เกี่ยวกับ Lab Farm
อ่อนเพลียเรื้อรังเป็นเดือนไม่หาย ต้องตรวจอะไร อันตรายไหม
คำตอบสั้น: อ่อนเพลียนานเป็นเดือนไม่ใช่เรื่องที่ควรทนเฉย ๆ เพราะเป็นอาการของหลายโรคที่ตรวจพบและดูแลได้ เช่น โลหิตจาง ไทรอยด์ทำงานผิดปกติ เบาหวาน โรคไต โรคตับ ซึมเศร้า โรคการนอน หรือผลข้างเคียงของยา สิ่งแรกที่ควรทำคือให้แพทย์ซักประวัติและตรวจเลือดหาสาเหตุ ส่วนกลุ่มอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง (ME/CFS) เป็นโรคที่แพทย์วินิจฉัยหลังตัดสาเหตุอื่นออกแล้ว
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- อ่อนเพลียที่พักแล้วไม่ดีขึ้น เป็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ หรือทำให้ทำงานบ้านงานประจำไม่ไหว ควรไปพบแพทย์
- สาเหตุที่พบบ่อยตามสารานุกรม MedlinePlus ได้แก่ โลหิตจาง ซึมเศร้า โรคการนอน ไทรอยด์ ยาบางชนิด ปวดเรื้อรัง และแอลกอฮอล์
- การตรวจพื้นฐานมักมีตรวจเลือดดูโลหิตจาง น้ำตาล การอักเสบ การทำงานของไต ตับ ไทรอยด์ และตรวจปัสสาวะ
- ME/CFS ต้องอ่อนเพลียมาก 6 เดือนขึ้นไป พักแล้วไม่ดีขึ้น และอาการแย่ลงหลังออกแรง ไม่มีการตรวจเลือดเฉพาะ
- กาแฟและเครื่องดื่มชูกำลังไม่ใช่การรักษาอ่อนเพลีย และอาหารเสริมไม่ได้แก้ต้นเหตุที่ยังไม่รู้
อ่อนเพลียนานเท่าไรถึงเรียกว่าเรื้อรัง
ความเหนื่อยธรรมดาเกิดหลังทำงานหนัก นอนดึก หรือเครียด และมักดีขึ้นเมื่อได้พักหรือนอนเต็มอิ่ม 1–2 คืน
ส่วนอ่อนเพลียที่น่าสงสัยคือ เพลียแม้ไม่ได้ทำอะไรหนัก พักแล้วไม่ดีขึ้น หรือเป็นติดต่อกันนานหลายสัปดาห์จนกระทบชีวิตประจำวัน
ในทางการแพทย์ คำว่า "อ่อนเพลียเรื้อรัง" ที่ใช้เป็นชื่อโรค หมายถึงกลุ่มอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ซึ่ง MedlinePlus กำหนดว่าอาการต้องคงอยู่อย่างน้อย 6 เดือน และไม่หายด้วยการพัก
แต่ไม่จำเป็นต้องรอครบ 6 เดือนแล้วค่อยไปหาหมอ การหาสาเหตุตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้พบโรคที่รักษาได้เร็วขึ้น ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเพลียของตัวเองเข้าข่ายแบบไหน อ่านรายการสาเหตุทีละข้อได้ที่ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เกิดจากอะไร
อ่อนเพลียเรื้อรังเกิดจากอะไรได้บ้าง
สารานุกรมการแพทย์ MedlinePlus ของหอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐ แบ่งสาเหตุของอ่อนเพลียไว้หลายกลุ่ม ดังนี้
ภาวะที่พบบ่อยและตรวจหาได้
- โลหิตจาง รวมถึงขาดธาตุเหล็ก ซึ่งบางคนขาดเหล็กแม้ยังไม่ซีด อ่านต่อที่ โลหิตจางเกิดจากอะไร
- ซึมเศร้าหรือความโศกเศร้าจากการสูญเสีย ซึ่งมักแสดงออกเป็นอาการทางกาย อ่านต่อที่ ซึมเศร้าอาการทางกาย
- โรคการนอน เช่น นอนไม่หลับ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากทางเดินหายใจอุดกั้น หรือโรคลมหลับ
- ต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำหรือสูงเกิน อ่านอาการไทรอยด์ต่ำที่มักถูกมองข้ามได้ที่ ไทรอยด์ต่ำ อาการเป็นอย่างไร
- ปวดเรื้อรัง เช่น ปวดข้อหรือปวดหลังเป็นประจำ
- แอลกอฮอล์หรือสารเสพติด โดยเฉพาะเมื่อใช้ประจำ
ยาที่ทำให้ง่วงหรือเพลีย
MedlinePlus ระบุยาที่อาจทำให้ง่วงหรือเพลีย ได้แก่ ยานอนหลับและยากล่อมประสาท ยาต้านซึมเศร้าบางชนิด ยาแก้แพ้ ยาลดความดัน ยาสเตียรอยด์ และยาขับปัสสาวะ
ถ้าสงสัยว่าเพลียจากยา ห้ามหยุดยาเอง ให้นำยาทุกตัวไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู เพราะแพทย์อาจปรับขนาดหรือเปลี่ยนยาให้ได้อย่างปลอดภัย
โรคประจำตัวและโรคเรื้อรัง
อ่อนเพลียยังเป็นอาการของโรคอีกหลายกลุ่ม เช่น เบาหวาน หัวใจล้มเหลว โรคไต โรคตับ มะเร็ง โรคภูมิต้านตนเอง เช่น เอสแอลอี ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ไฟโบรมัยอัลเจีย ภาวะทุพโภชนาการ และการติดเชื้อที่หายช้า เช่น ไวรัสตับอักเสบ วัณโรค หรือเอชไอวี
ถ้าเพลียร่วมกับเหนื่อยง่ายเวลาเดินหรือขึ้นบันได ใจสั่น หรือขาบวม ควรตรวจหัวใจด้วย อ่านต่อที่ เหนื่อยง่าย หัวใจเต้นเร็ว เกิดจากอะไร
ไปหาหมอเรื่องอ่อนเพลีย หมอจะตรวจอะไร
MedlinePlus อธิบายว่าแพทย์จะซักประวัติอาการ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ การนอน นิสัยการกินดื่ม และความรู้สึก แล้วตรวจร่างกายโดยเน้นหัวใจ ต่อมน้ำเหลือง ต่อมไทรอยด์ ช่องท้อง และระบบประสาท
การตรวจที่แพทย์อาจสั่ง ได้แก่
- ตรวจเลือดดูโลหิตจาง เบาหวาน ภาวะอักเสบ และการติดเชื้อ
- ตรวจการทำงานของไต
- ตรวจการทำงานของตับ
- ตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์
- ตรวจปัสสาวะ
ถ้าได้ใบผลเลือดกลับมาแล้วอ่านไม่เข้าใจ ดูคำอธิบายค่าต่าง ๆ ได้ที่ อ่านใบผลเลือดอย่างไร และถ้าแพทย์สงสัยขาดวิตามินบี 12 อ่านเพิ่มได้ที่ วิตามินบี 12 ขาด
เตรียมตัวก่อนไปพบแพทย์
- จดว่าเริ่มเพลียตั้งแต่เมื่อไร เพลียช่วงไหนของวัน อะไรทำให้แย่ลง
- จดชั่วโมงนอนและอาการตอนกลางคืน เช่น กรนดัง ตื่นบ่อย ตื่นมาไม่สดชื่น
- นำยาทุกตัว รวมยาสมุนไพรและอาหารเสริม ไปให้แพทย์ดู
- บอกเรื่องน้ำหนักที่เปลี่ยน ไข้ เหงื่อออกกลางคืน หรืออารมณ์เศร้า
ME/CFS กลุ่มอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ต่างจากเหนื่อยธรรมดาอย่างไร
MedlinePlus อธิบายว่ากลุ่มอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง หรือ ME/CFS เป็นโรคเรื้อรังที่ร้ายแรงและกระทบหลายระบบของร่างกาย บางคนเพลียจนลุกจากเตียงไม่ไหว
อาการหลักที่ต้องมีครบ ได้แก่
- ทำกิจกรรมที่เคยทำได้ไม่ไหว ร่วมกับอ่อนเพลียมาก นาน 6 เดือนขึ้นไป และพักแล้วไม่ดีขึ้น
- อาการแย่ลงหลังออกแรง (post-exertional malaise หรือ PEM) ไม่ว่าจะออกแรงทางกายหรือใช้ความคิด
- ปัญหาการนอน
และต้องมีอย่างน้อย 1 ใน 2 ข้อนี้ คือ มีปัญหาด้านความคิดและความจำ หรืออาการแย่ลงเวลายืนหรือนั่งตัวตรง จนรู้สึกหน้ามืด เวียนศีรษะ หรืออ่อนแรง
ความต่างสำคัญจากเหนื่อยธรรมดาคือ คนเหนื่อยทั่วไปมักดีขึ้นหลังพัก แต่ผู้ป่วย ME/CFS พักแล้วไม่หาย และออกแรงเพิ่มกลับทรุดลง
ใครเสี่ยง และตรวจอย่างไร
MedlinePlus ระบุว่า ME/CFS เกิดได้กับทุกคน แต่พบมากในช่วงอายุ 40–60 ปี และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด นักวิจัยกำลังศึกษาหลายปัจจัย เช่น การติดเชื้อ การเปลี่ยนแปลงของระบบภูมิคุ้มกัน ความเครียดทางกายหรือใจ และพันธุกรรม
ไม่มีการตรวจเลือดที่ยืนยัน ME/CFS ได้โดยตรง แพทย์ต้องตรวจแยกโรคอื่นที่ให้อาการคล้ายกันออกก่อน จึงไม่ควรวินิจฉัยตัวเองจากการอ่านในอินเทอร์เน็ต
อ่อนเพลียหลังติดเชื้อไวรัส เป็นได้นานแค่ไหน
หลายคนเริ่มเพลียหลังเป็นไข้หวัดใหญ่หรือโควิด-19 บทความในวารสารกรมการแพทย์ที่รวบรวมแบบสำรวจผู้เคยติดโควิด-19 ในไทย พบว่า เหนื่อยหรืออ่อนเพลียเป็นอาการที่ผู้ตอบรายงานบ่อยเป็นลำดับแรก ๆ รองลงมาเป็นหายใจลำบาก นอนไม่หลับ และไอ
ระยะเวลาฟื้นตัวต่างกันไปในแต่ละคน ส่วนใหญ่ค่อย ๆ ดีขึ้น แต่ถ้าเพลียไม่ดีขึ้นเลยหรือแย่ลง ควรกลับไปพบแพทย์ แนวทางดูแลตัวเองและการกลับไปออกกำลังกายหลังป่วยอ่านได้ที่ อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่
จัดการพลังงานในชีวิตประจำวันอย่างไร
ระหว่างรอผลตรวจหรือระหว่างรักษาตามสาเหตุ คำแนะนำทั่วไปจาก MedlinePlus ได้แก่
- นอนให้พอทุกคืน เข้านอนและตื่นเวลาเดิม
- กินอาหารครบ 5 หมู่ และดื่มน้ำระหว่างวันให้พอ ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจหรือโรคไตบางระยะ
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอตามที่ร่างกายไหว
- ฝึกผ่อนคลาย เช่น โยคะหรือการทำสมาธิ
- จัดตารางงานและภาระในบ้านให้พอดี ลดความเครียดเท่าที่ทำได้
- งดแอลกอฮอล์ บุหรี่ และสารเสพติด
สำหรับผู้ที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็น ME/CFS หลักที่ MedlinePlus เน้นคือการจัดกิจกรรมให้พอดี และหลีกเลี่ยงรูปแบบ "ฝืนแล้วทรุด" คือวันที่รู้สึกดีขึ้นแล้วทำมากเกินไป จนอาการกลับแย่ลง กลุ่มนี้ไม่ควรเพิ่มการออกกำลังกายเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะการออกแรงอาจทำให้อาการทรุด
กาแฟกับเครื่องดื่มชูกำลังช่วยไหม
MedlinePlus ระบุว่า สารกระตุ้นรวมถึงคาเฟอีนไม่ใช่การรักษาอ่อนเพลีย และอาจทำให้แย่ลงเมื่อหยุด ส่วนยานอนหลับหรือยากล่อมประสาทก็มักทำให้เพลียมากขึ้น การดื่มกาแฟหลายแก้วหรือเครื่องดื่มชูกำลังทุกวันจึงเป็นการกลบอาการ ไม่ใช่การแก้ต้นเหตุ
ทำไมไม่ควรหวังพึ่งอาหารเสริมอย่างเดียว
อ่อนเพลียเป็นอาการ ไม่ใช่โรค ถ้าต้นเหตุคือโลหิตจางจากเลือดออกในทางเดินอาหาร ไทรอยด์ต่ำ เบาหวานที่ยังไม่รู้ตัว หรือซึมเศร้า การกินวิตามินหรือสมุนไพรเองอาจทำให้รู้สึกว่าได้ทำอะไรบางอย่าง แต่ทำให้ไปพบแพทย์ช้าลง
MedlinePlus แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ว่าวิตามินเสริมจะช่วยหรือไม่ ไม่ได้บอกว่าวิตามินแก้อ่อนเพลีย ส่วนหน้า ME/CFS เตือนว่า การรักษาบางอย่างที่โฆษณาว่ารักษาหายยังไม่ได้รับการพิสูจน์ มักแพง และอาจอันตราย ควรคุยกับแพทย์ก่อนลองสิ่งใหม่ทุกครั้ง
อาหารเสริมใช้แทนการรักษาที่ตรงสาเหตุไม่ได้ อ่านเหตุผลเพิ่มเติมได้ที่ ทำไมอาหารเสริมใช้แทนยาที่แพทย์สั่งไม่ได้ และข้อเท็จจริงเรื่องวิตามินบีกับความเพลียอ่านได้ที่ วิตามินบีแก้อ่อนเพลียได้จริงไหม
อาการแบบไหนต้องรีบไปพบแพทย์
ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- เจ็บแน่นหน้าอก
- หอบเหนื่อยมาก หายใจไม่ทัน
- เป็นลมหมดสติ
- อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระสีดำ
- สับสน หรือเวียนศีรษะมาก
- ตาพร่ามัวทันที
- ปัสสาวะออกน้อยมากหรือไม่ออก
- บวมและน้ำหนักขึ้นเร็วในช่วงไม่กี่วัน
ถ้ามีความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือไม่อยากมีชีวิตอยู่ ให้ขอความช่วยเหลือทันที โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิต ซึ่งให้คำปรึกษาฟรีตลอด 24 ชั่วโมง หรือไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน ถ้าอยู่ในอันตรายเฉพาะหน้าให้โทร 1669
ควรนัดพบแพทย์โดยไม่รอนาน ถ้าเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุร่วมกับมีไข้ น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ หรือเหงื่อออกกลางคืนเป็นประจำ ท้องผูก ผิวแห้ง ขี้หนาวและน้ำหนักขึ้น ตื่นกลางดึกบ่อย ปวดศีรษะบ่อย นอนไม่หลับ รู้สึกเศร้า หรือใช้ยาที่อาจทำให้ง่วง
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)
แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. (ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม คำนวณ) · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. (บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. (ราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม คำนวณ) · กรดโฟลิก 0.1 มก. (100 ไมโครกรัม)
ส่วนประกอบที่คนมักถามเมื่ออ่านหัวข้อนี้ และหลักฐานที่มี
- สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. — ศูนย์สุขภาพแบบผสมผสานแห่งชาติสหรัฐ (NCCIH) อ้างงานทบทวนปี 2023 (19 งาน 2,413 คน) ว่าโสมอาจมีผลเล็กน้อยต่อความเหนื่อยล้าทั่วไป แต่งานวิจัยไม่ได้ตรงกันทั้งหมด งานทดลองในผู้มีอาการเหนื่อยล้าไม่ทราบสาเหตุ 90 คนที่ใช้สารสกัดวันละ 1 หรือ 2 กรัม นาน 4 สัปดาห์ พบคะแนนความเหนื่อยรวมไม่ต่างจากยาหลอก และงานในผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลาม 127 คนที่ใช้วันละ 800 มก. พบว่าโสมไม่ดีกว่ายาหลอก ปริมาณในแคปซูลน้อยกว่างานเหล่านี้ราว 16–40 เท่า ชนิดสารสกัดก็ต่างกัน และ NCCIH ระบุว่านอนไม่หลับเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยของโสม
- วิตามินบี 1, 2, 3, 5, 6, 12 และไบโอติน — ปริมาณอยู่ระดับใกล้ค่าแนะนำรายวัน ไม่ใช่ขนาดที่ใช้รักษาภาวะขาด เช่น บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม (คำนวณ) คิดเป็นราว 42% ของค่าแนะนำ 2.4 ไมโครกรัมต่อวันของ Linus Pauling Institute (คำนวณ) MedlinePlus แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ว่าวิตามินเสริมจะช่วยหรือไม่ ผู้ที่สงสัยว่าขาดวิตามินต้องตรวจเลือดและรักษากับแพทย์
ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้แก้อ่อนเพลีย เพิ่มพลังงาน หรือใช้แทนการตรวจหาสาเหตุได้
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือจะผ่าตัด: ใบแปะก๊วย ขิง โสม และเควอซิทิน มีรายงานเรื่องเลือดออกหรือค่าการแข็งตัวของเลือดเปลี่ยน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาที่ต้องคุมระดับยาในเลือด เช่น ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านไวรัสเอชไอวี: งานในคนพบว่าไพเพอรีน (สารในพริกไทยดำ) 20 มก. ทำให้ระดับยาบางชนิดสูงขึ้น ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณไพเพอรีน
- ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน: ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อนกินอาหารเสริมทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้
- ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: โสมและขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น
- ผู้ที่นอนไม่หลับหรือใจสั่นอยู่แล้ว: โสมอาจทำให้นอนไม่หลับหรือหัวใจเต้นเร็ว
- ก่อนเจาะเลือด: แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน
- คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด
ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →คำถามที่พบบ่อย
อ่อนเพลียนานเท่าไรถึงควรไปหาหมอ
ถ้าเพลียแม้ไม่ได้ทำอะไรหนัก พักแล้วไม่ดีขึ้น เป็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ หรือกระทบชีวิตประจำวัน ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ ไม่จำเป็นต้องรอครบ 6 เดือน ถ้าเพลียร่วมกับไข้ น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ หรือเหงื่อออกกลางคืน ควรนัดพบแพทย์โดยไม่รอนาน
อ่อนเพลียเรื้อรังต้องตรวจเลือดอะไรบ้าง
ตามข้อมูลของ MedlinePlus แพทย์อาจสั่งตรวจเลือดดูโลหิตจาง น้ำตาลในเลือด ภาวะอักเสบ การติดเชื้อ การทำงานของไต ตับ ต่อมไทรอยด์ และตรวจปัสสาวะ การตรวจเพิ่มเติมขึ้นกับประวัติและผลตรวจร่างกายของแต่ละคน
กลุ่มอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ME/CFS คืออะไร
เป็นโรคเรื้อรังที่อ่อนเพลียมากนาน 6 เดือนขึ้นไป พักแล้วไม่ดีขึ้น อาการแย่ลงหลังออกแรงทางกายหรือใช้ความคิด และมีปัญหาการนอน ร่วมกับปัญหาความจำหรืออาการหน้ามืดเวลายืนหรือนั่ง ไม่มีการตรวจเลือดยืนยันโดยตรง แพทย์ต้องตรวจแยกโรคอื่นออกก่อน
อ่อนเพลียเรื้อรังอันตรายไหม
ตัวอาการอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ต้องรักษา เช่น โลหิตจาง ไทรอยด์ เบาหวาน โรคไต โรคตับ หรือซึมเศร้า ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง เช่น เจ็บแน่นหน้าอก หอบเหนื่อยมาก เป็นลม อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ หรือสับสน ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
อ่อนเพลียกินกาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลังช่วยได้ไหม
MedlinePlus ระบุว่าสารกระตุ้นรวมถึงคาเฟอีนไม่ใช่การรักษาอ่อนเพลีย และอาจทำให้แย่ลงเมื่อหยุด การดื่มเพื่อกลบอาการทุกวันทำให้ไม่ได้แก้ต้นเหตุ ควรหาสาเหตุกับแพทย์
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- FatigueMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- Myalgic Encephalomyelitis/Chronic Fatigue SyndromeMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- อาการผิดปกติหรือภาวะแทรกซ้อนภายหลังการป่วยเป็นโควิด-19 (Long COVID)วารสารกรมการแพทย์ สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์
- Asian GinsengNational Center for Complementary and Integrative Health (NCCIH)
- สายด่วนสุขภาพจิต 1323กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14
อ่านต่อ
มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้
มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง
ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล
ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล
หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม
หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ
อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร
อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม
