บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

การดูแลแบบประคับประคองในผู้ป่วยสมองเสื่อม ตัดสินใจเรื่องอะไรบ้าง

คำตอบสั้น: องค์การอนามัยโลก (WHO) อธิบายว่า การดูแลแบบประคับประคอง (palliative care) คือแนวทางที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว ที่เผชิญโรคคุกคามชีวิต ด้วยการป้องกันและบรรเทาความทุกข์ทรมาน ทั้งความปวด อาการทางกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ WHO ระบุภาวะสมองเสื่อมเป็นหนึ่งในโรคที่ต้องการการดูแลแบบนี้ และระบุว่าได้ผลดีเมื่อเริ่มคิดตั้งแต่ระยะต้นของโรค การดูแลแบบประคับประคอง ไม่ใช่การยอมแพ้ และไม่ใช่การหยุดรักษา ผู้ป่วยยังได้ยาและการดูแลที่จำเป็น แต่เป้าหมายเน้นความสุขสบายมากขึ้น ในผู้ป่วยสมองเสื่อม ควรคุยเรื่องการรักษาในวาระท้าย ตั้งแต่ผู้ป่วยยังตัดสินใจได้ เพราะในระยะท้ายผู้ป่วยมักบอกความต้องการเองไม่ได้แล้ว

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • WHO: การดูแลแบบประคับประคองช่วยทั้งผู้ป่วยและครอบครัว รวมถึงช่วยเรื่องปัญหาในทางปฏิบัติและการดูแลใจครอบครัวหลังการสูญเสีย
  • แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม 2563: ระยะแรกควรให้ผู้ป่วยตัดสินใจเรื่องการรักษาในอนาคต (living will) ทรัพย์สิน และพินัยกรรม
  • แนวทางไทยไม่แนะนำให้เริ่มให้อาหารทางสายในผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะรุนแรง ยกเว้นใช้ชั่วคราวในภาวะที่แก้ไขได้ การตัดสินใจทำร่วมกับแพทย์
  • การใส่ท่อช่วยหายใจ การปั๊มหัวใจ และการเข้าห้องไอซียู เป็นเรื่องที่ควรคุยล่วงหน้ากับแพทย์ ว่าตรงกับเป้าหมายของผู้ป่วยหรือไม่
  • ในไทยมีการทำ หนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิต (มักเรียกว่า living will) ข้อกฎหมาย แบบฟอร์ม และวิธีทำ ให้สอบถามโรงพยาบาลหรือสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)
  • ดูแลที่บ้านหรือโรงพยาบาลก็ได้ ขึ้นกับอาการ ความพร้อมของบ้าน และความต้องการของผู้ป่วย
  • ถามหา ทีมดูแลแบบประคับประคอง ในโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยรักษาอยู่

การดูแลแบบประคับประคองคืออะไร ไม่ใช่การยอมแพ้

WHO อธิบายว่าการดูแลแบบประคับประคองเน้น การค้นหาและประเมินอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้วบรรเทาความปวดและปัญหาอื่น ทั้งทางกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ และเป็นระบบช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพเท่าที่ทำได้จนถึงวาระสุดท้าย พร้อมดูแลครอบครัวทั้งระหว่างการเจ็บป่วยและหลังการสูญเสีย

เข้าใจผิดบ่อย 3 เรื่อง

  • "ประคับประคอง = ไม่รักษาแล้ว" ไม่ใช่ ผู้ป่วยยังรักษาโรคร่วม เช่น ติดเชื้อ ปวด ท้องผูก ได้ตามเป้าหมายที่ตกลงกัน
  • "ต้องใกล้เสียชีวิตแล้วจึงเริ่ม" ไม่ใช่ WHO ระบุว่าได้ผลดีเมื่อเริ่มคิดตั้งแต่ระยะต้นของโรค และช่วยลดการนอนโรงพยาบาลที่ไม่จำเป็น
  • "ทำได้แค่ในโรงพยาบาล" ไม่ใช่ ทำได้ทั้งที่บ้าน ในชุมชน และในสถานดูแล

ในผู้ป่วยสมองเสื่อม แนวทางเวชปฏิบัติไทยแนะนำให้เสนอทางเลือกบริการดูแลระยะท้าย (hospice) แก่ผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะรุนแรง โดยให้ความสำคัญกับความสุขสบาย อาการระยะท้ายของโรคอ่านได้ที่ สมองเสื่อมระยะสุดท้าย อาการเป็นอย่างไร

ผู้ป่วยสมองเสื่อมเริ่มคุยเรื่องนี้ได้เมื่อไร

ยิ่งเร็วยิ่งดี โดยเฉพาะช่วงที่ผู้ป่วยยังเข้าใจและบอกความต้องการได้ สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าระยะต้นเป็นช่วงที่เหมาะในการวางแผนเรื่องกฎหมาย การเงิน และการดูแลระยะท้าย สอดคล้องกับแนวทางไทยที่ให้ผู้ป่วยระยะแรกตัดสินใจเรื่องการรักษาในอนาคตเอง

เรื่องที่ควรคุยกับผู้ป่วยและครอบครัว เช่น

  1. อะไรสำคัญมากสำหรับพ่อแม่ เช่น อยู่บ้าน ไม่เจ็บปวด ไม่อยากถูกผูกมัด อยากอยู่ใกล้ลูกหลาน
  2. ถ้าป่วยหนักจนรักษาไม่หาย อยากได้หรือไม่อยากได้การรักษาแบบใด
  3. ใครจะเป็นผู้พูดแทน เมื่อผู้ป่วยตัดสินใจเองไม่ได้แล้ว
  4. อยากอยู่ที่ไหนในช่วงสุดท้าย บ้าน โรงพยาบาล หรือสถานดูแล
  5. ความเชื่อทางศาสนาและพิธีกรรมที่ต้องการ

จดสิ่งที่คุยไว้ และให้แพทย์ที่ดูแลบันทึกในเวชระเบียน คุยซ้ำได้เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน เรื่องทรัพย์สินและพินัยกรรมอ่านได้ที่ พ่อแม่เริ่มหลงลืม ทำพินัยกรรมได้ไหม

การใส่สายให้อาหาร ข้อดีข้อเสีย

ระยะท้ายของสมองเสื่อม ผู้ป่วยมักกลืนลำบากและสำลักง่าย ครอบครัวจำนวนมากถูกถามว่าจะใส่สายให้อาหารไหม

แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม 2563 ไม่แนะนำให้เริ่มให้อาหารทางสายในผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะรุนแรง เพราะไม่ลดการสำลักหรือการเสียชีวิต แต่เพิ่มการผูกยึดผู้ป่วยและทำให้ติดเตียง ยกเว้นใช้ชั่วคราวในภาวะที่แก้ไขได้ แนวทางระบุด้วยว่าการตัดสินใจควรชั่งน้ำหนักกับวัฒนธรรมและความเชื่อของแต่ละครอบครัว

ทางเลือกที่ครอบครัวควรถามแพทย์และทีมดูแล คือ การป้อนอาหารทางปากอย่างระมัดระวัง ปรับเนื้ออาหาร จัดท่านั่ง ป้อนช้า ๆ ทีละน้อย อ่านเพิ่มที่ ป้องกันการสำลักในผู้สูงอายุ ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกครอบครัว ให้คุยกับแพทย์ผู้รักษาโดยตรง

การใส่ท่อช่วยหายใจ การปั๊มหัวใจ และไอซียู

การรักษาเหล่านี้ช่วยชีวิตได้ในภาวะเฉียบพลันที่แก้ไขได้ แต่ในระยะท้ายของโรคที่ไม่หาย ครอบครัวควรถามแพทย์ตรง ๆ ว่า

  • การรักษานี้มีเป้าหมายอะไร มีโอกาสทำให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมได้แค่ไหน
  • ผู้ป่วยจะต้องเจ็บปวดหรือถูกผูกมัดเพิ่มหรือไม่
  • ถ้าไม่ทำ จะดูแลความสุขสบายอย่างไร

การตัดสินใจล่วงหน้าช่วยไม่ให้ลูกต้องตัดสินใจกะทันหันหน้าห้องฉุกเฉิน แต่ถ้ายังไม่ได้คุยกันไว้ เมื่อผู้ป่วยมีอาการข้อใดข้อหนึ่ง เช่น หายใจลำบาก เจ็บแน่นหน้าอก ชัก ซึมลงปลุกยาก หรือแขนขาอ่อนแรงทันที ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 แล้วค่อยคุยเป้าหมายการรักษากับแพทย์

หนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์รับบริการสาธารณสุขที่ยืดการตาย

หนังสือนี้คือการเขียนบอกล่วงหน้าว่า ถ้าถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ผู้ทำไม่ต้องการการรักษาใดที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตาย แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม 2563 ระบุ living will เป็นเรื่องที่ผู้ป่วยระยะแรกควรได้ตัดสินใจเอง

ข้อควรรู้ในทางปฏิบัติ

  • ต้องทำขณะที่ผู้ป่วยยังเข้าใจและตัดสินใจเองได้ ถ้ารอจนระยะท้าย มักทำไม่ได้แล้ว
  • เนื้อหาควรเป็นความต้องการของผู้ป่วยเอง ไม่ใช่ของลูก
  • แจ้งให้ครอบครัวและแพทย์รู้ว่ามีหนังสือนี้ และเก็บสำเนาไว้ในที่ที่หาง่าย
  • ข้อกฎหมาย แบบฟอร์ม พยาน และวิธีส่งให้โรงพยาบาล ให้สอบถามโรงพยาบาลที่รักษา หรือสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และปรึกษานักกฎหมายถ้ามีคำถามเรื่องความสามารถของผู้ทำ

หนังสือนี้ไม่ใช่การยกเลิกการดูแลทั้งหมด ผู้ป่วยยังได้รับการบรรเทาปวด การดูแลความสะอาด และการดูแลใจตามปกติ

ดูแลที่บ้านหรือโรงพยาบาล

ดูแลที่บ้าน เหมาะเมื่อ ผู้ป่วยอยากอยู่บ้าน อาการค่อนข้างคงที่ ครอบครัวมีคนผลัดเวร และมีทีมสุขภาพตามเยี่ยม ข้อดีคือผู้ป่วยอยู่ในที่คุ้นเคย สิ่งที่ต้องเตรียม เช่น เตียง ที่นอนลดแรงกด อุปกรณ์ขับถ่าย และแผนว่าถ้าอาการเปลี่ยนจะโทรหาใคร อ่านเพิ่มที่ ดูแลผู้สูงอายุติดเตียง และ ป้องกันแผลกดทับ

ดูแลในโรงพยาบาลหรือสถานดูแล เหมาะเมื่อ อาการทรมานควบคุมที่บ้านไม่ได้ ผู้ดูแลหมดแรง หรือบ้านไม่พร้อม

ไม่ว่าจะเลือกแบบใด สิ่งที่ทีมดูแลจะช่วยครอบครัวได้ คือการสังเกตความปวด NIA ระบุว่าผู้ป่วยอัลไซเมอร์ระยะท้ายอาจบอกไม่ได้ว่าปวด แต่อาจแสดงออกด้วยการคราง ถอนหายใจ หรือหน้านิ่วเมื่อถูกสัมผัส ถ้าสงสัยว่าปวด ให้คุยกับทีมสุขภาพเรื่องการบรรเทาปวด

NIA ยังระบุว่าแม้ในระยะท้าย ผู้ป่วยยังได้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงกับคนที่รัก เช่น เล่าเรื่อง ดูรูป สัมผัสหรือนวดเบา ๆ ฟังเพลง และการมีคนอยู่ใกล้ก็ช่วยให้สงบได้

ทีมดูแลแบบประคับประคองในโรงพยาบาลรัฐ

บริการนี้มีชื่อเรียกและรูปแบบต่างกันในแต่ละโรงพยาบาล บางแห่งเป็นทีม บางแห่งเป็นคลินิก วิธีเริ่มต้น

  1. ถามแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยอยู่ ว่าโรงพยาบาลมีทีมดูแลแบบประคับประคองไหม และขอให้ส่งปรึกษา
  2. ถาม รพ.สต. หรือศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้าน เรื่องการเยี่ยมบ้าน
  3. ถ้าผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ขอให้ประเมินสิทธิการดูแลระยะยาวสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิง อ่านเพิ่มที่ ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ขอสิทธิอะไรได้บ้าง
  4. ถ้าไม่แน่ใจเรื่องสิทธิรักษา โทรสายด่วน สปสช. 1330

เตรียมไปคุย: รายการยาทั้งหมด อาการที่กังวล สิ่งที่ผู้ป่วยเคยบอกไว้ และคำถามที่ครอบครัวอยากถาม

ดูแลใจครอบครัว

NIA ระบุว่าการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมช่วงท้ายของชีวิตเหนื่อยทั้งกายและใจ และเมื่อผู้ป่วยจากไป ผู้ดูแลอาจรู้สึกเศร้า สูญเสียเป้าหมาย รู้สึกผิด หรือแม้แต่โล่งใจ WHO ระบุว่าการดูแลแบบประคับประคองรวมถึงการดูแลใจครอบครัวหลังการสูญเสียด้วย

  • แบ่งเวรกับญาติ อย่าแบกคนเดียว อ่านเพิ่มที่ ผู้ดูแลหมดไฟ
  • พูดคุยกับคนที่ไว้ใจ หรือขอคุยกับนักสังคมสงเคราะห์ในโรงพยาบาล
  • ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง)

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่

สำหรับครอบครัวที่ดูแลผู้ป่วยระยะท้าย: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยบรรเทาอาการหรือยืดชีวิตผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะท้าย ผู้ป่วยที่กลืนลำบากอาจกลืนแคปซูลได้ยาก และผู้ป่วยระยะท้ายมักใช้ยาหลายชนิด จึงไม่ควรเพิ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือทีมดูแลแบบประคับประคอง

หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานในผู้มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คนใช้วันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก โดยหลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก งานในผู้ใหญ่สุขภาพดีใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. (2 เท่า คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณสารบาโคไซด์ และอาจทำให้ท้องไส้ไม่สบาย
  • โคลีนราว 37 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — ราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมขนาดสูงกว่านี้มาก ไม่พบผลต่อความจำ
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อม งานทบทวน Cochrane สรุปว่าหลักฐานไม่สอดคล้องและเชื่อถือไม่ได้ ใบแปะก๊วยเป็นที่มาของคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้า
  • วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ใช้บี 6 วันละ 20 มก. ร่วมกับโฟลิกและบี 12 ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มี และงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานด้านความคิด

ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมมานทีน) หรือยาจิตเวช: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง ยังไม่มีงานในคนเรื่องการใช้พรมมิร่วมกับยาสมองเสื่อม ต้องแจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
  • ผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
  • ผู้ป่วยที่ลืมว่ากินอะไรไปแล้ว: ให้ผู้ดูแลเป็นคนจัดยาและอาหารเสริมทุกชนิด และนำรายการทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัย คำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล หรือคำแนะนำทางกฎหมาย เรื่องคดี เอกสาร ค่าใช้จ่าย และสิทธิสวัสดิการ ให้ปรึกษานักกฎหมายหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืม

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ชัก หายใจลำบาก เจ็บแน่นหน้าอก หรือหกล้มศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ (ฟรี 24 ชั่วโมง)

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

การดูแลแบบประคับประคองคืออะไร

องค์การอนามัยโลกอธิบายว่าเป็นแนวทางยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวที่เผชิญโรคคุกคามชีวิต ด้วยการค้นหาและบรรเทาความปวดและปัญหาอื่นทั้งทางกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ ไม่ใช่การยอมแพ้หรือหยุดรักษา และได้ผลดีเมื่อเริ่มคิดตั้งแต่ระยะต้นของโรค

ผู้ป่วยสมองเสื่อมควรเริ่มคุยเรื่องการดูแลระยะท้ายเมื่อไร

ยิ่งเร็วยิ่งดี โดยเฉพาะช่วงที่ผู้ป่วยยังเข้าใจและบอกความต้องการได้ แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม 2563 แนะนำให้ผู้ป่วยระยะแรกตัดสินใจเรื่องการรักษาในอนาคต ทรัพย์สิน และพินัยกรรมเอง

ผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะท้ายควรใส่สายให้อาหารไหม

แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม 2563 ไม่แนะนำให้เริ่มให้อาหารทางสายในผู้ป่วยระยะรุนแรง เพราะไม่ลดการสำลักหรือการเสียชีวิต แต่เพิ่มการผูกยึดและทำให้ติดเตียง ยกเว้นใช้ชั่วคราวในภาวะที่แก้ไขได้ การตัดสินใจควรคุยกับแพทย์ผู้รักษาโดยตรง

หนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์รับการรักษาที่ยืดการตายทำอย่างไร

ต้องทำขณะที่ผู้ทำยังเข้าใจและตัดสินใจเองได้ เนื้อหาเป็นความต้องการของผู้ทำเอง ข้อกฎหมาย แบบฟอร์ม และวิธีส่งให้โรงพยาบาล ให้สอบถามโรงพยาบาลที่รักษาหรือสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)

รู้ได้อย่างไรว่าผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะท้ายกำลังปวด

NIA ระบุว่าผู้ป่วยอาจบอกไม่ได้ว่าปวด แต่อาจแสดงออกด้วยการคราง ถอนหายใจ หรือหน้านิ่วเมื่อถูกสัมผัส ถ้าสงสัยว่าปวด ให้คุยกับทีมสุขภาพเรื่องการบรรเทาปวด

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท