เกี่ยวกับ Beta Oil
กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ
คำตอบสั้น: วิตามินในขนาดที่ร่างกายต้องการไม่มีหลักฐานว่าทำลายไตในคนไตปกติ ปัญหาเกิดกับขนาดสูง โดยเฉพาะวิตามินซีตั้งแต่วันละ 1,000 มก. ขึ้นไป ซึ่งงานติดตามระยะยาวพบว่าสัมพันธ์กับนิ่วในผู้ชาย และวิตามินที่ละลายในไขมัน (เอ ดี อี เค) ขนาดสูงที่สะสมในร่างกายได้ ความเสี่ยงที่พบบ่อยกว่าในชีวิตจริงคือการกินหลายยี่ห้อจนได้ซ้ำซ้อน และการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสดหรือสมุนไพรต่อเนื่องนาน ๆ ซึ่งแนวทางโรคไตของไทยจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ควรตรวจไต
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- MedlinePlus ระบุวิตามินซีที่ผู้ใหญ่ควรได้ต่อวัน ผู้ชาย 90 มก. ผู้หญิง 75 มก. และไม่แนะนำเกินวันละ 2,000 มก.
- วิตามินที่ละลายในน้ำ (ซีและบี) ส่วนเกินออกทางปัสสาวะ ส่วนวิตามินที่ละลายในไขมันสะสมในตับ ไขมัน และกล้ามเนื้อ
- งาน Ferraro 2016 พบว่าผู้ชายที่ได้วิตามินซีรวมวันละ 1,000 มก. ขึ้นไปเสี่ยงนิ่วสูงขึ้น แต่ไม่พบในผู้หญิง และไม่พบกับวิตามินซีจากอาหาร
- ใช้ยาแก้ปวดเอ็นเสดประจำ และใช้ยาสมุนไพรติดต่อกันนาน อยู่ในกลุ่มเสี่ยงโรคไตตามแนวทางไทย พ.ศ. 2565
- ปัสสาวะออกน้อยลงมาก ขาบวม หอบเหนื่อย หรือปัสสาวะเป็นเลือด ต้องพบแพทย์
คนไตปกติกินวิตามินซีวันละเท่าไรยังปลอดภัย
ปริมาณที่ร่างกายต้องการอยู่ราว 75–100 มก. ต่อวัน MedlinePlus ระบุผู้ชาย 90 มก. ผู้หญิง 75 มก. และคนสูบบุหรี่ต้องการเพิ่มอีก 35 มก. ข้อกำหนดสารอาหารของไทยปี 2563 (อ้างผ่านวารสาร @Rama ของ รพ.รามาธิบดี) อยู่ที่ 85–100 มก. ผักผลไม้ไทยหลายชนิดมีวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่งมี 151–187 มก. ต่อ 100 กรัม (ตารางในวารสารเดียวกัน)
ขนาดที่ควรระวัง มีหลายระดับ
- สถาบัน Linus Pauling ระบุค่าสูงสุดที่รับได้ไว้วันละ 2 กรัม เพื่อเลี่ยงท้องเสียและปัญหาทางเดินอาหาร
- คนที่มีแนวโน้มเป็นนิ่วอาจพิจารณาเลี่ยงขนาดตั้งแต่วันละ 1 กรัม
- แพทย์ รพ.รามาธิบดีแนะนำให้กินวิตามินซีเสริมเท่าที่จำเป็น ไม่เกินวันละ 1,000 มก.
ยิ่งมากก็ไม่ได้ยิ่งดี Linus Pauling ระบุว่าร่างกายดูดซึมได้เต็มที่เมื่อกินครั้งละไม่เกิน 200 มก. ถ้ากินครั้งละเกิน 500 มก. สัดส่วนที่ดูดซึมจะลดลงตามขนาด ดูเรื่องปริมาณต่อวันละเอียดที่ วิตามินซีวันละเท่าไหร่ถึงพอ
วิตามินตัวไหนที่ไตต้องขับออก และเป็นปัญหาเมื่อกินเกิน
MedlinePlus แบ่งวิตามินเป็น 2 กลุ่ม
- ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินซีและวิตามินบีทั้ง 8 ชนิด ไม่สะสมในร่างกาย ส่วนที่เหลือใช้ออกทางปัสสาวะ ยกเว้นวิตามินบี 12 ที่เก็บในตับได้นานหลายปี
- ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ ดี อี เค เก็บสะสมในตับ เนื้อเยื่อไขมัน และกล้ามเนื้อ MedlinePlus เตือนให้ระวังการกินขนาดสูง เพราะสะสมและเกิดผลเสียได้
ข้อที่คนมักเข้าใจผิดคือ การที่ไตเป็นทางขับออก ไม่ได้แปลว่าไตจะพัง ไตขับสารจำนวนมากทุกวันเป็นเรื่องปกติ ประเด็นของวิตามินซีอยู่ที่ร่างกายเปลี่ยนบางส่วนเป็นออกซาเลต Linus Pauling ระบุว่าวิตามินซีเสริมทำให้ออกซาเลตในปัสสาวะสูงขึ้น ซึ่งเกี่ยวกับนิ่วชนิดแคลเซียมออกซาเลต
ส่วนวิตามินกลุ่มละลายในไขมัน ปัญหาหลักคือสะสมจนเกิน ไม่ใช่ทำร้ายไตโดยตรง อ่านเพิ่มได้ที่ วิตามินและแร่ธาตุ ได้รับมากเกินไปก็มีปัญหา
วิตามินซีทำให้เป็นนิ่วจริงไหม
มีข้อมูลในผู้ชายที่ได้ขนาดสูง งานติดตามคนอเมริกันราว 2 แสนคน มัธยฐานราว 11 ปี (Ferraro 2016 วารสาร American Journal of Kidney Diseases) พบว่า
- ผู้ชายที่ได้วิตามินซีรวมวันละ 1,000 มก. ขึ้นไป เสี่ยงนิ่วสูงกว่าคนที่ได้น้อยกว่า 90 มก. ราว 43% และกลุ่ม 500–999 มก. ก็สูงกว่าราว 29%
- ผู้หญิงไม่พบความสัมพันธ์
- วิตามินซีจากอาหารไม่สัมพันธ์กับนิ่วทั้งสองเพศ
Linus Pauling สรุปว่างานต่าง ๆ ยังขัดกันอยู่ แต่ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นนิ่วชนิดออกซาเลตควรเลี่ยงวิตามินซีขนาดสูง MedlinePlus ก็ระบุว่าขนาดเกิน 2,000 มก. อาจทำให้ท้องเสีย และพบนิ่วได้แต่ไม่บ่อย
กินวิตามินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงไตอย่างไร
ความเสี่ยงหลักคือได้ซ้ำโดยไม่รู้ตัว เช่น กินวิตามินรวม 1 เม็ด วิตามินซีเม็ดฟู่ 1 เม็ด เครื่องดื่มผสมวิตามินซี และอาหารเสริมผิวที่มีวิตามินซีอีก รวมกันอาจเกิน 1,000 มก. ได้ง่าย ส่วนวิตามินเอ ดี อี ที่อยู่ในหลายผลิตภัณฑ์ก็สะสมได้
MedlinePlus แนะนำว่า ถ้ากินอาหารเสริม ไม่ควรได้เกิน 100% ของค่าที่ควรได้ต่อวัน เว้นแต่อยู่ในการดูแลของแพทย์ วิธีง่ายที่สุดคือเขียนรายการทุกผลิตภัณฑ์พร้อมปริมาณต่อเม็ด แล้วรวมตัวเลขแต่ละวิตามิน ดูวิธีตรวจทีละขั้นที่ กินอาหารเสริมหลายตัวพร้อมกัน ตรวจการซ้ำซ้อนอย่างไร
ความเชื่อที่พบบ่อย: กินยาและวิตามินเยอะ ไตจะพัง
จริงแค่บางส่วน และมักโทษผิดตัว แนวทางเวชปฏิบัติโรคไตเรื้อรังของไทย พ.ศ. 2565 ระบุกลุ่มเสี่ยงที่ควรตรวจคัดกรองโรคไต ซึ่งรวมถึง
- คนที่ใช้ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เป็นประจำ
- คนที่ใช้ยาสมุนไพรติดต่อกันเป็นเวลานาน
- คนเป็นเบาหวาน ความดันสูง นิ่ว เกาต์หรือกรดยูริกสูง โรคหัวใจ และอายุเกิน 60 ปี
ส่วนยาโรคเรื้อรังที่แพทย์สั่งเป็นอีกเรื่องหนึ่ง NIDDK ระบุว่ายาความดันกลุ่ม ACEI และ ARB อาจชะลอการดำเนินของโรคไตได้ และความดันสูงที่คุมไม่ได้เองก็ทำร้ายหลอดเลือดในไต การหยุดยาเพราะกลัวไตพังจึงไม่ใช่ทางออก อ่านต่อที่ กินยาเยอะไตพังไหม
ใครบ้างที่ควรตรวจค่าไตก่อนกินวิตามินขนาดสูง
ควรตรวจหรือดูผลตรวจล่าสุดก่อน ถ้าเป็นคนในกลุ่มเหล่านี้
- อยู่ในกลุ่มเสี่ยงโรคไตตามแนวทางไทยข้างบน
- เคยเป็นนิ่วในไต หรือมีคนในบ้านเป็นนิ่วบ่อย
- เคยผ่าตัดกระเพาะหรือลำไส้ ซึ่งงานของ Mayo Clinic พบว่าเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของการสะสมออกซาเลตในไต
- กำลังจะเริ่มวิตามินซีขนาดตั้งแต่ 1,000 มก. หรือดริปวิตามินทางหลอดเลือด
การตรวจที่ใช้คือค่าครีอะตินินในเลือดเพื่อคำนวณ eGFR และตรวจปัสสาวะ ดูวิธีอ่านตัวเลขที่ ค่าไต eGFR กับครีอะตินิน อ่านอย่างไร
สังเกตอาการอะไรที่ควรหยุดและไปพบแพทย์
MedlinePlus ระบุอาการของไตวายเฉียบพลันที่ควรรู้จัก ถ้ามีอาการเหล่านี้หลังเริ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ให้หยุดผลิตภัณฑ์เสริมตัวนั้น (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อ) แล้วไปพบแพทย์
- ปัสสาวะออกน้อยลงมาก หรือแทบไม่มี
- ขา ข้อเท้า หรือเท้าบวม
- ปัสสาวะเป็นเลือด
- หายใจเหนื่อยหอบ
ท้องเสียหลังกินวิตามินซีขนาดสูงก็เป็นสัญญาณว่าได้มากเกิน ถ้าหอบเหนื่อยจนนอนราบไม่ได้ หรือเจ็บแน่นหน้าอก ให้โทร 1669 ทันที
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)
เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.
ส่วนประกอบที่เป็นวิตามินมี 2 ตัว
- วิตามินซี (กรดแอสคอร์บิก) 30 มก. — เท่ากับราว 33% ของปริมาณที่ผู้ชายควรได้ต่อวัน และ 40% ของผู้หญิง (คำนวณจาก MedlinePlus) ข้อมูลความเสี่ยงนิ่วในงาน Ferraro อยู่ที่วิตามินซีรวมวันละ 1,000 มก. ขึ้นไป ซึ่งมากกว่าในแคปซูลอย่างน้อย 33 เท่า ไม่มีงานวิจัยที่ศึกษาผลของวิตามินซี 30 มก. ต่อไตโดยตรง ทั้งด้านดีและด้านเสีย
- ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. — คิดเป็นวิตามินอีราว 2.5 มก. (คำนวณจาก 5 มก. × 50%) ต่ำกว่าปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้ต่อวัน 15 มก. และต่ำกว่าค่าสูงสุดที่รับได้วันละ 1,000 มก. ตามสถาบัน Linus Pauling มาก
ถ้ากินวิตามินรวมหรือวิตามินซีเสริมอยู่แล้ว ให้นับวิตามินซีและวิตามินอีจากแคปซูลนี้รวมเข้าไปด้วย ผู้ที่เป็นโรคไตหรือเคยเป็นนิ่วควรแจ้งแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด ผลิตภัณฑ์ยังมีแอล-อาร์จินีน ซึ่งผู้ที่ใช้ยาลดความดันหรือเคยหัวใจวายควรปรึกษาแพทย์ก่อน ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →คำถามที่พบบ่อย
วิตามินซีทำลายไตไหม
ในขนาดที่ร่างกายต้องการไม่มีหลักฐานว่าทำลายไตในคนไตปกติ ข้อมูลความเสี่ยงอยู่ที่ขนาดสูง เช่น วันละ 1,000 มก. ขึ้นไปที่สัมพันธ์กับนิ่วในผู้ชาย และวิตามินซีปริมาณมหาศาลทางหลอดเลือดดำ
คนไตปกติกินวิตามินซีวันละเท่าไรได้
ปริมาณที่ควรได้คือผู้ชาย 90 มก. ผู้หญิง 75 มก. ต่อวัน MedlinePlus ไม่แนะนำเกินวันละ 2,000 มก. และผู้ที่เคยเป็นนิ่วควรเลี่ยงขนาดตั้งแต่ 1,000 มก.
วิตามินตัวไหนสะสมในร่างกายได้
วิตามินที่ละลายในไขมัน คือ เอ ดี อี เค สะสมในตับ ไขมัน และกล้ามเนื้อ ส่วนวิตามินซีและบีส่วนเกินออกทางปัสสาวะ ยกเว้นบี 12 ที่เก็บในตับได้
กินวิตามินหลายยี่ห้อพร้อมกันอันตรายไหม
เสี่ยงได้รับซ้ำซ้อนจนเกินขนาด ควรรวมปริมาณแต่ละวิตามินจากทุกผลิตภัณฑ์ และ MedlinePlus แนะนำไม่ให้เกิน 100% ของค่าที่ควรได้ต่อวันถ้าแพทย์ไม่ได้สั่ง
ใครควรตรวจไตก่อนกินวิตามินขนาดสูง
คนเป็นเบาหวาน ความดันสูง เคยเป็นนิ่ว เกาต์ โรคหัวใจ อายุเกิน 60 ปี ใช้ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสดประจำ หรือใช้สมุนไพรนาน ตามกลุ่มเสี่ยงในแนวทางโรคไตของไทย
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Vitamin CMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- VitaminsMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- Total, Dietary, and Supplemental Vitamin C Intake and Risk of Incident Kidney StonesAm J Kidney Dis 2016 (PubMed)
- Vitamin CLinus Pauling Institute, Oregon State University
- ข้อแนะนำเวชปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังก่อนการบำบัดทดแทนไต พ.ศ. 2565 (ฉบับปรับปรุงเพิ่มเติม)สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-05
อ่านต่อ
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์
โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง
โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร
ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร
ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต
โรคไตทำให้ความดันสูงได้อย่างไร ไตกับความดัน ใครเป็นต้นเหตุ
โรคไตทำให้ความดันสูงได้อย่างไร ไตคุมเกลือ น้ำ และฮอร์โมนความดัน เมื่อไหร่ควรสงสัยว่าความดันสูงมาจากไต ควรคุมเท่าไร และตรวจไตอะไรเมื่อรู้ว่าความดันสูง
