บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

ลูกคนเดียวดูแลพ่อแม่ป่วย วางแผนอย่างไรไม่ให้พังทั้งงานและใจ

คำตอบสั้น: ลูกคนเดียวที่ดูแลพ่อแม่ป่วยไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างคนเดียว สิ่งที่ช่วยให้ไปได้ยาวคือประเมินว่าพ่อแม่ต้องการความช่วยเหลือเรื่องอะไรจริง ๆ แบ่งงานให้คนรอบตัวและบริการในชุมชน คุยกับที่ทำงานตั้งแต่เนิ่น ๆ วางแผนการเงินระยะยาว และจัดเวลาพักของตัวเองให้เป็นเรื่องปกติ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าผู้ดูแลในครอบครัวของผู้ป่วยสมองเสื่อมดูแลเฉลี่ยวันละ 5 ชั่วโมง และแนะนำให้ผู้ดูแลขอความช่วยเหลือจากครอบครัว เพื่อน และผู้เชี่ยวชาญ และพักอย่างสม่ำเสมอ ถ้าเริ่มหมดไฟ ให้คุยกับแพทย์ และถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • เริ่มจากประเมินความต้องการจริง ว่าพ่อแม่ทำอะไรได้เอง และต้องช่วยเรื่องไหน
  • ลูกคนเดียวไม่ได้แปลว่าต้องดูแลคนเดียว แบ่งงานให้ญาติ เพื่อนบ้าน อสม. และบริการในชุมชน
  • คุยกับที่ทำงานก่อนถึงจุดวิกฤต เรื่องเวลาและการลา ตามระเบียบของที่ทำงาน
  • วางแผนการเงินระยะยาว และเรื่องเอกสารสำคัญขณะพ่อแม่ยังตัดสินใจได้
  • รู้จักสัญญาณหมดไฟ เช่น เหนื่อยล้า นอนไม่หลับ หงุดหงิด ถอนตัวจากเพื่อน
  • เวลาพักเป็นส่วนหนึ่งของแผน ไม่ใช่สิ่งฟุ่มเฟือย

ประเมินความต้องการการดูแลของพ่อแม่จริง ๆ

ก่อนลาออกจากงานหรือย้ายบ้าน ให้นั่งลงทำรายการว่าพ่อแม่ทำอะไรได้เอง ทำได้แต่ต้องมีคนดู และทำเองไม่ได้แล้ว แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม พ.ศ. 2563 ของสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ระบุว่าในผู้ป่วยสมองเสื่อม กิจวัตรที่ต้องใช้อุปกรณ์ เช่น ใช้โทรศัพท์ ทำอาหาร จัดการเงิน จัดยา มักเสียตั้งแต่ระยะแรก ส่วนกิจวัตรพื้นฐาน เช่น อาบน้ำ แต่งตัว ขับถ่าย มักเสียในระยะท้าย ใช้เป็นกรอบคิดได้แม้พ่อแม่ป่วยด้วยโรคอื่น

ตัวอย่างรายการที่ควรเช็ก

ถ้าความสามารถเปลี่ยนเร็ว หรือพ่อแม่เริ่มหลงลืม และยังไม่เคยตรวจ ให้พาไปพบแพทย์ เพราะแนวทางเวชปฏิบัติไทยระบุว่าราวร้อยละ 9 ของผู้ป่วยสมองเสื่อมมีสาเหตุที่อาจแก้ไขได้ การรู้การวินิจฉัยยังช่วยให้วางแผนการดูแลได้ตรงกับโรค

ทบทวนเป็นระยะ

ความต้องการเปลี่ยนไปตามโรค ควรทบทวนรายการนี้ทุกครั้งที่มีเหตุเปลี่ยน เช่น หลังนอนโรงพยาบาล หลังหกล้ม หรือเมื่อแพทย์ปรับยา

แบ่งงานกับญาติ เพื่อนบ้าน อสม. และบริการชุมชน

ลูกคนเดียวมักรู้สึกว่า "ไม่มีใครช่วย" แต่ถ้าแตกงานเป็นชิ้นเล็ก ๆ จะพบว่ามีคนช่วยได้มากกว่าที่คิด สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐ (Alzheimer's Association) แนะนำให้ใช้ปฏิทินทีมดูแลเพื่อแบ่งความรับผิดชอบกับครอบครัวหรือเพื่อน

  • ญาติห่าง ๆ: ลูกพี่ลูกน้อง น้าป้า อาจรับผิดชอบเรื่องเดียว เช่น พาไปหาหมอเดือนละครั้ง หรือโทรคุยกับพ่อแม่ทุกเย็น
  • เพื่อนบ้าน: ขอให้ช่วยดูว่าไฟบ้านเปิดปิดปกติ หรือโทรบอกถ้าเห็นพ่อแม่เดินออกไปคนเดียว
  • เพื่อนของพ่อแม่และวัด: ชวนไปทำบุญหรือกิจกรรมที่คุ้นเคย
  • อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ใกล้บ้าน: สอบถามว่าในพื้นที่มีบริการเยี่ยมบ้านหรือดูแลผู้สูงอายุอะไรบ้าง เพราะบริการแต่ละพื้นที่ต่างกัน
  • บริการรับดูแลรายวัน (day care) หรือดูแลชั่วคราว: แนวทางเวชปฏิบัติไทยระบุว่าการช่วยผู้ดูแลรวมถึงการดูแลชั่วคราวเพื่อให้ผู้ดูแลได้พัก (respite care) และศูนย์ดูแลกลางวัน (day care) อ่านเพิ่มที่ Day care ผู้สูงอายุคืออะไร
  • ผู้ช่วยดูแลที่จ้าง: แนวทางเวชปฏิบัติไทยกล่าวถึงหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ เช่น หลักสูตร 70 ชั่วโมงและ 420 ชั่วโมงของกรมอนามัย และนักบริบาลผู้สูงอายุ 120 ชั่วโมงของกระทรวงสาธารณสุข ใช้เป็นคำถามตอนสัมภาษณ์ได้ อ่านเพิ่มที่ จ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุ

ถ้าวันหนึ่งการดูแลที่บ้านเกินกำลัง การพิจารณาศูนย์ดูแลไม่ใช่การทอดทิ้ง อ่านวิธีเลือกที่ เลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุอย่างไร

คุยกับที่ทำงานเรื่องเวลาและการลา

หลายคนเก็บไว้จนไม่ไหวแล้วลาออกทันที ซึ่งกระทบการเงินระยะยาวทั้งของตัวเองและของพ่อแม่ ทางที่ดีคือคุยตั้งแต่เนิ่น ๆ

  • ศึกษาระเบียบของที่ทำงาน เรื่องวันลา การลาโดยไม่รับค่าจ้าง การทำงานจากบ้าน หรือการปรับเวลาเข้าออก กับฝ่ายบุคคล
  • บอกหัวหน้าตรง ๆ แต่พอดี ว่ากำลังดูแลพ่อแม่ป่วย และเสนอทางออกที่งานยังเดินได้
  • วางนัดหมอของพ่อแม่ล่วงหน้า ให้ตรงกับวันที่สะดวก
  • มีแผนสำรอง ว่าถ้าพ่อแม่ป่วยกะทันหัน ใครไปแทนได้บ้าง

บทความนี้ไม่ได้ตรวจสอบสิทธิการลาตามกฎหมายแรงงานไทยกับแหล่งทางการ จึงไม่ระบุรายละเอียด ถ้าสงสัยเรื่องสิทธิตามกฎหมาย ให้สอบถามหน่วยงานด้านแรงงานหรือปรึกษานักกฎหมาย

วางแผนการเงินระยะยาวของการดูแล

การดูแลพ่อแม่ป่วยเรื้อรังมักยาวเป็นปี สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าระยะกลางของอัลไซเมอร์มักกินเวลานานกว่าระยะอื่นและอาจยาวหลายปี และระยะต้นเป็นเวลาที่เหมาะในการวางแผนเรื่องกฎหมาย การเงิน และการดูแลระยะท้าย สิ่งที่ควรทำ

  • ทำรายการค่าใช้จ่ายที่มีอยู่และที่อาจเพิ่มขึ้น เช่น ค่ายา ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ผ้าอ้อม ค่าจ้างผู้ช่วย การปรับบ้าน
  • ตรวจสอบสิทธิการรักษาของพ่อแม่ เช่น บัตรทอง ประกันสังคม หรือสิทธิข้าราชการ ว่าครอบคลุมอะไร โดยสอบถามโรงพยาบาลที่ใช้สิทธิ
  • รวบรวมเอกสารสำคัญ บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สมุดบัญชี กรมธรรม์ โฉนด ไว้ในที่เดียว
  • คุยกับพ่อแม่เรื่องความต้องการ ขณะที่ยังตัดสินใจได้ แนวทางเวชปฏิบัติไทยแนะนำให้ผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะแรกตัดสินใจเรื่องทรัพย์สิน พินัยกรรม และการรักษาในอนาคต
  • แยกเงินของพ่อแม่กับของตัวเองให้ชัด และจดบันทึกรายรับรายจ่าย ป้องกันความเข้าใจผิดในครอบครัวภายหลัง
  • เรื่องกฎหมาย เช่น การจัดการทรัพย์สินเมื่อพ่อแม่ตัดสินใจเองไม่ได้ แนวทางเวชปฏิบัติไทยกล่าวถึงการให้ศาลตั้งผู้พิทักษ์หรือผู้อนุบาล ให้ปรึกษานักกฎหมาย อ่านเพิ่มที่ พ่อแม่สมองเสื่อม ทำนิติกรรมได้ไหม และ พ่อแม่เริ่มหลงลืม ทำพินัยกรรมได้ไหม

อย่าลืมการเงินของตัวเอง การหยุดออมทั้งหมดเพื่อดูแลพ่อแม่อาจทำให้ตัวเองลำบากเมื่อถึงวัยเกษียณ ถ้าทำได้ ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน

สัญญาณว่าผู้ดูแลเริ่มหมดไฟ

อาจารย์แพทย์ ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบุว่าผู้ดูแลที่เป็นลูกหลานเครียดมากกว่าผู้ดูแลทั่วไป สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุสัญญาณความเครียดของผู้ดูแล เช่น

  • ปฏิเสธความจริง ว่าโรคกำลังดำเนินไป
  • โกรธ ผู้ป่วย หรือหงุดหงิดที่ทำสิ่งเดิมไม่ได้
  • ถอนตัวจากเพื่อนและกิจกรรม ที่เคยทำแล้วสบายใจ
  • กังวลเรื่องอนาคต
  • ซึมเศร้า จนรับมือไม่ไหว
  • เหนื่อยล้า จนทำงานประจำวันแทบไม่ได้
  • นอนไม่หลับ เพราะห่วงสารพัดเรื่อง
  • หงุดหงิดง่าย
  • สมาธิไม่ดี ลืมนัดของตัวเอง
  • ปัญหาสุขภาพ กายและใจเริ่มทรุด

สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำว่าถ้ามีสัญญาณเหล่านี้เป็นประจำ ให้หาเวลาคุยกับแพทย์ เพราะการปล่อยไว้ทำให้สุขภาพกายและใจแย่ลง และระบุว่าภาวะซึมเศร้าต่างจากความเครียด วิธีจัดการอ่านต่อที่ ผู้ดูแลหมดไฟ

ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง หรือรู้สึกว่าอยู่ต่อไม่ไหว ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ (ฟรี 24 ชั่วโมง) ถ้าเริ่มรู้สึกว่าอาจทำร้ายพ่อแม่หรือควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ให้ออกจากสถานการณ์ หาคนมาช่วยรับช่วง และขอความช่วยเหลือทันที

เวลาพักของผู้ดูแลจัดอย่างไร

WHO แนะนำให้ผู้ดูแลพักอย่างสม่ำเสมอ ดูแลตัวเอง และลองเทคนิคจัดการความเครียด สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำให้จัดเวลาให้ตัวเองผ่านการดูแลชั่วคราว ซึ่งให้ผู้ดูแลได้พักขณะที่ผู้ป่วยยังได้รับการดูแลในที่ปลอดภัย ใช้เวลานั้นพบเพื่อน ทำธุระ ไปหาหมอของตัวเอง หรือออกกำลังกาย

ไอเดียที่ทำได้จริง

  • พักสั้นทุกวัน: 20–30 นาทีที่ไม่ต้องรับผิดชอบใคร เช่น เดินรอบหมู่บ้านขณะญาติหรือเพื่อนบ้านนั่งเป็นเพื่อนพ่อแม่
  • พักยาวทุกสัปดาห์: ครึ่งวันที่มีคนมารับช่วง หรือพ่อแม่ไปศูนย์ดูแลกลางวัน
  • พักใหญ่เป็นครั้งคราว: หาคนดูแลแทนหลายวัน
  • ดูแลสุขภาพตัวเอง: อาจารย์แพทย์ ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล แนะนำให้ผู้ดูแลได้ความรู้ มีช่วงพัก พูดคุยกับผู้อื่น และตรวจสุขภาพประจำปี สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำให้กินอาหารดี ออกกำลัง และพักผ่อนให้พอ
  • หาคนคุยด้วย: แนวทางเวชปฏิบัติไทยระบุว่าการช่วยผู้ดูแลรวมถึงกลุ่มให้ความรู้และกำลังใจ ลองถามโรงพยาบาลที่พ่อแม่รักษาว่ามีกลุ่มผู้ดูแลหรือไม่

ความรู้สึกผิดที่ได้พักเป็นเรื่องปกติ แต่ผู้ดูแลที่หมดแรงจะดูแลได้ไม่ดี การพักจึงเป็นการดูแลพ่อแม่ทางอ้อม

เมื่อพ่อแม่มีอาการฉุกเฉิน

ลูกคนเดียวควรติดเบอร์ 1669 และเบอร์ญาติที่ช่วยได้ไว้ข้างโทรศัพท์และในมือถือ ถ้าพ่อแม่มีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • สับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันที ซึมลง ปลุกยาก
  • ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที
  • เจ็บแน่นหน้าอก หายใจลำบาก
  • หกล้มศีรษะกระแทกแล้วมีอาการผิดปกติ หรือหมดสติ

เรื่องเข้าใจผิดที่พบบ่อย

"ลูกคนเดียวต้องลาออกมาดูแลเองถึงจะเป็นลูกที่ดี" การดูแลมีหลายรูปแบบ การทำงานต่อและจัดคนช่วยอาจทำให้ดูแลได้นานกว่า

"ขอความช่วยเหลือคือความล้มเหลว" WHO แนะนำให้ผู้ดูแลขอความช่วยเหลือจากครอบครัว เพื่อน และผู้เชี่ยวชาญ

"เดี๋ยวค่อยคุยเรื่องเงินและเอกสาร" ช่วงที่พ่อแม่ยังตัดสินใจได้คือช่วงที่เหมาะ ถ้ารอจนตัดสินใจไม่ได้ เรื่องกฎหมายจะซับซ้อนขึ้น

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. ต่อวัน คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่

สำหรับลูกที่ดูแลพ่อแม่อยู่คนเดียว: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยความจำของพ่อแม่ ลดภาระการดูแล หรือช่วยความเครียดของผู้ดูแล ถ้าพ่อแม่ใช้ยาหลายชนิด ให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวนก่อนเพิ่มผลิตภัณฑ์ใด ๆ และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมอยู่ห้ามหยุดหรือปรับยาเอง

หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานในผู้มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คนใช้วันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่พบผลเล็กบางด้าน เช่น การจำแบบนึกเอง ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (2 เท่า คำนวณ) ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก โดยหลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก ฉลากไม่ระบุปริมาณสารบาโคไซด์ และอาจทำให้ท้องไส้ไม่สบาย
  • โคลีนราว 37 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — ราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมขนาดสูงกว่านี้มาก ไม่พบผลต่อความจำ
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย งานทบทวน Cochrane สรุปว่าหลักฐานไม่สอดคล้องและเชื่อถือไม่ได้ ใบแปะก๊วยเป็นที่มาของคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้า
  • วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ใช้บี 6 วันละ 20 มก. ร่วมกับโฟลิกและบี 12 ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มี และงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานด้านความคิด

ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมมานทีน): ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง ยังไม่มีงานในคนเรื่องการใช้ร่วมกับพรมมิ ต้องแจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
  • ผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
  • ผู้ป่วยที่ลืมว่ากินอะไรไปแล้ว: ให้ผู้ดูแลเป็นคนจัดยาและอาหารเสริมทุกชนิด และนำรายการทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืมหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก หมดสติแม้ชั่วครู่ แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เดินเซทรงตัวไม่ได้ ชัก เจ็บแน่นหน้าอก หรือหกล้มศีรษะกระแทกแล้วมีอาการผิดปกติ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ (ฟรี 24 ชั่วโมง)

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

ลูกคนเดียวดูแลพ่อแม่ป่วย ควรเริ่มอย่างไร

เริ่มจากทำรายการว่าพ่อแม่ทำอะไรได้เอง ทำได้แต่ต้องมีคนดู และทำเองไม่ได้ เช่น เรื่องยา อาหาร เงิน การเดินทาง ความปลอดภัย แล้วแบ่งงานให้ญาติ เพื่อนบ้าน และบริการในชุมชน คุยกับที่ทำงานตั้งแต่เนิ่น ๆ และวางแผนการเงินระยะยาว

ไม่มีพี่น้อง ใครช่วยดูแลพ่อแม่ได้บ้าง

ญาติห่าง ๆ เพื่อนบ้าน เพื่อนของพ่อแม่ อสม. และ รพ.สต. ใกล้บ้าน ซึ่งควรสอบถามว่ามีบริการเยี่ยมบ้านอะไรบ้าง รวมถึงศูนย์ดูแลกลางวัน การดูแลชั่วคราว และผู้ช่วยดูแลที่จ้าง สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐแนะนำให้ใช้ปฏิทินทีมดูแลแบ่งงาน

ดูแลพ่อแม่แล้วต้องลางานบ่อย ทำอย่างไร

ศึกษาระเบียบการลาและการทำงานยืดหยุ่นกับฝ่ายบุคคล คุยกับหัวหน้าตั้งแต่เนิ่น ๆ วางนัดหมอล่วงหน้า และมีแผนสำรองเมื่อพ่อแม่ป่วยกะทันหัน บทความนี้ไม่ได้ตรวจสิทธิตามกฎหมายแรงงาน หากสงสัยให้สอบถามหน่วยงานด้านแรงงานหรือนักกฎหมาย

สัญญาณว่าผู้ดูแลเริ่มหมดไฟมีอะไรบ้าง

สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุ เช่น ปฏิเสธความจริง โกรธผู้ป่วย ถอนตัวจากเพื่อน กังวลเรื่องอนาคต ซึมเศร้า เหนื่อยล้า นอนไม่หลับ หงุดหงิด สมาธิไม่ดี และสุขภาพทรุด ถ้ามีเป็นประจำให้คุยกับแพทย์ ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเองให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทร 1323 ได้

ผู้ดูแลควรจัดเวลาพักอย่างไร

WHO แนะนำให้พักสม่ำเสมอและขอความช่วยเหลือ ลองแบ่งเป็นพักสั้นทุกวัน พักครึ่งวันทุกสัปดาห์ และพักยาวเป็นครั้งคราว โดยใช้ญาติ เพื่อนบ้าน ศูนย์ดูแลกลางวัน หรือการดูแลชั่วคราวรับช่วง และอย่าลืมตรวจสุขภาพของตัวเอง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท