เกี่ยวกับ Beta Oil
ไขมันพอกตับกับไขมันในเลือดสูง เกี่ยวกันอย่างไร เป็นพร้อมกันดูแลแบบไหน
คำตอบสั้น: ไขมันพอกตับกับไขมันในเลือดสูง เป็นคนละโรคกัน โรคแรกคือไขมันสะสมอยู่ในเซลล์ตับ ส่วนโรคหลังคือค่าไขมันที่ลอยอยู่ในกระแสเลือดผิดปกติ แต่ทั้งสองโรคมีต้นเหตุร่วมกัน คือ น้ำหนักเกิน อ้วนลงพุง ภาวะดื้ออินซูลิน และการกินพลังงานเกิน จึงมักเจอพร้อมกันในใบตรวจสุขภาพ การดูแลหลักเป็นชุดเดียวกัน คือ ลดน้ำหนักอย่างน้อยร้อยละ 5–10 ปรับอาหาร ออกกำลังกาย งดเหล้าและบุหรี่ และให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ เพราะทั้งสองโรคเกี่ยวกับหัวใจโดยตรง
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- แนวทางเวชปฏิบัติไขมันพอกตับของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2569 พบโรคนี้ในคนไทยร้อยละ 17.8–22.8 จากการสำรวจระดับประเทศ
- เกณฑ์วินิจฉัยใหม่ (MASLD) ใช้ไตรกลีเซอไรด์สูงกว่า 150 มก./ดล. และ HDL ต่ำ เป็น 2 ใน 5 ปัจจัยเสี่ยง ไขมันในเลือดผิดปกติจึงเป็นส่วนหนึ่งของคำนิยามโรค
- ค่าไขมันในเลือดปกติแต่อัลตราซาวด์เจอไขมันพอกตับ เป็นไปได้ ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงข้ออื่น เช่น น้ำหนักเกิน รอบเอวเกิน น้ำตาลสูง ความดันสูง
- แนวทางไทยให้ลดน้ำหนักอย่างน้อยร้อยละ 5–10 ซึ่งได้ประโยชน์ทั้งตับและความเสี่ยงหัวใจ
- ยาลดไขมันกลุ่มสแตตินใช้ได้ในคนเป็นไขมันพอกตับ แนวทางไทยระบุว่าปลอดภัยสูงแม้ค่าเอนไซม์ตับสูงเล็กน้อย
ไขมันพอกตับกับไขมันในเลือดสูงเป็นโรคเดียวกันไหม ต่างกันตรงไหน
ไม่ใช่โรคเดียวกัน แต่เป็นญาติใกล้ชิดกัน
- ไขมันพอกตับ สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทยอธิบายว่าเป็นภาวะที่ไขมัน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปไตรกลีเซอไรด์ สะสมอยู่ในเซลล์ตับ ทางพยาธิวิทยาถือว่าเป็นโรคเมื่อมีไขมันในตับตั้งแต่ร้อยละ 5 ขึ้นไป ตรวจเจอด้วยภาพ เช่น อัลตราซาวด์ ไม่ใช่จากผลเลือดไขมัน
- ไขมันในเลือดสูง คือค่าคอเลสเตอรอล LDL (ไขมันตัวร้าย) หรือไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง หรือ HDL (ไขมันดี) ต่ำ ตรวจเจอจากการเจาะเลือด ความหมายของแต่ละค่าอ่านได้ที่ ไขมันในเลือดสูง ตัวเลขเท่าไรถึงเรียกว่าสูง
ชื่อทางการแพทย์ของไขมันพอกตับเปลี่ยนเป็น MASLD ซึ่งแปลว่า โรคตับคั่งไขมันที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของเมแทบอลิซึม ชื่อนี้บอกตรง ๆ ว่าโรคตับนี้เกิดคู่กับความผิดปกติของระบบเผาผลาญ ซึ่งรวมถึงไขมันในเลือดผิดปกติด้วย ความรู้พื้นฐานของโรคอ่านเพิ่มได้ที่ ไขมันพอกตับคืออะไร เกิดจากอะไร
ทำไมคนที่ตรวจเจอไขมันพอกตับมักมีไตรกลีเซอไรด์สูงและ HDL ต่ำ
เพราะทั้งสองอย่างงอกมาจากรากเดียวกัน คือภาวะดื้ออินซูลินและพลังงานเกิน
แนวทางเวชปฏิบัติไขมันพอกตับของไทย พ.ศ. 2569 (สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย) กำหนดว่าคนที่มีไขมันคั่งในตับจะวินิจฉัยเป็น MASLD เมื่อมีปัจจัยเสี่ยงทางเมแทบอลิกอย่างน้อย 1 ใน 5 ข้อ ได้แก่
- เบาหวานชนิดที่ 2 หรือน้ำตาลขณะอดอาหารเกิน 100 มก./ดล. หรือ HbA1c เกินร้อยละ 5.7 หรือได้รับยา
- ดัชนีมวลกาย 23 ขึ้นไป (เกณฑ์คนเอเชีย) หรือรอบเอวเกิน 90 ซม. ในผู้ชาย เกิน 80 ซม. ในผู้หญิง
- ความดันเกิน 130/85 มม.ปรอท หรือได้รับยา
- ไตรกลีเซอไรด์เกิน 150 มก./ดล. หรือได้รับยา
- HDL ต่ำกว่า 40 มก./ดล. ในผู้ชาย ต่ำกว่า 50 มก./ดล. ในผู้หญิง หรือได้รับยา
จะเห็นว่าไตรกลีเซอไรด์สูงและ HDL ต่ำอยู่ในคำนิยามของโรคเลย แนวทางเดียวกันอธิบายว่าไขมันสะสมในช่องท้องร่วมกับภาวะดื้ออินซูลินมีบทบาทสำคัญในการเร่งให้โรคลุกลามจากไขมันสะสมไปเป็นตับอักเสบ (MASH)
บทความของสมาคมโรคตับฯ อธิบายเพิ่มว่า เมื่อกินข้าว แป้ง น้ำตาลเกินกว่าที่ใช้เป็นพลังงาน ตับจะนำน้ำตาลส่วนเกินไปสร้างเป็นไขมันเก็บไว้ในตับ ขณะที่ MedlinePlus ของห้องสมุดการแพทย์แห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่าพลังงานเกินโดยเฉพาะจากน้ำตาล น้ำหนักเกิน เหล้า และเบาหวานที่คุมไม่ดี เป็นสาเหตุของไตรกลีเซอไรด์สูงเช่นกัน ต้นเหตุชุดเดียวกันจึงทำให้ทั้งตับและผลเลือดผิดปกติไปพร้อมกัน รายละเอียดเรื่องไตรกลีเซอไรด์กับตับอยู่ที่ ไตรกลีเซอไรด์สูงกับไขมันพอกตับ ลดตัวไหนก่อน
ผลเลือดไขมันปกติ แต่อัลตราซาวด์เจอไขมันพอกตับ เป็นไปได้ไหม
เป็นไปได้ เพราะเกณฑ์ข้างบนต้องการปัจจัยเสี่ยงแค่ข้อเดียว คนที่ค่าไขมันในเลือดปกติทุกตัว แต่มีรอบเอวเกิน น้ำหนักเกิน น้ำตาลเริ่มสูง หรือความดันสูง ก็เป็นไขมันพอกตับได้
กลับกัน ไขมันในเลือดสูงก็ไม่ได้แปลว่าต้องมีไขมันพอกตับทุกคน การจะรู้ว่าตับมีไขมันหรือไม่ต้องอาศัยการตรวจภาพ เช่น อัลตราซาวด์ (หรือชิ้นเนื้อตับในบางราย) ส่วนค่าเอนไซม์ตับปกติก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีไขมันพอกตับ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลอธิบายว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ตรวจเลือดไม่พบการอักเสบของตับและไม่มีอาการ อ่านต่อได้ที่ ไขมันพอกตับแต่ค่าตับปกติ
ถ้าเป็นทั้งสองอย่าง ควรเริ่มแก้ที่อาหารส่วนไหนก่อน
เริ่มจากพลังงานรวม น้ำตาล และไขมันอิ่มตัว เพราะสามเรื่องนี้แตะทั้งตับและผลเลือด
แนวทางไขมันพอกตับของไทย พ.ศ. 2569 แนะนำอาหารสุขภาพแบบสมดุล โดยให้ผักและผลไม้เป็นสัดส่วนสูงราวร้อยละ 40–50 ของปริมาณอาหาร มีโปรตีนพอเพียง ลดแป้งขัดสีและน้ำตาล ลดฟรุกโตส เครื่องดื่มหวาน ไขมันอิ่มตัว เนื้อแดง และอาหารแปรรูป ส่วนแนวทางไขมันในเลือดของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยฯ พ.ศ. 2567 ให้ไขมันอิ่มตัวไม่เกินร้อยละ 7 ของพลังงาน และให้คุมน้ำตาลไม่เกินร้อยละ 10 ของพลังงานเมื่อไตรกลีเซอไรด์สูง
ในจานอาหารไทย ลองเริ่มทีละข้อ
- ลดน้ำหวาน ชาไข่มุก กาแฟเย็นใส่นมข้นหวาน และน้ำอัดลมก่อน เพราะเป็นน้ำตาลที่ไม่ทำให้อิ่ม
- ลดข้าวขาวและข้าวเหนียวลงครึ่งทัพพี เพิ่มผักแทน สมาคมโรคตับฯ จัดข้าวเหนียว ข้าวขาว เบเกอรี และน้ำอัดลม เป็นอาหารดัชนีน้ำตาลสูง
- เลี่ยงหมูสามชั้น หนังไก่ ขาหมู และแกงกะทิทุกวัน เลือกต้ม นึ่ง ย่างแทนทอด
- คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเตือนว่าไม่ควรลดน้ำหนักด้วยการกินผลไม้แทนมื้ออาหาร เพราะผลไม้ที่มากเกินจะเปลี่ยนเป็นไขมันในตับได้
ถ้าดื่มเหล้า ให้หยุด แนวทางไทยแนะนำอย่างยิ่งให้คนเป็นไขมันพอกตับงดแอลกอฮอล์และบุหรี่ เพราะเพิ่มความเสี่ยงที่โรคจะลุกลาม
ลดน้ำหนักกี่เปอร์เซ็นต์ถึงช่วยทั้งค่าไขมันและตับ
เป้าหมายตามแนวทางไทยคืออย่างน้อยร้อยละ 5–10 ของน้ำหนักตั้งต้น สำหรับคนที่น้ำหนักเกิน แนวทางไขมันพอกตับ พ.ศ. 2569 ระบุว่าระดับนี้เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพทั้งต่อไขมันพอกตับและความเสี่ยงโรคหัวใจ
- คนหนัก 80 กก. ร้อยละ 5 คือราว 4 กก. ร้อยละ 10 คือราว 8 กก.
- การลดตั้งแต่ร้อยละ 10 ขึ้นไปถือเป็นเป้าหมายสำคัญ เพราะสัมพันธ์กับการลดการอักเสบของตับ และในงานที่แนวทางอ้าง ราวร้อยละ 45 ของผู้ที่ลดได้ระดับนี้มีพังผืดลดลงอย่างน้อยหนึ่งระดับ
- คนที่ไม่อ้วน (ดัชนีมวลกายต่ำกว่า 23) ลดเพียงร้อยละ 3–5 ก็ช่วยลดไขมันในตับได้
ลดช้า ๆ ดีกว่าลดฮวบ ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แนะนำราว 1–2 กก. ต่อเดือน เพราะการอดอาหารเพื่อลดเร็วอาจทำให้ตับอักเสบรุนแรงขึ้น รายละเอียดเรื่องเป้าน้ำหนักอยู่ที่ ไขมันพอกตับต้องลดน้ำหนักกี่เปอร์เซ็นต์
ต้องตรวจอะไรเพิ่มเพื่อดูความเสี่ยงหัวใจ
แนวทางไทยแนะนำว่า ผู้ป่วยไขมันพอกตับทุกรายควรได้รับการประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ด้วยระบบคะแนน เช่น Thai CV Risk Score ร่วมกับวัดความดัน ตรวจน้ำตาล และตรวจไขมันในเลือด
ฝั่งตับ แพทย์มักคำนวณค่า FIB-4 (ดัชนีประเมินพังผืดตับจากอายุและผลเลือด) เป็นขั้นแรก ถ้าค่าต่ำกว่า 1.3 ตรวจซ้ำทุก 1–2 ปี ถ้าสูงกว่านั้นอาจตรวจเพิ่มด้วยไฟโบรสแกน
เหตุผลที่ต้องดูหัวใจด้วย อธิบายละเอียดใน ไขมันพอกตับเสี่ยงโรคหัวใจจริงไหม
ได้ยินว่าเป็นไขมันพอกตับห้ามกินยาลดไขมัน เพราะยาทำลายตับ จริงไหม
ไม่จริง แนวทางไขมันพอกตับของไทย พ.ศ. 2569 ระบุว่ายากลุ่มสแตติน เช่น อะทอร์วาสแตติน โรสุวาสแตติน ซิมวาสแตติน เป็นยาหลักที่ควรใช้ และมีความปลอดภัยสูงในผู้ป่วยกลุ่มนี้ แม้ในรายที่มีค่าเอนไซม์ตับสูงเล็กน้อย ยาเป็นการตัดสินใจของแพทย์ที่ดูทั้งค่าไขมันและความเสี่ยงหัวใจ ห้ามหยุดยาเองเพราะกลัวตับ อ่านต่อได้ที่ ไขมันพอกตับกินยาลดไขมันได้ไหม
น้ำมันที่ใช้ทำอาหารมีผลต่อทั้งสองโรคอย่างไร
ชนิดของน้ำมันมีผลต่อค่าไขมันในเลือด ส่วนปริมาณน้ำมันมีผลต่อพลังงานรวมและน้ำหนัก ซึ่งย้อนกลับไปที่ตับ
- สมาคมโรคตับฯ แนะนำให้เลือกน้ำมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก และเลี่ยงน้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว ไขมันสัตว์
- กรมอนามัยแนะนำให้กินน้ำมันรวมไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา น้ำมันดีแค่ไหน ถ้าใช้มากก็ยังเป็นพลังงานส่วนเกิน
วิธีเลือกน้ำมันสำหรับผัดและทอดอยู่ที่ ไขมันพอกตับใช้น้ำมันอะไรทำอาหาร และ ไขมันในเลือดสูงกินน้ำมันอะไร
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)
เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.
ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้เป็นน้ำมันไม่อิ่มตัวและสารจากพืช หลักฐานที่ตรวจแล้วมีดังนี้ (รวมผลที่เป็นลบ)
- น้ำมันมะกอก 200 มก. — งานรวมการทดลองในคน 7 งาน (515 คน) ที่ศึกษาน้ำมันมะกอกในผู้ป่วยไขมันพอกตับ ไม่พบว่าค่าเอนไซม์ตับ ALT และ AST ต่างจากกลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญ บทคัดย่อไม่ได้ระบุขนาดน้ำมันที่ใช้ ส่วนงานอาหารเมดิเตอร์เรเนียนที่พบไขมันในตับลดลงเป็นการเปลี่ยนอาหารทั้งรูปแบบ ศึกษาในคนเพียง 12 คน ไม่ใช่การกินน้ำมันมะกอกปริมาณน้อย ฉลากไม่ได้ระบุว่าเป็นน้ำมันมะกอกชนิดเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน
- น้ำมันคาโนลา 200 มก. — งานรวม 27 การทดลองในคนพบว่าเมื่อใช้คาโนลาเป็นน้ำมันหลักแทนไขมันชนิดอื่น LDL ลดลงเฉลี่ยราว 6.4 มก./ดล. แต่ไม่เปลี่ยน HDL และไตรกลีเซอไรด์ ปริมาณที่ศึกษาคือน้ำมันปรุงอาหารทั้งวัน (หลายสิบกรัม) ไม่มีงานที่ดูผลต่อไขมันพอกตับ
- น้ำมันรำข้าว 109 มก. — งานของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ใช้น้ำมันรำข้าววันละ 30 มิลลิลิตรปรุงอาหาร 3 มื้อ นาน 4 สัปดาห์ ในผู้มีไขมันสูง 59 คน พบ LDL ลดลงมากกว่ากลุ่มน้ำมันถั่วเหลือง เป็นงานเล็กระยะสั้น และปริมาณที่ศึกษามากกว่าในแคปซูลหลายร้อยเท่า
- ไฟโตสเตอรอล 2 มก. — งานวิจัยเรื่อง LDL ใช้แพลนท์สเตอรอลหรือสตานอลวันละ 1.5–3 กรัม ซึ่งมากกว่า 2 มิลลิกรัมในแคปซูลราว 750–1,500 เท่า (คำนวณ) และไม่มีผลต่อ HDL
ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ทำให้ไขมันในตับ ค่าเอนไซม์ตับ หรือค่าไขมันในเลือดเปลี่ยน
ข้อควรระวัง: ผลิตภัณฑ์มีวิตามินอี ซึ่งในขนาดสูง (หลายร้อยมิลลิกรัมขึ้นไป) อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน หรือยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล และมีแอล-อาร์จินีน ซึ่งศูนย์มะเร็ง MSKCC ระบุว่าอาจเสริมฤทธิ์ยาลดความดัน ส่วนงานวิจัย VINTAGE MI ในผู้ป่วยหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย (ใช้อาร์จินีนวันละ 9 กรัม) พบผู้เสียชีวิตในกลุ่มอาร์จินีนมากกว่า ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ผู้ที่เป็นตับแข็งแล้ว แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของไทย พ.ศ. 2568 แนะนำว่าไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร หากเริ่มรับประทานแล้วมีอาการผิดปกติ ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อ) แล้วปรึกษาแพทย์
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →คำถามที่พบบ่อย
ไขมันพอกตับกับไขมันในเลือดสูงเป็นโรคเดียวกันไหม
ไม่ใช่ ไขมันพอกตับคือไขมันสะสมในเซลล์ตับ ตรวจด้วยภาพ เช่น อัลตราซาวด์ ส่วนไขมันในเลือดสูงคือค่าไขมันในเลือดผิดปกติ ตรวจด้วยการเจาะเลือด แต่ทั้งสองโรคมีต้นเหตุร่วมกันจึงมักเจอพร้อมกัน
ผลเลือดไขมันปกติ แต่เป็นไขมันพอกตับได้ไหม
ได้ เกณฑ์วินิจฉัยของไทยต้องการปัจจัยเสี่ยงทางเมแทบอลิกเพียงข้อเดียว เช่น น้ำหนักเกิน รอบเอวเกิน น้ำตาลสูง หรือความดันสูง แม้ค่าไขมันในเลือดปกติก็เป็นได้
ไขมันพอกตับต้องลดน้ำหนักกี่เปอร์เซ็นต์
แนวทางไทยปี 2569 ให้ลดอย่างน้อยร้อยละ 5–10 ของน้ำหนักตั้งต้นในคนที่น้ำหนักเกิน คนที่ไม่อ้วนลดร้อยละ 3–5 ก็มีประโยชน์ และควรลดช้า ๆ ราว 1–2 กิโลกรัมต่อเดือน
เป็นไขมันพอกตับกินยาลดไขมันได้ไหม
ได้ แนวทางไทยระบุว่ายากลุ่มสแตตินเป็นยาหลักและปลอดภัยสูงในผู้ป่วยไขมันพอกตับ แม้ค่าเอนไซม์ตับสูงเล็กน้อย การเริ่มหรือหยุดยาเป็นการตัดสินใจของแพทย์
เป็นทั้งไขมันพอกตับและไขมันในเลือดสูงควรลดอาหารอะไรก่อน
เริ่มจากเครื่องดื่มหวาน ข้าวแป้งขัดสีที่กินเกิน และไขมันอิ่มตัวจากหมูสามชั้น ของทอด กะทิ ร่วมกับงดเหล้า เพราะเรื่องเหล่านี้กระทบทั้งตับและค่าไขมันในเลือด
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการดูแลโรคตับคั่งไขมันที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของเมแทบอลิซึมในประเทศไทย พ.ศ. 2569สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย
- โภชนาการกับไขมันพอกตับ (Nutrition and fatty liver disease)สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย
- โรคตับคั่งไขมันคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- แนวทางเวชปฏิบัติการบำบัดภาวะไขมันผิดปกติในเลือดเพื่อป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด พ.ศ. 2567ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยฯ
- Effect of olive oil consumption on liver enzymes in NAFLD: systematic review and meta-analysis (Tsamos 2024)Nutrients (PubMed)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-05
อ่านต่อ
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์
โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง
โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร
กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ
วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์
ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร
ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต
