บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

ยาอัลไซเมอร์มีอะไรบ้าง ช่วยได้แค่ไหน ต้องกินตลอดไหม

คำตอบสั้น: ยาที่ใช้กับโรคอัลไซเมอร์มานานมี 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรส (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน) และ เมมานทีน ยาเหล่านี้ช่วยควบคุมอาการด้านความคิดและพฤติกรรมได้บางส่วนในบางคน แต่ไม่ได้ทำให้โรคหาย NIA ระบุว่าปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดรักษาอัลไซเมอร์ให้หาย แนวทางเวชปฏิบัติไทยแนะนำให้ประเมินผลยาหลังได้ขนาดที่เหมาะสมแล้วทุก 3–6 เดือน และ ห้ามหยุดยาเอง เพราะถ้าจะหยุด แพทย์จะค่อย ๆ ลด และเมื่อหยุดแล้วโรคอาจดำเนินเร็วขึ้น

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • กลุ่มยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรส ช่วยไม่ให้สารอะเซทิลโคลีนในสมองถูกทำลายเร็ว ใช้ในระยะน้อยถึงปานกลางเป็นหลัก
  • เมมานทีน ทำงานผ่านสารกลูตาเมต ใช้ในระยะปานกลางถึงรุนแรง และใช้ร่วมกับกลุ่มแรกได้ตามที่แพทย์พิจารณา
  • งานทบทวน Cochrane ของโดเนพีซิลพบ ประโยชน์ระดับเล็ก ต่อความคิด กิจวัตร และภาพรวม และผลข้างเคียงพบมากกว่ายาหลอก
  • แนวทางไทยถือว่า อาการคงที่ ไม่แย่ลงจากก่อนเริ่มยา ก็นับเป็นการตอบสนองต่อยา
  • ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง และอาหารเสริมใช้แทนการกินยาไม่ได้

ยาอัลไซเมอร์มีอะไรบ้าง

NIA ระบุว่ายาที่ได้รับอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) สำหรับอัลไซเมอร์ ส่วนใหญ่ได้ผลดีในระยะต้นหรือระยะกลาง แบ่งเป็นกลุ่มที่ช่วยจัดการอาการ และกลุ่มใหม่ที่มุ่งเปลี่ยนการดำเนินโรค

กลุ่มที่ 1: ยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรส (cholinesterase inhibitors)

  • โดเนพีซิล (donepezil) มีแบบเม็ดและแบบเม็ดละลายในปาก
  • ริวาสติกมีน (rivastigmine) มีแบบแคปซูล และแบบแผ่นแปะผิวหนัง
  • กาแลนตามีน (galantamine) มีแบบเม็ด แคปซูลออกฤทธิ์นาน และยาน้ำ

กลุ่มที่ 2: ต้านตัวรับเอ็นเอ็มดีเอ (NMDA receptor antagonist)

  • เมมานทีน (memantine) มีแบบเม็ด ยาน้ำ และแคปซูลออกฤทธิ์นาน

แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม พ.ศ. 2563 (เล่ม 74, PDF 94) ระบุว่ายามาตรฐานในโรคอัลไซเมอร์คือ กลุ่มยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรสตัวใดตัวหนึ่งในผู้ป่วยระยะน้อยถึงปานกลาง หรือเมมานทีนในผู้ป่วยระยะปานกลางถึงรุนแรง และควรเริ่มเร็วหลังวินิจฉัย โดยพิจารณาความรุนแรง ข้อห้ามใช้ และข้อควรระวังของยาแต่ละตัว

กลุ่มใหม่: ยาแอนติบอดีต่อแอมีลอยด์ NIA ระบุว่า lecanemab และ donanemab ได้รับอนุมัติจาก FDA สหรัฐ สำหรับอัลไซเมอร์ระยะต้นหรือภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อยจากอัลไซเมอร์ ต้องตรวจยืนยันแอมีลอยด์ก่อน และต้องเฝ้าระวังผลข้างเคียงสมองบวมหรือเลือดออกด้วย MRI การมีใช้ในไทยและเงื่อนไขการใช้ ให้สอบถามแพทย์ผู้รักษา อ่านต่อได้ที่ ยาอัลไซเมอร์ตัวใหม่ Lecanemab

สองกลุ่มนี้ทำงานต่างกันอย่างไร

กลุ่มยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรส — NIA อธิบายว่ายากลุ่มนี้ ป้องกันการสลายของอะเซทิลโคลีน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่เชื่อว่าสำคัญต่อความจำและความคิด เมื่อโรคดำเนินไป สมองสร้างอะเซทิลโคลีนได้น้อยลง ยาจึงค่อย ๆ ได้ผลลดลงเมื่อเวลาผ่านไป อ่านเรื่องสารนี้เพิ่มได้ที่ อะเซทิลโคลีนคืออะไร

NIA ระบุว่ายาสามตัวในกลุ่มนี้ทำงานคล้ายกัน การเปลี่ยนตัวยาอาจไม่ได้ผลต่างกันมาก แต่บางคนอาจตอบสนองต่อยาตัวหนึ่งดีกว่าอีกตัว แนวทางไทย (เล่ม 74, PDF 94) ระบุเช่นกันว่า ประสิทธิภาพของยาแต่ละตัวในกลุ่มนี้ไม่ต่างกัน แต่ต่างกันที่ผลข้างเคียง ปฏิกิริยากับยาอื่น รูปแบบยา และจำนวนครั้งที่ต้องกิน การเลือกยาจึงขึ้นกับตัวผู้ป่วย

เมมานทีน — NIA อธิบายว่าเชื่อว่ายาทำงานโดย ควบคุมกลูตาเมต ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่ถ้ามีมากเกินอาจทำให้เซลล์สมองตาย และเพราะทำงานต่างจากกลุ่มแรก จึงสั่งใช้ร่วมกันได้ NIA ยังระบุว่า FDA อนุมัติยาผสมเมมานทีนกับโดเนพีซิลสำหรับระยะปานกลางถึงรุนแรง แนวทางไทยไม่แนะนำให้ใช้ยากลุ่มยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรสร่วมกันมากกว่า 1 ตัว (เล่ม 75, PDF 95)

อ่านรายละเอียดรายตัวได้ที่ Donepezil คือยาอะไร และ Memantine คือยาอะไร

ยาช่วยได้แค่ไหน

ตอบตรง ๆ คือช่วยได้ระดับเล็ก และต่างกันในแต่ละคน

  • NIA ระบุว่า ยังไม่มีวิธีใดรักษาอัลไซเมอร์ให้หาย ยาในกลุ่มที่ช่วยจัดการอาการอาจช่วยลดหรือควบคุมอาการด้านความคิดและพฤติกรรมบางอย่าง และช่วยให้ผู้ป่วยคงความเป็นตัวเองและการพึ่งพาตัวเองได้นานขึ้น
  • งานทบทวน Cochrane ปี 2018 รวม 30 งาน ผู้เข้าร่วม 8,257 คน พบว่าผู้ที่ได้โดเนพีซิลนาน 12 หรือ 24 สัปดาห์ มี ประโยชน์ระดับเล็กต่อความคิด กิจวัตรประจำวัน และการประเมินภาพรวมโดยแพทย์ (หลักฐานคุณภาพปานกลาง) คะแนน MMSE ต่างจากยาหลอกราว 1 คะแนนที่ 26 สัปดาห์
  • งานเดียวกันพบว่า ไม่ต่างจากยาหลอกด้านอาการพฤติกรรมและคุณภาพชีวิต และผู้ได้ยาเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์มากกว่า (72% เทียบกับ 65%)
  • NIA ระบุว่าเมมานทีนอาจช่วยให้ผู้ป่วยระยะท้ายบางคน คงความสามารถบางอย่างได้นานขึ้นอีกหลายเดือน เช่น เข้าห้องน้ำได้เอง

ความคาดหวังที่เหมาะสม คือ ยาอาจทำให้อาการค่อย ๆ แย่ลงช้ากว่าไม่ได้ยาในบางคน ไม่ใช่ทำให้ความจำกลับมาเหมือนเดิม ถ้าครอบครัวคาดหวังว่าจะเห็นพ่อแม่ดีขึ้นชัดเจน อาจรู้สึกว่ายาไม่ได้ผล ทั้งที่ยาอาจกำลังช่วยอยู่

ภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย (MCI) ต่างออกไป แนวทางไทย (เล่ม 66–70, PDF 86–90) ระบุว่าการใช้ยาสมองเสื่อมในภาวะนี้ยังไม่ได้เป็นมาตรฐาน และจัดยาบางตัวในกลุ่มนี้ไว้ในกลุ่มที่ไม่ควรใช้สำหรับ MCI การตัดสินใจจึงเป็นของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ใช้เวลานานแค่ไหนถึงรู้ว่ายาได้ผล

แนวทางเวชปฏิบัติไทย (เล่ม 74–75, PDF 94–95) วางหลักไว้ว่า

  • แพทย์มัก เริ่มที่ขนาดต่ำแล้วค่อย ๆ ปรับขึ้น ตามที่ผู้ป่วยทนผลข้างเคียงได้ ซึ่ง NIA ก็ระบุเช่นเดียวกัน และระบุว่ายิ่งขนาดสูง ผลข้างเคียงยิ่งพบได้มาก
  • ประเมินการตอบสนองหลังได้ขนาดเป้าหมายหรือขนาดสูงสุดที่ทนได้แล้ว ทุก 3–6 เดือน
  • "ตอบสนองต่อยา" หมายถึง ความคิด พฤติกรรม อารมณ์ หรือกิจวัตร ดีขึ้น หรือไม่แย่ลงจากก่อนเริ่มยา โดยใช้แบบประเมินมาตรฐานหรือการประเมินจากผู้ดูแล
  • ถ้าตอบสนองไม่ดี แพทย์มีทางเลือกหลายแบบ เช่น ปรับขนาด เปลี่ยนตัวยาในกลุ่มเดียวกัน หรือเพิ่มเมมานทีนในระยะปานกลางถึงรุนแรง

ข้อมูลจากผู้ดูแลจึงสำคัญมาก จดสั้น ๆ ทุกสัปดาห์ ว่าพ่อแม่ทำอะไรได้ อะไรเริ่มทำไม่ได้ อารมณ์และการนอนเป็นอย่างไร มีผลข้างเคียงอะไร แล้วนำไปให้แพทย์ทุกครั้ง

ต้องกินตลอดไหม ทำไมห้ามหยุดยาเอง

MedlinePlus ระบุในหน้ายาทั้งสี่ตัวว่า ยาควบคุมอาการแต่ไม่ได้ทำให้โรคหาย ให้กินต่อแม้รู้สึกดี และห้ามหยุดยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์

แนวทางเวชปฏิบัติไทย (เล่ม 75, PDF 95) ระบุว่า ถ้าจะหยุดยาด้วยเหตุผลใดก็ตาม ห้ามหยุดทันที แพทย์จะค่อย ๆ ลดขนาดลง ยกเว้นบางกรณี เช่น เปลี่ยนยา เกิดผลข้างเคียง หรือภาวะวิกฤต และ เมื่อหยุดยาแล้ว โรคอาจดำเนินมากขึ้นและเร็วขึ้น จนอาจกลับไปเท่ากับผู้ที่ไม่ได้รับยา

ในระยะรุนแรงมาก แนวทางไทยระบุว่าแพทย์อาจพิจารณาหยุดยาโดยชั่งประโยชน์กับผลข้างเคียง นี่เป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างแพทย์กับครอบครัว ไม่ใช่สิ่งที่ญาติตัดสินเอง

สิ่งที่ทำให้ครอบครัวอยากหยุดยาบ่อย ๆ คือ "กินมาตั้งนานไม่เห็นดีขึ้น" ท้องไส้ไม่สบาย หรือกังวลค่าใช้จ่าย ทุกเรื่องนี้ให้นำไปคุยกับแพทย์ แพทย์มีทางปรับได้หลายแบบ เรื่องสิทธิและค่าใช้จ่ายอ่านได้ที่ ยาอัลไซเมอร์ใช้สิทธิอะไรได้บ้าง

ผลข้างเคียงที่ต้องรู้

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยตาม NIA และ MedlinePlus

  • กลุ่มยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรส: คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ตะคริว นอนไม่หลับ ฝันผิดปกติ แนวทางไทยระบุว่ามักพบช่วงเริ่มยาหรือช่วงเพิ่มขนาด
  • เมมานทีน: เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ ท้องผูก ง่วง สับสน

แนวทางไทยเตือนว่ายากลุ่มยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรส ทำให้หัวใจเต้นช้าได้ และยาบางกลุ่มเมื่อใช้ร่วมกัน เช่น ยาลดความดันกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ เวอราพามิล ดิลไทอะเซม ดิจอกซิน เพิ่มความเสี่ยงหัวใจเต้นช้าหรือวูบ (ตาราง 12 เล่ม 80–81, PDF 100–101) ส่วนยาที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิกลดประโยชน์ของยากลุ่มนี้และทำให้สับสนได้

มีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ระหว่างใช้ยาสมองเสื่อม ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • เป็นลม หมดสติ หรือวูบ
  • หัวใจเต้นช้ามากผิดปกติ หรือเจ็บหน้าอก
  • ถ่ายดำเหนียว ถ่ายเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือดหรือมีสีคล้ายกากกาแฟ
  • ชัก
  • หายใจลำบาก หรือหายใจไม่อิ่มที่เพิ่งเกิดหรือแย่ลง
  • ผื่นขึ้นทั่วตัว หน้า ปาก หรือคอบวม

ยาสำหรับอาการพฤติกรรม เช่น นอนไม่หลับ ก้าวร้าว

NIA ระบุว่าอาการพฤติกรรมที่พบบ่อยในอัลไซเมอร์ ได้แก่ นอนไม่หลับ เดินไปมา กระวนกระวาย วิตกกังวล ก้าวร้าว และซึมเศร้า และ ควรใช้ยาสำหรับอาการเหล่านี้หลังจากได้ลองวิธีที่ไม่ใช้ยาแล้ว NIA ระบุว่าควรพิจารณายากลุ่มเสี่ยงต่อไปนี้เมื่อแพทย์อธิบายความเสี่ยงและผลข้างเคียงแล้ว และวิธีที่ไม่ใช้ยาซึ่งปลอดภัยกว่าไม่ได้ผล

  • ยานอนหลับ: ไม่ควรใช้เป็นประจำ เพราะทำให้สับสนมากขึ้นและเสี่ยงล้ม
  • ยาคลายกังวลกลุ่มเบนโซไดอะซีปีน: ทำให้ง่วง เวียนศีรษะ ล้ม สับสน ถ้าใช้ควรใช้ระยะสั้น
  • ยากันชักที่ใช้กับอาการก้าวร้าวรุนแรง: อาจทำให้ง่วง เวียนศีรษะ อารมณ์แปรปรวน สับสน
  • ยาต้านโรคจิต: ใช้กับภาพหลอน หลงผิด หวาดระแวง กระวนกระวาย ก้าวร้าว แต่มีผลข้างเคียงรุนแรง รวมถึง เพิ่มความเสี่ยงเสียชีวิตในผู้สูงอายุสมองเสื่อมบางคน จึงใช้เมื่อแพทย์เห็นว่าอาการรุนแรง

ผู้ดูแลควรสังเกตผลข้างเคียงของยาเหล่านี้อย่างใกล้ชิด และ ไม่ซื้อยานอนหลับหรือยาคลายเครียดให้ผู้ป่วยเอง

คำถามที่ควรถามแพทย์เรื่องยา

  • ยาตัวนี้ใช้เพื่ออะไร คาดหวังผลแบบไหน และจะประเมินผลเมื่อไร
  • กินเวลาไหน กินพร้อมอาหารหรือไม่ ถ้าลืมกินต้องทำอย่างไร
  • ผลข้างเคียงแบบไหนรอดูได้ แบบไหนต้องโทรหาโรงพยาบาล
  • ยาตัวนี้ตีกับยาความดัน ยาหัวใจ ยาแก้แพ้ ยาแก้ปวด หรืออาหารเสริมที่กินอยู่ไหม
  • ถ้ากลืนเม็ดยาไม่ได้ มีรูปแบบอื่นไหม เช่น ยาน้ำ เม็ดละลายในปาก หรือแผ่นแปะ
  • ถ้าวันหนึ่งต้องหยุดยา ต้องทำอย่างไร
  • ใช้สิทธิการรักษาอะไรได้บ้าง

นำยาทุกชนิด รวมยาซื้อเอง สมุนไพร และอาหารเสริม ไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดูทุกครั้ง อ่านวิธีจัดการยาหลายตัวได้ที่ ผู้สูงอายุกินยาหลายตัว ดูแลอย่างไร และพื้นฐานของโรคได้ที่ อัลไซเมอร์คืออะไร

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่

ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยาสมองเสื่อม ไม่ได้เทียบเคียงกับยาใดในบทความนี้ และห้ามนำมาใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง ผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมอยู่ ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง และต้องปรึกษาแพทย์ผู้สั่งยาก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์นี้ เพราะมีสารสกัดพรมมิซึ่งยังไม่มีงานในคนที่ศึกษาการใช้ร่วมกับยาสมองเสื่อม และมีใบแปะก๊วยที่ต้องระวังเรื่องเลือดออก

หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานวิจัยในคนยังน้อยและเล็ก งานในผู้สูงอายุญี่ปุ่นที่มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คน ใช้ผงเห็ดวันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ งานในคนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ผลไม่ชัด ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานรวมในผู้ใหญ่สุขภาพดีพบผลเล็กเฉพาะบางด้าน โดยงานส่วนใหญ่ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (มากกว่าในแคปซูล 2 เท่า คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณสารบาโคไซด์ ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก (หลักฐานคุณภาพต่ำมาก) และอาจทำให้ท้องไส้ไม่สบาย ข้อมูลจากหลอดทดลองและสัตว์ทดลองชี้ว่าอาจมีปฏิกิริยากับยาบางชนิด
  • โคลีนราว 37 มก. (คำนวณ) — คิดเป็นราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวันตามค่าของสถาบัน Linus Pauling (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมในคน ทั้งขนาด 2–2.5 กรัมในคนหนุ่มสาวและในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ไม่พบผลต่อความจำ
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 75 ปีขึ้นไป 3,069 คน ติดตามเฉลี่ย 6.1 ปี ใช้วันละ 240 มก. (มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย งานทบทวน Cochrane สรุปว่าหลักฐานไม่สอดคล้องและเชื่อถือไม่ได้ ใบแปะก๊วยเป็นที่มาของคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้า
  • วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ที่พบผลบางด้านใช้บี 6 วันละ 20 มก. ร่วมกับกรดโฟลิก 0.8 มก. และบี 12 0.5 มก. และพบผลเฉพาะคนที่ระดับโฮโมซิสเทอีนสูง ขณะที่แคปซูลนี้ไม่มีโฟลิกและบี 12 ส่วนงานรวม 11 งานราว 22,000 คน พบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานของสมองด้านความคิด

ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้เสริมฤทธิ์ยาสมองเสื่อมหรือใช้ร่วมกับยาได้อย่างปลอดภัย และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน และแจ้งแพทย์หรือทันตแพทย์ก่อนผ่าตัดว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีใบแปะก๊วย
  • ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมมานทีน): ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง ยังไม่มีงานในคนเรื่องการใช้ร่วมกับพรมมิ ต้องแจ้งแพทย์ผู้สั่งยาก่อน
  • ผู้ใช้ยากระตุ้นระบบโคลิเนอร์จิก: มีรายงานผู้ป่วย 1 รายที่ใช้ยากลุ่มนี้แล้วเหงื่อออกมาก คลื่นไส้ ใจสั่น หลังกินอาหารเสริมที่มีพรมมิ (สงสัย ยังไม่ยืนยัน) ยากลุ่มยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรสก็ออกฤทธิ์เพิ่มอะเซทิลโคลีน จึงต้องแจ้งแพทย์ผู้สั่งยา
  • ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
  • ผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
  • ผู้สูงอายุที่ลืมว่ากินอะไรไปแล้ว: ให้ผู้ดูแลเป็นคนจัดยาและอาหารเสริมทุกชนิด และนำรายการทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู

อ่านคำเตือนบนกล่องแบบละเอียดได้ที่ คำเตือนบนกล่องเม็มโมร่า และเรื่องสมุนไพรกับยาสมองเสื่อมได้ที่ กินยาสมองเสื่อมอยู่ กินพรมมิ แปะก๊วย ร่วมด้วยได้ไหม

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืม

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือหลงลืมขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เดินเซทรงตัวไม่ได้ ชัก หรือเจ็บแน่นหน้าอก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง)

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

ยาอัลไซเมอร์มีอะไรบ้าง

กลุ่มหลักที่ใช้มานานคือ กลุ่มยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรส ได้แก่ โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน ใช้ในระยะน้อยถึงปานกลางเป็นหลัก และเมมานทีน ใช้ในระยะปานกลางถึงรุนแรง ส่วนยาแอนติบอดี lecanemab และ donanemab ได้รับอนุมัติในสหรัฐสำหรับระยะต้น การมีใช้ในไทยให้สอบถามแพทย์

ยาอัลไซเมอร์ช่วยให้หายได้ไหม

ไม่ได้ NIA ระบุว่ายังไม่มีวิธีใดรักษาอัลไซเมอร์ให้หาย ยาช่วยควบคุมอาการได้บางส่วนในบางคน งานทบทวน Cochrane ของโดเนพีซิลพบประโยชน์ระดับเล็กต่อความคิด กิจวัตร และการประเมินภาพรวม

กินยาอัลไซเมอร์นานแค่ไหนถึงรู้ว่าได้ผล

แนวทางเวชปฏิบัติไทยแนะนำให้ประเมินผลหลังได้ขนาดเป้าหมายหรือขนาดสูงสุดที่ทนได้แล้วทุก 3–6 เดือน และถืออาการที่ไม่แย่ลงจากก่อนเริ่มยาเป็นการตอบสนองต่อยาด้วย

หยุดยาอัลไซเมอร์เองได้ไหม

ไม่ได้ MedlinePlus ระบุว่าห้ามหยุดยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ แนวทางเวชปฏิบัติไทยระบุว่าถ้าจะหยุด แพทย์จะค่อย ๆ ลดขนาด และเมื่อหยุดยาแล้วโรคอาจดำเนินเร็วขึ้น

ยากลุ่มยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรสกับเมมานทีนใช้ร่วมกันได้ไหม

NIA ระบุว่าทั้งสองกลุ่มทำงานต่างกันจึงสั่งใช้ร่วมกันได้ และ FDA สหรัฐอนุมัติยาผสมเมมานทีนกับโดเนพีซิลสำหรับระยะปานกลางถึงรุนแรง การใช้ร่วมกันเป็นการตัดสินใจของแพทย์

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท