บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

Delirium ในผู้สูงอายุเกิดจากอะไร ติดเชื้อ ขาดน้ำ หรือยา

คำตอบสั้น: ภาวะสับสนเฉียบพลัน (delirium) ในผู้สูงอายุมักมีโรคทางกายเป็นต้นเหตุ ที่พบบ่อยคือ การติดเชื้อ เช่น ทางเดินปัสสาวะหรือปอดอักเสบ ขาดน้ำ เกลือแร่ผิดปกติ ผลของยา โดยเฉพาะยาแก้ปวด ยากล่อมประสาท และยาต้านโคลิเนอร์จิก การหยุดเหล้าหรือยาบางชนิดทันที อดนอน และการผ่าตัดหรือดมยาสลบ บ่อยครั้งมีหลายสาเหตุพร้อมกัน ญาติไม่ต้องหาสาเหตุเองให้เจอก่อน เมื่อเห็นผู้สูงอายุสับสนขึ้นมาทันทีหรือความตื่นตัวเปลี่ยนไปมา ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 แล้วให้แพทย์ตรวจหาต้นเหตุ

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • MedlinePlus ระบุสาเหตุของ delirium ได้แก่ การติดเชื้อ (ทางเดินปัสสาวะ ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ) ยา (ยาแก้ปวด ยากล่อมประสาท ยาต้านโคลิเนอร์จิก) การได้รับหรือขาดสุราและยา เกลือแร่ผิดปกติ อดนอนรุนแรง สารพิษ และการดมยาสลบและผ่าตัด
  • ขาดน้ำและโซเดียมในเลือดต่ำทำให้สับสนได้ตามข้อมูลของ MedlinePlus ส่วนน้ำตาลในเลือดต่ำ แนวทางเวชปฏิบัติไทยจัดไว้ในสาเหตุที่อาจแก้ไขได้
  • แนวทางของ NICE ประเทศอังกฤษให้ดูแลเรื่องขาดน้ำ ท้องผูก ออกซิเจนต่ำ การติดเชื้อ ความปวด ยาหลายชนิด สายตาและการได้ยิน และการนอน เพื่อป้องกัน delirium ในผู้ที่เสี่ยง
  • กลุ่มเสี่ยงตาม NICE คือ อายุ 65 ปีขึ้นไป มีสมองเสื่อมหรือปริชานบกพร่อง กระดูกสะโพกหัก และเจ็บป่วยรุนแรง
  • ห้ามหยุดยาเองเพราะสงสัยว่ายาทำให้สับสน ให้นำยาทั้งหมดไปโรงพยาบาล

สาเหตุที่พบบ่อย: ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ปอดอักเสบ

MedlinePlus ระบุการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ปอดอักเสบ และเยื่อหุ้มสมองอักเสบไว้ในสาเหตุของ delirium และให้รักษาการติดเชื้อเป็นหนึ่งในแนวทางแก้ ส่วน NICE แนะนำให้มองหาและรักษาการติดเชื้อ และหลีกเลี่ยงการใส่สายสวนปัสสาวะที่ไม่จำเป็นในผู้ที่เสี่ยง

ในผู้สูงอายุ อาการติดเชื้ออาจไม่ชัดแบบคนหนุ่มสาว ญาติอาจเห็นเพียงว่าซึมลง สับสน ไม่กิน หรือหกล้ม จึงควรสังเกตอาการร่วม เช่น

  • ปัสสาวะแสบ ขุ่น หรือปัสสาวะบ่อย
  • ไอ มีเสมหะ หายใจเหนื่อย
  • มีไข้

อ่านลักษณะการติดเชื้อในวัยนี้ที่ ผู้สูงอายุติดเชื้อง่ายเพราะอะไร อาการติดเชื้อที่ไม่เหมือนคนหนุ่มสาว และเรื่องปอดอักเสบที่ ปอดอักเสบในผู้สูงอายุ อาการไม่ชัด ลูกหลานสังเกตอย่างไร ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะให้กินเอง เพราะต้องตรวจหาตำแหน่งติดเชื้อและเชื้อที่เหมาะกับยา

ขาดน้ำ เกลือแร่ผิดปกติ น้ำตาลต่ำหรือสูง

ขาดน้ำ

MedlinePlus ระบุว่าผู้สูงอายุเสี่ยงขาดน้ำมากกว่ากลุ่มอื่น อาการรวมถึงหงุดหงิดหรือสับสน และให้โทรเรียกรถฉุกเฉินเมื่อความตื่นตัวเปลี่ยน เช่น สับสนหรือชัก สาเหตุที่พบในบ้าน เช่น ท้องเสีย อาเจียน มีไข้ อากาศร้อน กินน้อยเพราะเจ็บป่วย หรือกลัวปัสสาวะบ่อยจึงไม่ยอมดื่ม NICE แนะนำให้ส่งเสริมการดื่มน้ำเพื่อป้องกันขาดน้ำ ยกเว้นผู้ที่แพทย์ให้จำกัดน้ำ เช่น ผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวหรือโรคไตบางระยะ ต้องทำตามที่แพทย์สั่ง อ่านวิธีช่วยที่ ผู้สูงอายุดื่มน้ำน้อย สังเกตอย่างไรและช่วยอย่างไร

โซเดียมในเลือดต่ำ

MedlinePlus ระบุว่าโซเดียมในเลือดต่ำทำให้สับสน หงุดหงิด กระสับกระส่าย ปวดศีรษะ คลื่นไส้ และชักได้ สาเหตุรวมถึงยาขับปัสสาวะ ท้องเสีย อาเจียน หัวใจล้มเหลว โรคไต และตับแข็ง และระบุว่าเมื่อโซเดียมต่ำมากอาจเป็นภาวะฉุกเฉินถึงชีวิต ผู้ที่ใช้ยาขับปัสสาวะห้ามหยุดยาเอง แต่ถ้าสับสนขึ้นมา ให้ไปโรงพยาบาลพร้อมยาทั้งหมด

น้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูง

แนวทางเวชปฏิบัติไทยจัดน้ำตาลต่ำไว้ในสาเหตุของอาการทางสมองที่อาจแก้ไขได้ ผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้อินซูลินหรือยาบางชนิดเสี่ยงเป็นพิเศษ อ่านวิธีดูแลเบื้องต้นที่ น้ำตาลต่ำ อาการ ต่ำกว่า 70 ต้องทำอย่างไร ถ้าซึม กลืนไม่ได้ หรือชัก ห้ามป้อนอาหารหรือน้ำทางปาก ให้โทร 1669 ทันที ส่วนผู้ป่วยเบาหวานที่น้ำตาลสูงมากแล้วซึมหรือสับสน ก็ต้องไปโรงพยาบาลทันทีเช่นกัน

ออกซิเจนต่ำและโรคทางกายอื่น

MedlinePlus ระบุภาวะที่ต้องรักษาเมื่อเกิด delirium เช่น ออกซิเจนในเลือดต่ำ คาร์บอนไดออกไซด์คั่ง หัวใจล้มเหลว ไตวาย ตับวาย โลหิตจาง โรคไทรอยด์ และภาวะขาดสารอาหาร และระบุว่าการดูแลภาวะทางกายเหล่านี้ให้ถูกต้องมักทำให้การทำงานของสมองดีขึ้นมาก

ยาใหม่ หยุดยาหรือเหล้าทันที

ยา เป็นสาเหตุที่พบบ่อยและมักถูกมองข้าม MedlinePlus ระบุยาแก้ปวด ยากล่อมประสาท และยาต้านโคลิเนอร์จิก เช่น ยาแก้แพ้รุ่นแรกที่ทำให้ง่วง ไว้ในสาเหตุ และระบุว่าการหยุดหรือปรับยาที่อาจทำให้สับสน หรือยาที่ไม่จำเป็นแล้ว อาจทำให้สมองทำงานดีขึ้น แต่การหยุดหรือปรับต้องให้แพทย์เป็นผู้ตัดสินใจ เพราะ MedlinePlus ระบุด้วยว่าการขาดยาบางชนิดก็เป็นสาเหตุของ delirium

NICE แนะนำให้ทบทวนยาในผู้ที่ใช้ยาหลายชนิด โดยดูทั้งชนิดและจำนวนยา ญาติช่วยได้โดยนำยาทุกตัวไปโรงพยาบาล และบอกว่าตัวไหนเพิ่งเริ่ม เพิ่งเพิ่มขนาด หรือเพิ่งหยุด อ่านเพิ่มที่ ยาที่ควรระวังในผู้สูงอายุ ยาแก้แพ้ ยาคลายเครียด ทำให้หลงลืมได้ และ ผู้สูงอายุกินยาหลายตัว ผู้ดูแลควรจัดการอย่างไรให้ปลอดภัย

เหล้า: MedlinePlus ระบุว่าทั้งการดื่มมากและการหยุดดื่มทันทีทำให้เกิด delirium ได้ อาการถอนเหล้ามักเริ่มภายใน 8 ชั่วโมงหลังดื่มแก้วสุดท้าย และรุนแรงสุดในช่วง 24–72 ชั่วโมง ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง คือ ชัก มีไข้ สับสนรุนแรง เห็นภาพหลอน หรือใจเต้นผิดจังหวะ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และเมื่อผู้สูงอายุนอนโรงพยาบาลด้วยเรื่องอื่น ต้องบอกทีมรักษาว่าดื่มประจำ อ่านเพิ่มที่ แอลกอฮอล์ทำลายสมองไหม

ท้องผูก ปัสสาวะไม่ออก ปวด

เรื่องเล็กในสายตาคนทั่วไปเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้สูงอายุที่เปราะบาง NICE จัดเรื่องต่อไปนี้ไว้ในชุดการดูแลเพื่อป้องกัน delirium

  • ท้องผูก ให้ดูแลร่วมกับเรื่องการขาดน้ำ ผู้สูงอายุที่ไม่ได้ถ่ายหลายวัน ท้องอืด ปวดท้อง ควรแจ้งแพทย์ อ่านเพิ่มที่ ท้องผูกเรื้อรังในผู้สูงอายุ สาเหตุและการดูแลที่ถูกวิธี
  • ความปวด ให้ประเมินความปวด และมองหาสัญญาณความปวดที่ไม่ใช่คำพูด โดยเฉพาะในผู้ป่วยสมองเสื่อมที่บอกไม่ได้ เช่น หน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่ยอมให้แตะบางจุด กระสับกระส่าย
  • การเคลื่อนไหวน้อย ส่งเสริมให้ลุกเดินโดยเร็วหลังผ่าตัด และใช้อุปกรณ์ช่วยเดินตามที่ต้องใช้
  • ภาวะโภชนาการ รวมถึงฟันปลอมที่ใส่ได้พอดี

ส่วนอาการปัสสาวะไม่ออก ปวดตึงท้องน้อย เป็นอาการที่ต้องแจ้งแพทย์เช่นกัน เพราะผู้สูงอายุที่สับสนอาจบอกความไม่สบายตัวไม่ได้ ญาติจึงควรสังเกตว่าปัสสาวะออกน้อยผิดปกติหรือไม่

หลังผ่าตัดหรือนอนโรงพยาบาล

MedlinePlus ระบุว่า delirium พบบ่อยในหอผู้ป่วยวิกฤต โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ และการดมยาสลบกับการผ่าตัดเป็นสาเหตุหนึ่ง สำหรับผู้นอนโรงพยาบาลที่เสี่ยงสูง MedlinePlus ระบุว่าการเลี่ยงยากล่อมประสาทหรือใช้ขนาดต่ำ รักษาเมตาบอลิซึมผิดปกติและการติดเชื้อโดยเร็ว และการช่วยให้รู้วันเวลาสถานที่ ช่วยลดความเสี่ยงได้

สิ่งที่ญาติช่วยได้ในโรงพยาบาล ตามแนวทางของ NICE

  • ช่วยให้รู้วันเวลาสถานที่ เช่น มีนาฬิกาและปฏิทินที่มองเห็นง่าย บอกว่าอยู่ที่ไหน ใครมาเยี่ยม
  • มาเยี่ยมสม่ำเสมอ และชวนคุยเรื่องที่คุ้นเคย
  • นำแว่นตาและเครื่องช่วยฟังมาให้ใช้ และตรวจว่าใช้งานได้ NICE ยังระบุให้แก้สาเหตุที่แก้ได้ เช่น ขี้หูอุดตัน
  • ช่วยให้นอนกลางคืนได้ ลดเสียงรบกวนช่วงนอน
  • แจ้งพยาบาลทันทีเมื่อเห็นว่าเปลี่ยนไป NICE ระบุว่าความเปลี่ยนแปลงที่ญาติหรือผู้ดูแลแจ้งเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมิน

ใครเสี่ยงสูงกว่าคนอื่น

แนวทางของ NICE ระบุว่า ถ้ามีปัจจัยข้อใดข้อหนึ่ง ต่อไปนี้ ถือว่าเสี่ยงต่อ delirium

  1. อายุ 65 ปีขึ้นไป
  2. มีภาวะปริชานบกพร่องหรือสมองเสื่อม ทั้งในอดีตและปัจจุบัน
  3. กระดูกสะโพกหัก
  4. เจ็บป่วยรุนแรง หรือมีภาวะที่กำลังแย่ลง

นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้ยาหลายชนิด ผู้ที่ดื่มสุราประจำ ผู้ที่มีปัญหาสายตาหรือการได้ยิน และผู้ที่กำลังจะผ่าตัดใหญ่ ก็เป็นกลุ่มที่ควรระวังตามสาเหตุที่กล่าวข้างต้น ครอบครัวของผู้ป่วยสมองเสื่อมจึงควรรู้จักภาวะนี้ เพราะการแย่ลงเร็วภายในวันสองวันอาจเป็น delirium ซ้อน ไม่ใช่โรคเดิมแย่ลง อ่านความต่างที่ ภาวะสับสนเฉียบพลันในผู้สูงอายุ ต่างจากสมองเสื่อมอย่างไร

เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาลทันที

มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • สับสน พูดไม่รู้เรื่อง หรือจำคนในบ้านไม่ได้ขึ้นมาทันที
  • ความตื่นตัวขึ้นลงภายในวันเดียว เดี๋ยวรู้เรื่องเดี๋ยวสับสน
  • ซึมลง ปลุกยาก หรือเงียบผิดปกติภายในชั่วโมงหรือวัน
  • หายใจเหนื่อยหอบ หรือไข้สูงแล้วสับสน
  • ชัก หรือหกล้มศีรษะกระแทก
  • แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด

นำถุงยาทั้งหมด แว่นตา เครื่องช่วยฟัง และข้อมูลว่าปกติผู้ป่วยเป็นอย่างไรไปด้วย การรักษาและการฟื้นตัวอ่านต่อที่ Delirium หายได้ไหม รักษาอย่างไร ใช้เวลากี่วัน

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่

ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีบทบาทใด ๆ ในภาวะสับสนเฉียบพลัน ถ้ามีอาการตามบทความนี้ ต้องไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และไม่ควรให้ผู้ที่ซึมหรือสับสนกลืนอาหารเสริมใด ๆ ถ้ากินอยู่ ให้นำกล่องไปให้แพทย์ดูพร้อมยาอื่น เพราะนับเป็นหนึ่งในรายการที่แพทย์ต้องทบทวน

เรื่องเลือดออกที่ต้องรู้: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ซึ่งมาจากสารสกัดใบแปะก๊วย ผู้ที่กำลังจะผ่าตัด ผู้ที่หกล้มศีรษะกระแทก และผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน และต้องแจ้งทีมรักษาเมื่อเข้าโรงพยาบาล

หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานวิจัยในคนยังน้อยและเล็ก งานในผู้สูงอายุญี่ปุ่นที่มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คน ใช้ผงเห็ดวันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานรวมในผู้ใหญ่สุขภาพดีพบผลเล็กเฉพาะบางด้าน โดยงานส่วนใหญ่ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (มากกว่าในแคปซูล 2 เท่า คำนวณ) ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก (หลักฐานคุณภาพต่ำมาก)
  • โคลีนราว 37 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — คิดเป็นราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมในคนขนาดสูงกว่านี้มากไม่พบผลต่อความจำ
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย และใบแปะก๊วยมีรายงานเรื่องเลือดออกและการชัก
  • วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ที่พบผลบางด้านใช้บี 6 วันละ 20 มก. (มากกว่าราว 12 เท่า คำนวณ) ร่วมกับโฟลิก 0.8 มก. และบี 12 0.5 มก. และพบผลเฉพาะในผู้ที่มีค่าโฮโมซิสเทอีนในเลือดสูง ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มีโฟลิกและบี 12 ส่วนงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานของสมองด้านความคิด

ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยเรื่องความจำหรือความสับสน และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
  • ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมมานทีน): ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง และต้องแจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
  • ผู้สูงอายุที่ลืมว่ากินอะไรไปแล้ว: ให้ผู้ดูแลเป็นคนจัดยาและอาหารเสริมทุกชนิด

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืม

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือหลงลืมขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เดินเซทรงตัวไม่ได้ ชัก หรือเจ็บแน่นหน้าอก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ (ฟรี 24 ชั่วโมง)

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

Delirium ในผู้สูงอายุเกิดจากอะไร

MedlinePlus ระบุสาเหตุ เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ยาแก้ปวด ยากล่อมประสาท ยาต้านโคลิเนอร์จิก การดื่มหรือหยุดสุราและยาบางชนิดทันที เกลือแร่ผิดปกติ อดนอนรุนแรง สารพิษ และการดมยาสลบหรือผ่าตัด บ่อยครั้งมีหลายสาเหตุพร้อมกัน

ผู้สูงอายุมีอาการสับสนทันที ต้องทำอย่างไร

ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ไม่ต้องหาสาเหตุเองก่อน นำถุงยาทั้งหมด แว่นตา เครื่องช่วยฟัง และข้อมูลว่าปกติผู้ป่วยเป็นอย่างไรไปด้วย ระหว่างรอ อย่าให้ผู้ที่ซึมกินหรือดื่มอะไร และอย่าให้ยานอนหลับเอง

ขาดน้ำทำให้ผู้สูงอายุสับสนได้ไหม

ได้ MedlinePlus ระบุว่าผู้สูงอายุเสี่ยงขาดน้ำมากกว่ากลุ่มอื่น และอาการรวมถึงหงุดหงิดหรือสับสน ถ้าความตื่นตัวเปลี่ยน เช่น สับสนหรือชัก ต้องเรียกรถฉุกเฉิน ส่วนการดื่มน้ำเพื่อป้องกันให้ทำตามปกติ ยกเว้นผู้ที่แพทย์ให้จำกัดน้ำ

ใครเสี่ยงเกิด delirium สูงกว่าคนอื่น

แนวทางของ NICE ระบุว่าผู้ที่มีปัจจัยข้อใดข้อหนึ่ง คือ อายุ 65 ปีขึ้นไป มีภาวะปริชานบกพร่องหรือสมองเสื่อม กระดูกสะโพกหัก หรือเจ็บป่วยรุนแรง ถือว่าเสี่ยงต่อ delirium

สงสัยว่ายาทำให้สับสน ควรหยุดยาไหม

ห้ามหยุดยาเอง เพราะ MedlinePlus ระบุว่าการขาดยาบางชนิดก็ทำให้เกิด delirium ได้ ให้นำยาทั้งหมดไปให้แพทย์ทบทวน ถ้าสับสนขึ้นมาทันที ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท