บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Oil

สโตรกเป็นซ้ำได้ไหม หลังหลอดเลือดสมองตีบต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

คำตอบสั้น: สโตรกเป็นซ้ำได้ และ MedlinePlus ระบุว่าความเสี่ยงสูงสุดอยู่ในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนหลังเป็นครั้งแรก แพทย์ศิริราชอธิบายว่าคนที่เคยเป็นแล้วต้องดูแลต่อเนื่องไปตลอดชีวิต หัวใจสำคัญคือกินยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดตามสั่งโดยไม่หยุดเอง คุมความดัน ไขมัน น้ำตาล เลิกบุหรี่ ทำกายภาพบำบัด และ จำสัญญาณเตือน เห็นอาการข้อใดข้อหนึ่งให้โทร 1669 ทันที

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ความเสี่ยงสโตรกซ้ำสูงที่สุดในช่วงสัปดาห์ถึงเดือนแรก แล้วค่อย ๆ ลดลง
  • หลังสโตรกเตือน (TIA) บางคนเป็นสโตรกภายใน 3 เดือน และครึ่งหนึ่งเกิดใน 48 ชั่วโมงแรก
  • MedlinePlus ย้ำว่าห้ามหยุดยาต้านเกล็ดเลือดและยาต้านการแข็งตัวของเลือดเอง
  • เป้าความดันที่วัดเองที่บ้านสำหรับผู้เคยเป็นสโตรกตามแนวทางไทยคือต่ำกว่า 135/85 มม.ปรอท ส่วน LDL ของผู้ที่สมองขาดเลือดจากหลอดเลือดแดงแข็งคือต่ำกว่า 70 มก./ดล.
  • การฟื้นตัวใช้เวลาเป็นสัปดาห์ เดือน หรือเป็นปี ขึ้นกับความรุนแรง

สโตรกเป็นซ้ำได้ไหม ช่วงไหนเสี่ยงที่สุด

เป็นซ้ำได้ เพราะต้นเหตุเดิมยังอยู่ หลอดเลือดที่แข็งและแคบ ความดันสูง หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ไม่ได้หายไปพร้อมกับอาการอ่อนแรง

  • MedlinePlus ระบุว่าความเสี่ยงการเป็นสโตรกครั้งที่สองสูงที่สุดในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนหลังครั้งแรก แล้วค่อย ๆ ลดลง
  • สำหรับสโตรกเตือน (TIA) ซึ่งอาการหายไปเอง MedlinePlus ระบุว่าบางคนจะเป็นสโตรกภายใน 3 เดือน และครึ่งหนึ่งของสโตรกเหล่านี้เกิดใน 48 ชั่วโมงหลัง TIA
  • NHLBI จัดให้การเคยเป็นสโตรกมาก่อนเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่ง

แพทย์ศิริราชอธิบายว่า เมื่อเคยเป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาตแล้ว แพทย์มักรักษาต่อเนื่องตลอดชีวิต เพื่อคุมปัจจัยเสี่ยงไม่ให้หลอดเลือดตีบมากขึ้นหรือเกิดซ้ำ

หลอดเลือดสมองตีบหายไหม ฟื้นตัวได้แค่ไหน

สมองส่วนที่เสียหายแล้วไม่กลับมาเหมือนเดิม 100% แต่การทำงานของร่างกายฟื้นได้มากน้อยตามความรุนแรงและการฝึก

  • NHLBI ระบุว่าการฟื้นตัวอาจใช้เวลาเป็นสัปดาห์ เดือน หรือแม้แต่เป็นปี และมักต้องทำงานร่วมกับนักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด และนักแก้ไขการพูด
  • แพทย์ศิริราชอธิบายว่าคนที่เป็นน้อยอาจกลับมาเดินได้เหมือนเดิม ส่วนคนที่เป็นมาก เป้าหมายคือฝึกใช้มืออีกข้างทำกิจวัตรเอง เช่น ตักข้าว ล้างหน้า แปรงฟัน
  • ภาวะซึมเศร้าพบบ่อยหลังเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต NHLBI ระบุว่าอารมณ์อาจเปลี่ยนเร็ว รู้สึกกลัว กังวล หรือซึมเศร้า และการรักษามีให้ ถ้าผู้ป่วยเศร้าซึม ไม่อยากทำอะไร ให้บอกแพทย์

เป้าหมายความดัน ไขมัน น้ำตาล หลังสโตรกคือเท่าไร

ตัวเลขด้านล่างเป็นเป้าทั่วไปตามแนวทางไทย แพทย์อาจตั้งเป้าต่างจากนี้ตามความเสี่ยงของแต่ละคน

  • ความดันที่วัดเองที่บ้าน แนวทางของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2567 ตั้งเป้าต่ำกว่า 135/85 มม.ปรอท สำหรับผู้ที่เคยเป็นสโตรกหรืออายุ 65–79 ปี แนวทางเดียวกันย้ำว่าห้ามปรับยาเองจากผลวัดที่บ้าน ให้จดค่าไปให้แพทย์ดู
  • LDL (ไขมันตัวร้าย) แนวทางของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ พ.ศ. 2567 ตั้งเป้าต่ำกว่า 70 มก./ดล. สำหรับผู้ที่สมองขาดเลือดจากหลอดเลือดแดงแข็งตีบ
  • น้ำตาลในเลือด ผู้ที่เป็นเบาหวานร่วมด้วย ให้คุมตามเป้าที่แพทย์ผู้ดูแลกำหนด

อ่านเพิ่มเรื่องการตั้งเป้า LDL ได้ที่ LDL ควรต่ำกว่าเท่าไหร่

ทำไมต้องกินยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาละลายลิ่มเลือดต่อเนื่อง

ยาเหล่านี้ช่วยไม่ให้เลือดจับตัวเป็นลิ่มไปอุดหลอดเลือดสมองซ้ำ MedlinePlus อธิบายว่ายาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล ช่วยไม่ให้เลือดแข็งตัว และบางคนได้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน หรือยากลุ่มใหม่ที่กินทางปาก

MedlinePlus เขียนไว้ชัดว่าห้ามหยุดยาเหล่านี้เอง ถ้ามีปัญหา เช่น เลือดออกตามไรฟัน ฟกช้ำง่าย อุจจาระดำ หรือต้องถอนฟันหรือผ่าตัด ให้ติดต่อแพทย์ผู้สั่งยา ไม่ใช่หยุดยาเองที่บ้าน

ผู้ที่กินวาร์ฟารินต้องตรวจเลือดตามนัดเพิ่ม และระวังเรื่องผักใบเขียว อ่านต่อที่ หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร

ยาลดไขมันกลุ่มสแตตินก็เป็นยาที่ผู้ป่วยหลายคนต้องกินต่อเนื่อง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ สรุปว่าในผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดแล้ว สแตตินลดการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุได้ 18–30%

หลอดเลือดสมองตีบนวดได้ไหม กายภาพบำบัดสำคัญอย่างไร

กายภาพบำบัดคือหัวใจของการฟื้นฟู แพทย์ศิริราชอธิบายว่าเมื่ออาการคงที่ แพทย์จะเริ่มกายภาพบำบัด และญาติควรเรียนวิธีทำกายภาพจากนักกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลไปทำต่อที่บ้าน พร้อมให้ผู้ป่วยทำสิ่งที่ทำได้เองให้มากที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจ

เรื่องการนวด ถ้าอยากนวด ให้ถามแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดที่ดูแลก่อน และบอกผู้นวดว่ากินยาอะไรอยู่ เพราะผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดอาจฟกช้ำง่าย ซึ่ง MedlinePlus ระบุเป็นอาการที่ต้องแจ้งแพทย์ การนวดไม่ควรเข้ามาแทนเวลาฝึกกายภาพบำบัด

แพทย์ศิริราชยังเตือนว่าผู้ป่วยที่นอนนานเสี่ยงปอดอักเสบ ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และแผลกดทับ ผู้ที่ช่วยตัวเองไม่ได้ควรพลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง ดูวิธีดูแลได้ที่ การดูแลผู้สูงอายุติดเตียง และ เมื่อผู้สูงอายุเดินได้น้อยลง

หลังสโตรกห้ามกินยาอะไรเอง

  • ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน นาพรอกเซน แนวทางความดันโลหิตสูงของไทยระบุว่าทำให้ความดันสูงขึ้นได้ และ MedlinePlus ระบุว่ามีปฏิกิริยากับวาร์ฟาริน
  • แอสไพรินที่ซื้อเอง อย่ากินเพิ่มจากที่แพทย์สั่ง โดยเฉพาะถ้ากินยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่แล้ว
  • สมุนไพรและอาหารเสริม MedlinePlus ระบุว่ากระเทียม แปะก๊วย โสม โคเอนไซม์คิวเทน และอื่น ๆ อาจมีปฏิกิริยากับวาร์ฟาริน ส่วนแนวทางไทยเตือนว่าชะเอมเทศและสมุนไพรบางชนิดทำให้ความดันสูง
  • ยาแก้หวัดคัดจมูกที่มีซูโดอีเฟดรีน แนวทางไทยจัดเป็นยาที่ทำให้ความดันสูงได้

ก่อนซื้อยาใด ๆ ให้บอกเภสัชกรว่าเคยเป็นสโตรกและกินยาอะไรอยู่ อ่าน อาหารเสริมที่ต้องระวังเมื่อกินยาละลายลิ่มเลือด

ขับรถ ทำงาน ออกกำลังกายได้เมื่อไร

  • ขับรถ MedlinePlus แนะนำว่าห้ามขับรถจนกว่าแพทย์จะอนุญาต
  • ทำงาน ขึ้นกับลักษณะงานและอาการที่เหลือ ควรคุยกับแพทย์และทีมฟื้นฟูเป็นรายคน
  • ออกกำลังกาย แนวทางความดันโลหิตสูงของไทยแนะนำการออกกำลังแบบแอโรบิกระดับปานกลางรวม 150 นาทีต่อสัปดาห์ แต่ผู้ที่ความดัน 180/110 ขึ้นไป เจ็บหน้าอก หัวใจล้มเหลว หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน ผู้ป่วยหลังสโตรกควรเริ่มตามที่ทีมกายภาพบำบัดวางแผนให้
  • บุหรี่และเหล้า MedlinePlus แนะนำให้เลิกบุหรี่ (สายด่วนเลิกบุหรี่ 1600) และดื่มไม่เกินวันละ 1 ดื่มมาตรฐานสำหรับผู้หญิง และ 2 ดื่มมาตรฐานสำหรับผู้ชาย

ความเชื่อที่พบบ่อยหลังสโตรก

ได้ยินว่าเดินได้แล้ว อาการดีแล้ว หยุดยาได้ จริงไหม ไม่จริง ยาไม่ได้มีไว้รักษาอาการอ่อนแรง แต่มีไว้ลดโอกาสเกิดลิ่มเลือดและคุมปัจจัยเสี่ยง แพทย์ศิริราชอธิบายว่าต้องดูแลต่อเนื่องตลอดชีวิต

ได้ยินว่ากินยาต้านเกล็ดเลือดนาน ๆ แล้วเลือดจะไม่หยุดไหล ต้องหยุดเป็นระยะ จริงไหม ไม่ควรหยุดเอง ถ้ากังวลเรื่องเลือดออก ให้คุยกับแพทย์ผู้สั่งยา

สัญญาณเตือนการเป็นซ้ำที่ครอบครัวต้องจำ

มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้โทร 1669 ทันที แม้อาการจะหายไปเองแล้ว ตามหลัก B.E.F.A.S.T. ของกรมควบคุมโรค

  • เวียนหัว เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ทันที
  • ตามัว เห็นภาพซ้อนทันที
  • หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว
  • แขนขาอ่อนแรงหรือชาซีกเดียว
  • พูดไม่ชัด พูดไม่ออก หรือฟังไม่เข้าใจ
  • ปวดศีรษะรุนแรงทันที

จดเวลาที่เริ่มมีอาการ กรมควบคุมโรคย้ำให้ถึงโรงพยาบาลภายใน 4 ชั่วโมง 30 นาที รายละเอียดการสังเกตอยู่ที่ สัญญาณเตือนและหลัก FAST

ผู้ดูแลเองก็เหนื่อยได้ NHLBI ระบุว่าการสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อนช่วยลดความเครียดของผู้ป่วยได้ ผู้ดูแลจึงต้องดูแลตัวเองด้วย อ่าน ภาวะหมดไฟของผู้ดูแล

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)

เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. วันละ 1 แคปซูล ดื่มน้ำตามมาก ๆ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) ฉลากระบุส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูล ได้แก่ น้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ได้อยู่ในรายการสิ่งที่ลดโอกาสสโตรกซ้ำ สิ่งที่มีหลักฐานคือยาที่แพทย์สั่ง การคุมความดันและไขมัน การเลิกบุหรี่ และการฟื้นฟู

  • น้ำมันคาโนลา 200 มก. — มีงานรวมผลการทดลองในคนว่า เมื่อใช้เป็นน้ำมันหลักในอาหารแทนไขมันชนิดอื่น LDL ลดลงเฉลี่ยราว 6 มก./ดล. แต่ไม่เปลี่ยน HDL และไตรกลีเซอไรด์ ปริมาณที่ศึกษาคือน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหารทั้งวัน (หลายสิบกรัม) ส่วนในแคปซูลมี 200 มิลลิกรัม
  • น้ำมันมะกอก 200 มก. — งานที่ใหญ่ที่สุดคือ PREDIMED ในสเปน ซึ่งให้ผู้มีความเสี่ยงสูงที่ยังไม่เป็นโรคหัวใจกินอาหารเมดิเตอร์เรเนียนร่วมกับน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์อย่างน้อยวันละ 4 ช้อนโต๊ะ ไม่ใช่การศึกษาในผู้ที่เคยเป็นสโตรกแล้ว ในแคปซูลมี 200 มิลลิกรัม (0.2 กรัม) ซึ่งน้อยกว่าปริมาณในงานวิจัยหลายร้อยเท่า ฉลากไม่ได้ระบุว่าเป็นน้ำมันมะกอกเกรดใด
  • น้ำมันรำข้าว 109 มก. — มีงานวิจัยในคน รวมถึงงานของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ให้ผู้มีไขมันสูงใช้น้ำมันรำข้าววันละ 30 มิลลิลิตรปรุงอาหาร 3 มื้อ นาน 4 สัปดาห์ แล้ว LDL ลดลงมากกว่ากลุ่มที่ใช้น้ำมันถั่วเหลือง ในแคปซูลมี 109 มิลลิกรัม ซึ่งน้อยกว่าปริมาณในงานวิจัยหลายร้อยเท่า

ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ลดโอกาสเป็นสโตรกซ้ำ

ข้อควรระวังสำหรับผู้ป่วยหลังสโตรก: ผลิตภัณฑ์มีวิตามินอี ซึ่งในขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน หรือยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากขนาดหลายร้อยมิลลิกรัมขึ้นไป และการทดลอง Physicians' Health Study II (วิตามินอี 400 IU วันเว้นวัน 8 ปี) พบสโตรกชนิดเลือดออกมากขึ้น (HR 1.74) ผู้ใช้ยากลุ่มนี้ต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่ม และห้ามหยุดยาเหล่านี้เพื่อหันมาใช้อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์ยังมีแอล-อาร์จินีน ซึ่งงานวิจัย VINTAGE MI ในผู้ป่วยหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย (วันละ 9 กรัม) พบผู้เสียชีวิต 6 รายในกลุ่มอาร์จินีน เทียบกับ 0 รายในกลุ่มยาหลอก จนต้องยุติการศึกษาก่อนกำหนด ผู้ที่เคยหัวใจวายร่วมด้วยจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Oil ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

Beta Oilเบต้าออยล์

เลข อย. 13-1-01566-5-0001

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →

คำถามที่พบบ่อย

สโตรกเป็นซ้ำได้ไหม

เป็นซ้ำได้ เพราะต้นเหตุเดิม เช่น หลอดเลือดแข็ง ความดันสูง หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ยังอยู่ ความเสี่ยงสูงที่สุดช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนแรก จึงต้องกินยาและไปตามนัดต่อเนื่อง

หลอดเลือดสมองตีบหายไหม

สมองส่วนที่เสียหายไม่กลับมาเหมือนเดิมทั้งหมด แต่การทำงานของร่างกายฟื้นได้มากน้อยตามความรุนแรง คนที่เป็นน้อยอาจกลับมาเดินได้ การฟื้นตัวอาจใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปี

อาการดีขึ้นแล้วหยุดยาต้านเกล็ดเลือดได้ไหม

ไม่ได้ ห้ามหยุดยาเอง ยานี้มีไว้ลดโอกาสเกิดลิ่มเลือดซ้ำ ถ้ามีเลือดออกผิดปกติหรือต้องทำฟันหรือผ่าตัด ให้ติดต่อแพทย์ผู้สั่งยา

ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบนวดได้ไหม

ควรถามแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดก่อน และบอกผู้นวดว่ากินยาอะไรอยู่ เพราะผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดอาจฟกช้ำง่าย การนวดไม่ควรมาแทนการฝึกกายภาพบำบัด

หลังเป็นสโตรกขับรถได้เมื่อไร

ห้ามขับรถจนกว่าแพทย์จะอนุญาต แพทย์และทีมฟื้นฟูจะประเมินเป็นรายคนตามอาการที่เหลืออยู่

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29

อ่านต่อ

มือชาข้างเดียว ชาครึ่งซีก เป็นสัญญาณหลอดเลือดสมองไหม

มือชาข้างเดียวเกิดจากอะไร ชาครึ่งซีกทันทีต่างจากเส้นประสาทถูกกดทับอย่างไร ชาแต่ไม่อ่อนแรงก็เป็นสโตรกได้ รู้ว่าเมื่อไรต้องโทร 1669 และควรไปหาหมอแบบไหน

หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกควรกินอะไร

หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกลดเค็ม มัน หวาน เหล้า กินผลไม้ กาแฟได้แค่ไหน กลืนลำบากและกินยาวาร์ฟารินต้องจัดอาหารอย่างไร

หลอดเลือดสมองแตกกับตีบต่างกันอย่างไร อันไหนอันตรายกว่า

หลอดเลือดสมองแตก ตีบ และอุดตัน ต่างกันที่สาเหตุและการรักษา แต่ดูอาการแยกเองไม่ได้ ทุกแบบต้องโทร 1669 ทันที อ่านเรื่องอัมพฤกษ์ อัมพาต และหลอดเลือดโป่งพอง

ใจสั่นเกิดจากอะไร ใจสั่นแบบไหนควรไปหาหมอ กินกาแฟได้ไหม

ใจสั่นเกิดจากอะไร กาแฟ ความเครียด ไทรอยด์ ยาแก้คัดจมูก หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ วิธีจับชีพจรเอง ชีพจรปกติเท่าไร และใจสั่นแบบไหนต้องโทร 1669

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 629 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท