บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Oil

ไขมันในเลือดสูงกินอาหารเสริมได้ไหม ขอลองก่อนกินยาได้หรือเปล่า

คำตอบสั้น: ถ้าแพทย์ ยังไม่ได้สั่งยา และให้ปรับอาหารก่อน การใช้อาหารเสริมบางชนิดควบคู่ทำได้ ถ้าแจ้งแพทย์และเลือกสารที่มีหลักฐานในปริมาณที่ศึกษา แต่ถ้าแพทย์ สั่งยาลดไขมันแล้ว ไม่ควรใช้อาหารเสริมแทนยา เพราะยาสแตตินมีหลักฐานว่าลดการเสียชีวิต สโตรก และหัวใจขาดเลือด ส่วนอาหารเสริมยังไม่มีหลักฐานแบบนั้น ไม่มีอาหารหรืออาหารเสริมใดที่กินแล้วไขมันในเลือดสูงหาย

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • แนวทางไทย พ.ศ. 2567 ให้ปรับพฤติกรรม 3–6 เดือนก่อนพิจารณายาในบางกลุ่ม แต่บางกลุ่ม เช่น ไขมันสูงทางพันธุกรรม (FH) และเบาหวานบางกลุ่ม ให้เริ่มยาพร้อมกับปรับพฤติกรรม
  • ยาสแตตินลด LDL ได้ 21–55% และในการป้องกันการเกิดซ้ำ ลดการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุได้ 18–30%
  • แพลนท์สเตอรอลเสริมในคนที่กินสแตติน ลด LDL ได้เพิ่มอีกเล็กน้อย แต่เป็นการเสริม ไม่ใช่แทนยา และยังไม่มีข้อมูลว่าลดโรคหัวใจ
  • คนที่เคยเป็นโรคหัวใจ สโตรกจากหลอดเลือดสมองตีบ หรือเป็นเบาหวานอายุ 40 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มที่แนวทางให้ใช้ยาและตั้งเป้า LDL ต่ำ การเลื่อนยาออกไปจึงเสี่ยงที่สุด
  • ต้องบอกแพทย์ทุกครั้งว่ากินอะไรอยู่ และห้ามหยุดหรือลดยาเอง

ถ้าหมอยังไม่ให้ยา ใช้อาหารเสริมคู่กับปรับอาหารได้ไหม

ได้ ถ้าแจ้งแพทย์ แนวทางเวชปฏิบัติภาวะไขมันผิดปกติของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2567 ให้ปรับพฤติกรรม 3–6 เดือนก่อนพิจารณายา ในกลุ่มที่แพทย์ประเมินแล้วว่ายังไม่ต้องเริ่มยาทันที เนื้อหาหลักของช่วงนี้คือ

  • ไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 7% ของพลังงาน เปลี่ยนไปใช้น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันถั่วเหลือง
  • งดไขมันทรานส์ เพิ่มใยอาหาร
  • ออกกำลังกาย 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ เลิกบุหรี่ ลดเหล้าและน้ำตาลถ้าไตรกลีเซอไรด์สูง

แนวทางเดียวกันแนะนำ แพลนท์สตานอลวันละ 2 กรัม เป็นส่วนเสริมของการปรับอาหาร ถ้าจะใช้อาหารเสริมในช่วงนี้ ให้เลือกสารที่มีหลักฐานในคนและดูว่าปริมาณบนฉลากใกล้กับที่ศึกษาหรือไม่ วิธีดูหลักฐานแต่ละสารอยู่ที่ อาหารเสริมลดไขมันในเลือดมีจริงไหม

อาหารเสริมไม่ได้ทำให้ช่วงปรับพฤติกรรมยาวขึ้น เมื่อครบช่วงที่แพทย์กำหนด แพทย์จะดูค่าไขมันและความเสี่ยงรวมอีกครั้ง

ใครที่แนวทางให้เริ่มยาทันที ไม่ต้องรอ

แนวทางไทยปี 2567 กำหนดกลุ่มที่ต้องใช้ยาร่วมกับการปรับพฤติกรรมตั้งแต่ต้น หรือมีเป้า LDL ต่ำมาก เช่น

  • ไขมันสูงทางพันธุกรรม (FH) เป้า LDL ต่ำกว่า 70 มก./ดล. และลดลงอย่างน้อย 50%
  • เบาหวานอายุ 40 ปีขึ้นไป แนวทางให้เริ่มสแตตินพร้อมการปรับพฤติกรรม โดยกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นตั้งแต่ 2 ข้อ เช่น เป็นเบาหวานมานานกว่า 10 ปี สูบบุหรี่ ความดันสูง โรคไต มีเป้า LDL ต่ำกว่า 70
  • เคยมีหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เป้า LDL ต่ำกว่า 55
  • โรคหลอดเลือดหัวใจเรื้อรัง หรือสมองขาดเลือดที่มีหลอดเลือดแข็งตีบ เป้า LDL ต่ำกว่า 70

ตัวเลขเหล่านี้แพทย์อาจปรับตามความเสี่ยงของแต่ละคน อ่านเรื่องเป้าหมายได้ที่ LDL ควรต่ำกว่าเท่าไหร่ และ ไขมันสูงเท่าไหร่ต้องกินยา

ถ้าหมอสั่งยาแล้ว ใช้อาหารเสริมแทนได้ไหม

ไม่ควร เหตุผลมี 3 ข้อ

  1. ขนาดผลต่างกันมาก แนวทางไทยระบุว่าสแตตินลด LDL ได้ 21–55% ตามชนิดและขนาด ส่วนแพลนท์สเตอรอลขนาดที่ศึกษา (2–3 กรัม) ลดได้ราว 8–12% ตามข้อมูลของมูลนิธิสมาคมไขมันแห่งชาติสหรัฐฯ
  2. ยามีหลักฐานเรื่องผลลัพธ์จริง แนวทางไทยสรุปว่าสแตตินในการป้องกันปฐมภูมิ 6 ปี ลดสโตรกและกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้ และในผู้ที่เป็นโรคแล้วลดการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ 18–30% ส่วนบทความทบทวนเรื่องแพลนท์สเตอรอลระบุว่ายังไม่มีการทดลองแบบสุ่มที่ดูผลต่อโรคหัวใจโดยตรง
  3. อาหารเสริมไม่ได้รับการอนุมัติให้ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ มูลนิธิเดียวกันเขียนชัดว่าอาหารเสริมควรใช้เสริม ไม่ใช่แทนยา อาหาร และการออกกำลังกาย

งานรวม 15 การทดลองในคนที่กินสแตตินอยู่แล้ว พบว่าการเสริมแพลนท์สเตอรอลหรือสตานอลวันละ 1.8–6 กรัม ลด LDL ได้เพิ่มอีกราว 0.30 มิลลิโมลต่อลิตร (ประมาณ 12 มก./ดล.) เทียบกับยาอย่างเดียว นี่คือผลของการใช้คู่กับยา ไม่ใช่แทนยา และงานนี้ไม่ได้วัดผลต่อโรคหัวใจ

ข้าวยีสต์แดงใช้แทนยาสแตตินได้ไหม

หลายคนเลือกข้าวยีสต์แดงเพราะคิดว่าเป็นธรรมชาติ แต่ NCCIH อธิบายว่าสารโมนาโคลินเคในข้าวยีสต์แดง มีโครงสร้างเหมือนยาโลวาสแตติน ปริมาณในแต่ละยี่ห้อต่างกันเกิน 60 เท่า บางผลิตภัณฑ์ปนเปื้อนสารที่เป็นพิษต่อไต และอาจทำให้กล้ามเนื้อ ไต ตับเสียหายได้แบบเดียวกับยา

นั่นแปลว่าเป็นสารคล้ายยาที่ไม่รู้ขนาดแน่นอน ไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า และห้ามกินคู่กับยาลดไขมันโดยไม่บอกแพทย์ อ่านเพิ่มที่ ยาลดไขมันกินคู่อาหารเสริมได้ไหม

เลื่อนการกินยาออกไป เสี่ยงแค่ไหน

ไขมันในเลือดสูงมักไม่มีอาการ MedlinePlus และแนวทางไทยจึงเน้นการตรวจเลือด ไม่ใช่รอให้มีอาการ ความเสี่ยงของการเลื่อนยาขึ้นกับว่าคุณอยู่กลุ่มไหน

  • คนที่เคยเป็นโรคหัวใจ สโตรก หรือใส่ขดลวด แนวทางตั้งเป้า LDL ต่ำมาก และยาเป็นส่วนสำคัญของการป้องกันการเกิดซ้ำ การลองอาหารเสริมแทนยาในกลุ่มนี้เสี่ยงที่สุด อ่านเพิ่มที่ ใส่ขดลวดหัวใจแล้วดูแลตัวเองอย่างไร
  • คนเป็นเบาหวาน แนวทางให้เริ่มสแตตินพร้อมการปรับพฤติกรรมในผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป อ่านต่อที่ ความดัน ไขมัน เบาหวาน ทำไมมักมาด้วยกัน
  • คนที่ความเสี่ยงต่ำ แพทย์อาจให้ปรับพฤติกรรมก่อนอยู่แล้ว ไม่ต้องขอ ให้ถามแพทย์ตรง ๆ ว่าจะนัดตรวจซ้ำเมื่อไร

ถ้ากังวลเรื่องผลข้างเคียงของยา ให้บอกแพทย์ แทนการไม่กินยาเงียบ ๆ แนวทางไทยระบุว่าในการทดลองแบบสุ่ม สแตตินไม่ได้เพิ่มอาการปวดกล้ามเนื้อเมื่อเทียบกับยาหลอก แม้ผู้ป่วย 10–15% จะรายงานว่าปวด แต่ถ้าปวดกล้ามเนื้อมากผิดปกติ หรือปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ ให้รีบไปโรงพยาบาล ไม่ต้องรอวันนัด เพราะคณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล ระบุว่าเป็นสัญญาณอันตรายที่เสี่ยงไตวาย อ่านเพิ่มที่ ยาลดไขมันผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง

ควรบอกหมออย่างไรว่ากินอาหารเสริมอยู่

  1. ถ่ายรูปฉลากด้านส่วนประกอบ ทุกตัวที่กิน รวมสมุนไพรและเครื่องดื่มชง
  2. บอกขนาดและความถี่ เช่น วันละ 1 แคปซูล หลังอาหารเช้า
  3. บอกตั้งแต่เมื่อไร เพื่อให้แพทย์แปลผลเลือดได้ถูก
  4. ถามตรง ๆ ว่า ตัวนี้กินคู่กับยาที่หมอสั่งได้ไหม มีอะไรต้องระวัง

เภสัชกรที่ห้องยาโรงพยาบาลหรือร้านยาก็ช่วยตรวจได้ อ่านวิธีถามได้ที่ กินอาหารเสริมคู่ยาต้องถามเภสัชกรอะไรบ้าง

รู้ได้อย่างไรว่าอาหารเสริมที่กินอยู่ไม่ได้ช่วยอะไร

ความรู้สึกบอกไม่ได้ ไขมันในเลือดสูงไม่มีอาการ ต้องดูจากผลเลือดตามนัด แนวทางไทยให้ตรวจไขมันซ้ำ 4–12 สัปดาห์หลังเริ่มยา แล้วทุก 3–12 เดือน

แต่แม้ค่าดีขึ้นหลังเริ่มอาหารเสริม ก็สรุปไม่ได้ว่ามาจากอาหารเสริม เพราะช่วงเดียวกันคนมักปรับอาหารและออกกำลังกายด้วย และค่าไขมันขึ้นลงได้เอง ถ้าไม่แน่ใจว่าคุ้มค่าเงินหรือไม่ ให้ถามแพทย์ว่าควรกินต่อหรือไม่ อ่านคำถามว่าจำเป็นต้องกินอาหารเสริมไหมที่ ควรกินอาหารเสริมไหม

กินอะไรแล้วไขมันในเลือดหาย มีจริงไหม

ไม่มี ไม่มีแหล่งที่เราตรวจระบุว่าอาหาร สมุนไพร หรืออาหารเสริมชนิดใดทำให้ไขมันในเลือดสูงหาย การปรับอาหารช่วยลดค่าไขมันได้จริงในหลายคน แต่ไม่ได้แปลว่าหายแล้วเลิกดูแลได้ และ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตามกฎหมายเป็นอาหาร ไม่ใช่ยา จึงไม่ได้ผ่านการพิสูจน์แบบยา อ่านความต่างทางกฎหมายได้ที่ อาหารเสริมกับยาต่างกันอย่างไรตามกฎหมาย และเหตุผลที่อาหารเสริมไม่ใช่ทางเลือกแทนยาที่ อาหารเสริมใช้แทนยาไม่ได้ เพราะอะไร

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)

เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ดื่มน้ำตามมาก ๆ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.

  • ไฟโตสเตอรอล 2 มก. — งานวิจัยในคนที่กินสแตตินอยู่แล้วใช้แพลนท์สเตอรอลหรือสตานอลวันละ 1.8–6 กรัม (ค่ากลาง 2.5 กรัม) ลด LDL ได้เพิ่มเล็กน้อย ในแคปซูลมี 0.002 กรัม น้อยกว่าประมาณ 1,000 เท่า
  • น้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. — งานวิจัยในคนที่เกี่ยวกับค่าไขมันใช้น้ำมันเหล่านี้ปรุงอาหารทั้งวันในปริมาณหลายสิบกรัม เช่น งานไทยใช้น้ำมันรำข้าววันละ 30 มล. ส่วนในแคปซูลมีรวมกันราว 0.5 กรัม

ไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ทำให้ LDL ลดลง และไม่ควรใช้เป็นเหตุผลในการเลื่อนหรือหยุดยาลดไขมันที่แพทย์สั่ง ผลิตภัณฑ์มีวิตามินอี ซึ่งในขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด และมีแอล-อาร์จินีน ซึ่งงาน VINTAGE MI ในผู้ป่วยหลังกล้ามเนื้อหัวใจตายที่ได้วันละ 9 กรัม (ในแคปซูลมี 5 มก.) พบผู้เสียชีวิตมากกว่ากลุ่มยาหลอก ผู้ที่เคยหัวใจวายจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อน ฉลากระบุให้ผู้ใช้ยาประจำตัวปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร อ่านเรื่องประกาศ อย. เกี่ยวกับโฆษณาผลิตภัณฑ์นี้ได้ที่ คำเตือนของ อย. เรื่องโฆษณาเบต้าออยล์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Oil ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

Beta Oilเบต้าออยล์

เลข อย. 13-1-01566-5-0001

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →

คำถามที่พบบ่อย

ไขมันในเลือดสูงกินอาหารเสริมได้ไหม

ได้ถ้าแจ้งแพทย์ และเลือกสารที่มีหลักฐานในปริมาณที่ศึกษา เช่น แพลนท์สตานอลวันละ 2 กรัมตามแนวทางไทย แต่อาหารเสริมเป็นส่วนเสริมของการปรับอาหาร ไม่ใช่ทางเลือกแทนยาที่แพทย์สั่ง

ไม่กินยาลดไขมันได้ไหม

ขึ้นกับความเสี่ยงของแต่ละคน คนความเสี่ยงต่ำแพทย์อาจให้ปรับพฤติกรรม 3–6 เดือนก่อน แต่คนที่เคยเป็นโรคหัวใจ สโตรก เป็นเบาหวานบางกลุ่ม หรือไขมันสูงทางพันธุกรรม แนวทางให้ใช้ยา ห้ามหยุดยาเอง

หมอสั่งยาลดไขมันแล้ว ขอลองอาหารเสริมก่อนได้ไหม

ไม่ควร ยาสแตตินลด LDL ได้ 21–55% และมีหลักฐานว่าลดการเสียชีวิตและสโตรก ส่วนอาหารเสริมยังไม่มีหลักฐานด้านผลลัพธ์โรค ถ้ากังวลเรื่องยาให้คุยกับแพทย์

คอเลสเตอรอลสูงกินอะไรหาย

ไม่มีอาหารหรืออาหารเสริมใดที่ทำให้หาย การปรับอาหาร ลดไขมันอิ่มตัว งดไขมันทรานส์ เพิ่มใยอาหาร และออกกำลังกาย ช่วยลดค่าไขมันได้ แต่ยังต้องตรวจติดตามและใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง

ควรบอกหมออย่างไรว่ากินอาหารเสริม

ถ่ายรูปฉลากส่วนประกอบ บอกขนาด ความถี่ และวันที่เริ่ม แล้วถามว่ากินคู่กับยาได้ไหม เภสัชกรที่ห้องยาช่วยตรวจได้เช่นกัน

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29

อ่านต่อ

มือชาข้างเดียว ชาครึ่งซีก เป็นสัญญาณหลอดเลือดสมองไหม

มือชาข้างเดียวเกิดจากอะไร ชาครึ่งซีกทันทีต่างจากเส้นประสาทถูกกดทับอย่างไร ชาแต่ไม่อ่อนแรงก็เป็นสโตรกได้ รู้ว่าเมื่อไรต้องโทร 1669 และควรไปหาหมอแบบไหน

สโตรกเป็นซ้ำได้ไหม หลังหลอดเลือดสมองตีบต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

สโตรกเป็นซ้ำได้ และเสี่ยงสูงสุดช่วงสัปดาห์ถึงเดือนแรก รู้เป้าความดัน LDL เหตุผลที่ห้ามหยุดยาต้านเกล็ดเลือด การฟื้นฟู นวด ขับรถ และอาการที่ต้องโทร 1669

หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกควรกินอะไร

หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกลดเค็ม มัน หวาน เหล้า กินผลไม้ กาแฟได้แค่ไหน กลืนลำบากและกินยาวาร์ฟารินต้องจัดอาหารอย่างไร

หลอดเลือดสมองแตกกับตีบต่างกันอย่างไร อันไหนอันตรายกว่า

หลอดเลือดสมองแตก ตีบ และอุดตัน ต่างกันที่สาเหตุและการรักษา แต่ดูอาการแยกเองไม่ได้ ทุกแบบต้องโทร 1669 ทันที อ่านเรื่องอัมพฤกษ์ อัมพาต และหลอดเลือดโป่งพอง

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 629 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท