เกี่ยวกับ MEMORA
สมองเสื่อมระยะกลาง อาการที่ครอบครัวต้องเตรียมรับมือ
คำตอบสั้น: สมองเสื่อมระยะกลาง (ปานกลาง) คือช่วงที่อาการหลงลืมเริ่มกระทบชีวิตประจำวันชัดเจน ผู้ป่วยยังแต่งตัว อาบน้ำ กินข้าวได้ แต่ต้องมีคนช่วยหรือคอยบอก มักสับสนวันเวลาและสถานที่ อาจเดินออกนอกบ้านแล้วหลงทาง และมีอารมณ์หรือพฤติกรรมเปลี่ยน สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่า ระยะนี้มักยาวกว่าระยะอื่นและอาจกินเวลาหลายปี ครอบครัวจึงควรวางระบบการดูแลระยะยาว ไม่ใช่รับมือเป็นครั้ง ๆ
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ระยะกลางต่างจากระยะแรกตรงที่ ต้องมีคนช่วยในกิจวัตรประจำวัน ไม่ใช่แค่ลืมนัดหรือลืมของ
- ปัญหาที่พบบ่อย: เลือกเสื้อผ้าไม่เหมาะ อาบน้ำไม่ยอม หาห้องน้ำไม่เจอ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ จำคนในบ้านสับสนเป็นบางครั้ง
- พฤติกรรมที่พบได้: หงุดหงิด ระแวง เดินออกนอกบ้าน กลางวันง่วง กลางคืนกระสับกระส่าย
- ปรับบ้านให้ปลอดภัย ทำกิจวัตรให้ซ้ำเดิม แบ่งงานเป็นขั้นตอนสั้น ๆ
- ผู้ดูแลคนเดียวมักไม่พอในระยะนี้ ควรหาคนผลัดเปลี่ยนก่อนผู้ดูแลหมดแรง
- พบแพทย์ตามนัด ห้ามหยุดหรือปรับยาสมองเสื่อมเอง และอย่าซื้อยานอนหลับให้ผู้ป่วยเอง
สมองเสื่อมระยะกลางต่างจากระยะแรกตรงไหน
ในระยะแรก ผู้ป่วยหลายคนยังดูแลตัวเองได้ ปัญหาหลักคือจำเรื่องใหม่ไม่ได้ จัดการเงินหรือจัดยาผิดพลาด แต่ใน ระยะกลาง ความหลงลืมเริ่มกินเข้าไปถึงงานพื้นฐานของชีวิต
แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม 2563 ของสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ภาคผนวก 13 (เล่ม 305–306) อธิบายขั้นของโรคตามแบบประเมิน GDS ไว้ว่า
- GDS ขั้น 5 (สมองเสื่อมปานกลาง): แต่งตัว อาบน้ำ ทำอาหาร ยังทำได้แต่ต้องมีคนช่วย หลงลืมเห็นชัดจนกระทบชีวิต มักจำบ้านเลขที่และเบอร์โทรศัพท์ตัวเองไม่ได้ ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ไม่รู้วันเดือนปี
- GDS ขั้น 6 (สมองเสื่อมรุนแรง): ต้องช่วยมากในกิจวัตรประจำวัน อาจลืมชื่อญาติใกล้ชิด แต่ยังจำเรื่องสมัยหนุ่มสาวได้ เริ่มกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่ อาจหลงผิด ทำอะไรซ้ำ ๆ วิตกกังวล กระสับกระส่าย
แบบประเมิน FAST ในภาคผนวกเดียวกันแบ่งความช่วยเหลือที่ต้องการไว้ละเอียด คือ ขั้น 5 ต้องมีคนช่วยเลือกเสื้อผ้า ขั้น 6 ต้องช่วยแต่งตัว อาบน้ำ เข้าห้องน้ำ แล้วจึงเริ่มกลั้นปัสสาวะและอุจจาระไม่ได้ตามลำดับ การรู้ว่าผู้ป่วยอยู่ขั้นไหนช่วยให้ครอบครัวเตรียมตัวล่วงหน้าได้ ภาพรวมทุกระยะอ่านที่ อัลไซเมอร์มีกี่ระยะ
ปัญหาที่เริ่มเจอ: แต่งตัว อาบน้ำ เข้าห้องน้ำ จำคนในบ้านสับสน
สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติสหรัฐ (NIA) และสมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐ ระบุอาการระยะกลางที่ครอบครัวมักเจอ เช่น
- ทำงานคุ้นเคยที่มีหลายขั้นตอนไม่ได้ เช่น แต่งตัว
- ต้องมีคนช่วยเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับอากาศหรือโอกาส
- ปฏิเสธการอาบน้ำ
- กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่
- ลืมเหตุการณ์และประวัติของตัวเอง
- จำครอบครัวและเพื่อนไม่ได้เป็นบางครั้ง
- อ่าน เขียน คิดเลขลำบาก เรียนรู้สิ่งใหม่ไม่ได้
วิธีช่วยเรื่องแต่งตัวและอาบน้ำ (MedlinePlus):
- ให้เลือกเสื้อผ้าน้อยตัว อย่าวางให้เลือกมากเกินไป
- เลือกเสื้อผ้าและรองเท้าที่ใส่ถอดง่าย เช่น แบบตีนตุ๊กแกแทนกระดุมและซิป
- ห้องน้ำควรอยู่ใกล้และหาง่าย อาจเปิดประตูทิ้งไว้ให้มองเห็น เปิดไฟห้องน้ำไว้
- ชวนเข้าห้องน้ำหลายครั้งต่อวัน ใช้กางเกงซึมซับเมื่อจำเป็น และทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน รักษาศักดิ์ศรีของผู้ป่วย
- ติดเก้าอี้นั่งอาบน้ำ ราวจับ แผ่นกันลื่น ใช้มีดโกนไฟฟ้าแทนใบมีด
ถ้าผู้ป่วยไม่ยอมอาบน้ำเป็นประจำ อ่านวิธีรับมือที่ ผู้สูงอายุไม่ยอมอาบน้ำ ส่วนเรื่องกางเกงซึมซับอ่านที่ เลือกแพมเพิสผู้ใหญ่
เมื่อผู้ป่วยจำคนในบ้านสับสน MedlinePlus แนะนำให้ใช้ชื่อคนและสถานที่ที่ผู้ป่วยรู้จัก เลี่ยงสรรพนามว่า "เขา" "เธอ" และ ถ้าผู้ป่วยจำเรื่องผิด ไม่ต้องยืนกรานแก้ ให้คุยเรื่องที่ผู้ป่วยชอบหรือเรื่องในอดีตที่ยังจำได้ดีแทน เทคนิคการคุยเพิ่มเติมอ่านที่ คุยกับผู้ป่วยสมองเสื่อมอย่างไรให้เข้าใจ
พฤติกรรมที่พบบ่อยในระยะนี้
NIA ระบุพฤติกรรมในระยะปานกลาง เช่น ประสาทหลอน หลงผิด ระแวง ทำอะไรหุนหันพลันแล่น อารมณ์ปะทุไม่เหมาะสม กระสับกระส่าย วิตกกังวล ร้องไห้ เดินไปมา โดยเฉพาะช่วงบ่ายแก่ถึงเย็น และพูดหรือทำอะไรซ้ำ ๆ
หงุดหงิด อาละวาด: MedlinePlus แนะนำให้พยายามใจเย็น เบี่ยงความสนใจ อย่าจับหรือยึดตัวผู้ป่วยเว้นแต่จำเป็นเพื่อความปลอดภัย และอย่ารับพฤติกรรมนั้นเป็นเรื่องส่วนตัว ถ้าผู้ป่วยหรือคนในบ้านอยู่ในอันตราย ให้โทร 1669 อ่านเพิ่มที่ ผู้ป่วยอัลไซเมอร์อาละวาด ก้าวร้าว
สับสนช่วงเย็นและนอนไม่หลับ: MedlinePlus แนะนำให้มีกิจวัตรประจำวัน เข้านอนเวลาเดิม ให้มีกิจกรรมช่วงกลางวัน ช่วงเย็นทำกิจกรรมสงบ ๆ และ ปรึกษาแพทย์ก่อนให้ยานอนหลับที่ซื้อเอง เพราะยานอนหลับหลายชนิดทำให้สับสนมากขึ้น อ่านที่ อาการซันดาวน์
เดินออกนอกบ้านแล้วหลงทาง: แนวทางไทย (ตาราง 40 เล่ม 201) แนะนำให้หาสาเหตุก่อน เช่น ไม่สบายตัว สื่อสารความต้องการไม่ได้ ผลข้างเคียงยา นอนไม่หลับ แล้วให้ออกกำลังในพื้นที่ปลอดภัย ติดกระดิ่งประตู ใส่นามบัตรไว้ในกระเป๋า หรือสร้อยคอที่มีเบอร์ติดต่อหรือคิวอาร์โค้ด อ่านต่อที่ ป้องกันผู้สูงอายุหลงทาง
ระแวงว่ามีคนขโมยของ: พบได้ในระยะนี้ อ่านวิธีรับมือที่ ผู้สูงอายุหวาดระแวง
ถ้าพฤติกรรมเปลี่ยนแบบกะทันหันภายในชั่วโมงหรือไม่กี่วัน อาจไม่ใช่โรคเดิมแย่ลง แต่เป็นภาวะสับสนเฉียบพลัน (delirium) ซึ่งแนวทางไทย (ตาราง 1 เล่ม 31) ระบุว่าเกิดซ้อนบนสมองเสื่อมได้ มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669: ซึมลงหรือสับสนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว มีไข้ร่วมกับสับสน หายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ชัก หรือหกล้มศีรษะกระแทก
ปรับบ้านและกิจวัตรอย่างไร
ปรับบ้าน
- เก็บกุญแจรถให้พ้นสายตาถ้าผู้ป่วยขับรถไม่ปลอดภัยแล้ว (แนวทางไทย)
- เปิดไฟห้องน้ำไว้ ให้ห้องนอนมีแสงพอให้รู้ว่าอยู่ที่ไหนเมื่อตื่นกลางคืน และเลี่ยงแสงสลัวที่ทำให้เกิดเงา (MedlinePlus)
- ลดเสียงรบกวน ปิดทีวีหรือวิทยุเวลาคุยหรือกินข้าว
- ติดนาฬิกาและปฏิทินไว้ทั่วบ้าน ติดป้ายบอกของสำคัญ (MedlinePlus)
- ถ้าผู้ป่วยเห็นภาพหลอนหรือกระวนกระวาย MedlinePlus แนะนำให้ลดสิ่งกระตุ้นรอบตัว และคลุมหรือเก็บกระจก
รายการตรวจความปลอดภัยแบบละเอียดอ่านที่ ปรับบ้านให้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ
ปรับกิจวัตร
- ทำกิจวัตรให้เป็นเวลาเดิมทุกวัน ทั้งอาบน้ำ กินข้าว เข้านอน
- สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำให้หาว่าผู้ป่วยยังทำอะไรได้ แล้วทำงานนั้นให้ง่ายลง เพื่อให้ยังได้มีส่วนร่วม
- บอกทีละขั้น ให้เวลาคิด ใช้คำถามที่ตอบ "ใช่" หรือ "ไม่ใช่" ได้ (MedlinePlus)
- ให้ผู้ดูแลเป็นคนจัดยาทั้งหมด อ่านที่ ผู้สูงอายุลืมกินยา
- ประเมินเรื่องการขับรถ MedlinePlus แนะนำให้ผู้มีอาการสมองเสื่อมทดสอบการขับรถเป็นระยะ และแม้สอบผ่านก็ควรทดสอบใหม่ใน 6 เดือน
เรื่องการกิน ผู้ป่วยอาจลืมว่ากินแล้วหรือไม่ยอมกิน MedlinePlus แนะนำให้ลดสิ่งรบกวนรอบโต๊ะอาหาร ไม่ให้อาหารร้อนหรือเย็นจัด และใช้อาหารที่หยิบกินด้วยมือได้ถ้าใช้ช้อนลำบาก อ่านเพิ่มที่ ผู้ป่วยสมองเสื่อมไม่ยอมกินข้าว
เมื่อไรผู้ดูแลคนเดียวไม่พอ ต้องหาคนช่วย
NIA ระบุว่าในระยะปานกลาง ผู้ป่วยต้องการการดูแลและคอยดูใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับคู่สมรสและครอบครัวจำนวนมาก สัญญาณว่าผู้ดูแลกำลังรับภาระเกินตัว ตาม NIA ได้แก่
- เหนื่อยล้าตลอดเวลา รู้สึกท่วมท้น เหงา หรือเศร้าสิ้นหวัง
- นอนไม่พอ ปวดหัวบ่อย
- ไม่มีเวลาออกกำลังหรือทำอาหารให้ตัวเอง ละเลยสุขภาพตัวเอง
- เริ่มพึ่งสุราหรือยา
ถ้ามีหลายข้อ หรือผู้ป่วยเริ่มต้องมีคนดูตลอดเวลา เช่น เดินออกนอกบ้านกลางคืน ถึงเวลาหาคนช่วยแล้ว ทางเลือกที่แหล่งข้อมูลกล่าวถึง ได้แก่
- แบ่งเวรกันในครอบครัวอย่างชัดเจน
- การดูแลแทนชั่วคราว (respite care) และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกลางวัน ซึ่งทั้งสมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐและแนวทางไทย (เล่ม 63) กล่าวถึง
- จ้างผู้ช่วยดูแล แนวทางไทย (เล่ม 139) อ้างถึงหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ 70 ชั่วโมงและ 420 ชั่วโมงของกรมอนามัย และหลักสูตรนักบริบาลผู้สูงอายุ 120 ชั่วโมงของกระทรวงสาธารณสุข อ่านที่ จ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุ
ผู้ดูแลเองก็ต้องได้พัก อาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบุว่าผู้ดูแลที่เป็นลูกหลานเครียดมากกว่าผู้ดูแลทั่วไป ควรได้ความรู้ มีช่วงพัก ได้พูดคุยกับผู้อื่น และตรวจสุขภาพประจำปี อ่านเพิ่มที่ ภาวะหมดไฟของผู้ดูแล ถ้ารู้สึกหมดหวัง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
เรื่องยาและการนัดแพทย์ในระยะกลาง
แนวทางไทย (เล่ม 74) ระบุว่ายามาตรฐานกลุ่ม cholinesterase inhibitors (donepezil, rivastigmine, galantamine) ใช้ในระยะน้อยถึงปานกลาง ส่วน memantine ใช้ในระยะปานกลางถึงรุนแรง การเลือกหรือปรับยาเป็นหน้าที่ของแพทย์ ครอบครัวมีหน้าที่สังเกตและเล่าให้แพทย์ฟัง
สิ่งที่ควรจดไปบอกแพทย์
- พฤติกรรมใหม่ เช่น ก้าวร้าว เห็นภาพหลอน เดินออกนอกบ้าน
- การนอน การกิน น้ำหนัก การขับถ่าย การหกล้ม
- อาการที่อาจเป็นผลข้างเคียงยา แนวทางไทย (ตาราง 10 เล่ม 71–72) ระบุว่ายาโดเนเพซิลอาจทำให้คลื่นไส้ ฝันร้าย นอนไม่หลับ ชีพจรช้า หรือวูบ
- รายการยา วิตามิน และอาหารเสริมทุกชนิด รวมทั้งยาแก้แพ้ ยานอนหลับ ยาคลายกล้ามเนื้อ เพราะแนวทางไทย (ตาราง 18 เล่ม 117–118) จัดยาบางกลุ่มเป็นยาที่ควรหลีกเลี่ยงในผู้ป่วยสมองเสื่อม
NIA ระบุว่าการดูแลพฤติกรรมควรเริ่มจากวิธีที่ไม่ใช้ยาก่อน และยาต้านโรคจิตเพิ่มความเสี่ยงเสียชีวิตในผู้สูงอายุสมองเสื่อมบางคน ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง ถ้าสงสัยยาตัวไหน ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกร อ่านภาพรวมยาที่ ยาอัลไซเมอร์มีอะไรบ้าง
ไปพบแพทย์ก่อนวันนัด ถ้าอาการแย่ลงต่อเนื่อง ผู้ป่วยไม่ปลอดภัยที่บ้าน หรือครอบครัวดูแลไม่ไหว (MedlinePlus) ส่วนวิธีเตรียมตัวไปหาหมอ อ่านที่ เตรียมตัวพาผู้สูงอายุไปหาหมอ
ได้ยินว่าอาหารเสริมช่วยให้ระยะกลางไม่แย่ลง จริงไหม
NIA เตือนให้ระวังยาเม็ดและอาหารเสริมที่สัญญาว่าช่วยความจำหรือป้องกันโรคสมอง เพราะอาจไม่ปลอดภัย เสียเงินเปล่า หรือรบกวนการรักษาอื่น ศูนย์สุขภาพแบบผสมผสานแห่งชาติสหรัฐ (NCCIH) ระบุว่ายังไม่มีหลักฐานแข็งแรงว่าแนวทางเสริมใดป้องกันปริชานบกพร่องได้ สิ่งที่ช่วยครอบครัวได้จริงในระยะนี้คือระบบการดูแล การปรับบ้าน และการพบแพทย์ต่อเนื่อง ถ้าจะใช้ผลิตภัณฑ์ใดเพิ่ม ให้แจ้งแพทย์ทุกครั้ง
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)
เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. ซึ่งให้โคลีนราว 37 มก. ต่อวันตามฉลาก (คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. ซึ่งให้วิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. ต่อวันตามฉลาก (คำนวณ) · ส่วนประกอบอื่น: เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน
คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่
ผู้ป่วยระยะกลางมักใช้ยาหลายชนิดและต้องมีผู้ดูแลจัดยาให้ ก่อนเพิ่มผลิตภัณฑ์ใดควรรู้หลักฐานในคนของส่วนประกอบแต่ละตัว ดังนี้
- เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานทดลองในญี่ปุ่นกับผู้มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คน ใช้เห็ดหัวลิงผงวันละ 3,000 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 12 เท่า (คำนวณ) คะแนนแบบทดสอบสูงกว่ากลุ่มยาหลอกระหว่างกิน แต่หลังหยุด 4 สัปดาห์คะแนนลดลง งานในคนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ผลไม่ชัด ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
- สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานในคนสุขภาพดีที่พบผลเล็กเฉพาะบางด้าน ส่วนใหญ่ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. ราว 2 เท่าของในแคปซูล (คำนวณ) และฉลากไม่ระบุปริมาณสารบาโคไซด์ ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ การทบทวนงานทดลอง 5 งานพบว่าไม่ต่างจากยาหลอกหรือยาโดเนเพซิล โดยหลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก
- โคลีน ไบทาร์เทรต 90 มก. — ให้โคลีนราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองที่ให้โคลีนไบทาร์เทรต 2.0–2.5 กรัมไม่เพิ่มความจำ และงานเล็กในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่ใช้โคลีนขนาดสูงไม่พบผู้ใดดีขึ้น
- สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 75 ปีขึ้นไป 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า (คำนวณ) ติดตามเฉลี่ย 6.1 ปี ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ และไม่ชะลอความจำถดถอย การทบทวนของ Cochrane สรุปว่าหลักฐาน "ไม่สอดคล้องและเชื่อถือไม่ได้" ใบแปะก๊วยคือที่มาของคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้าบนฉลาก
- ไพริดอกซิน 2 มก. — ให้วิตามินบี 6 ใกล้เคียงค่าแนะนำต่อวันของผู้สูงอายุ งานที่พบผลบางด้านใช้บี 6 วันละ 20 มก. ราว 12 เท่า (คำนวณ) ร่วมกับกรดโฟลิกและบี 12 ซึ่งไม่มีในผลิตภัณฑ์นี้ และเห็นผลเฉพาะคนที่มีโฮโมซิสเทอีนสูง ส่วนการวิเคราะห์รวม 11 งานราว 22,000 คน พบว่าวิตามินบีไม่มีผลต่อปริชาน
ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยความจำ ลดพฤติกรรมสับสนหรือก้าวร้าว ช่วยการนอน หรือทำให้สมองเสื่อมระยะกลางแย่ลงช้าลง ไม่ใช้แทนยาสมองเสื่อมหรือการพบแพทย์ตามนัด
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้ที่เลือดออกง่าย หรือกำลังจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม เช่น donepezil rivastigmine galantamine memantine: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง และยังไม่มีงานในคนเรื่องใช้ร่วมกับพรมมิ ต้องแจ้งแพทย์ก่อน
- ผู้มีประวัติชักหรือใช้ยากันชัก และผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้แพ้เห็ดหรือเคยแพ้สมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
- ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ต้องนับวิตามินบี 6 รวมทุกแหล่ง
