เกี่ยวกับ Beta Oil
คอเลสเตอรอลสูงกินวิตามินอะไร และวิตามินไหนที่ห้ามกินเกิน
คำตอบสั้น: ยังไม่มีวิตามินเม็ดตัวใดอยู่ในคำแนะนำด้านอาหารของแนวทางรักษาไขมันในเลือดของไทย พ.ศ. 2567 สิ่งที่แนวทางเน้นคือลดไขมันอิ่มตัว เลือกน้ำมันไม่อิ่มตัว เพิ่มใยอาหาร ออกกำลังกาย และใช้ยาเมื่อแพทย์เห็นว่าจำเป็น วิตามินที่ปรับค่าไขมันได้จริงคือ ไนอะซินในขนาดยา ซึ่งต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ ส่วน วิตามินอีขนาดสูง การทดลองใหญ่ไม่พบว่าลดโรคหัวใจ วิตามินที่ต้องระวังไม่ให้กินเกินได้แก่ เอ ดี อี และไนอะซิน
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- แนวทางของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ พ.ศ. 2567 แนะนำอาหารไขมันอิ่มตัวไม่เกินร้อยละ 7 ของพลังงาน เพิ่มใยอาหาร และแพลนท์สตานอลวันละ 2 กรัม ไม่มีวิตามินเม็ดในรายการ
- ไนอะซินขนาดยา (หลายร้อยถึงหลายพันมิลลิกรัม) ปรับค่าไขมันได้ แต่ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดไม่ได้ลดการเกิดโรคซ้ำหรือการเสียชีวิต และมีผลข้างเคียงต่อตับ
- การทดลองใหญ่อย่าง HOPE และ Physicians' Health Study II ไม่พบว่าวิตามินอี 400 IU หรือวิตามินซี 500 มก. ลดโรคหัวใจ
- ปริมาณสูงสุดที่รับได้ต่อวันของผู้ใหญ่: วิตามินเอ (รูปเรตินอล) 3,000 ไมโครกรัม · วิตามินดี 4,000 IU · วิตามินอี 1,000 มก. · ไนอะซิน 35 มก.
- ข้อมูลเรื่องกินวิตามินต้านอนุมูลอิสระคู่ยาลดไขมันยังขัดกัน ต้องแจ้งแพทย์และเภสัชกรทุกตัว โดยเฉพาะตัวที่มีไนอะซินหรือวิตามินอีขนาดสูง
มีวิตามินตัวไหนลดไขมันในเลือดได้จริงไหม
คำตอบตรง ๆ คือ ไม่มีวิตามินตัวใดที่แนวทางไทยใช้เป็นเครื่องมือลด LDL (ไขมันเลว) แนวทางเวชปฏิบัติฯ พ.ศ. 2567 ของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ วางลำดับไว้ชัดเจน
- ไขมันอิ่มตัวจากไขมันสัตว์ น้ำมันหมู น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว เนย ไม่เกินร้อยละ 7 ของพลังงาน
- เปลี่ยนไปใช้น้ำมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง
- งดไขมันทรานส์ เพิ่มใยอาหาร
- ใช้แพลนท์สตานอลวันละ 2 กรัม เป็นส่วนเสริมของการปรับอาหาร
- ใช้ยาลดไขมันตามระดับความเสี่ยง โดยยากลุ่มสแตตินลด LDL ได้ร้อยละ 21–55 ตามชนิดและขนาดยา
เป้าหมาย LDL ของแต่ละคนไม่เท่ากัน อ่านได้ที่ LDL ควรต่ำกว่าเท่าไหร่ ส่วนภาพรวมของอาหารเสริมทุกชนิดอยู่ที่ อาหารเสริมลดไขมันในเลือดมีจริงไหม
ไนอะซิน (วิตามินบี 3) ขนาดยา ต่างจากในวิตามินรวมอย่างไร
ไนอะซินเป็นวิตามินตัวเดียวที่มีงานวิจัยเรื่องไขมันมากที่สุด แต่ ขนาดที่ใช้เป็นยาต่างจากขนาดที่ร่างกายต้องการหลายสิบเท่า
- ปริมาณที่ร่างกายต้องการ สถาบันไลนัส พอลิง มหาวิทยาลัยโอเรกอนสเตต (Linus Pauling Institute) ระบุไว้ที่ชายวันละ 16 มก. หญิงวันละ 14 มก.
- ปริมาณสูงสุดที่รับได้ (UL) ของผู้ใหญ่ วันละ 35 มก. ตั้งไว้เพื่อเลี่ยงอาการหน้าแดง ร้อนวูบวาบ ซึ่งกรดนิโคตินิกทำให้เกิดได้ตั้งแต่วันละ 30 มก.
- ขนาดยา ที่ใช้ลดไขมันอยู่ในระดับหลายร้อยถึงหลายพันมิลลิกรัม มีรายงานค่าตับสูงและดีซ่านตั้งแต่วันละ 750 มก. และตับอักเสบรุนแรงส่วนใหญ่เกิดที่ขนาด 3–9 กรัมต่อวัน
แหล่งเดียวกันสรุปว่า ไนอะซินขนาดยาทำให้ค่าไขมันดีขึ้นในผู้ที่เคยเป็นโรคหลอดเลือด แต่ไม่ได้ลดการเกิดโรคหัวใจซ้ำหรือการเสียชีวิต และย้ำว่าการใช้ไนอะซินลดไขมันต้องทำเหมือนการใช้ยา ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์
อย่าซื้อไนอะซินขนาดสูงมากินเอง โดยเฉพาะคนที่กินยาสแตตินอยู่ เพราะการใช้กรดนิโคตินิกร่วมกับสแตตินดูเหมือนจะเพิ่มความเสี่ยงภาวะกล้ามเนื้อสลาย รายละเอียดเรื่องนี้อยู่ใน ยาลดไขมันกินคู่อาหารเสริมได้ไหม
วิตามินซีลดไขมันในเลือดได้ไหม งานวิจัยว่าอย่างไร
หลักฐานยังไม่หนักแน่นพอให้ใช้วิตามินซีลดไขมัน
- งานรวมผลการทดลอง 15 งาน (872 คน) ในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 พบว่าการเสริมวิตามินซีลดไตรกลีเซอไรด์เฉลี่ยราว 16 มก./ดล. และคอเลสเตอรอลรวมราว 13 มก./ดล. แต่ไม่เปลี่ยน LDL และ HDL ผลขึ้นกับระยะเวลาที่กิน
- งาน Physicians' Health Study II ในแพทย์ชาย 14,641 คน ให้วิตามินซีวันละ 500 มก. ติดตามเฉลี่ย 8 ปี ไม่พบว่าเหตุการณ์โรคหัวใจลดลง ผู้วิจัยสรุปว่าไม่สนับสนุนการใช้เพื่อหวังผลด้านหัวใจ
MedlinePlus ระบุความต้องการวิตามินซีต่อวัน ชาย 90 มก. หญิง 75 มก. ผู้สูบบุหรี่เพิ่มอีก 35 มก. และไม่แนะนำเกินวันละ 2,000 มก. เพราะอาจท้องเสีย ถ้ากินยาหลายตัวอยู่ อ่านต่อที่ วิตามินซีกินพร้อมยาได้ไหม
วิตามินอีช่วยเรื่องหัวใจได้ไหม ผลจากงานวิจัยขนาดใหญ่
วิตามินอีเคยถูกคาดหวังมาก เพราะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ผลการทดลองขนาดใหญ่ไม่เป็นไปตามคาด
- HOPE ผู้มีความเสี่ยงสูง 9,541 คน ได้วิตามินอีจากธรรมชาติวันละ 400 IU เฉลี่ย 4.5 ปี ไม่มีผลต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
- HOPE-TOO ติดตามต่อจนมัธยฐาน 7 ปี พบความเสี่ยงหัวใจล้มเหลวสูงขึ้น (RR 1.13)
- Physicians' Health Study II วิตามินอี 400 IU วันเว้นวัน 8 ปี ไม่ลดเหตุการณ์หลัก แต่พบหลอดเลือดสมองชนิดเลือดออกมากขึ้น (RR 1.74)
- งานรวมผล 19 การทดลอง (135,967 คน) พบว่าขนาดตั้งแต่ 400 IU ต่อวันขึ้นไปสัมพันธ์กับการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น ผู้วิจัยแนะนำให้เลี่ยงขนาดนี้
นอกจากนี้วิตามินอีขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ดูเพิ่มที่ วิตามินอีกินได้สูงสุดวันละเท่าไร
วิตามินดีต่ำเกี่ยวกับไขมันในเลือดไหม
แหล่งทางการที่เราตรวจไม่ได้ใช้วิตามินดีเป็นวิธีลดไขมัน แต่มีสองประเด็นที่คนกินยาลดไขมันควรรู้
- คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล จัด การขาดวิตามินดี ไว้ในรายการปัจจัยเสี่ยงของผลข้างเคียงต่อกล้ามเนื้อจากยาลดไขมัน ร่วมกับอายุมากกว่า 80 ปี โรคไต และยาบางกลุ่ม ถ้ามีอาการปวดกล้ามเนื้อ อ่าน กินยาลดไขมันแล้วปวดกล้ามเนื้อ
- Linus Pauling Institute ระบุว่า ยากลุ่มจับกรดน้ำดี เช่น โคเลสไทรามีน ลดการดูดซึมวิตามินดี จึงไม่ควรกินพร้อมกัน
ความต้องการวิตามินดีของผู้ใหญ่อายุ 19–70 ปีคือวันละ 600 IU อายุ 71 ปีขึ้นไป 800 IU ถ้าจะเสริมเพราะผลเลือดต่ำ ให้ทำตามขนาดที่แพทย์สั่ง
วิตามินไหนห้ามกินเกิน ปริมาณสูงสุดที่รับได้ต่อวัน
ปริมาณสูงสุดที่รับได้ต่อวัน (Tolerable Upper Intake Level หรือ UL) คือระดับที่กินทุกวันแล้วยังไม่น่าเกิดอันตรายในคนทั่วไป ตัวเลขของผู้ใหญ่จาก Linus Pauling Institute มีดังนี้
- วิตามินเอรูปเรตินอล 3,000 ไมโครกรัม RAE ค่านี้ไม่นับเบต้าแคโรทีนจากผักผลไม้ การกินเรตินอลเกินอันตรายมากในหญิงตั้งครรภ์
- วิตามินดี 4,000 IU (100 ไมโครกรัม)
- วิตามินอี 1,000 มก. นับทั้งรูปธรรมชาติและสังเคราะห์
- ไนอะซิน 35 มก.
วิตามินเอ ดี อี เป็นวิตามินกลุ่มที่ละลายในไขมัน อ่านพื้นฐานได้ที่ วิตามินที่ละลายในไขมัน ADEK และวิธีรวมตัวเลขจากหลายขวดที่ ปริมาณสูงสุดของวิตามินและแร่ธาตุ
จุดที่คนมักพลาดคือกินหลายขวดพร้อมกัน เช่น วิตามินรวม วิตามินอีเม็ดเดี่ยว และน้ำมันตับปลา ตัวเลขจะบวกกันโดยไม่รู้ตัว
กินวิตามินรวมพร้อมยาลดไขมันได้ไหม
ข้อมูลยังไม่ชัด Linus Pauling Institute สรุปงานสองงานที่ผลขัดกัน
- งานขนาดเล็กในผู้ป่วยหัวใจ 160 คน ที่ได้ยาซิมวาสแตตินร่วมกับไนอะซิน เมื่อเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระรวม (วิตามินซี 1,000 มก. วิตามินอี 800 IU ซีลีเนียม และเบต้าแคโรทีน) ผลดีของยาลดลง
- งานใหญ่กว่าในผู้ป่วยมากกว่า 20,000 คน ที่ใช้วิตามินอี วิตามินซี และเบต้าแคโรทีนร่วมกับซิมวาสแตติน 5 ปี ไม่พบว่าสารต้านอนุมูลอิสระไปลดผลของยา
ผู้เขียนสรุปว่ายังต้องมีงานวิจัยเพิ่ม วิธีที่ปลอดภัยคือ พกขวดวิตามินทุกขวดไปให้เภสัชกรดู โดยเฉพาะขวดที่มีไนอะซิน วิตามินอีหลายร้อย IU หรือข้าวยีสต์แดง
ได้ยินว่ากินวิตามินแล้วไม่ต้องกินยาลดไขมัน จริงไหม
ไม่จริง ไม่มีวิตามินตัวใดลด LDL ได้ในระดับเดียวกับยาสแตติน และหลักฐานเรื่องลดโรคหัวใจของวิตามินซีและอีเป็นกลางหรือเป็นลบ ส่วนไนอะซินขนาดยาก็ไม่ได้ลดการเกิดโรคซ้ำในผู้ป่วยโรคหลอดเลือด
ถ้าอยากลองปรับตัวเองก่อนเริ่มยา ให้คุยกับแพทย์ อ่านเพิ่มที่ ไขมันในเลือดสูงขอลองอาหารเสริมก่อนกินยาได้ไหม
วิตามินในแคปซูลน้ำมันมีไว้ทำอะไร
ผลิตภัณฑ์น้ำมันหลายชนิดมีวิตามินอีหรือสารกลุ่มวิตามินซีอยู่ด้วย เหตุผลหนึ่งคือ กันน้ำมันหืน
- Linus Pauling Institute อธิบายว่ากรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนหืน (ถูกออกซิไดซ์) ได้ง่ายกว่ากรดไขมันอิ่มตัว และสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในไขมันอย่างวิตามินอีมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการออกซิไดซ์นี้
- มาตรฐานน้ำมันพืชของโคเด็กซ์ (Codex Alimentarius ของ FAO/WHO) อนุญาตให้ใช้โทโคฟีรอล (วิตามินอี) และแอสคอร์บิลปาล์มิเตต (อนุพันธ์ของวิตามินซี) เป็นสารกันหืนในน้ำมัน
ดังนั้นวิตามินในแคปซูลน้ำมันจึงอาจทำหน้าที่ทั้งเป็นสารอาหารและช่วยรักษาคุณภาพน้ำมัน ปริมาณจริงต้องดูจากฉลาก ส่วนชื่อรูปแบบวิตามินอีอ่านได้ที่ วิตามินอี d กับ dl ต่างกันอย่างไร
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)
เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. วันละ 1 แคปซูล ดื่มน้ำตามมาก ๆ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) ฉลากระบุส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูล ได้แก่ น้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.
- วิตามินซี (กรดแอสคอร์บิก) 30 มก. — เป็นสารอาหารที่ MedlinePlus ระบุความต้องการต่อวันไว้ที่ชาย 90 มก. หญิง 75 มก. งานวิจัยเรื่องหัวใจที่อ้างถึงข้างต้นใช้วันละ 500 มก. ซึ่งมากกว่าในแคปซูลราว 17 เท่า และไม่พบว่าลดโรคหัวใจ
- ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. — เป็นวัตถุดิบวิตามินอีความเข้มข้นร้อยละ 50 คิดเป็นวิตามินอีในรูปแอซิเทตราว 2.5 มก. ต่ำกว่าความต้องการต่อวันของผู้ใหญ่ (15 มก.) และต่ำกว่าขนาดในงาน HOPE (400 IU) มากกว่า 100 เท่า
ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ทำให้ค่าไขมันเปลี่ยน
ข้อควรระวัง: วิตามินอีในขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน หรือยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากขนาดหลายร้อยมิลลิกรัมขึ้นไป แต่ผู้ใช้ยากลุ่มนี้ควรแจ้งแพทย์ก่อนเริ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด และผลิตภัณฑ์มีแอล-อาร์จินีน ซึ่งงาน VINTAGE MI ในผู้ป่วยหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย (วันละ 9 กรัม) พบผู้เสียชีวิต 6 รายในกลุ่มอาร์จินีน เทียบกับ 0 รายในกลุ่มยาหลอก ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →คำถามที่พบบ่อย
คอเลสเตอรอลสูงกินวิตามินอะไรดี
แนวทางรักษาไขมันในเลือดของไทย พ.ศ. 2567 ไม่ได้ใช้วิตามินเม็ดตัวใดเป็นวิธีลด LDL สิ่งที่แนวทางแนะนำคือลดไขมันอิ่มตัว เพิ่มใยอาหาร ออกกำลังกาย และใช้ยาตามความเสี่ยง
ไนอะซินลดไขมันได้ไหม
ไนอะซินขนาดยาหลายร้อยถึงหลายพันมิลลิกรัมปรับค่าไขมันได้ แต่ไม่ได้ลดการเกิดโรคหัวใจซ้ำในผู้ป่วยโรคหลอดเลือด และมีผลข้างเคียงต่อตับ ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
วิตามินอีลดไขมันในเลือดได้ไหม
การทดลองใหญ่อย่าง HOPE และ Physicians' Health Study II ไม่พบว่าวิตามินอี 400 IU ลดโรคหัวใจ บางงานพบหัวใจล้มเหลวและเลือดออกในสมองมากขึ้น จึงไม่ควรกินขนาดสูงเพื่อหวังผลนี้
วิตามินดีกินได้สูงสุดวันละเท่าไร
ปริมาณสูงสุดที่รับได้ต่อวันของผู้ใหญ่คือ 4,000 IU ตามข้อมูลของ Linus Pauling Institute ถ้าแพทย์สั่งขนาดสูงกว่านี้เพื่อรักษาภาวะขาด ให้ทำตามแพทย์
กินวิตามินรวมกับยาลดไขมันได้ไหม
ข้อมูลยังขัดกัน งานใหญ่ไม่พบว่าวิตามินต้านอนุมูลอิสระลดผลของยาสแตติน แต่งานเล็กพบว่าผลดีของยาลดลง จึงต้องแจ้งแพทย์และเภสัชกรทุกขวด โดยเฉพาะขวดที่มีไนอะซิน วิตามินอีขนาดสูง หรือข้าวยีสต์แดง เพราะอาจมีปฏิกิริยากับยาหรือผลยังไม่ชัด
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- NiacinLinus Pauling Institute, Oregon State University
- Vitamin ELinus Pauling Institute, Oregon State University
- Vitamins E and C in the prevention of cardiovascular disease in men (Physicians' Health Study II, JAMA 2008)PubMed, U.S. National Library of Medicine
- Does vitamin C supplementation exert profitable effects on serum lipid profile in patients with type 2 diabetes? (Pharmacol Res 2021)PubMed, U.S. National Library of Medicine
- Vitamin DLinus Pauling Institute, Oregon State University
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29
อ่านต่อ
มือชาข้างเดียว ชาครึ่งซีก เป็นสัญญาณหลอดเลือดสมองไหม
มือชาข้างเดียวเกิดจากอะไร ชาครึ่งซีกทันทีต่างจากเส้นประสาทถูกกดทับอย่างไร ชาแต่ไม่อ่อนแรงก็เป็นสโตรกได้ รู้ว่าเมื่อไรต้องโทร 1669 และควรไปหาหมอแบบไหน
สโตรกเป็นซ้ำได้ไหม หลังหลอดเลือดสมองตีบต้องปฏิบัติตัวอย่างไร
สโตรกเป็นซ้ำได้ และเสี่ยงสูงสุดช่วงสัปดาห์ถึงเดือนแรก รู้เป้าความดัน LDL เหตุผลที่ห้ามหยุดยาต้านเกล็ดเลือด การฟื้นฟู นวด ขับรถ และอาการที่ต้องโทร 1669
หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกควรกินอะไร
หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกลดเค็ม มัน หวาน เหล้า กินผลไม้ กาแฟได้แค่ไหน กลืนลำบากและกินยาวาร์ฟารินต้องจัดอาหารอย่างไร
หลอดเลือดสมองแตกกับตีบต่างกันอย่างไร อันไหนอันตรายกว่า
หลอดเลือดสมองแตก ตีบ และอุดตัน ต่างกันที่สาเหตุและการรักษา แต่ดูอาการแยกเองไม่ได้ ทุกแบบต้องโทร 1669 ทันที อ่านเรื่องอัมพฤกษ์ อัมพาต และหลอดเลือดโป่งพอง
