เกี่ยวกับ MEMORA
ผู้สูงอายุชอบออกจากบ้าน หลงทาง ป้องกันและเตรียมตัวอย่างไร
คำตอบสั้น: ผู้สูงอายุที่เป็นสมองเสื่อมเดินออกจากบ้านหรือหลงทางได้ทุกระยะของโรค สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐ (Alzheimer's Association) ระบุว่า 6 ใน 10 คนที่เป็นสมองเสื่อมจะเดินออกไปจนหลงอย่างน้อยหนึ่งครั้ง และหลายคนเป็นซ้ำ สิ่งที่ช่วยได้คือหาสาเหตุที่ทำให้อยากออกไป จัดกิจกรรมให้ทำ ปรับประตูและบ้านโดยไม่ขังผู้ป่วยไว้คนเดียว ให้พกชื่อและเบอร์ติดต่อ และเตรียมรูปถ่ายล่าสุดไว้ ถ้าผู้ป่วยหายไป ให้เริ่มตามหาทันทีและแจ้งความที่สถานีตำรวจทันที ไม่ต้องรอ ถ้าพบแล้วบาดเจ็บหรือมีอาการฉุกเฉิน โทร 1669
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- การเดินออกจากบ้านเกิดจากโรคที่ทำให้จำสถานที่และหน้าคนคุ้นเคยไม่ได้ ไม่ใช่ความดื้อ
- สัญญาณเตือน: กลับจากที่เดิมช้ากว่าปกติ พูดถึงการไปทำงานทั้งที่เกษียณแล้ว หาห้องน้ำในบ้านไม่เจอ กระวนกระวายในที่คนเยอะ
- จัดกิจกรรมและกิจวัตร โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มักอยากออกไป
- ปรับประตู เช่น ติดกระดิ่ง ติดกลอนให้พ้นสายตา แต่ห้ามขังผู้ป่วยไว้ในบ้านคนเดียว
- ให้พกบัตรหรือสร้อยที่มีชื่อและเบอร์ติดต่อ ตามแนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อมของไทย
- เตรียมรูปถ่ายล่าสุด รายชื่อสถานที่ที่ผู้ป่วยอาจไป และบอกเพื่อนบ้านไว้
- ถ้าหาย ตามหาทันทีและแจ้งความทันที
ทำไมผู้ป่วยสมองเสื่อมเดินออกจากบ้าน
สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐอธิบายว่า โรคอัลไซเมอร์ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการจำสถานที่และใบหน้าที่คุ้นเคย จึงพบบ่อยที่ผู้ป่วยเดินออกไป หลงทาง หรือสับสนว่าตัวเองอยู่ที่ไหน และเกิดได้ในทุกระยะของโรค
แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม พ.ศ. 2563 ของสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ แนะนำให้หาสาเหตุของการเดินเร่ร่อนก่อน เช่น
- ไม่สบายตัว เช่น ปวด หิว ปวดปัสสาวะ ร้อนหรือหนาว
- สื่อสารความต้องการไม่ได้ จึงออกไปหาเอง
- ผลจากยา
- นอนไม่หลับ
- สับสน
ในบ้านไทย เหตุผลที่ครอบครัวมักเล่าคือ "จะไปทำงาน" "จะกลับบ้าน" ทั้งที่อยู่บ้านตัวเอง หรือ "จะไปรับลูกที่โรงเรียน" ทั้งที่ลูกโตแล้ว สิ่งเหล่านี้สอดคล้องกับที่สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าผู้ป่วยอาจพูดถึงการทำหน้าที่เดิม เช่น ไปทำงาน การรู้เหตุผลช่วยให้ตอบได้ตรงใจ เช่น "วันนี้วันหยุดนะพ่อ อยู่บ้านช่วยหนูรดน้ำต้นไม้ก่อน"
สัญญาณเตือนก่อนเกิดการหลงทาง
สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าทุกคนที่เป็นอัลไซเมอร์หรือสมองเสื่อมมีความเสี่ยง สัญญาณที่บอกว่าความเสี่ยงสูงขึ้น เช่น
- กลับจากการเดินเล่นหรือขับรถช้ากว่าปกติ
- ลืมวิธีไปสถานที่คุ้นเคย
- พูดถึงหน้าที่เดิม เช่น จะไปทำงาน
- พยายามหรือพูดว่าอยาก "กลับบ้าน" ทั้งที่อยู่บ้าน
- กระสับกระส่าย เดินไปมา หรือทำท่าซ้ำ ๆ
- หาห้องคุ้นเคยในบ้านไม่เจอ เช่น ห้องน้ำ ห้องนอน
- กังวลหรือกระวนกระวายในที่คนเยอะ เช่น ตลาด ห้าง ร้านอาหาร
ถ้าพ่อแม่เริ่มมีสัญญาณเหล่านี้และยังไม่เคยตรวจ ควรพาไปพบแพทย์ เพราะการหลงทางในที่คุ้นเคยเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนสมองเสื่อม และแนวทางเวชปฏิบัติไทยระบุว่าราวร้อยละ 9 ของผู้ป่วยสมองเสื่อมมีสาเหตุที่อาจแก้ไขได้ อ่านเพิ่มที่ สัญญาณเตือนสมองเสื่อมที่ครอบครัวควรรู้
ลดโอกาสเดินออกไปด้วยกิจวัตรและกิจกรรม
สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำวิธีลดความเสี่ยง แต่ย้ำว่าไม่มีวิธีใดรับประกันได้ว่าผู้ป่วยจะไม่เดินออกไป
- จัดกิจกรรมที่มีความหมายตลอดวัน เช่น พับผ้า เตรียมกับข้าว รดน้ำต้นไม้
- สังเกตช่วงเวลาที่มักอยากออกไป บางคนเป็นช่วงเย็น (อาการซันดาวน์) แล้ววางกิจกรรมหรือการออกกำลังไว้ช่วงนั้น อ่านเพิ่มที่ อาการซันดาวน์ ผู้สูงอายุสับสนช่วงเย็น
- ดูแลความต้องการพื้นฐาน เข้าห้องน้ำ อาหาร น้ำ ให้ครบ
- ปลอบใจเมื่อผู้ป่วยรู้สึกหลง ถูกทิ้ง หรือสับสน
- เลี่ยงที่คนพลุกพล่าน เช่น ห้างใหญ่ ที่ทำให้สับสนง่าย
- อย่าปล่อยผู้ป่วยไว้ลำพังในที่ใหม่ ที่อาจทำให้สับสน
- เก็บกุญแจรถ ถ้าผู้ป่วยไม่ขับรถแล้ว เพราะผู้ป่วยอาจไม่ได้ออกไปแค่ด้วยเท้า และอาจลืมว่าตัวเองไม่ควรขับแล้ว
แนวทางเวชปฏิบัติไทยแนะนำให้ออกกำลังกายในพื้นที่ที่ปลอดภัย เช่น เดินเล่นในบริเวณบ้านที่มีรั้ว หรือเดินพร้อมผู้ดูแลตอนเช้า
ปรับประตูและบ้านอย่างไรโดยไม่ขังผู้ป่วย
เมื่อโรคดำเนินไป สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐเสนอวิธีปรับบ้านให้เลือกตามสถานการณ์
- ติดกลอนประตูด้านนอกให้พ้นสายตา สูงหรือต่ำกว่าระดับสายตา
- คลุมลูกบิดประตูด้วยผ้าสีเดียวกับประตู
- พรางประตู ด้วยสีเดียวกับผนังหรือม่าน
- ติดกระดิ่งเหนือประตู หรืออุปกรณ์ที่ส่งสัญญาณเมื่อประตูเปิด แนวทางเวชปฏิบัติไทยก็แนะนำให้ติดกระดิ่งประตูเช่นกัน
- วางแผ่นรองที่ส่งเสียงเมื่อเหยียบ หน้าประตูหรือข้างเตียง
- ทำรั้วหรือแนวต้นไม้ รอบลานบ้าน
- ใช้ประตูกั้นบันได
- ติดป้ายหรือสัญลักษณ์บอกห้อง เช่น รูปส้วมที่ประตูห้องน้ำ
- เก็บของที่กระตุ้นให้อยากออกไป เช่น กระเป๋า หมวก กุญแจ กระเป๋าสตางค์
ข้อสำคัญ: สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐย้ำว่าห้ามขังผู้ป่วยไว้ในบ้าน และอย่าปล่อยไว้ลำพังในที่ใหม่หรือที่เพิ่งเปลี่ยน การล็อกผู้ป่วยไว้คนเดียวเป็นอันตรายหากเกิดไฟไหม้ ล้ม หรือเจ็บป่วยกะทันหัน ถ้าต้องออกไปทำงาน ให้หาคนอยู่ด้วย อ่านเพิ่มที่ ผู้สูงอายุอยู่บ้านคนเดียว และ จัดบ้านให้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ
บัตรหรือป้ายข้อมือแสดงชื่อและเบอร์ติดต่อ
แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อมของไทยแนะนำให้ใส่นามบัตรไว้ในกระเป๋า และให้สวมสร้อยคอที่มีเบอร์ติดต่อหรือคิวอาร์โค้ด วิธีทำให้ได้ผลจริง
- เขียนชื่อผู้ป่วย ชื่อและเบอร์โทรผู้ดูแลอย่างน้อย 2 เบอร์ และข้อความสั้น ๆ เช่น "มีภาวะความจำเสื่อม หากพบกรุณาโทร"
- ใส่ไว้หลายที่ เช่น กระเป๋าเสื้อ กระเป๋าสตางค์ สร้อยหรือสายข้อมือ
- เลือกแบบที่ถอดยาก หรือผู้ป่วยชอบใส่ เช่น สร้อยพระที่ใส่อยู่แล้วแขวนป้ายเพิ่ม
- อัปเดตเบอร์ เมื่อเปลี่ยนผู้ดูแล
อุปกรณ์ติดตามตำแหน่ง (GPS) แนวทางเวชปฏิบัติไทยจัดไว้ที่น้ำหนักคำแนะนำ III คือ "ไม่แนะนำและไม่คัดค้าน" เพราะหลักฐานยังไม่เพียงพอ วิธีเลือกและข้อจำกัดอ่านต่อที่ GPS ติดตามผู้สูงอายุ เลือกอย่างไรให้ใช้ได้จริง
เตรียมข้อมูลไว้ล่วงหน้า ก่อนวันที่ต้องใช้
สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำให้มีแผนไว้ก่อน เพื่อรู้ว่าต้องทำอะไรเมื่อเกิดเหตุ
- รูปถ่ายหน้าตรงล่าสุดที่ชัด เก็บไว้ในโทรศัพท์ของทุกคนในบ้าน ให้ตำรวจได้ทันที
- ขอให้เพื่อนบ้าน ญาติ คนรู้จัก โทรบอก ถ้าเห็นผู้ป่วยเดินอยู่ลำพัง หลงทาง หรือแต่งตัวไม่เหมาะ เช่น วินมอเตอร์ไซค์หน้าซอย ร้านค้าประจำ
- รู้จักจุดอันตรายรอบบ้าน เช่น คลอง บ่อน้ำ บันไดโล่ง ป้ายรถเมล์ ถนนที่รถวิ่งเร็ว
- ทำรายชื่อสถานที่ที่ผู้ป่วยอาจไป เช่น ที่ทำงานเก่า บ้านเก่า วัด ร้านอาหารที่ชอบ
เพิ่มข้อมูลที่บทความของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ในวารสารวิชาการอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ (พ.ศ. 2565) ระบุว่าควรให้ตำรวจ ได้แก่ รูปพรรณสัณฐาน เครื่องแต่งกาย ทรัพย์สินที่ติดตัว และลักษณะที่สังเกตได้ชัด เช่น เดินกะเผลก ชอบพูดคำเดิมซ้ำ จดสิ่งเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า และทุกเช้าจำไว้ว่าวันนี้ผู้ป่วยใส่เสื้อสีอะไร หรือถ่ายรูปไว้
ถ้าผู้ป่วยหาย ต้องทำอะไรทันที
อย่ารอ ทั้งสมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐและบทความของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ข้างต้นเน้นว่าต้องเริ่มทันที ลำดับที่ทำได้
- เริ่มตามหาบริเวณใกล้บ้านทันที สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าผู้ที่เดินหลงจำนวนมากพบภายในราว 1.5 ไมล์ (ราว 2.4 กิโลเมตร คำนวณ) จากจุดที่หายไป ดูพุ่มไม้ แนวรั้ว ริมน้ำ และที่ที่ผู้ป่วยเคยไป
- แจ้งความที่สถานีตำรวจทันที บทความของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เสนอให้แจ้งความคนหายทันทีโดยเร็ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานงานได้ทันที บอกตำรวจว่าผู้ป่วยมีภาวะสมองเสื่อม และให้รูปถ่ายกับข้อมูลที่เตรียมไว้
- โทรตรวจสอบโรงพยาบาลใกล้เคียงทุกแห่ง ทั้งรัฐและเอกชน เพราะผู้ป่วยอาจประสบอุบัติเหตุหรือเป็นลมแล้วถูกนำส่ง ทิ้งรูปพรรณและเบอร์ติดต่อไว้
- ตรวจสอบสถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียง เพราะอาจมีคนพบแล้วพาไปส่ง
- ตรวจสอบสายรถโดยสารที่ผ่านบ้าน ถ้าผู้ป่วยยังขึ้นรถเองได้
- ตรวจสอบสถานแรกรับคนไร้ที่พึ่ง ซึ่งบทความเดียวกันระบุว่าเป็นที่ที่รับผู้หลงทางที่มีอาการสมองเสื่อมเมื่อติดต่อครอบครัวไม่ได้
ระหว่างตามหา ให้มีคนหนึ่งอยู่บ้าน เผื่อผู้ป่วยกลับมาเองหรือมีคนโทรมา
เมื่อพบตัวแล้ว
ถ้าพบแล้วมีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- บาดเจ็บ มีเลือดออก หรือหกล้มศีรษะกระแทก
- ซึม ปลุกยาก หรือสับสนมากกว่าปกติชัดเจน
- หายใจลำบาก เจ็บแน่นหน้าอก
- ตัวเย็น ตัวร้อนจัด หรือดูขาดน้ำมาก
ถ้าดูปกติ ให้พูดปลอบด้วยน้ำเสียงสงบ อย่าดุหรือตำหนิ เพราะผู้ป่วยอาจกลัวและสับสนอยู่แล้ว ให้ดื่มน้ำ กินอาหาร แล้วค่อยหาสาเหตุที่ออกไป และแจ้งแพทย์ที่ดูแลในนัดถัดไป
เรื่องเข้าใจผิดที่พบบ่อย
"ต้องรอ 24 ชั่วโมงถึงจะแจ้งความคนหายได้" ไม่ควรรอ บทความของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เสนอให้แจ้งความทันทีโดยเร็ว สำหรับผู้ป่วยสมองเสื่อมทุกนาทีมีความหมาย
"ล็อกประตูขังไว้จะปลอดภัย" สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐย้ำว่าห้ามขังผู้ป่วยไว้ในบ้าน ใช้กลอนพ้นสายตาร่วมกับการมีคนดูแล
"มีที่ติดตามตัวแล้วไม่ต้องห่วง" อุปกรณ์ช่วยหาได้ แต่ไม่ได้ป้องกันการออกไป และไม่ใช้แทนคนดูแล
"ผู้ป่วยระยะต้นยังไม่หลงหรอก" สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าการหลงเกิดได้ทุกระยะ ในระยะต้นให้ทบทวนแผนของวันด้วยกัน และหาคนไปเป็นเพื่อนถ้าผู้ดูแลไปไม่ได้
ผู้ดูแลก็เครียด
สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐยอมรับว่าความเสี่ยงที่ผู้ป่วยจะหายเป็นความเครียดหนักของครอบครัว การแบ่งเวรเฝ้ากับญาติ ขอให้เพื่อนบ้านช่วยดู และมีแผนไว้ล่วงหน้าช่วยให้ผู้ดูแลไม่ต้องแบกคนเดียว ถ้ารู้สึกหมดแรง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง) ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 อ่านเพิ่มที่ ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่บ้าน
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)
เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. ต่อวัน คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน
คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่
สำหรับครอบครัวที่กังวลว่าพ่อแม่จะเดินออกจากบ้าน: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยความจำ ลดการเดินออกจากบ้าน หรือลดการหลงทาง สิ่งที่ช่วยได้จริงคือการเฝ้าดู ปรับบ้าน ให้พกชื่อและเบอร์ติดต่อ และพาไปพบแพทย์ ผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมอยู่ห้ามหยุดหรือปรับยาเอง
หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล
- เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานในผู้มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คนใช้วันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
- สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่พบผลเล็กบางด้าน เช่น การจำแบบนึกเอง ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (2 เท่า คำนวณ) ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก โดยหลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก ฉลากไม่ระบุปริมาณสารบาโคไซด์ และอาจทำให้ท้องไส้ไม่สบาย
- โคลีนราว 37 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — ราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมขนาดสูงกว่านี้มาก ไม่พบผลต่อความจำ
- สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย งานทบทวน Cochrane สรุปว่าหลักฐานไม่สอดคล้องและเชื่อถือไม่ได้ ใบแปะก๊วยเป็นที่มาของคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้า
- วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ใช้บี 6 วันละ 20 มก. ร่วมกับโฟลิกและบี 12 ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มี และงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานด้านความคิด
ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมมานทีน): ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง ยังไม่มีงานในคนเรื่องการใช้ร่วมกับพรมมิ ต้องแจ้งแพทย์ก่อน
- ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
- ผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
- ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
- ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
- ผู้ป่วยที่ลืมว่ากินอะไรไปแล้ว: ให้ผู้ดูแลเป็นคนจัดยาและอาหารเสริมทุกชนิด และนำรายการทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู
ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืมหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก หมดสติแม้ชั่วครู่ แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เดินเซทรงตัวไม่ได้ ชัก เจ็บแน่นหน้าอก หรือหกล้มศีรษะกระแทกแล้วมีอาการผิดปกติ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ (ฟรี 24 ชั่วโมง)
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →คำถามที่พบบ่อย
ทำไมคนแก่ชอบออกจากบ้าน
ในผู้ที่เป็นสมองเสื่อม โรคทำให้จำสถานที่และหน้าคนคุ้นเคยไม่ได้ แนวทางเวชปฏิบัติไทยแนะนำให้หาสาเหตุ เช่น ไม่สบายตัว สื่อสารความต้องการไม่ได้ ผลจากยา นอนไม่หลับ หรือสับสน บางคนตั้งใจจะไปทำงานหรือกลับบ้านทั้งที่อยู่บ้านแล้ว
ป้องกันผู้สูงอายุเดินออกจากบ้านได้อย่างไร
จัดกิจกรรมและกิจวัตร โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มักอยากออกไป ดูแลเรื่องห้องน้ำ อาหาร น้ำ ติดกระดิ่งประตู ติดกลอนให้พ้นสายตา เก็บกุญแจรถ และให้พกชื่อกับเบอร์ติดต่อ แต่ห้ามขังผู้ป่วยไว้ในบ้านคนเดียว
ควรเตรียมอะไรไว้ล่วงหน้าเผื่อพ่อแม่หลงทาง
รูปถ่ายหน้าตรงล่าสุด รายชื่อสถานที่ที่อาจไป ข้อมูลรูปพรรณและลักษณะเด่น เบอร์ติดต่อในกระเป๋าหรือสร้อย และบอกเพื่อนบ้านกับร้านค้าใกล้บ้านให้ช่วยโทรบอกถ้าเห็นผู้ป่วยอยู่ลำพัง
ผู้ป่วยสมองเสื่อมหายออกจากบ้าน ต้องรอ 24 ชั่วโมงก่อนแจ้งความไหม
ไม่ควรรอ ให้เริ่มตามหาบริเวณใกล้บ้านและแจ้งความที่สถานีตำรวจทันที บอกว่าผู้ป่วยมีภาวะสมองเสื่อม ให้รูปถ่าย แล้วโทรตรวจสอบโรงพยาบาล สถานีตำรวจใกล้เคียง และสถานแรกรับคนไร้ที่พึ่ง
พบตัวผู้ป่วยแล้ว ต้องพาไปโรงพยาบาลไหม
ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง เช่น บาดเจ็บ หกล้มศีรษะกระแทก ซึมหรือสับสนมากกว่าปกติ หายใจลำบาก หรือดูขาดน้ำมาก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้าดูปกติ ให้ปลอบอย่างใจเย็นและแจ้งแพทย์ในนัดถัดไป
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- WanderingAlzheimer's Association
- การพัฒนากระบวนการปฏิบัติงานติดตามคนหายในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม (ปีที่ 8 ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2565)วารสารวิชาการอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (บทความจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม)
- แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม (ฉบับสมบูรณ์ 2563)สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ร่วมกับสมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