- ผู้ป่วยที่จำไม่ได้ว่ากินอะไรไปแล้ว: ผู้ดูแลควรเป็นคนจัดยาและอาหารเสริมทุกชนิด และนำรายการทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกว่าอาการดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากผู้สูงอายุมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือซึมลงอย่างรวดเร็ว แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก สำลักจนหายใจลำบาก ชัก หรือหกล้มศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากผู้ป่วยหรือผู้ดูแลมีความคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →คำถามที่พบบ่อย
สมองเสื่อมระยะกลางมีอาการอย่างไร
อาการหลงลืมเริ่มกระทบชีวิตประจำวันชัดเจน ผู้ป่วยต้องมีคนช่วยเลือกเสื้อผ้า แต่งตัว หรืออาบน้ำ สับสนวันเวลาและสถานที่ จำที่อยู่หรือเบอร์โทรศัพท์ตัวเองไม่ได้ อาจกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เดินออกนอกบ้านแล้วหลงทาง นอนกลางวันกลางคืนสลับกัน และมีอารมณ์หงุดหงิด ระแวง หรือทำอะไรซ้ำ ๆ
สมองเสื่อมระยะกลางนานกี่ปี
ไม่มีตัวเลขแน่นอน สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุเพียงว่าระยะกลางมักเป็นระยะที่ยาวกว่าระยะอื่นและอาจกินเวลาหลายปี ความเร็วของโรคแตกต่างกันมากในแต่ละคน ครอบครัวจึงควรวางระบบการดูแลระยะยาวและคุยกับแพทย์ผู้รักษาเป็นระยะ
ผู้ป่วยสมองเสื่อมชอบเดินออกจากบ้าน ทำอย่างไรดี
แนวทางเวชปฏิบัติไทยแนะนำให้หาสาเหตุก่อน เช่น ไม่สบายตัว สื่อสารความต้องการไม่ได้ ผลข้างเคียงยา หรือนอนไม่หลับ แล้วให้ได้ออกกำลังในพื้นที่ปลอดภัย ติดกระดิ่งประตู ใส่นามบัตรไว้ในกระเป๋า หรือใส่สร้อยที่มีเบอร์ติดต่อหรือคิวอาร์โค้ด
ให้ยานอนหลับผู้ป่วยสมองเสื่อมที่ไม่ยอมนอนได้ไหม
ไม่ควรซื้อให้เอง MedlinePlus ระบุว่ายานอนหลับหลายชนิดทำให้ผู้ป่วยสมองเสื่อมสับสนมากขึ้น ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ ระหว่างนี้ให้ทำกิจวัตรสม่ำเสมอ ให้มีกิจกรรมช่วงกลางวัน ช่วงเย็นทำกิจกรรมสงบ และเข้านอนเวลาเดิม
เมื่อไรควรจ้างคนช่วยดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม
เมื่อผู้ป่วยต้องมีคนดูตลอดเวลา หรือผู้ดูแลเริ่มมีสัญญาณหมดแรง เช่น เหนื่อยล้าตลอด นอนไม่พอ รู้สึกท่วมท้นหรือสิ้นหวัง ละเลยสุขภาพตัวเอง ทางเลือกมีทั้งแบ่งเวรในครอบครัว ศูนย์ดูแลกลางวัน การดูแลแทนชั่วคราว และจ้างผู้ช่วยดูแลที่ผ่านการอบรม ถ้าผู้ดูแลคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษา 1323 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Stages of Alzheimer'sAlzheimer's Association
- What Are the Signs of Alzheimer's Disease?National Institute on Aging (NIA)
- Dementia - daily careMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- Dementia - behavior and sleep problemsMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม (ฉบับสมบูรณ์ 2563)สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
