ที่มีโรคเฉียบพลันหรือเรื้อรัง 1.2–1.5 กรัม
  • ยกเว้นผู้ป่วยโรคไตรุนแรง (eGFR อัตราการกรองของไต ต่ำกว่า 30) ที่ยังไม่ฟอกไต ซึ่งอาจต้องจำกัดโปรตีน ให้ทำตามแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร

ตัวอย่างการคิด: ผู้สูงอายุหนัก 50 กก. ต้องการโปรตีนราว 50–60 กรัมต่อวัน (คำนวณจาก 1.0–1.2 กรัม) แหล่งโปรตีนที่หาง่าย เช่น ไข่ ปลา เต้าหู้ นม เนื้อไก่ ถั่ว อ่านวิธีกระจายโปรตีนในแต่ละมื้อที่ โปรตีนสำหรับผู้สูงอายุ

ถ้าผู้สูงอายุเบื่ออาหาร กินได้น้อย อ่านเพิ่มที่ ผู้สูงอายุเบื่ออาหาร ลูกหลานควรทำอะไรก่อน

วิตามินดี

  • กรมอนามัย (DRI ไทย 2563) แนะนำวิตามินดี 600 IU ต่อวันสำหรับอายุไม่เกิน 70 ปี และ 800 IU สำหรับอายุ 71 ปีขึ้นไป ร่างกายได้วิตามินดีส่วนใหญ่จากผิวหนังที่ถูกแดด
  • งานวิเคราะห์รวม 81 งานทดลองในวารสาร Lancet Diabetes and Endocrinology ปี 2018 พบว่า วิตามินดีเสริมไม่ลดการหกล้ม และไม่ลดกระดูกหักในคนทั่วไป
  • ถ้าแพทย์ตรวจพบว่าขาดวิตามินดี ให้รักษาตามที่แพทย์สั่ง อ่านเพิ่มที่ วิตามินดีในผู้สูงอายุ

เมื่อไรควรพบแพทย์

ควรพบแพทย์ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • ผลทดสอบที่บ้านเข้าเกณฑ์ หรือลุกนั่งเองไม่ได้
  • แรงลดลงเร็วในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน
  • น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือกินได้น้อยต่อเนื่อง
  • หกล้มบ่อย หรือเริ่มกลัวการล้มจนไม่กล้าเดิน อ่านสาเหตุที่ ผู้สูงอายุล้มบ่อยเกิดจากอะไร
  • ทำกิจวัตรประจำวันเองได้น้อยลง เช่น อาบน้ำ แต่งตัว เข้าห้องน้ำ

แพทย์จะหาสาเหตุที่รักษาได้ ทบทวนยาที่ใช้อยู่ และวางแผนโภชนาการและการออกกำลังกาย ห้ามหยุดหรือลดยาเอง แม้คิดว่ายาทำให้อ่อนแรง ให้ถามแพทย์ก่อน

อ่อนแรงแขนขาข้างใดข้างหนึ่งขึ้นมาทันที ปากเบี้ยว หรือพูดไม่ชัด ไม่ใช่อาการของกล้ามเนื้อลีบ อาจเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับบทความนี้ เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย

  • ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. — โคลอสตรุ้มคือน้ำนมแรกของวัวหลังคลอด มีโปรตีนนม วันละ 2 แคปซูลได้ราว 50 มก. (คำนวณ) งานทดลองแบบปกปิดสองทางในแคนาดา 40 คน อายุเฉลี่ยราว 59 ปี ใช้โคลอสตรุ้ม วันละ 60 กรัม ซึ่งมากกว่าในแคปซูลราว 1,200 เท่า (คำนวณ) เทียบกับเวย์โปรตีน ร่วมกับการฝึกยกน้ำหนัก 8 สัปดาห์ พบว่าแรงขาเพิ่มมากกว่ากลุ่มเวย์ แต่ มวลกล้ามเนื้อและความหนาของกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นทั้งสองกลุ่มไม่ต่างกัน ไม่พบงานวิจัยที่ใช้ขนาดใกล้กับในแคปซูล
  • วิตามินดี 3 0.5 มก. — คิดเป็นราว 100 IU ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ราว 17% ของ 600 IU ที่คนไทยอายุไม่เกิน 70 ปีควรได้ และ 12.5% ของ 800 IU สำหรับอายุ 71 ปีขึ้นไป (คำนวณ) งานวิเคราะห์รวม 81 งานทดลอง (53,537 คน) พบว่าวิตามินดีเสริมไม่ลดการหกล้มและไม่ลดกระดูกหัก ผลเหมือนกันในงานที่ใช้มากกว่า 800 IU ต่อวัน ซึ่งมากกว่าในแคปซูลหลายเท่า

ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ เพิ่มแรง หรือลดการหกล้ม ส่วนประกอบแต่ละตัวมีงานวิจัยในคนจำนวนจำกัด ส่วนใหญ่ใช้ปริมาณมากกว่าในแคปซูลหลายเท่า และยังไม่มีงานวิจัยของสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่แหล่งโปรตีนที่มีนัยสำคัญ และไม่ใช่สิ่งทดแทนอาหารที่ให้โปรตีนและพลังงาน การออกกำลังกาย หรือการรักษาของแพทย์

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันมีงานในคนพบว่าทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
  • ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ หรือยาไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ผลิตภัณฑ์มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีโรคตับ: ขมิ้นชันมีรายงานตับอักเสบ ถ้ามีตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลียมาก หรือคลื่นไส้ ให้หยุดและพบแพทย์
  • ผู้แพ้โปรตีนนมวัว: มีโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีประวัติแพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่ได้วิตามินดีหรือแคลเซียมจากแพทย์อยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนยาเอง
  • ผู้ใช้ยากระดูกพรุน ยาสเตียรอยด์ หรือยาแก้ปวด: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยากระดูกพรุน ยาเกาต์ ยาสเตียรอยด์ และยาแก้ปวด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก ลุกยืนหรือลงน้ำหนักขาไม่ได้ ขาดูผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ชารอบก้นหรือรอบทวารหนัก ขาอ่อนแรงขึ้นมาทันที เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ถ้ามีไข้และข้อบวมแดงร้อน อาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

ภาวะกล้ามเนื้อลีบในผู้สูงอายุคืออะไร

คือการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อตามวัย ร่วมกับแรงกล้ามเนื้อต่ำหรือสมรรถภาพทางกายต่ำ ตามนิยามของคณะทำงานเอเชีย AWGS 2019 ต่างจากผอมเพราะเกณฑ์ดูที่แรงบีบมือ ความเร็วเดิน การลุกนั่ง และมวลกล้ามเนื้อ ไม่ใช่น้ำหนักตัว

ภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบในผู้สูงอายุเกิดจากอะไร

มักเกิดตามวัย ร่วมกับปัจจัยด้านพันธุกรรมและวิถีชีวิต โรคเฉียบพลันและเรื้อรัง การขยับร่างกายน้อยหรือนอนติดเตียง และการที่ร่างกายผู้สูงอายุใช้โปรตีนสร้างกล้ามเนื้อได้น้อยลง

ทดสอบกล้ามเนื้อลีบที่บ้านได้ไหม

คัดกรองคร่าว ๆ ได้ เช่น ลุกนั่งเก้าอี้ 5 ครั้งใช้เวลาตั้งแต่ 12 วินาที เดิน 6 เมตรนานกว่า 6 วินาที หรือรอบน่องต่ำกว่า 34 ซม. ในชาย 33 ซม. ในหญิง ควรมีคนอยู่ด้วยและให้แพทย์ประเมินต่อ

กล้ามเนื้อลีบเกี่ยวกับการหกล้มอย่างไร

งานรวม 33 งานพบว่าผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อพร่องเสี่ยงหกล้มมากกว่าราว 1.6–1.9 เท่า และกระดูกหักมากกว่าราว 1.7–1.8 เท่า เพราะกล้ามเนื้อช่วยการทรงตัว ถ้ากระดูกบางด้วย ล้มแล้วยิ่งหักง่าย

ผู้สูงอายุกล้ามเนื้อลีบต้องได้โปรตีนวันละเท่าไร

คณะทำงาน PROT-AGE แนะนำผู้อายุเกิน 65 ปีอย่างน้อย 1.0–1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน และ 1.2–1.5 กรัมถ้ามีโรคเรื้อรัง ยกเว้นผู้ป่วยโรคไตรุนแรงที่ยังไม่ฟอกไตซึ่งต้องทำตามแพทย์ ควรทำคู่กับการฝึกกล้ามเนื้อ

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท