เกี่ยวกับ MEMORA
ผู้ป่วยอัลไซเมอร์อาละวาด ก้าวร้าว ผู้ดูแลรับมืออย่างไร
คำตอบสั้น: ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่อาละวาดหรือก้าวร้าว ส่วนใหญ่มีเหตุผลอยู่เบื้องหลัง เช่น เจ็บปวด ท้องผูก นอนไม่พอ กลัว สับสน เสียงดัง ถูกบังคับให้ทำสิ่งที่ทำไม่ได้แล้ว หรือบอกความต้องการไม่ได้ สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติสหรัฐ (NIA) แนะนำให้หาสาเหตุก่อน พูดเบา ๆ ไม่เถียง ให้ความมั่นใจว่าปลอดภัย และเบี่ยงความสนใจ ถ้าผู้ป่วยก้าวร้าวรุนแรง ให้ผู้ดูแลถอยออกมาอยู่ในระยะปลอดภัย ยาจะพิจารณาหลังลองวิธีไม่ใช้ยาแล้ว และต้องให้แพทย์เป็นผู้ตัดสิน ถ้าพฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันที หรือมีการทำร้ายที่อาจเกิดอันตราย ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- NIA ย้ำว่า โรคเป็นต้นเหตุของพฤติกรรมเหล่านี้ ไม่ใช่ตัวผู้ป่วย
- สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ ปวด ซึมเศร้า เครียด นอนไม่พอ ท้องผูก สิ่งแวดล้อมวุ่นวาย ถูกบังคับ เหงา และยาบางชนิด
- จดบันทึกว่าเกิดเมื่อไร ที่ไหน กับใคร ก่อนหน้านั้นเกิดอะไร เพื่อหาตัวกระตุ้น
- เฉพาะหน้า: พูดช้าและเบา ฟัง ไม่เถียง บอกว่าปลอดภัย แล้วชวนทำกิจกรรมอื่น
- อย่าจับหรือดึงรั้ง ยกเว้นจำเป็นเพื่อความปลอดภัย
- เก็บกุญแจรถ มีด และของที่อาจใช้ทำร้ายให้พ้นมือ
- ยาต้านโรคจิตใช้เมื่อวิธีอื่นไม่พอ และ NIA ระบุว่าเพิ่มความเสี่ยงเสียชีวิตในผู้สูงอายุสมองเสื่อมบางคน แพทย์ต้องเป็นผู้ชั่งน้ำหนัก
ทำไมผู้ป่วยสมองเสื่อมถึงก้าวร้าว
NIA ระบุว่าพฤติกรรมที่พบได้ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ได้แก่ หงุดหงิด กังวล โกรธง่ายขึ้น ระแวงคนอื่น เดินไปมา และตีคนอื่น และย้ำว่า "โรคเป็นต้นเหตุ ไม่ใช่ตัวผู้ป่วย" เข้าใจตรงนี้ได้จะช่วยให้ผู้ดูแลไม่รู้สึกว่าถูกทำร้ายโดยเจตนา
NIA ระบุว่าส่วนใหญ่ความกระวนกระวายและความก้าวร้าวเกิดขึ้นมีเหตุ สาเหตุที่ NIA ยกตัวอย่าง ได้แก่
- ความเจ็บปวด ซึมเศร้า หรือความเครียด ผู้ป่วยหลายคนบอกไม่ได้ว่าปวดตรงไหน
- นอนหรือพักผ่อนไม่พอ
- ท้องผูก
- การเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ของสถานที่ กิจวัตร หรือคนดูแล
- ความรู้สึกสูญเสีย เช่น ไม่ได้ขับรถเองอีกแล้ว
- เสียงดัง คนเยอะ หรือวุ่นวายเกินไป
- ถูกเร่งหรือบังคับ ให้ทำสิ่งที่โรคทำให้ยากหรือทำไม่ได้แล้ว เช่น อาบน้ำ หรือให้นึกชื่อคน
- เหงา ไม่ได้พบปะผู้คน
- ยาบางชนิดหรือยาที่ตีกัน
NIA ยังระบุปัจจัยทางกายอื่น เช่น หิว กระหายน้ำ มองไม่ชัด ได้ยินไม่ชัด และผลข้างเคียงจากยาที่เพิ่งเริ่ม เรื่องหูตึงอ่านเพิ่มที่ ผู้สูงอายุหูตึง
ซึมเศร้าก็แสดงออกเป็นความหงุดหงิดได้
MedlinePlus ระบุว่าอาการซึมเศร้าในผู้สูงอายุอาจถูกมองข้ามว่าเป็นความชรา ผู้ป่วยที่เคยใจเย็นแล้วกลายเป็นหงุดหงิด ถอนตัว ไม่อยากทำอะไร อาจมีซึมเศร้าร่วมด้วย อ่านเพิ่มที่ สัญญาณซึมเศร้าในผู้สูงอายุ
หาตัวกระตุ้นด้วยการจดบันทึก
NIA ระบุว่าการจดพฤติกรรมที่เกิดซ้ำช่วยให้ผู้ดูแลและแพทย์เห็นรูปแบบและหาสาเหตุได้ ใช้สมุดเล่มเล็กหรือโน้ตในโทรศัพท์ จดทุกครั้งที่มีอาการ
- วันและเวลา เช่น ช่วงเย็นบ่อยไหม ก่อนอาหารไหม
- สถานที่และสิ่งรอบตัว ทีวีเปิดดังไหม มีแขกมาไหม
- กำลังทำอะไรอยู่ เช่น กำลังจะอาบน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อม หรือถูกห้ามออกจากบ้าน
- ใครอยู่ด้วย
- ผู้ป่วยพูดหรือแสดงอะไร เช่น จับท้อง ร้องว่าเจ็บ
- ผู้ดูแลตอบสนองอย่างไร และอะไรได้ผล
- ยาใหม่ ยาที่เปลี่ยน การขับถ่าย การนอน การกินในช่วงนั้น
เมื่อจดไปสักระยะ อาจเริ่มเห็นรูปแบบ เช่น อาละวาดทุกครั้งตอนอาบน้ำ หรือเป็นมากวันที่ไม่ได้ถ่าย นำสมุดนี้ไปให้แพทย์ดูด้วย ถ้าอาละวาดบ่อยช่วงพลบค่ำ อาจเป็นอาการซันดาวน์ อ่านต่อที่ อาการซันดาวน์ สับสน หงุดหงิดช่วงเย็น
เทคนิคลดความตึงเครียดเฉพาะหน้า
ข้อแนะนำจาก NIA และ MedlinePlus ที่ใช้ได้ทันทีเมื่อผู้ป่วยเริ่มโกรธ
- ตั้งสติก่อน หายใจลึก ๆ นับ 1 ถึง 10 ถ้าตัวเองเริ่มโมโห ผู้ป่วยมักรับรู้อารมณ์ของคนตรงหน้าได้
- พูดช้า เสียงเบา ประโยคสั้น ไม่ตะโกนกลับ
- ฟังสิ่งที่ผู้ป่วยกังวล และไม่เถียง แม้สิ่งที่พูดจะไม่จริง
- บอกให้มั่นใจว่าปลอดภัย และเราอยู่ตรงนี้เพื่อช่วย เช่น "ไม่เป็นไรนะแม่ หนูอยู่ตรงนี้"
- ใช้การสื่อสารแบบอื่น เช่น จับมือเบา ๆ ถ้าผู้ป่วยยอมรับ
- ลดสิ่งกระตุ้น ปิดทีวี ให้คนอื่นออกจากห้อง
- เบี่ยงความสนใจ ชวนกินขนม ดื่มน้ำ ฟังเพลงเก่าที่ชอบ ดูรายการโปรด ออกไปเดินเล่น หรือช่วยพับผ้า
- เลื่อนกิจกรรมที่เป็นต้นเหตุ เช่น ถ้าไม่ยอมอาบน้ำตอนนี้ ลองใหม่อีกครั้งภายหลัง อ่านเพิ่มที่ ผู้สูงอายุไม่ยอมอาบน้ำ ทำอย่างไรดี
จัดบ้านให้สงบในระยะยาว
NIA แนะนำให้ทำกิจวัตรเวลาเดิมทุกวัน เช่น อาบน้ำ แต่งตัว กินข้าว ลดเสียงดังและของรก เปิดเพลงเบา ๆ วางของรักและรูปถ่ายไว้ใกล้ตัว ให้แสงธรรมชาติเข้าบ้านตอนกลางวัน และให้ผู้ป่วยได้ขยับร่างกายทุกวันโดยไม่จัดกิจกรรมแน่นเกินไป วิธีดูแลอื่นอ่านได้ที่ ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่บ้าน และวิธีพูดคุยที่ คุยกับผู้ป่วยสมองเสื่อมอย่างไรให้เข้าใจ
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- ไม่เถียงหรือพยายามใช้เหตุผล โรคทำให้ผู้ป่วยเข้าใจเหตุผลแบบเดิมไม่ได้
- ไม่ตำหนิ ไม่ประชด ไม่ขู่ เช่น "ทำแบบนี้อีกจะส่งไปอยู่บ้านพักคนชรา"
- ไม่จับ ดึงรั้ง หรือมัด MedlinePlus แนะนำให้พยายามไม่แตะตัวหรือดึงรั้งผู้ป่วยขณะโกรธ ยกเว้นจำเป็นเพื่อความปลอดภัย
- ไม่เร่งหรือบังคับ ให้ทำสิ่งที่ผู้ป่วยต่อต้านอยู่
- ไม่ไล่ต้อนเข้ามุม ให้ผู้ป่วยมีทางออกและให้ตัวเองมีทางออก
- ไม่ซื้อยานอนหลับหรือยากล่อมประสาทมาให้เอง MedlinePlus ระบุว่ายานอนหลับที่ซื้อเองหลายชนิดทำให้สับสนมากขึ้น และ NIA ระบุว่ายานอนหลับ ยาคลายกังวล ยากันชัก และยาต้านโรคจิต ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษในผู้ป่วยอัลไซเมอร์
เมื่อไรต้องปรึกษาแพทย์เรื่องยา
นัดพบแพทย์เมื่อ
- ก้าวร้าวบ่อยขึ้นหรือรุนแรงขึ้น แม้ลองวิธีข้างต้นแล้ว
- สงสัยว่าปวด ท้องผูก ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือมีปัญหาการนอน
- สงสัยว่ายาที่เพิ่งเริ่มหรือเปลี่ยนทำให้พฤติกรรมเปลี่ยน MedlinePlus แนะนำให้ติดต่อแพทย์ในกรณีนี้
NIA ระบุว่าแพทย์จะตรวจร่างกายหาปัญหาทางกายที่ทำให้กระวนกระวายและก้าวร้าว และในบางกรณีอาจสั่งยาเพื่อบรรเทาอาการ ผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่ายารักษาพฤติกรรมควรใช้หลังจากลองวิธีที่ไม่ใช้ยาแล้ว แนวทางเวชปฏิบัติไทยก็ระบุว่ายาต้านโรคจิตใช้เฉพาะเมื่อมีอาการกระสับกระส่ายหรือก้าวร้าวร่วมด้วย
ข้อเท็จจริงเรื่องยาต้านโรคจิต
- NIA ระบุว่ายาต้านโรคจิตใช้รักษาภาพหลอน หลงผิด ระแวง กระวนกระวาย และก้าวร้าว แต่ผลข้างเคียงอาจรุนแรง รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงเสียชีวิตในผู้สูงอายุสมองเสื่อมบางคน
- ในผู้ป่วยสมองเสื่อมชนิดลิววี่บอดี้ NIA เตือนว่าอาจมีปฏิกิริยารุนแรงต่อยากลุ่มนี้
- การเลือกยา ขนาดยา และการหยุดยา เป็นการตัดสินใจของแพทย์ ห้ามนำยาของคนอื่นมาให้ ห้ามปรับขนาดเอง และห้ามหยุดเองทันทีถ้าแพทย์สั่งไว้แล้ว ให้กลับไปปรึกษาแพทย์
ความปลอดภัยของผู้ดูแลและคนในบ้าน
NIA แนะนำให้ปกป้องตัวเองและคนอื่นเมื่อจำเป็น
- เก็บหรือล็อกกุญแจรถ มีด อาวุธ และของที่อาจใช้ทำร้ายได้ ให้พ้นสายตาและมือ
- ถ้าผู้ป่วยก้าวร้าว ให้ถอยออกมาอยู่ในระยะปลอดภัยจนกว่าพฤติกรรมจะสงบ
- ให้เด็กเล็กและสัตว์เลี้ยงอยู่ห่างในช่วงที่ผู้ป่วยหงุดหงิด
- ตกลงกันในบ้านว่าใครจะเข้าไปช่วย และใครจะโทรขอความช่วยเหลือ
มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และบอกเจ้าหน้าที่ว่าผู้ป่วยเป็นสมองเสื่อม
- ผู้ป่วยทำร้ายร่างกายตัวเองหรือคนอื่นจนบาดเจ็บ หรือถือของมีคมขู่และอาจเกิดอันตราย
- พฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันทีภายในชั่วโมงหรือไม่กี่วัน สับสนมากขึ้น ซึมลง หรือรู้สึกตัวเปลี่ยนไปมา ซึ่งอาจเป็นภาวะสับสนเฉียบพลัน (delirium) NIA ระบุว่าพฤติกรรมที่เปลี่ยนกะทันหัน โดยเฉพาะหลังติดเชื้อหรือเปลี่ยนยา ต้องแจ้งแพทย์ทันที
- ไข้สูง หายใจหอบ ปวดท้องรุนแรง หรือมีอาการเจ็บป่วยรุนแรงอื่น
- หกล้มศีรษะกระแทก
- แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด
เรื่องภาวะสับสนเฉียบพลันอ่านเพิ่มที่ ภาวะสับสนเฉียบพลัน ต่างจากสมองเสื่อมอย่างไร
ดูแลใจผู้ดูแล
การถูกคนที่รักตะคอกหรือตีเป็นเรื่องเจ็บปวด NIA ระบุสัญญาณความเครียดของผู้ดูแล เช่น เหนื่อยล้า รู้สึกท่วมท้น นอนไม่พอ เศร้า โกรธง่าย และแนะนำให้ยอมรับความช่วยเหลือ แนวทางเวชปฏิบัติไทยแนะนำการช่วยเหลือผู้ดูแลด้วยกลุ่มให้ความรู้ กำลังใจ และบริการรับดูแลชั่วคราวหรือศูนย์ดูแลกลางวัน
- ผลัดเวรกับญาติ อย่าแบกคนเดียว
- พักออกจากห้องสักครู่เมื่อรู้สึกจะระเบิด ถ้าผู้ป่วยอยู่ในที่ปลอดภัย
- ถ้ารู้สึกสิ้นหวัง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง) · ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเองหรือผู้ป่วย ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
อ่านเพิ่มที่ ผู้ดูแลหมดไฟ ดูแลผู้ป่วยนานจนเหนื่อย
เรื่องเข้าใจผิดที่พบบ่อย
"แกแกล้งทำ หรือนิสัยเสียตอนแก่" ไม่ใช่ NIA ระบุว่าโรคเป็นต้นเหตุ และมักมีตัวกระตุ้นที่หาได้
"ต้องดุให้หลาบจำ" ไม่ควรทำ NIA แนะนำให้อดทน ไม่แสดงความหงุดหงิด และไม่เถียง เพราะโรคทำให้ผู้ป่วยเรียนรู้จากการถูกดุแบบเดิมไม่ได้
"มีสมุนไพรหรืออาหารเสริมที่ช่วยให้ใจเย็นลง" ไม่มีหลักฐานที่ตรวจสอบได้ และอาหารเสริมบางชนิดตีกับยา วิธีที่มีหลักฐานคือหาสาเหตุ ปรับวิธีดูแล และปรึกษาแพทย์
"อาละวาดหนักขึ้นทันทีเป็นเพราะโรคแย่ลงตามปกติ" อย่าสรุปเอง การเปลี่ยนเร็วอาจเป็นการติดเชื้อหรือผลข้างเคียงยา ต้องไปพบแพทย์ทันที
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)
เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. ต่อวัน คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน
คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่
สำหรับครอบครัวที่ดูแลผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ผู้ป่วยสงบลงหรือลดพฤติกรรมก้าวร้าว จึงไม่ควรใช้แทนการหาสาเหตุและการพบแพทย์ ผู้ป่วยที่ได้รับยาจิตเวชหรือยาสมองเสื่อมอยู่ห้ามหยุดหรือปรับยาเอง และถ้าผู้ป่วยต่อต้านการกินยา ไม่ควรบังคับให้กินอาหารเสริมเพิ่ม ให้แจ้งแพทย์เรื่องการกินยาที่แพทย์สั่ง
หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล
- เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานในผู้มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คนใช้วันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
- สารสกัดพรมมิ 150 มก. — ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก โดยหลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก งานในผู้ใหญ่สุขภาพดีใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. (2 เท่า คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณสารบาโคไซด์ และอาจทำให้ท้องไส้ไม่สบาย
- โคลีนราว 37 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — ราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมขนาดสูงกว่านี้มาก ไม่พบผลต่อความจำ
- สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อม งานทบทวน Cochrane สรุปว่าหลักฐานไม่สอดคล้องและเชื่อถือไม่ได้ ใบแปะก๊วยเป็นที่มาของคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้า
- วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ใช้บี 6 วันละ 20 มก. ร่วมกับโฟลิกและบี 12 ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มี และงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานด้านความคิด
ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม หรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมมานทีน) หรือยาจิตเวช: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง ยังไม่มีงานในคนเรื่องการใช้พรมมิร่วมกับยาสมองเสื่อม ต้องแจ้งแพทย์ก่อน
- ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
- ผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
- ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
- ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
- ผู้ป่วยที่ลืมว่ากินอะไรไปแล้ว: ให้ผู้ดูแลเป็นคนจัดยาและอาหารเสริมทุกชนิด และนำรายการทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู
ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืมหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เดินเซทรงตัวไม่ได้ ชัก เจ็บแน่นหน้าอก หรือมีการทำร้ายร่างกายที่อาจเกิดอันตราย ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ (ฟรี 24 ชั่วโมง)
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →คำถามที่พบบ่อย
ผู้ป่วยอัลไซเมอร์อาละวาดเกิดจากอะไร
NIA ระบุว่าส่วนใหญ่มีสาเหตุ เช่น ปวด ซึมเศร้า เครียด นอนไม่พอ ท้องผูก การเปลี่ยนแปลงกะทันหัน เสียงดังหรือคนเยอะ ถูกบังคับให้ทำสิ่งที่ทำไม่ได้แล้ว เหงา และยาบางชนิด การจดบันทึกช่วยให้เห็นตัวกระตุ้น
ผู้ป่วยสมองเสื่อมก้าวร้าว ควรทำอย่างไรเฉพาะหน้า
ตั้งสติ พูดช้าและเบา ฟังและไม่เถียง บอกว่าปลอดภัยและเราอยู่ตรงนี้ ลดเสียงและคนรอบตัว แล้วชวนทำกิจกรรมอื่น อย่าจับหรือดึงรั้งยกเว้นจำเป็นเพื่อความปลอดภัย ถ้ารุนแรงให้ถอยออกมาอยู่ในระยะปลอดภัย
ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ก้าวร้าวต้องกินยาไหม
ผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่าควรลองวิธีที่ไม่ใช้ยาก่อน ถ้าไม่พอแพทย์อาจพิจารณายา NIA ระบุว่ายาต้านโรคจิตอาจมีผลข้างเคียงรุนแรง รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงเสียชีวิตในผู้สูงอายุสมองเสื่อมบางคน การเลือกและปรับยาต้องเป็นการตัดสินใจของแพทย์
เมื่อไรต้องพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลทันที
มีอาการข้อใดข้อหนึ่ง เช่น ทำร้ายตัวเองหรือคนอื่นจนบาดเจ็บหรืออาจเกิดอันตราย พฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันทีภายในชั่วโมงหรือไม่กี่วัน ซึมลง ไข้สูง หกล้มศีรษะกระแทก หรือแขนขาอ่อนแรงทันที ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ผู้ดูแลจะดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อถูกผู้ป่วยทำร้าย
ถอยออกมาอยู่ในระยะปลอดภัย เก็บของมีคมและกุญแจรถ ผลัดเวรกับญาติ ขอความช่วยเหลือ และหาเวลาพัก ถ้ารู้สึกสิ้นหวัง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี 24 ชั่วโมง ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเองหรือผู้ป่วย ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Alzheimer's Caregiving: Coping With Agitation, Aggression, and SundowningNational Institute on Aging (NIA), NIH
- Alzheimer's Caregiving: Managing Personality and Behavior ChangesNational Institute on Aging (NIA), NIH
- How Is Alzheimer's Disease Treated?National Institute on Aging (NIA), NIH
- Dementia - behavior and sleep problemsMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม (ฉบับสมบูรณ์ 2563)สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ร่วมกับสมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
