เกี่ยวกับ Beta Oil
เบาหวานทำให้หลอดเลือดแข็งได้อย่างไร หัวใจ สมอง และขา
คำตอบสั้น: น้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานาน ทำลายผนังหลอดเลือดและเส้นประสาทที่คุมหัวใจและหลอดเลือด เมื่อซ้อนกับไขมันผิดปกติ ความดันสูง และบุหรี่ คราบไขมันจะสะสมในหลอดเลือดแดงเร็วขึ้น NIDDK ของสหรัฐฯ ระบุว่าผู้ใหญ่ที่เป็นเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคหัวใจหรือหลอดเลือดสมองเกือบ 2 เท่าของคนไม่เป็นเบาหวาน หลอดเลือดที่ถูกกระทบมีทั้งหลอดเลือดใหญ่ที่หัวใจ สมอง และขา และหลอดเลือดเล็กที่ไต ตา และปลายประสาท
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- หลอดเลือดใหญ่ที่เสียหาย นำไปสู่หัวใจขาดเลือด หลอดเลือดสมองตีบ และหลอดเลือดแดงขาตีบ
- หลอดเลือดเล็กที่เสียหาย นำไปสู่เบาหวานลงไต เบาหวานขึ้นตา และแผลเรื้อรังที่เท้า
- อาการเตือนหลอดเลือดขาตีบที่พบบ่อยคือปวดน่องหรือขาเวลาเดิน พักไม่กี่นาทีแล้วหาย แต่มีเพียงราว 1 ใน 4 ของผู้ป่วยที่มีอาการแบบนี้
- การตรวจ ABI (เทียบความดันข้อเท้ากับแขน) เป็นการตรวจแรกที่ใช้หาหลอดเลือดขาตีบ ค่าต่ำกว่า 0.90 ขณะพักบ่งว่าอาจเป็น
- นอกจากน้ำตาล ปัจจัยที่ต้องคุมพร้อมกันคือ LDL ความดัน และบุหรี่
น้ำตาลสูงทำร้ายผนังหลอดเลือดอย่างไร
NIDDK อธิบายว่า น้ำตาลในเลือดที่สูงจากเบาหวานทำลายหลอดเลือด และเส้นประสาทที่ควบคุมหัวใจและหลอดเลือด เมื่อเวลาผ่านไปความเสียหายนี้นำไปสู่โรคหัวใจ
ความเสียหายไม่ได้มาจากน้ำตาลอย่างเดียว คนเป็นเบาหวานมักมีไขมันผิดปกติแบบเฉพาะ คือไตรกลีเซอไรด์สูง HDL ต่ำ และมี LDL ชนิดเล็กแน่นมาก ซึ่งงานทบทวนทางวิชาการระบุว่าเป็นตัวเชื่อมสำคัญระหว่างเบาหวานกับโรคหัวใจ อ่านรายละเอียดที่ เบาหวานกับไขมันในเลือดสูง
คราบไขมันและหินปูนที่พอกผนังหลอดเลือดแดงจนรูตีบแคบเรียกว่า ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง กลไกทั่วไปของภาวะนี้อยู่ที่ หลอดเลือดแดงแข็งคืออะไร
หลอดเลือดใหญ่กับหลอดเลือดเล็กเสียหายต่างกันอย่างไรในคนเป็นเบาหวาน
หลอดเลือดใหญ่: หัวใจ สมอง ขา
- หัวใจ หลอดเลือดหัวใจตีบ ทำให้เจ็บแน่นหน้าอกหรือหัวใจวาย
- สมอง หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน ทำให้อัมพฤกษ์ อัมพาต
- ขา หลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ NHLBI อธิบายว่าเกิดจากคราบไขมันที่ลดการไหลของเลือดในหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
หลอดเลือดเล็ก: ไต ตา ปลายประสาท
- ไต NIDDK ระบุว่าน้ำตาลสูงทำลายหลอดเลือดในไต อ่านต่อที่ เบาหวานลงไตคืออะไร
- ตา แนวทางเบาหวานไทยจึงให้ตรวจตาปีละครั้ง
- เท้า คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อธิบายว่าอาการชาที่เท้าเกิดจากเส้นประสาทฝอยเสื่อมและเส้นเลือดฝอยอุดตัน ความรู้สึกที่ลดลงทำให้เกิดแผลโดยไม่รู้ตัว อ่านต่อที่ เบาหวานชาปลายเท้า
ที่น่ากลัวคือสองแบบมักเกิดพร้อมกัน เช่น เท้าที่ชาจากเส้นประสาทเสื่อม และขาดเลือดจากหลอดเลือดขาตีบ ทำให้แผลเล็ก ๆ หายยากจนอาจลุกลาม
คนเป็นเบาหวานเสี่ยงหลอดเลือดสมองตีบมากกว่าคนทั่วไปแค่ไหน
NIDDK ระบุว่าผู้ใหญ่ที่เป็นเบาหวาน มีโอกาสเป็นโรคหัวใจหรือหลอดเลือดสมองเกือบ 2 เท่า ของคนที่ไม่เป็นเบาหวาน กรมควบคุมโรคระบุว่าโรคหลอดเลือดสมองเป็นชนิดตีบหรืออุดตันราวร้อยละ 80 และนับเบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงร่วมกับความดัน ไขมัน บุหรี่ และอ้วน
อาการเตือนสโตรกที่กรมควบคุมโรคใช้คือ B.E.F.A.S.T. เวียนหัวเดินเซ ตามัวหรือเห็นภาพซ้อน หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงซีกเดียว พูดไม่ชัด หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งแบบทันทีทันใด ให้โทร 1669 และไปถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ภายใน 4 ชั่วโมงครึ่ง อ่านต่อที่ อาการเตือนสโตรก BEFAST
อาการเตือนหลอดเลือดขาตีบในคนเป็นเบาหวาน
แบบเรื้อรัง (ค่อยเป็นค่อยไป)
NHLBI อธิบายอาการคลาสสิกว่า ปวดหรือล้ากล้ามเนื้อขาเวลาเดิน และหายไปภายในไม่กี่นาทีหลังพัก แต่มีเพียงราว 1 ใน 4 ของผู้ป่วยที่มีอาการแบบนี้ ที่เหลืออาจไม่มีอาการหรือมีอาการแบบอื่น
แผ่นพับของโรงพยาบาลศิริราชระบุอาการเรื้อรังเพิ่มเติม
- ปวดเท้ามากขณะพัก โดยเฉพาะกลางคืน
- เท้าสีคล้ำลง ผิวหนังเย็นและซีด
- คลำชีพจรที่ข้อเท้าไม่ได้
- แผลเรื้อรังไม่หาย หรือนิ้วเท้าเน่าตาย
NIDDK เตือนว่าเบาหวานลดการไหลเวียนเลือดที่เท้า ทำให้แผลหรือการติดเชื้อหายยาก และแผลที่ไม่ดีขึ้นอาจนำไปสู่การตัดนิ้วเท้า เท้า หรือขา อ่านอาการเริ่มต้นเพิ่มเติมที่ หลอดเลือดขาตีบ อาการเริ่มต้น
แบบเฉียบพลัน (ฉุกเฉิน)
แผ่นพับศิริราชระบุว่าสาเหตุหนึ่งของหลอดเลือดขาตีบตันคือลิ่มเลือดหลุดมาอุด ชนิดเฉียบพลันผู้ป่วยมัก ปวดขาขึ้นมาทันที ปวดตลอดแม้ขณะพัก ขาชา ผิวซีด เย็น และกล้ามเนื้ออ่อนแรง หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งเหล่านี้ที่ขาข้างใดข้างหนึ่งแบบทันที ให้โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที อย่ารอดูอาการ
ตรวจอะไรได้บ้างเพื่อดูหลอดเลือดก่อนมีอาการ
- ABI (ankle-brachial index) NHLBI ระบุว่าเป็นการตรวจแรกที่มักใช้หาหลอดเลือดขาตีบ เทียบความดันที่ข้อเท้ากับที่แขน ไม่เจ็บ ค่าปกติตั้งแต่ 1.00 ขึ้นไป ต่ำกว่า 0.90 ขณะพักบ่งว่าอาจเป็น และต่ำกว่า 0.40 บ่งว่ารุนแรง
- ตรวจเท้าและคลำชีพจรที่เท้า แนวทางเบาหวานไทยให้ตรวจร่างกายรวมตรวจเท้าอย่างน้อยปีละครั้ง
- ตรวจตาปีละครั้ง และตรวจปัสสาวะ UACR กับ eGFR อย่างน้อยปีละครั้ง ตามแนวทางเบาหวานไทย เพื่อดูหลอดเลือดเล็กที่ตาและไต
- ประเมินความเสี่ยงรวม แนวทางราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ใช้ Thai CV Risk Score อ่านวิธีที่ ประเมินความเสี่ยงด้วย Thai CV Risk Score
การตรวจหลอดเลือดแบบอื่นอีกหลายวิธี และข้อดีข้อจำกัดของแต่ละวิธี อยู่ที่ ตรวจหลอดเลือดแข็งตีบ ตรวจอะไรได้บ้าง
ปัจจัยไหนที่ลดความเสี่ยงได้มากที่สุดนอกจากน้ำตาล
NIDDK สรุปเป็นหลัก "ABCs" สำหรับคนเป็นเบาหวาน
- A — น้ำตาลสะสม (A1C) คนส่วนใหญ่ต่ำกว่าร้อยละ 7
- B — ความดัน (Blood pressure) แนวทางเบาหวานไทยตั้งเป้าโดยทั่วไปต่ำกว่า 130/80 มม.ปรอท
- C — คอเลสเตอรอล (Cholesterol) เป้า LDL ตามแนวทางเบาหวานไทย ต่ำกว่า 100 หรือ 70 มก./ดล. ตามความเสี่ยง
- S — เลิกบุหรี่ (Stop smoking) NIDDK ระบุว่าบุหรี่ทำให้หลอดเลือดตีบแคบ และลดการไหลเวียนเลือดไปที่เท้า
แผ่นพับศิริราชสำหรับผู้ป่วยหลอดเลือดขาตีบเน้นเหมือนกัน คืองดบุหรี่เด็ดขาด คุมน้ำตาล ความดัน และไขมัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ คุมน้ำหนัก และไม่นั่งไขว่ห้าง เหตุผลที่แพทย์ให้ยาลดไขมันแม้ไขมันไม่สูง อยู่ที่ เป็นเบาหวานต้องกินยาลดไขมันทุกคนไหม
ได้ยินว่ามีวิธีล้างคราบไขมันในหลอดเลือดได้ จริงไหม
ไม่มีหลักฐานว่าอาหาร สมุนไพร หรืออาหารเสริม "ล้าง" หลอดเลือดได้ สิ่งที่มีหลักฐานคือการคุม LDL ความดัน น้ำตาล และเลิกบุหรี่ ซึ่งชะลอการสะสมของคราบใหม่ รายละเอียดอยู่ที่ ไขมันอุดตันในเส้นเลือดหายเองได้ไหม
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)
เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ดื่มน้ำตามมาก ๆ ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.
ยังไม่มีงานวิจัยที่ศึกษาส่วนประกอบเหล่านี้กับหลอดเลือดแข็งในคนเป็นเบาหวานโดยตรง หลักฐานที่เกี่ยวข้องมีดังนี้ ซึ่งรวมผลเป็นลบด้วย
- น้ำมันคาโนลา 200 มก. · น้ำมันมะกอก 200 มก. · น้ำมันรำข้าว 109 มก. — งานวิจัยในคนของน้ำมันเหล่านี้เป็นการใช้เป็นน้ำมันปรุงอาหารทั้งวันหรือเปลี่ยนรูปแบบอาหารทั้งหมด เช่น PREDIMED ที่ใช้น้ำมันมะกอกอย่างน้อยวันละ 4 ช้อนโต๊ะ ซึ่งมากกว่าน้ำมันมะกอก 0.2 กรัมในแคปซูลหลายร้อยเท่า
- ไฟโตสเตอรอล 2 มก. — แพลนท์สเตอรอลและสตานอลมีงานวิจัยเรื่อง LDL ที่ขนาดวันละ 1.5–3 กรัม และงานทบทวนระบุว่ายังไม่มีการทดลองแบบสุ่มที่ดูผลต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยตรง
- แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. — การทดลอง NO-PAIN ให้ผู้ป่วยหลอดเลือดแดงขาตีบกินแอล-อาร์จินีนวันละ 3 กรัม นาน 6 เดือน พบว่าระยะเดินดีขึ้นน้อยกว่ากลุ่มยาหลอก และการทำงานของหลอดเลือดไม่ดีขึ้น ผู้วิจัยสรุปว่าการให้อาร์จินีนระยะยาวไม่มีประโยชน์ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ ศูนย์มะเร็ง MSKCC เตือนว่าการเสริมระยะยาวอาจทำให้โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายแย่ลง ในแคปซูลมี 5 มิลลิกรัม ผู้ที่เป็นหลอดเลือดขาตีบควรปรึกษาแพทย์ก่อน
ข้อควรระวัง: ผู้ป่วยหลอดเลือดตีบหลายคนกินยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผลิตภัณฑ์นี้มีวิตามินอี ซึ่งในขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกเมื่อใช้คู่ยากลุ่มนี้ แนวทางเบาหวานไทย พ.ศ. 2566 ไม่แนะนำสารต้านอนุมูลอิสระในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อหวังกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →คำถามที่พบบ่อย
เบาหวานทำให้หลอดเลือดตีบได้อย่างไร
น้ำตาลที่สูงนานทำลายผนังหลอดเลือดและเส้นประสาทที่คุมหัวใจและหลอดเลือด เมื่อรวมกับไขมันผิดปกติ ความดันสูง และบุหรี่ คราบไขมันจึงสะสมในหลอดเลือดแดงได้เร็วขึ้น
คนเป็นเบาหวานเสี่ยงสโตรกมากกว่าคนทั่วไปแค่ไหน
NIDDK ระบุว่าผู้ใหญ่ที่เป็นเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคหัวใจหรือหลอดเลือดสมองเกือบ 2 เท่าของคนที่ไม่เป็นเบาหวาน
ปวดน่องเวลาเดินแล้วหายเมื่อพัก เป็นอะไร
อาจเป็นอาการของหลอดเลือดแดงขาตีบ ซึ่งพบบ่อยขึ้นในคนเป็นเบาหวานและคนสูบบุหรี่ ควรบอกแพทย์เพื่อตรวจ ABI แต่ถ้าขาปวดทันที ซีด เย็น ชา ให้โทร 1669
ตรวจ ABI คืออะไร
เป็นการเทียบความดันที่ข้อเท้ากับที่แขน ไม่เจ็บ ใช้หาหลอดเลือดขาตีบ ค่าปกติตั้งแต่ 1.00 ขึ้นไป ต่ำกว่า 0.90 ขณะพักบ่งว่าอาจเป็นโรค
นอกจากคุมน้ำตาล ต้องคุมอะไรอีก
NIDDK ใช้หลัก ABCs คือ น้ำตาลสะสม ความดัน คอเลสเตอรอล และเลิกบุหรี่ ทั้งหมดต้องคุมไปพร้อมกัน
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Diabetes, Heart Disease, & StrokeNational Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK), NIH
- What Is Peripheral Artery Disease?National Heart, Lung, and Blood Institute (NHLBI), NIH
- Peripheral Artery Disease: DiagnosisNational Heart, Lung, and Blood Institute (NHLBI), NIH
- โรคหลอดเลือดแดงที่ขาตีบตัน (แผ่นพับ)โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
- L-arginine supplementation in peripheral arterial disease: no benefit and possible harm.Wilson AM และคณะ. Circulation 2007 (PubMed)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-05
อ่านต่อ
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์
โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง
โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร
กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ
วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์
ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร
ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต
