บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

เลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุอย่างไร ดูอะไรก่อนส่งพ่อแม่ไปอยู่

คำตอบสั้น: ก่อนส่งพ่อแม่ไปอยู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบพักค้าง ให้เริ่มจาก ตรวจใบอนุญาต ในระบบตรวจสอบสถานประกอบการกิจการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงของ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ซึ่งเปิดให้ค้นโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ จากนั้นไปดูสถานที่จริงหลายครั้งในเวลาต่างกัน ถามเรื่องจำนวนผู้ดูแลและพยาบาลในแต่ละเวร การรับผู้ป่วยสมองเสื่อมที่เดินออกนอกได้ การจัดยา และแผนส่งต่อโรงพยาบาลเมื่อฉุกเฉิน ขอรายการค่าใช้จ่ายเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเซ็นสัญญา ราคาถูกหรือแพงไม่ได้บอกคุณภาพเสมอไป และการตัดสินใจนี้ ไม่ใช่การทอดทิ้ง หากทำเพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัยขึ้น

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ตรวจใบอนุญาตก่อน ระบบของ สบส. แสดงรายชื่อสถานประกอบการที่ได้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการที่ได้รับใบอนุญาต และผู้ให้บริการที่ได้รับใบรับรอง
  • ถามจำนวนผู้ดูแลต่อผู้สูงอายุแยกตามเวร โดยเฉพาะเวรกลางคืน และมีพยาบาลวิชาชีพอยู่หรือไม่
  • ผู้ป่วยสมองเสื่อม ถาม ระบบป้องกันการเดินออกนอก และวิธีรับมือพฤติกรรมเปลี่ยน โดยไม่ใช้การมัดหรือยาเกินจำเป็น
  • การจัดยา ต้องมีบันทึกชัดเจน และใช้ยาตามแพทย์สั่ง ห้ามปรับเอง
  • แผนฉุกเฉิน ส่งโรงพยาบาลไหน ใครพาไป แจ้งญาติอย่างไร
  • ขอ รายการค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมค่าที่มักไม่รวม เช่น ผ้าอ้อม ยา ค่ารถพาไปหาหมอ
  • ความรู้สึกผิดเป็นเรื่องปกติ ครอบครัวยังมีบทบาทสำคัญหลังย้าย

เมื่อไรครอบครัวควรคิดเรื่องศูนย์ดูแลแบบพักค้าง

ไม่มีจุดตัดที่ตายตัว สถานการณ์ที่หลายครอบครัวเริ่มพิจารณา เช่น

  • ผู้ป่วยต้องมีคนดูแลตลอด 24 ชั่วโมง แต่ในบ้านไม่มีใครอยู่ได้
  • หกล้มบ่อย เดินออกนอกบ้านและหลงทาง หรือเกิดอันตรายในบ้านซ้ำ ๆ
  • ผู้ดูแลหลักเริ่มป่วย นอนไม่พอ หรือหมดไฟ อ่านเพิ่มที่ ผู้ดูแลหมดไฟ
  • ต้องการการดูแลด้านการพยาบาลที่ครอบครัวทำเองไม่ไหว เช่น ผู้ป่วยติดเตียง แผลกดทับ อ่านเพิ่มที่ ดูแลผู้สูงอายุติดเตียง

ก่อนตัดสินใจ ลองพิจารณาทางเลือกอื่นด้วย เช่น จ้างผู้ดูแลมาที่บ้าน อ่านที่ จ้างคนดูแลผู้สูงอายุ หรือใช้ศูนย์ดูแลกลางวันร่วมกับการดูแลที่บ้าน อ่านที่ Day care ผู้สูงอายุคืออะไร และขอให้หน่วยบริการในพื้นที่ประเมินสิทธิการดูแลระยะยาวสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิง อ่านที่ ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ขอสิทธิอะไรได้บ้าง

ตรวจใบอนุญาตและมาตรฐานของสถานดูแล

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข มี ระบบกิจการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง ที่เปิดให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลสาธารณะได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ ได้แก่

  • รายชื่อสถานประกอบการที่ได้รับการอนุญาต ค้นจากชื่อสถาน จังหวัด หรือประเภทกิจการ ระบบแสดงเฉพาะสถานที่มีสถานะได้รับอนุญาตแล้ว
  • รายชื่อผู้ดำเนินการที่ได้รับใบอนุญาต
  • รายชื่อผู้ให้บริการที่ได้รับใบรับรอง

ถ้าค้นแล้วไม่พบสถานที่ที่สนใจ หน้าระบบแนะนำให้ติดต่อกรมสนับสนุนบริการสุขภาพโดยตรง อย่าเชื่อแค่ป้ายหรือรูปใบอนุญาตในโซเชียล ให้ค้นชื่อในระบบด้วยตัวเอง และดูว่าที่อยู่ตรงกัน

ข้อกำหนดทางกฎหมายว่าสถานดูแลประเภทใดต้องมีใบอนุญาต ต้องมีบุคลากรแบบใด และมาตรฐานสถานที่เป็นอย่างไร ให้สอบถาม สบส. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ข้อมูลในบทความนี้เป็นคำถามที่ครอบครัวควรถาม ไม่ใช่เกณฑ์ทางกฎหมาย

อัตราส่วนผู้ดูแลต่อผู้สูงอายุ และพยาบาลประจำ

ตัวเลขที่ "เหมาะสม" ขึ้นกับว่าผู้สูงอายุในศูนย์ต้องการการดูแลมากแค่ไหน คำถามที่ควรถาม

  • กลางวันมีผู้ดูแลกี่คน ดูแลผู้สูงอายุกี่คน และกลางคืนเหลือกี่คน
  • มี พยาบาลวิชาชีพ อยู่ประจำหรือไม่ อยู่กี่ชั่วโมง ถ้าไม่มี ใครเป็นผู้ประเมินอาการ
  • ผู้ดูแลผ่านการอบรมหลักสูตรใด ตรวจรายชื่อผู้ให้บริการที่ได้รับใบรับรองในระบบ สบส. ได้
  • มีแพทย์มาตรวจเป็นระยะหรือไม่ หรือต้องพาไปโรงพยาบาลเอง
  • พนักงานลาออกบ่อยไหม ผู้ป่วยสมองเสื่อมปรับตัวยากถ้าเปลี่ยนคนดูแลบ่อย

แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม 2563 กล่าวถึงหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุของกรมอนามัยและหลักสูตรนักบริบาลของกระทรวงสาธารณสุข การถามว่าผู้ดูแลผ่านหลักสูตรใด และมีใบรับรองหรือไม่ จึงเป็นคำถามที่สมเหตุสมผล

รับผู้ป่วยสมองเสื่อมหรือผู้ที่เดินออกนอกได้ไหม

ไม่ใช่ทุกแห่งพร้อมดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม ให้ถามตรง ๆ

  • เคยดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมกี่คน มีโซนหรือกิจกรรมเฉพาะไหม
  • ป้องกันการเดินออกนอกอย่างไร ประตูมีระบบอะไร ถ้าผู้ป่วยหายไปจะทำอย่างไร อ่านเพิ่มที่ ผู้สูงอายุชอบออกจากบ้าน หลงทาง
  • ถ้าผู้ป่วยก้าวร้าวหรือสับสนช่วงเย็น เจ้าหน้าที่ทำอย่างไร สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติสหรัฐ (NIA) แนะนำให้หาสาเหตุก่อนและใช้วิธีไม่ใช้ยาก่อน ถ้าคำตอบคือ "มัดไว้" หรือ "ให้ยานอนหลับ" เป็นประจำ ควรระวัง อ่านเพิ่มที่ ผู้ป่วยอัลไซเมอร์อาละวาด ก้าวร้าว
  • จัดกิจกรรมให้ผู้ป่วยแต่ละวันอย่างไร หรือนั่งดูทีวีทั้งวัน

การจัดยาและการส่งต่อโรงพยาบาล

เรื่องยา

  • ใครเป็นคนจัดยาและให้ยา มีบันทึกการให้ยารายมื้อให้ญาติดูได้ไหม
  • ถ้ายาหมด ใครพาไปรับยาหรือต่อนัดแพทย์
  • ศูนย์ต้องไม่ปรับ หยุด หรือเพิ่มยาเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาจิตเวช และยานอนหลับ ทุกการเปลี่ยนแปลงต้องมาจากแพทย์
  • ให้ครอบครัวทำรายการยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งหมดส่งให้ศูนย์ และให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวนเป็นระยะ อ่านเพิ่มที่ ผู้สูงอายุกินยาหลายชนิด

เรื่องฉุกเฉิน

  • ถ้าผู้ป่วยหกล้ม ไข้สูง หายใจลำบาก หรือซึมลง ศูนย์มีขั้นตอนอย่างไร ส่งโรงพยาบาลไหน ตรงกับสิทธิรักษาของผู้ป่วยหรือไม่
  • ใครเป็นคนพาไป และแจ้งญาติภายในเวลาเท่าไร
  • ศูนย์รู้หรือไม่ว่าผู้ป่วยมีความต้องการเรื่องการรักษาในวาระท้ายอย่างไร อ่านเพิ่มที่ การดูแลแบบประคับประคองในผู้ป่วยสมองเสื่อม

ให้เขียนข้อตกลงกับศูนย์ว่า ถ้าผู้ป่วยมีอาการข้อใดข้อหนึ่ง เช่น สับสนหรือซึมลงทันที แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ชัก หายใจลำบาก หรือหกล้มศีรษะกระแทก ต้องพาไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 แล้วแจ้งครอบครัว ไม่ใช่รอดูอาการ

ค่าใช้จ่ายที่มักไม่รวมในราคา

เราไม่ระบุราคา เพราะต่างกันมาก ให้ขอเอกสารที่ระบุชัดว่าราคารวมอะไร และค่าใช้จ่ายที่มักคิดเพิ่ม เช่น

  • ผ้าอ้อม แผ่นรองซับ อุปกรณ์ทำแผล
  • ยาและเวชภัณฑ์
  • ค่าพาไปโรงพยาบาล ค่ารถ และค่าคนไปเฝ้า
  • อาหารพิเศษ อาหารปั่น หรืออาหารทางสาย
  • กายภาพบำบัด
  • ค่ามัดจำ ค่าแรกเข้า และเงื่อนไขการคืนเงิน
  • การปรับราคาเมื่อผู้ป่วยต้องการการดูแลมากขึ้น เช่น จากเดินได้เป็นติดเตียง

อ่านสัญญาก่อนเซ็น ถ้ามีข้อสงสัยเรื่องสัญญาหรือการจัดการเงินของพ่อแม่ อ่านเพิ่มที่ พ่อแม่สมองเสื่อม ทำนิติกรรมได้ไหม

ไปดูสถานที่จริง สังเกตอะไร

  • กลิ่น ห้องน้ำและห้องนอนสะอาดไหม
  • ผู้สูงอายุที่อยู่ในศูนย์ แต่งตัวเรียบร้อย ดูไม่หิวน้ำ ไม่ถูกปล่อยนั่งรถเข็นตัวเดียวนาน ๆ
  • ความปลอดภัย ราวจับ พื้นกันลื่น ห้องน้ำกว้างพอสำหรับรถเข็น กริ่งเรียก อ่านเพิ่มที่ จัดบ้านให้ผู้สูงอายุปลอดภัย
  • อาหาร ขอดูเมนูทั้งสัปดาห์ ถามเรื่องปรับเนื้ออาหารสำหรับคนกลืนลำบาก
  • การพูดคุย เจ้าหน้าที่เรียกผู้สูงอายุด้วยความเคารพหรือไม่
  • ไปหลายเวลา ทั้งช่วงอาหาร ช่วงเย็น และวันหยุด ไม่ใช่เฉพาะวันที่นัดไว้

ความรู้สึกผิดของลูกเมื่อตัดสินใจส่งพ่อแม่ไป

ลูกหลายคนรู้สึกว่าตัวเองทอดทิ้งพ่อแม่ ความรู้สึกนี้เป็นเรื่องปกติ แต่ลองมองอีกมุม

  • เป้าหมายคือความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของพ่อแม่ ไม่ใช่ใครดูแลเอง
  • ผู้ดูแลที่ป่วยหรือหมดไฟจะดูแลใครได้ไม่ดี NIA ระบุสัญญาณความเครียดของผู้ดูแล เช่น เหนื่อยล้า รู้สึกท่วมท้น นอนไม่พอ เศร้า และแนะนำให้ยอมรับความช่วยเหลือ
  • ครอบครัวยังมีบทบาท เช่น ไปเยี่ยมสม่ำเสมอ พาไปหาหมอ ตรวจดูการดูแล เป็นผู้แทนพูดแทนพ่อแม่
  • คุยกับพี่น้องให้ชัด ว่าใครรับผิดชอบเรื่องไหน เพื่อลดความขัดแย้ง อ่านเพิ่มที่ ลูกคนเดียวดูแลพ่อแม่ป่วย

ถ้ารู้สึกเศร้ามาก นอนไม่หลับ หรือหมดหวัง ให้ขอความช่วยเหลือ ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง)

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่

สำหรับครอบครัวที่ส่งพ่อแม่ไปอยู่สถานดูแล: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ผู้ป่วยปรับตัวได้ดีขึ้น สงบลง หรือความจำดีขึ้น ถ้าจะให้รับประทานต่อในสถานดูแล ต้องแจ้งศูนย์ให้บันทึกไว้ในรายการยาเดียวกัน และให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวนร่วมกับยาที่ใช้อยู่

หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานในผู้มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คนใช้วันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก โดยหลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก งานในผู้ใหญ่สุขภาพดีใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. (2 เท่า คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณสารบาโคไซด์ และอาจทำให้ท้องไส้ไม่สบาย
  • โคลีนราว 37 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — ราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมขนาดสูงกว่านี้มาก ไม่พบผลต่อความจำ
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อม งานทบทวน Cochrane สรุปว่าหลักฐานไม่สอดคล้องและเชื่อถือไม่ได้ ใบแปะก๊วยเป็นที่มาของคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้า
  • วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ใช้บี 6 วันละ 20 มก. ร่วมกับโฟลิกและบี 12 ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มี และงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานด้านความคิด

ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมมานทีน) หรือยาจิตเวช: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง ยังไม่มีงานในคนเรื่องการใช้พรมมิร่วมกับยาสมองเสื่อม ต้องแจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
  • ผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
  • ผู้ป่วยที่ลืมว่ากินอะไรไปแล้ว: ให้ผู้ดูแลเป็นคนจัดยาและอาหารเสริมทุกชนิด และนำรายการทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัย คำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล หรือคำแนะนำทางกฎหมาย เรื่องคดี เอกสาร ค่าใช้จ่าย และสิทธิสวัสดิการ ให้ปรึกษานักกฎหมายหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืม

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ชัก หายใจลำบาก เจ็บแน่นหน้าอก หรือหกล้มศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ (ฟรี 24 ชั่วโมง)

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

ตรวจสอบได้อย่างไรว่าศูนย์ดูแลผู้สูงอายุได้รับอนุญาต

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) มีระบบตรวจสอบรายชื่อสถานประกอบการกิจการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ได้รับอนุญาต รายชื่อผู้ดำเนินการที่ได้รับใบอนุญาต และผู้ให้บริการที่ได้รับใบรับรอง ค้นได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ ถ้าไม่พบให้ติดต่อ สบส.

ควรถามอะไรเรื่องผู้ดูแลในศูนย์

ถามจำนวนผู้ดูแลต่อผู้สูงอายุแยกกลางวันกับกลางคืน มีพยาบาลวิชาชีพประจำหรือไม่ ผู้ดูแลผ่านหลักสูตรใด มีแพทย์มาตรวจไหม และพนักงานเปลี่ยนบ่อยหรือไม่

ศูนย์ดูแลรับผู้ป่วยสมองเสื่อมที่ชอบเดินออกนอกได้ไหม

แล้วแต่แห่ง ให้ถามว่าเคยดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมหรือไม่ ป้องกันการเดินออกนอกอย่างไร และรับมือพฤติกรรมเปลี่ยนอย่างไร ถ้าคำตอบคือมัดหรือให้ยานอนหลับเป็นประจำ ควรระวัง

ค่าใช้จ่ายศูนย์ดูแลผู้สูงอายุมีอะไรที่มักไม่รวม

ที่มักคิดเพิ่ม เช่น ผ้าอ้อม ยาและเวชภัณฑ์ ค่าพาไปโรงพยาบาล อาหารพิเศษ กายภาพบำบัด ค่ามัดจำ และการปรับราคาเมื่อผู้ป่วยต้องการการดูแลมากขึ้น ให้ขอรายการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเซ็นสัญญา

รู้สึกผิดที่ส่งพ่อแม่ไปอยู่ศูนย์ดูแล ทำอย่างไรดี

ความรู้สึกนี้เป็นเรื่องปกติ เป้าหมายคือความปลอดภัยของพ่อแม่ ครอบครัวยังมีบทบาทด้วยการไปเยี่ยม พาไปหาหมอ และตรวจดูการดูแล ถ้าเศร้ามากให้ขอความช่วยเหลือ ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท