บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

ผู้สูงอายุไม่ยอมอาบน้ำ ผู้ป่วยสมองเสื่อม ทำอย่างไรดี

คำตอบสั้น: ผู้ป่วยสมองเสื่อมที่ไม่ยอมอาบน้ำส่วนใหญ่ไม่ได้ดื้อ แต่ NIA และสมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐอธิบายว่าผู้ป่วยอาจรู้สึกว่าการอาบน้ำน่ากลัว น่าอาย หนาว หรือไม่สบายตัว บางคนกะระยะไม่ได้จนกลัวก้าวลงน้ำ และบางคนไม่รู้สึกว่าต้องอาบ วิธีที่แนะนำคือ อาบเวลาเดิมที่ผู้ป่วยคุ้นเคย เตรียมห้องน้ำให้อุ่นและพร้อมก่อนชวน ให้เลือกเอง ใช้ผ้าเช็ดตัวคลุมไว้ตลอด เริ่มจากมือหรือเท้า และยืดหยุ่นได้ NIA แนะนำให้อาบเต็มตัวราว 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ วันอื่นเช็ดตัวเฉพาะจุดแทนได้ ห้ามปล่อยผู้ป่วยไว้ในห้องน้ำคนเดียว และหลังอาบให้ตรวจผิวหาผื่นและแผล

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • การปฏิเสธเป็นการสื่อสาร NIA ระบุว่าผู้ป่วยที่รู้สึกว่าการอาบน้ำน่ากลัวหรืออาย อาจแสดงออกด้วยการขัดขืนทั้งคำพูดและท่าทาง
  • อาบเวลาเดิมที่ผู้ป่วยคุ้น สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าคนที่อาบตอนเช้ามาทั้งชีวิตอาจสับสนถ้าเปลี่ยนเป็นตอนเย็น
  • พูดง่าย ๆ ให้เลือก เช่น "อาบตอนนี้หรืออีก 15 นาที" และใช้คำว่า "ไปล้างตัวกัน" แทนคำว่า "อาบน้ำ"
  • อาบเต็มตัว 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็พอ ตามที่ NIA แนะนำ วันอื่นเช็ดหน้า มือ เท้า รักแร้ และอวัยวะเพศ
  • ปลอดภัยไว้ก่อน แผ่นกันลื่น ราวจับ เก้าอี้นั่งอาบ ตรวจอุณหภูมิน้ำทุกครั้ง และไม่ทิ้งให้อยู่คนเดียว
  • หลังอาบ ซับให้แห้งและตรวจผิว โดยเฉพาะซอกพับ ก้นกบ สะโพก ส้นเท้า

ทำไมผู้ป่วยสมองเสื่อมกลัวหรือไม่ยอมอาบน้ำ

สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐและ NIA อธิบายเหตุผลที่พบบ่อยไว้ตรงกัน

  • อาย การอาบน้ำเป็นเรื่องส่วนตัวที่ทำคนเดียวมาทั้งชีวิต NIA ระบุว่าผู้ป่วยอาจอายและไม่อยากให้ใครช่วย และอาจโกรธที่ดูแลตัวเองไม่ได้แล้ว
  • กลัว ผู้ป่วยอาจมีปัญหาการกะระยะ ทำให้การก้าวลงอ่างหรือเห็นน้ำไหลดูน่ากลัว เสียงฝักบัวและน้ำที่สาดหน้าก็ทำให้ตกใจได้
  • หนาวหรือไม่สบายตัว ห้องน้ำเย็น พื้นเย็น หรือน้ำไม่อุ่นพอ
  • ไม่รู้สึกว่าต้องอาบ ผู้ป่วยอาจจำไม่ได้ว่าอาบครั้งล่าสุดเมื่อไร และยืนยันว่าเพิ่งอาบไป
  • สับสนกับขั้นตอน การอาบน้ำมีหลายขั้นตอน ถอดเสื้อ ปรับน้ำ ฟอกสบู่ สระผม ล้าง เช็ด ใส่เสื้อ ซึ่งผู้ป่วยอาจทำตามลำดับไม่ได้แล้ว
  • ถูกเร่ง NIA ระบุว่าการถูกบังคับให้ทำสิ่งที่โรคทำให้ยากเกินไป เช่น การอาบน้ำ เป็นสาเหตุหนึ่งของความกระวนกระวายและก้าวร้าว

แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม พ.ศ. 2563 ระบุว่ากิจวัตรพื้นฐาน เช่น การอาบน้ำ แต่งตัว ขับถ่าย มักเสียในระยะท้ายของโรค การที่ผู้ป่วยเริ่มอาบน้ำเองไม่ได้จึงเป็นส่วนหนึ่งของโรคที่ดำเนินไป อ่านภาพรวมของระยะนี้ที่ สมองเสื่อมระยะกลาง อาการที่ครอบครัวต้องเตรียมรับมือ

เตรียมห้องน้ำก่อนชวน

สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำให้เตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนบอกผู้ป่วยว่าถึงเวลาอาบน้ำ เพื่อไม่ให้ต้องปล่อยผู้ป่วยรอระหว่างไปหยิบของ

  • ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ที่ห่อตัวได้มิด สบู่ แชมพู ผ้าขนหนูผืนเล็ก และเก้าอี้นั่งอาบ
  • ห้องน้ำอุ่นพอและไม่มืดเกินไป NIA แนะนำให้เปิดเพลงเบา ๆ ถ้าช่วยให้ผ่อนคลาย
  • ตรวจอุณหภูมิน้ำทุกครั้ง แม้ผู้ป่วยจะเปิดน้ำเอง เพราะสมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐเตือนว่าผู้ป่วยอาจไม่รู้สึกว่าน้ำร้อนจนอันตราย บ้านที่ใช้เครื่องทำน้ำอุ่น ควรตั้งอุณหภูมิไม่ให้ร้อนจัด
  • ไม่ใช้น้ำมันอาบน้ำหรือของที่ทำให้พื้นลื่น ตามที่ NIA เตือน
  • ในบ้านไทยที่อาบด้วยขันจากโอ่งหรือถัง ให้ผสมน้ำอุ่นไว้ก่อน และวางทุกอย่างให้หยิบได้โดยไม่ต้องเดินไปมา

เลือกเวลาและวิธีที่ผู้ป่วยคุ้นเคย

ยึดเวลาเดิม NIA แนะนำให้อาบเวลาเดียวกันทุกวัน และสมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำให้ใช้เวลาที่ผู้ป่วยคุ้นมาตลอด ถ้าผู้ป่วยมีอาการสับสนช่วงเย็น การอาบช่วงเช้าหรือบ่ายต้นมักง่ายกว่า อ่านเพิ่มที่ อาการซันดาวน์ ผู้สูงอายุสับสน หงุดหงิดช่วงเย็น

ลองหาว่าชอบแบบไหน สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำให้ทดลองว่าผู้ป่วยชอบฝักบัวหรืออ่าง ในบ้านไทยอาจลองทั้งฝักบัว ฝักบัวมือถือ หรือตักน้ำราดทีละน้อย

พูดให้ง่ายและให้เลือก NIA แนะนำให้พูดตรง ๆ แบบธรรมดาว่า "ถึงเวลาอาบน้ำแล้ว" ถ้าไม่ตอบสนอง ให้ทางเลือก เช่น "อาบตอนนี้หรืออีก 15 นาที" สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำให้ลองใช้คำว่า "ไปล้างตัวกันนะ" แทนคำว่า "อาบน้ำ"

ให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วม ให้ถือผ้า ถือฟองน้ำ หรือขวดแชมพู แม้จะล้างตัวเองไม่ได้แล้ว ถ้ายังทำได้ ให้บอกทีละขั้นด้วยประโยคสั้น ๆ เช่น "นั่งลงนะ" "นี่สบู่" "ถูแขนเลย" แล้วทำให้ดู หรือจับมือพาทำเบา ๆ

ถ้าขัดขืน หยุดก่อน สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำให้เบี่ยงความสนใจแล้วค่อยลองใหม่ภายหลัง ไม่ควรฝืนจนกลายเป็นการต่อสู้ ถ้าผู้ป่วยมีอาการก้าวร้าวบ่อย อ่านที่ ผู้ป่วยอัลไซเมอร์อาละวาด ก้าวร้าว ผู้ดูแลรับมืออย่างไร

รักษาศักดิ์ศรีและความเป็นส่วนตัว

นี่คือหัวใจของการอาบน้ำให้ผู้ป่วย ทั้ง NIA และสมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐย้ำเรื่องนี้

  • คลุมผ้าเช็ดตัวไว้ตลอด คลุมไหล่หรือตักขณะถอดเสื้อ แล้วใช้ฟองน้ำหรือผ้าเช็ดใต้ผ้าที่คลุม
  • บางคนยอมเข้าห้องน้ำมากขึ้นถ้าได้ใส่ผ้าคลุมเข้าไปด้วย สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำให้ลอง เพราะลดความอายและช่วยให้อุ่น
  • ผู้ช่วยเพศเดียวกัน ถ้าผู้ป่วยสบายใจกว่า เช่น ลูกสาวอาบให้แม่ ลูกชายอาบให้พ่อ
  • บอกก่อนทุกขั้น NIA แนะนำให้บอกผู้ป่วยก่อนว่าจะทำอะไร แล้วค่อยทำ
  • เริ่มจากมือหรือเท้า NIA ระบุว่าส่วนนี้รู้สึกถูกคุกคามน้อยกว่า ช่วยให้ผ่อนคลายก่อนไปที่หน้า ลำตัว หรือศีรษะ
  • สระผมแยก สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าการสระผมมักเป็นขั้นตอนที่ยาก ใช้ผ้าปิดตาไม่ให้แสบ NIA แนะนำให้ลองสระที่อ่างล้างหน้า หรือสระคนละวันกับการอาบ

เช็ดตัวแทนการอาบน้ำได้บ่อยแค่ไหน

NIA แนะนำให้พยายามอาบน้ำหรือฝักบัวราว 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ให้ยืดหยุ่นได้ ในวันที่อาบเต็มตัวไม่ได้ ให้เช็ดตัวเฉพาะจุดที่สำคัญ ได้แก่ หน้า มือ เท้า รักแร้ และอวัยวะเพศ NIA ระบุว่าบางครั้งการเช็ดตัวขณะนั่งเก้าอี้ก็ทำให้ผู้ป่วยสบายใจกว่า

สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำทางเลือกเพิ่ม

  • ปรับมาตรฐานความสะอาดของเราเอง สิ่งที่ผู้ดูแลอยากได้อาจไม่ตรงกับความจำเป็นจริงของผู้ป่วย
  • ล้างวันละส่วน หมุนเวียนกันไปในแต่ละวันของสัปดาห์
  • เช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น ระหว่างวันที่อาบเต็มตัว
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแบบไม่ต้องล้างออก ร่วมกับผ้าอุ่นชื้น
  • ให้ผู้ช่วยที่ผ่านการอบรมมาช่วยที่บ้าน

ข้อสำคัญคือ อวัยวะเพศและซอกพับต้องสะอาดทุกวัน โดยเฉพาะผู้ที่กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่ สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุให้ล้างบริเวณอวัยวะเพศ ซอกพับของผิว และใต้ราวนม ส่วนการเลือกและเปลี่ยนผ้าอ้อมผู้ใหญ่อ่านที่ เลือกแพมเพิสผู้ใหญ่อย่างไร แบบกางเกงหรือแบบเทป

อุปกรณ์ห้องน้ำที่ช่วยกันลื่น

ห้องน้ำเป็นจุดที่ผู้สูงอายุหกล้มบ่อย สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐและ NIA แนะนำ

  • แผ่นยางกันลื่น ในอ่างหรือพื้นที่อาบ
  • ราวจับ ข้างโถส้วมและจุดอาบน้ำ
  • เก้าอี้หรือม้านั่งอาบน้ำ ที่ปรับความสูงได้ ให้นั่งอาบ
  • ฝักบัวแบบมือถือ NIA แนะนำเมื่อผู้ดูแลเป็นคนอาบให้ ช่วยคุมน้ำไม่ให้สาดหน้า
  • ไม่ให้มีน้ำขังบนพื้น และเช็ดพื้นให้แห้งหลังอาบ
  • นั่งขณะเช็ดตัวและใส่เสื้อผ้า ตามที่สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำ

ห้ามปล่อยผู้ป่วยสมองเสื่อมไว้ในอ่างหรือห้องน้ำคนเดียว NIA ย้ำข้อนี้ชัดเจน การจัดห้องน้ำและบ้านทั้งหลังให้ปลอดภัยอ่านที่ จัดบ้านให้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ

ดูแลผิวและสังเกตแผลกดทับระหว่างอาบ

เวลาอาบน้ำเป็นโอกาสดีในการดูผิวทั้งตัว

  • ซับให้แห้ง ไม่ถู สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำให้ซับ และเช็ดซอกนิ้วเท้าให้แห้ง
  • ดูซอกพับ NIA แนะนำให้เช็ดซอกพับให้แห้งและตรวจหาผื่น ถ้าเจอผื่น ลองใช้ครีมหรือขี้ผึ้งให้ความชุ่มชื้น ถ้าไม่ดีขึ้นให้พบแพทย์
  • ผู้ที่กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ NIA แนะนำขี้ผึ้งปกป้องผิว เช่น ปิโตรเลียมเจลลี่ รอบทวารหนักและอวัยวะเพศ ถ้าผู้ป่วยยังทำเองได้ ให้ถามก่อนว่าอยากทาเองไหม
  • ทาโลชั่น ให้ผิวนุ่ม และลดการเสียดสี
  • ดูจุดที่ถูกกดทับ สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำให้ตรวจหาผื่นและแผล โดยเฉพาะผู้ที่กลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือเคลื่อนไหวได้น้อย MedlinePlus ระบุจุดที่เกิดแผลกดทับบ่อย เช่น ส้นเท้า ข้อเท้า เข่า สะโพก กระดูกสันหลัง ก้นกบ ข้อศอก ไหล่ ท้ายทอย และใบหู และให้ติดต่อแพทย์เมื่อเห็นสัญญาณแรก ได้แก่ ผิวแดง ผิวอุ่น ผิวนุ่มยุบหรือแข็ง หรือผิวชั้นบนถลอกเป็นแผล อ่านวิธีป้องกันที่ ป้องกันแผลกดทับในผู้สูงอายุ

เมื่อไรต้องพบแพทย์หรือไปโรงพยาบาล

ควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาล เมื่อผื่นไม่ดีขึ้น มีแผลกดทับ ผู้ป่วยปวดจนไม่ยอมให้แตะตัว หรือการขัดขืนรุนแรงขึ้นจนดูแลไม่ได้ เพราะ NIA ระบุว่าความปวด ท้องผูก และยาบางชนิดเป็นเหตุของความกระวนกระวายได้

มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หกล้มในห้องน้ำแล้วศีรษะกระแทก
  • หกล้มแล้วลุกไม่ได้ หรือปวดสะโพกจนขยับไม่ได้
  • สับสน ซึม หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิมขึ้นมาทันที ซึ่งอาจเป็นภาวะสับสนเฉียบพลัน
  • แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด
  • ถูกน้ำร้อนลวกเป็นบริเวณกว้าง
  • มีท่าทีจะทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น

ผู้ดูแลไม่จำเป็นต้องทำคนเดียว

NIA ยอมรับว่าการช่วยผู้ป่วยอาบน้ำอาจเป็นงานที่ยากมากของผู้ดูแล ถ้าทำเองไม่ไหวแล้ว ให้หาคนช่วย เช่น สลับกับพี่น้อง หรือจ้างผู้ช่วยที่ผ่านการอบรม แนวทางเวชปฏิบัติไทยกล่าวถึงหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุของกรมอนามัย ภาพรวมการดูแลที่บ้านอยู่ที่ ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่บ้าน และถ้าเริ่มหมดแรง อ่านที่ ภาวะหมดไฟของผู้ดูแล หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่

ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยให้ผู้ป่วยยอมอาบน้ำ ลดการขัดขืน หรือช่วยเรื่องผิวและแผล สิ่งที่มีแหล่งรองรับคือวิธีดูแลตามบทความนี้

เรื่องเลือดออกที่ต้องรู้: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ซึ่งมาจากสารสกัดใบแปะก๊วย ห้องน้ำเป็นจุดเสี่ยงหกล้ม ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด และผู้ที่จะผ่าตัดหรือทำฟัน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน ถ้าหกล้มศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และแจ้งว่ากินผลิตภัณฑ์นี้อยู่

หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานวิจัยในคนยังน้อยและเล็ก งานในผู้สูงอายุญี่ปุ่นที่มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คน ใช้ผงเห็ดวันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานรวมในผู้ใหญ่สุขภาพดีพบผลเล็กเฉพาะบางด้าน โดยงานส่วนใหญ่ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (มากกว่าในแคปซูล 2 เท่า คำนวณ) ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก (หลักฐานคุณภาพต่ำมาก)
  • โคลีนราว 37 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — คิดเป็นราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมในคนขนาดสูงกว่านี้มากไม่พบผลต่อความจำ
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย และใบแปะก๊วยมีรายงานเรื่องเลือดออกและการชัก
  • วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ที่พบผลบางด้านใช้บี 6 วันละ 20 มก. (มากกว่าราว 12 เท่า คำนวณ) ร่วมกับโฟลิก 0.8 มก. และบี 12 0.5 มก. และพบผลเฉพาะในผู้ที่มีค่าโฮโมซิสเทอีนในเลือดสูง ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มีโฟลิกและบี 12 ส่วนงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานของสมองด้านความคิด

ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยเรื่องความจำหรือพฤติกรรม และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
  • ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมมานทีน): ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง และต้องแจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
  • ผู้สูงอายุที่ลืมว่ากินอะไรไปแล้ว: ให้ผู้ดูแลเป็นคนจัดยาและอาหารเสริมทุกชนิด

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืมหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ชัก สำลักจนหายใจไม่ออก หกล้มศีรษะกระแทก หรือมีท่าทีจะทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากผู้ป่วยหรือผู้ดูแลมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง) · หากเครียดจนรับมือไม่ไหว โทรปรึกษา 1323 ได้เช่นกัน

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมผู้ป่วยสมองเสื่อมไม่ยอมอาบน้ำ

NIA และสมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐอธิบายว่าผู้ป่วยอาจรู้สึกว่าการอาบน้ำน่ากลัว น่าอาย หนาว หรือไม่สบายตัว บางคนกะระยะไม่ได้จนกลัวก้าวลงน้ำ บางคนจำไม่ได้ว่าไม่ได้อาบมานาน และอาจแสดงความไม่สบายใจด้วยการขัดขืน

ผู้ป่วยสมองเสื่อมต้องอาบน้ำบ่อยแค่ไหน

NIA แนะนำให้พยายามอาบน้ำหรือฝักบัวราว 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์และยืดหยุ่นได้ วันอื่นให้เช็ดหน้า มือ เท้า รักแร้ และอวัยวะเพศ ส่วนผู้ที่กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ต้องทำความสะอาดอวัยวะเพศและซอกพับให้ดี

ชวนผู้ป่วยสมองเสื่อมอาบน้ำอย่างไรให้ยอม

อาบเวลาเดิมที่คุ้นเคย เตรียมห้องน้ำให้อุ่นและพร้อมก่อนชวน ให้เลือกว่าจะอาบตอนนี้หรืออีก 15 นาที ใช้คำว่าไปล้างตัวกัน คลุมผ้าเช็ดตัวไว้ตลอด เริ่มจากมือหรือเท้า และถ้าขัดขืนให้หยุดแล้วค่อยลองใหม่

ห้องน้ำผู้ป่วยสมองเสื่อมควรมีอุปกรณ์อะไร

แผ่นยางกันลื่น ราวจับ เก้าอี้นั่งอาบที่ปรับความสูงได้ และฝักบัวแบบมือถือ ตรวจอุณหภูมิน้ำทุกครั้ง ไม่ใช้น้ำมันอาบน้ำที่ทำให้ลื่น และห้ามปล่อยผู้ป่วยไว้ในห้องน้ำคนเดียว

หลังอาบน้ำควรตรวจอะไรบนผิว

ซับให้แห้งโดยเฉพาะซอกพับและซอกนิ้วเท้า ตรวจหาผื่นและแผล โดยเฉพาะก้นกบ สะโพก ส้นเท้า ในผู้ที่เคลื่อนไหวน้อยหรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ถ้าผื่นไม่ดีขึ้นหรือเห็นแผล ให้ปรึกษาพยาบาลหรือแพทย์

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท