บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Oil

อาหารเสริมลดไขมันในเลือดมีจริงไหม ดูหลักฐานของแต่ละสารอย่างไร

คำตอบสั้น: มีสารบางชนิดที่มีงานวิจัยในคนว่าลด LDL ได้ เช่น แพลนท์สเตอรอลวันละ 2–3 กรัม ใยอาหารชนิดหนืดวันละ 5–10 กรัม และข้าวยีสต์แดง แต่ผลน้อยกว่ายาลดไขมัน ใช้ปริมาณสูงกว่าที่อยู่ในแคปซูลทั่วไปมาก และมูลนิธิของสมาคมไขมันแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุชัดว่าอาหารเสริมเหล่านี้ไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ วิธีดูหลักฐานคือถาม 3 ข้อ ศึกษาในคนหรือไม่ ใช้ปริมาณเท่าไร และวัดผลเป็นค่าเลือดหรือเป็นการเกิดโรคจริง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • สารที่มีหลักฐานในคนเรื่อง LDL ใช้ปริมาณระดับกรัม เช่น แพลนท์สเตอรอล 2–3 กรัมต่อวัน ลด LDL ได้ราว 8–12%
  • ข้าวยีสต์แดงมีโมนาโคลินเค ซึ่งมีโครงสร้างเหมือนยาโลวาสแตติน ปริมาณในแต่ละยี่ห้อต่างกันเกิน 60 เท่า และบางผลิตภัณฑ์ปนเปื้อนสารพิษต่อไต
  • น้ำมันปลาลดไตรกลีเซอไรด์ได้ราว 15% แต่ไม่เปลี่ยนไขมันชนิดอื่น
  • ยาสแตตินลด LDL ได้ 21–55% ตามชนิดและขนาดยา ซึ่งมากกว่าอาหารเสริมทุกชนิด
  • แนวทางไทยให้ปรับอาหารและพฤติกรรมเป็นพื้นฐานสำหรับทุกคน และต้องบอกแพทย์ทุกครั้งที่กินอาหารเสริม

อาหารเสริมลดไขมันในเลือดตัวไหนมีหลักฐานในคน

เว็บ LearnYourLipids ของมูลนิธิสมาคมไขมันแห่งชาติสหรัฐฯ (Foundation of the National Lipid Association) สรุปสารที่มีข้อมูลในคนไว้ดังนี้

  • แพลนท์สเตอรอลและสตานอล วันละ 2–3 กรัม ลด LDL ราว 8–12%
  • ใยอาหารชนิดหนืด เช่น ไซเลียม เพกติน กัวร์กัม วันละ 5–10 กรัม (ไม่เกิน 20 กรัม) ลด LDL ราว 5–11 มก./ดล.
  • ข้าวยีสต์แดง วันละ 1,200–4,800 มก. ลด LDL ราว 15–25%
  • เบอร์เบอรีน วันละ 500–1,500 มก. ลด LDL ราว 15–20%
  • สารสกัดกระเทียมบ่ม วันละ 5–6 กรัม ลด LDL และไตรกลีเซอไรด์
  • สารสกัดชาเขียว EGCG 500 มก. วันละ 2 ครั้ง ลด LDL ราว 5%

ส่วน น้ำมันปลา ศูนย์การแพทย์ผสมผสานแห่งชาติสหรัฐฯ (NCCIH) ระบุว่า EPA และ DHA ลดไตรกลีเซอไรด์ได้ราว 15% แต่ไม่เปลี่ยนค่าไขมันอื่น อ่านรายละเอียดได้ที่ น้ำมันปลาช่วยลดไขมันในเลือดได้ไหม

ข้อความสำคัญในหน้าเดียวกัน คือ อาหารเสริมเหล่านี้ไม่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ให้ใช้ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ หลอดเลือด หรือสโตรก และควรคุยกับแพทย์เรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผลก่อนซื้อ

ข้าวยีสต์แดงต้องระวังอะไร

NCCIH อธิบายว่าข้าวยีสต์แดงมี โมนาโคลินเค ซึ่งมีโครงสร้างเหมือนยาโลวาสแตติน (ยาลดไขมันกลุ่มสแตติน) จึงลดไขมันได้ด้วยกลไกเดียวกับยา และมีความเสี่ยงคล้ายยา

  • งานวิเคราะห์ปี 2017 พบโมนาโคลินเคต่างกันเกิน 60 เท่าระหว่างยี่ห้อ ตั้งแต่ 0.09 ถึง 5.48 มก. ต่อ 1,200 มก. และไม่มียี่ห้อใดใน 28 ยี่ห้อที่ตรวจระบุปริมาณโมนาโคลินเคบนฉลาก
  • บางผลิตภัณฑ์ปนเปื้อน ซิทรินิน ซึ่งเป็นพิษและทำลายไตได้
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีโมนาโคลินเคมากอาจทำให้กล้ามเนื้อ ไต ตับเสียหาย และอาจมีปฏิกิริยากับยาบางชนิดเช่นเดียวกับยาสแตติน

ใครที่กินยาลดไขมันอยู่ ต้องถามแพทย์ก่อนเสมอ อ่านเพิ่มที่ ยาลดไขมันกินคู่อาหารเสริมได้ไหม

ปริมาณในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูลต่างกันแค่ไหน

นี่คือจุดที่คนอ่านโฆษณามักพลาด สารชนิดเดียวกัน แต่ปริมาณต่างกันหลายร้อยเท่า ไม่ควรคาดว่าจะได้ผลเท่ากัน

ตัวอย่างจากงานรวมผลการทดลองแพลนท์สเตอรอล 124 งาน ผลลด LDL ขึ้นกับขนาด

  • น้อยกว่า 1 กรัมต่อวัน ลดราว 5.7%
  • 1.5–2 กรัมต่อวัน ลดราว 7.6%
  • 3–4 กรัมต่อวัน ลดราว 12.4%

งานนี้ ไม่มีข้อมูลในขนาดระดับมิลลิกรัม ถ้าแคปซูลใดมีแพลนท์สเตอรอลไม่กี่มิลลิกรัม ก็ไม่มีงานวิจัยที่บอกได้ว่าจะลด LDL ได้เท่าไร

วิธีเช็กง่าย ๆ คือ ดูฉลากว่าสารนั้นมีกี่มิลลิกรัมต่อแคปซูล แล้วเทียบกับปริมาณในงานวิจัย ถ้าต่างกันเป็นสิบเท่าขึ้นไป ให้ถือว่ายังไม่มีหลักฐานสำหรับปริมาณนั้น อ่านปริมาณแพลนท์สเตอรอลจากอาหารได้ที่ แพลนท์สเตอรอลกินวันละกี่กรัม

อ่านงานวิจัยอย่างไร ในคน ในสัตว์ หรือในหลอดทดลอง

เวลาเห็นคำว่า "มีงานวิจัยรองรับ" ให้ถามต่ออีก 4 ข้อ

  1. ศึกษาในอะไร งานในหลอดทดลองหรือในหนูบอกได้แค่ว่าสารนั้นน่าศึกษาต่อ ยังบอกไม่ได้ว่าในคนจะได้ผล
  2. ศึกษากี่คน นานเท่าไร งาน 20–30 คนนาน 4 สัปดาห์ ยังเป็นหลักฐานเบื้องต้น งานรวมผลการทดลองหลายงานเชื่อถือได้มากกว่า
  3. ใช้ปริมาณเท่าไร เทียบกับฉลากทุกครั้ง
  4. วัดผลอะไร ค่า LDL ที่ลดลงเป็นผลทางห้องแล็บ ส่วนการลดหัวใจวายหรือสโตรกเป็นผลลัพธ์ที่สำคัญกว่า บทความทบทวนเรื่องแพลนท์สเตอรอลระบุว่ายังไม่มีการทดลองแบบสุ่มที่ดูผลต่อโรคหัวใจโดยตรง

เรื่องเหตุผลที่อาหารเสริมหลายตัวกินแล้วไม่เห็นผล อ่านต่อที่ ทำไมอาหารเสริมบางตัวไม่เห็นผล

ทำไมกฎหมายไม่ให้โฆษณาว่าลดไขมันได้

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารขึ้นทะเบียนในฐานะ อาหาร ไม่ใช่ยา จึงไม่ได้ผ่านการพิสูจน์ประสิทธิผลแบบที่ยาต้องผ่าน และการมีเลข อย. หมายถึงผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตในฐานะอาหาร ไม่ใช่การรับรองว่าลดไขมันได้ อ่านความต่างทางกฎหมายได้ที่ อาหารเสริมกับยาต่างกันอย่างไรตามกฎหมาย และ เลข อย. ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

อาหารเสริมลดไขมันยี่ห้อไหนดี ตามกระทู้ pantip เชื่อได้แค่ไหน

กระทู้รีวิวเป็นประสบการณ์ของแต่ละคน ไม่ใช่หลักฐาน ด้วยเหตุผลเหล่านี้

  • คนที่ค่าไขมันลดหลังเริ่มอาหารเสริม มักปรับอาหาร ออกกำลังกาย หรือได้ยาจากแพทย์ไปพร้อมกัน จึงแยกไม่ได้ว่าอะไรได้ผล
  • ค่าไขมันในเลือดขึ้นลงได้เองจากอาหารช่วงก่อนตรวจ
  • บางรีวิวอาจเป็นการตลาดแฝง

แทนที่จะถามว่ายี่ห้อไหนดี ให้ถามว่า มีสารอะไร กี่มิลลิกรัม และงานวิจัยใช้เท่าไร แล้วเอาฉลากไปให้เภสัชกรหรือแพทย์ดู

สัญญาณโฆษณาเกินจริงที่ควรระวัง

  • อ้างว่าล้างไขมันในหลอดเลือด ละลายลิ่มเลือด หรือทะลวงหลอดเลือด
  • บอกว่ากินแล้วหยุดยาได้ หรือแนะนำให้ลองก่อนค่อยกินยา
  • ระบุเวลาเห็นผล เช่น 7 วัน 1 เดือน หรือโชว์ผลเลือดก่อนและหลัง
  • อ้างว่าปลอดภัย 100% ไม่มีผลข้างเคียง กินคู่ยาได้ทุกชนิด
  • อ้างว่าหน่วยงานรัฐหรือมหาวิทยาลัยรับรองสรรพคุณ

รายการสัญญาณเตือนแบบเต็มอยู่ที่ สัญญาณอันตรายของโฆษณาอาหารเสริม

ควรเริ่มจากอาหารก่อน หรืออาหารเสริมก่อน

เริ่มจากอาหาร แนวทางเวชปฏิบัติของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2567 วางการปรับพฤติกรรมเป็นพื้นฐาน ได้แก่ ไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 7% ของพลังงาน ใช้น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันถั่วเหลืองแทนไขมันอิ่มตัว งดไขมันทรานส์ เพิ่มใยอาหาร ออกกำลังกาย 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ และเลิกบุหรี่ แนวทางเดียวกันแนะนำแพลนท์สตานอลวันละ 2 กรัมเป็นส่วนเสริมของการปรับอาหาร

ส่วนใครควรได้ยา แพทย์ตัดสินจากความเสี่ยงรวม ไม่ใช่จากตัวเลข LDL อย่างเดียว อ่านต่อที่ ไขมันในเลือดสูงกินอาหารเสริมได้ไหม ขอลองก่อนกินยาได้หรือเปล่า

ถ้ากินอาหารเสริมอยู่ ต้องแจ้งแพทย์ไหม

ต้องแจ้งทุกครั้ง โดยเฉพาะข้าวยีสต์แดงที่ออกฤทธิ์เหมือนยา น้ำมันปลา กระเทียม และวิตามินอีขนาดสูงที่อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด วิธีง่ายที่สุดคือถ่ายรูปฉลากด้านส่วนประกอบไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดูตอนไปตามนัด และ อาหารเสริมไม่สามารถใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง อ่านเหตุผลได้ที่ ทำไมอาหารเสริมใช้แทนยาไม่ได้

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)

เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ดื่มน้ำตามมาก ๆ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) เราใช้หลักเดียวกับที่อธิบายข้างบนมาเทียบส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์นี้ ต่อ 1 แคปซูล

  • ไฟโตสเตอรอล 2 มก. — งานวิจัยในคนใช้แพลนท์สเตอรอลหรือสตานอลวันละ 1.5–3 กรัม ลด LDL ราว 7–12% ในแคปซูลมี 0.002 กรัม น้อยกว่าประมาณ 1,000 เท่า และไม่มีข้อมูลในขนาดระดับมิลลิกรัม
  • น้ำมันคาโนลา 200 มก. — งานรวม 27 การทดลองในคนใช้เป็นน้ำมันหลักในอาหารแทนไขมันอื่น LDL ลดเฉลี่ยราว 6 มก./ดล. ปริมาณที่ศึกษาเป็นหลักสิบกรัมต่อวัน
  • น้ำมันมะกอก 200 มก. — งานรวม 34 การทดลองพบว่าผลต่อค่าไขมันในเลือดน้อยมาก งาน PREDIMED ใช้อย่างน้อยวันละ 4 ช้อนโต๊ะร่วมกับการเปลี่ยนอาหารทั้งหมด
  • น้ำมันรำข้าว 109 มก. — งานรวม 11 การทดลองพบ LDL ลดเฉลี่ยราว 6.9 มก./ดล. งานไทยใช้วันละ 30 มล.
  • สารสกัดจากข้าว 10 มก. — ฉลากไม่ได้ระบุว่ามีแกมมา-โอรีซานอลเท่าไร งานในคนส่วนใหญ่ศึกษาแกมมา-โอรีซานอลในรูปน้ำมันรำข้าวปรุงอาหาร
  • วิตามินซี (กรดแอสคอร์บิก) 30 มก. — งานใหญ่ในแพทย์ชาย 14,641 คนที่ใช้วิตามินซีวันละ 500 มก. นานราว 8 ปี ไม่พบว่าลดเหตุการณ์โรคหัวใจ
  • วิตามินอี (ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต 50%) 5 มก. — การทดลองใหญ่ เช่น HOPE ที่ใช้วิตามินอี 400 IU ต่อวัน ไม่พบผลต่อเหตุการณ์โรคหัวใจ ในแคปซูลมีปริมาณต่ำกว่านั้นมาก

สรุปตามหลักฐาน ทุกส่วนประกอบมีปริมาณต่ำกว่าที่ใช้ในงานวิจัยหลายสิบถึงหลายพันเท่า ไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ทำให้ LDL หรือค่าไขมันอื่นเปลี่ยน วิตามินอีขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ฉลากระบุให้ผู้ใช้ยาประจำตัวปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร อ่านเรื่องประกาศ อย. เกี่ยวกับโฆษณาผลิตภัณฑ์นี้ได้ที่ คำเตือนของ อย. เรื่องโฆษณาเบต้าออยล์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Oil ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

Beta Oilเบต้าออยล์

เลข อย. 13-1-01566-5-0001

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →

คำถามที่พบบ่อย

อาหารเสริมลดไขมันในเลือดมีจริงไหม

มีสารบางชนิดที่งานวิจัยในคนพบว่าลด LDL ได้ เช่น แพลนท์สเตอรอลวันละ 2–3 กรัม ใยอาหารชนิดหนืด และข้าวยีสต์แดง แต่ผลน้อยกว่ายาลดไขมัน และไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

อาหารเสริมลด LDL ตัวไหนมีหลักฐานมากที่สุด

แพลนท์สเตอรอลและสตานอลมีงานวิจัยในคนจำนวนมาก วันละ 2–3 กรัมลด LDL ราว 8–12% แนวทางไทยปี 2567 แนะนำแพลนท์สตานอลวันละ 2 กรัมเป็นส่วนเสริมของการปรับอาหาร

ข้าวยีสต์แดงปลอดภัยไหม

ข้าวยีสต์แดงมีสารที่มีโครงสร้างเหมือนยาโลวาสแตติน ปริมาณต่างกันมากระหว่างยี่ห้อ บางผลิตภัณฑ์ปนเปื้อนสารพิษต่อไต และอาจมีผลข้างเคียงคล้ายยา ควรถามแพทย์ก่อน โดยเฉพาะผู้ที่กินยาลดไขมันอยู่

รีวิวอาหารเสริมลดไขมันใน pantip เชื่อได้ไหม

รีวิวเป็นประสบการณ์ส่วนตัว มักมีการปรับอาหารหรือใช้ยาไปพร้อมกัน จึงบอกไม่ได้ว่าอะไรได้ผล ควรดูว่าสารมีกี่มิลลิกรัมเทียบกับงานวิจัย และปรึกษาเภสัชกร

กินอาหารเสริมอยู่ต้องบอกหมอไหม

ต้องบอกทุกครั้ง เพราะบางชนิดออกฤทธิ์คล้ายยาหรือมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ถ่ายรูปฉลากส่วนประกอบไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดูตอนไปตามนัด

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29

อ่านต่อ

มือชาข้างเดียว ชาครึ่งซีก เป็นสัญญาณหลอดเลือดสมองไหม

มือชาข้างเดียวเกิดจากอะไร ชาครึ่งซีกทันทีต่างจากเส้นประสาทถูกกดทับอย่างไร ชาแต่ไม่อ่อนแรงก็เป็นสโตรกได้ รู้ว่าเมื่อไรต้องโทร 1669 และควรไปหาหมอแบบไหน

สโตรกเป็นซ้ำได้ไหม หลังหลอดเลือดสมองตีบต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

สโตรกเป็นซ้ำได้ และเสี่ยงสูงสุดช่วงสัปดาห์ถึงเดือนแรก รู้เป้าความดัน LDL เหตุผลที่ห้ามหยุดยาต้านเกล็ดเลือด การฟื้นฟู นวด ขับรถ และอาการที่ต้องโทร 1669

หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกควรกินอะไร

หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกลดเค็ม มัน หวาน เหล้า กินผลไม้ กาแฟได้แค่ไหน กลืนลำบากและกินยาวาร์ฟารินต้องจัดอาหารอย่างไร

หลอดเลือดสมองแตกกับตีบต่างกันอย่างไร อันไหนอันตรายกว่า

หลอดเลือดสมองแตก ตีบ และอุดตัน ต่างกันที่สาเหตุและการรักษา แต่ดูอาการแยกเองไม่ได้ ทุกแบบต้องโทร 1669 ทันที อ่านเรื่องอัมพฤกษ์ อัมพาต และหลอดเลือดโป่งพอง

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 629 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท