เกี่ยวกับ Beta Oil
โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง
คำตอบสั้น: คนเป็นโรคไตไม่ควรเสริมวิตามินเอและวิตามินอีเป็นประจำเอง บทความทบทวนในวารสาร American Journal of Kidney Diseases ปี 2567 สรุปว่าการเสริมวิตามินเอและอีเป็นประจำในผู้ป่วยไตเรื้อรัง "ไม่ได้รับการสนับสนุน เพราะอาจเกิดพิษ" วิตามินทั้งสองตัวละลายในไขมันและสะสมในร่างกายได้ ส่วนวิตามินอีขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในคนที่กินยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด วิตามินที่จำเป็นจริงควรเป็นสูตรที่แพทย์ไตเลือกให้
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- วิตามินที่ละลายในไขมัน คือ เอ ดี อี เค สะสมในตับ ไขมัน และกล้ามเนื้อได้ (MedlinePlus)
- บทความทบทวนในวารสารโรคไตปี 2567 สรุปว่าการเสริมวิตามินเอและอีเป็นประจำในผู้ป่วยไตเรื้อรังไม่ได้รับการสนับสนุน เพราะอาจเกิดพิษ
- วิตามินอีที่ผู้ใหญ่ควรได้ต่อวันคือ 15 มก. ข้อมูลเรื่องเลือดออกร่วมกับยามาจากขนาดตั้งแต่ราว 300 มก. ต่อวันขึ้นไป
- ยังไม่มีการทดลองแบบสุ่มที่แสดงว่าวิตามินเสริมใด ๆ ให้ประโยชน์ต่อไตหรือหัวใจของผู้ป่วยไต
- คนฟอกเลือดอาจต้องใช้วิตามินที่ทำมาสำหรับผู้ป่วยไตวายโดยเฉพาะ ตามที่ทีมรักษาสั่ง
วิตามินละลายในไขมันต่างจากวิตามินละลายน้ำอย่างไร
MedlinePlus อธิบายว่า วิตามินเอ ดี อี เค ถูกเก็บไว้ในตับ เนื้อเยื่อไขมัน และกล้ามเนื้อ ส่วนวิตามินซีและวิตามินบีส่วนเกินออกทางปัสสาวะ และเตือนให้ระวังการกินวิตามินกลุ่มละลายในไขมันขนาดสูง เพราะสะสมจนเกิดผลเสียได้
แปลว่ากลุ่มนี้ ไม่ได้อาศัยไตเป็นทางกำจัดหลัก ถ้ากินเกิน มันจะค้างอยู่ในร่างกาย ไม่ใช่ถูกปัสสาวะทิ้งไปเฉย ๆ ภาพรวมของวิตามิน 4 ตัวนี้อยู่ที่ วิตามินละลายในไขมัน A D E K
ทำไมคนเป็นโรคไตเรื้อรังไม่ควรเสริมวิตามินเอเอง
วิตามินเอเป็นวิตามินที่ละลายในไขมันและสะสมในร่างกายได้ (MedlinePlus) บทความทบทวนในวารสาร American Journal of Kidney Diseases ปี 2567 สรุปว่า การเสริมวิตามินเอเป็นประจำในผู้ป่วยไตเรื้อรังไม่ได้รับการสนับสนุน เพราะอาจเกิดพิษ และแนะนำให้ผู้ป่วยไตได้วิตามินจากอาหารตามธรรมชาติเป็นหลัก
วิตามินเออาจแฝงอยู่ในวิตามินรวมหรืออาหารเสริมหลายชนิด คนเป็นโรคไตจึงควรอ่านฉลากทุกตัวว่ามีวิตามินเอหรือเรตินอลหรือไม่ แล้วให้แพทย์ดู รายการวิตามินที่ต้องระวังทั้งหมดอยู่ที่ คนเป็นโรคไตห้ามกินวิตามินอะไร
วิตามินอีขนาดเท่าไรที่คนเป็นโรคไตต้องระวัง
ไม่มีตัวเลขเฉพาะสำหรับคนไตในแหล่งที่เราตรวจ แต่มีหลักให้ใช้เทียบ
- สถาบัน Linus Pauling ระบุปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้ต่อวัน 15 มก. และค่าสูงสุดที่รับได้ 1,000 มก. ต่อวัน (สำหรับคนทั่วไป)
- งานรวมการทดลอง 19 งานในวารสาร Annals of Internal Medicine ปี 2548 พบว่าวิตามินอีตั้งแต่ 400 IU ต่อวัน (ราว 180–268 มก.) สัมพันธ์กับการตายทุกสาเหตุที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
- บทความทบทวนปี 2567 สรุปว่า การเสริมวิตามินอีเป็นประจำในคนไตไม่ได้รับการสนับสนุน
- แนวทางไตเรื้อรังของไทย พ.ศ. 2565 ไม่แนะนำให้ใช้วิตามินซีหรือวิตามินอีเพื่อเสริมฤทธิ์ยากระตุ้นเม็ดเลือดแดงในคนไตที่มีภาวะซีด
วิตามินอีขนาด 400 IU หรือ 1,000 IU ที่ขายเป็นเม็ดเดี่ยว จึงเป็นขนาดที่ควรถามแพทย์ไตก่อนแน่นอน ดูเรื่องวิตามินอีเกินขนาดเพิ่มได้ที่ วิตามินอีได้รับมากเกินไปได้ไหม
วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือดที่คนเป็นโรคไตมักใช้ร่วม
คนเป็นโรคไตบางคนมีโรคหัวใจหรือหลอดเลือดร่วม และอาจได้ยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน
- สถาบัน Linus Pauling ระบุว่าวิตามินอีอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ที่ใช้วาร์ฟาริน และยาต้านเกล็ดเลือดอย่างโคลพิโดเกรลและแอสไพริน
- บทความทบทวนในวารสาร Nutrition Research Reviews ปี 2557 ระบุว่าปฏิกิริยากับยาพบในขนาดสูงตั้งแต่ราว 300 มก. ต่อวัน และไม่มีหลักฐานว่าเกิดปฏิกิริยาในขนาดระดับโภชนาการ
- คู่มือวาร์ฟารินของฝ่ายเภสัชกรรม รพ.ศิริราช ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้อาหารเสริมหรือสมุนไพร
ถ้าสังเกตว่ามีเลือดออกผิดปกติ ให้รีบติดต่อแพทย์ และอย่าหยุดยาต้านเกล็ดเลือดเอง
วิตามินรวมทั่วไปต่างจากวิตามินสำหรับคนฟอกไตอย่างไร
ต่างกันที่เป้าหมาย วิตามินรวมทั่วไปออกแบบสำหรับคนไตปกติ และอาจมีทั้งวิตามินที่ละลายในไขมันและแร่ธาตุหลายชนิด ส่วนคนฟอกไต NIDDK ระบุว่าอาจต้องกิน วิตามินที่ทำขึ้นสำหรับผู้ป่วยไตวายโดยเฉพาะ ตามที่ทีมรักษาสั่ง
บทความทบทวนปี 2567 อธิบายว่าคนฟอกไตเสี่ยงขาดวิตามินที่ละลายในน้ำจากการกินได้น้อย การจำกัดอาหาร และการสูญเสียระหว่างฟอก การเสริมจึงควรตัดสินเป็นรายคน ส่วนวิตามินเอและอีไม่ควรเสริมเป็นประจำ เรื่องวิตามินบีกับคนฟอกไตมีรายละเอียดที่ คนเป็นโรคไตกินวิตามินบีได้ไหม
อาหารเสริมแคปซูลน้ำมันมีโพแทสเซียมหรือฟอสฟอรัสไหม ดูตรงไหน
แคปซูลน้ำมันส่วนใหญ่มีส่วนผสมหลักเป็นไขมัน แต่ ส่วนผสมเสริม อาจมีเกลือแร่ วิตามิน หรือสารที่อยู่ในรูปเกลือ วิธีอ่านคือ
- ดูรายการส่วนประกอบทั้งหมด หาคำว่า โพแทสเซียม (potassium) ฟอสเฟต (phosphate) หรือฟอสฟอรัส
- ดูตารางข้อมูลโภชนาการ ถ้ามี ว่ามีโพแทสเซียมหรือฟอสฟอรัสกี่มิลลิกรัมต่อหน่วยบริโภค
- ดูวิตามินที่ละลายในไขมันว่ามีตัวไหน กี่หน่วยต่อเม็ด
- ถ้าฉลากไม่ระบุตัวเลข ให้นำกล่องไปให้เภสัชกรหรือนักกำหนดอาหารประเมิน
วิธีอ่านฉลากละเอียดอยู่ที่ ผู้ป่วยโรคไต ดูโพแทสเซียมกับฟอสฟอรัสบนฉลากอาหารเสริมตรงไหน
ความเชื่อที่พบบ่อย: วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ น่าจะช่วยไตและหัวใจ
ยังไม่มีหลักฐานรองรับ บทความทบทวนปี 2567 ระบุว่ายังไม่มีการทดลองแบบสุ่มที่แสดงว่าวิตามินเสริมใด ๆ ให้ประโยชน์ต่อไต หัวใจ หรือคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยไต และการทดลองใหญ่ในคนทั่วไป เช่น HOPE ที่ใช้วิตามินอี 400 IU ไม่พบผลต่อโรคหัวใจ งานต่อยอดยังพบหัวใจล้มเหลวมากขึ้นเล็กน้อย
ควรบอกแพทย์ไตเรื่องอาหารเสริมอย่างไร
- นำ ทุกผลิตภัณฑ์ ไปในวันนัด รวมวิตามิน น้ำมันปลา สมุนไพร ชาชง และเครื่องดื่มเสริมอาหาร
- บอกขนาดต่อเม็ดและจำนวนที่กินต่อวัน ไม่ใช่บอกแค่ชื่อยี่ห้อ
- บอกยาที่กินอยู่ทั้งหมด โดยเฉพาะยาต้านเกล็ดเลือด ยาละลายลิ่มเลือด และยาจับฟอสเฟต
- ถามให้ชัดว่าตัวไหนกินต่อได้ ตัวไหนควรหยุด และควรตรวจเลือดอะไรเพิ่มไหม
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)
เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.
ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับเรื่องวิตามินในบทความนี้
- ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. — คิดเป็นวิตามินอีราว 2.5 มก. (คำนวณจาก 5 มก. × 50%) ซึ่งต่ำกว่าปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้ต่อวัน 15 มก. และต่ำกว่าขนาดที่มีข้อมูลปฏิกิริยากับยา (ราว 300 มก. ต่อวันขึ้นไป) มากกว่า 100 เท่า แต่ไม่มีงานวิจัยที่ศึกษาวิตามินอีขนาดนี้ในคนเป็นโรคไต
- วิตามินซี (กรดแอสคอร์บิก) 30 มก. — เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ เท่ากับราว 33–40% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้ต่อวัน (คำนวณจาก MedlinePlus)
- รายการส่วนประกอบบนฉลากไม่มีวิตามินเอ
เนื่องจากแนวทางไตเรื้อรังของไทย พ.ศ. 2565 ไม่แนะนำให้เสริมวิตามินเป็นประจำในผู้ป่วยทุกราย ผู้ป่วยโรคไตและผู้ฟอกไตควรแจ้งแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด ผู้ใช้ยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ผลิตภัณฑ์ยังมีแอล-อาร์จินีน ซึ่งผู้ใช้ยาลดความดันหรือเคยหัวใจวายควรปรึกษาแพทย์ ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร หากแพทย์ให้หยุด ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ ส่วนยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อตามเดิม
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →คำถามที่พบบ่อย
โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม
ไม่ควรเสริมเป็นประจำเอง บทความทบทวนในวารสารโรคไตปี 2567 ระบุว่าการเสริมวิตามินเอและอีเป็นประจำในผู้ป่วยไตเรื้อรังไม่ได้รับการสนับสนุน เพราะอาจเกิดพิษ ควรถามแพทย์ไตก่อน
ทำไมคนเป็นโรคไตไม่ควรกินวิตามินเอเสริม
วิตามินเอละลายในไขมันและสะสมในร่างกายได้ บทความทบทวนในวารสารโรคไตปี 2567 สรุปว่าการเสริมวิตามินเอเป็นประจำในผู้ป่วยไตเรื้อรังไม่ได้รับการสนับสนุน เพราะอาจเกิดพิษ ควรถามแพทย์ไตก่อน
กินวิตามินอีกับแอสไพรินหรือโคลพิโดเกรลได้ไหม
วิตามินอีอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกเมื่อใช้ร่วมกับยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากขนาดหลายร้อยมิลลิกรัม ผู้ใช้ยากลุ่มนี้ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มอาหารเสริมทุกชนิด
คนฟอกไตกินวิตามินรวมทั่วไปได้ไหม
ควรใช้ตามที่ทีมรักษาสั่ง NIDDK ระบุว่าคนฟอกเลือดอาจต้องใช้วิตามินที่ทำมาสำหรับผู้ป่วยไตวายโดยเฉพาะ ซึ่งต่างจากวิตามินรวมทั่วไป
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Vitamin Supplement Use in Patients With CKD: Worth the Pill Burden?Am J Kidney Dis 2024 (PubMed)
- VitaminsMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- Vitamin ELinus Pauling Institute, Oregon State University
- Vitamin E-drug interactions: molecular basis and clinical relevanceNutr Res Rev 2014 (PubMed)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-05
อ่านต่อ
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์
กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ
วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์
ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร
ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต
โรคไตทำให้ความดันสูงได้อย่างไร ไตกับความดัน ใครเป็นต้นเหตุ
โรคไตทำให้ความดันสูงได้อย่างไร ไตคุมเกลือ น้ำ และฮอร์โมนความดัน เมื่อไหร่ควรสงสัยว่าความดันสูงมาจากไต ควรคุมเท่าไร และตรวจไตอะไรเมื่อรู้ว่าความดันสูง
