เกี่ยวกับ Beta Oil
เบาหวานกับไขมันในเลือดสูง ทำไมคนเป็นเบาหวานไขมันมักผิดปกติ
คำตอบสั้น: คนเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มักมีไขมันผิดปกติเป็นแบบเฉพาะ คือ ไตรกลีเซอไรด์สูง HDL (ไขมันดี) ต่ำ และมีอนุภาค LDL ชนิดเล็กและแน่นมากขึ้น สาเหตุหลักมาจากร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดี ตับจึงปล่อยไขมันไตรกลีเซอไรด์ออกมามาก และกำจัดออกได้ช้า งานทบทวนทางวิชาการระบุว่าความผิดปกติของไขมันแบบนี้เป็นตัวเชื่อมสำคัญระหว่างเบาหวานกับโรคหัวใจ แพทย์จึงดูไขมันของคนเป็นเบาหวานเข้มงวดกว่าคนทั่วไป
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ไขมันผิดปกติในเบาหวานมี 4 ลักษณะ คือ ไตรกลีเซอไรด์สูงทั้งตอนอดอาหารและหลังกิน HDL ต่ำ LDL สูง และมี LDL ชนิดเล็กแน่นมาก
- สถาบัน NIDDK ของสหรัฐฯ ระบุว่าผู้ใหญ่ที่เป็นเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคหัวใจหรือหลอดเลือดสมองเกือบ 2 เท่าของคนไม่เป็นเบาหวาน
- แนวทางเบาหวานของไทย พ.ศ. 2566 ตั้งเป้า LDL ต่ำกว่า 100 มก./ดล. สำหรับคนเป็นเบาหวานอายุ 40 ปีขึ้นไป และต่ำกว่า 70 ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงหัวใจตั้งแต่ 2 ข้อ
- คุมน้ำตาลและปรับอาหารอาจทำให้ค่าไขมันดีขึ้นได้บ้าง แต่งานทบทวนระบุว่ายาสแตตินให้ประโยชน์ด้านหัวใจมากที่สุด
- ชนิดของไขมันในอาหารสำคัญกว่าปริมาณไขมันรวม ตามแนวทางเบาหวานไทย
น้ำตาลสูงทำให้ไตรกลีเซอไรด์ขึ้นและ HDL ลดได้อย่างไร
ลองนึกภาพว่า อินซูลินเป็นเหมือนคนคุมประตูโรงงานไขมันในตับ ในคนปกติ อินซูลินช่วยกดไม่ให้ตับปล่อยไขมันชนิดที่มีไตรกลีเซอไรด์สูง (VLDL) ออกมามากเกินไป และช่วยเร่งเอนไซม์ที่เก็บกวาดไขมันชนิดนี้ออกจากเลือด
งานทบทวนในวารสาร Journal of Atherosclerosis and Thrombosis ปี 2561 อธิบายว่า ภาวะดื้ออินซูลินกระตุ้นให้ตับสร้าง VLDL มากขึ้น ส่วนงานทบทวนในวารสาร Metabolism ปี 2557 ระบุว่า ทั้งการทำงานของอินซูลินที่ผิดไป กรดไขมันอิสระในเลือดที่สูงขึ้น และการอักเสบระดับต่ำ ทำให้ไขมันกลุ่มไตรกลีเซอไรด์ถูกสร้างมากขึ้นและถูกกำจัดช้าลง
เมื่อไตรกลีเซอไรด์ค้างในเลือดนาน ไขมันตัวอื่นก็เปลี่ยนตาม งานทบทวนเดียวกันระบุว่า การเปลี่ยนแปลงของ HDL และ LDL ส่วนใหญ่เป็นผลต่อเนื่องจากไตรกลีเซอไรด์ที่สูง ผลคือ HDL ลดลง และ LDL กลายเป็นอนุภาคเล็กลงแต่จำนวนมากขึ้น
ถ้าเบาหวานลงไตร่วมด้วย งานทบทวนปี 2561 ระบุว่าโรคไตจากเบาหวานทำให้ค่าไขมันแย่ลงไปอีก อ่านเรื่องไตได้ที่ เบาหวานลงไตคืออะไร
ไขมันในเลือดสูงทำให้เป็นเบาหวานได้ไหม หรือแค่มาด้วยกัน
แหล่งที่เราตรวจอธิบายทิศทาง "เบาหวานและภาวะดื้ออินซูลินทำให้ไขมันผิดปกติ" เป็นหลัก ไม่ได้บอกว่าคอเลสเตอรอลสูงทำให้เกิดเบาหวานโดยตรง
สิ่งที่ชัดกว่าคือ ทั้งสองโรค มีต้นเหตุร่วมกัน NHLBI ของสหรัฐฯ ระบุว่าการขยับตัวน้อยและกินไม่ดี นำไปสู่น้ำหนักเกินและอ้วน ซึ่งเชื่อมโยงกับเบาหวาน รายละเอียดว่าทำไมความดัน ไขมัน และเบาหวานมักมาเป็นชุด อยู่ใน ความดันสูง ไขมันสูง เบาหวาน ทำไมมักมาด้วยกัน
อีกเรื่องที่คนมักได้ยินคือยาลดไขมันทำให้เป็นเบาหวาน แนวทางของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ พ.ศ. 2567 ระบุว่ายาสแตตินเพิ่มความเสี่ยงเบาหวานได้จริง แต่แพทย์ชั่งกับประโยชน์ด้านหัวใจแล้ว อ่านต่อที่ กินยาลดไขมันแล้วเป็นเบาหวานจริงไหม
LDL ของคนเป็นเบาหวานอันตรายกว่าคนทั่วไปจริงไหม
ตัวเลข LDL เท่ากัน แต่ความเสี่ยงโดยรวมของคนเป็นเบาหวานสูงกว่า มีเหตุผล 2 ข้อ
- ชนิดของ LDL ต่างกัน งานทบทวนปี 2557 ระบุว่าคนเป็นเบาหวานมี LDL ชนิดเล็กและแน่นเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของไขมันที่เร่งการเกิดหลอดเลือดแข็ง
- มีปัจจัยเสี่ยงอื่นซ้อนอยู่แล้ว NIDDK อธิบายว่าน้ำตาลที่สูงเป็นเวลานานทำลายหลอดเลือดและเส้นประสาทที่ควบคุมหัวใจและหลอดเลือดอยู่แล้ว
นี่คือเหตุผลที่แนวทางเบาหวานไทย พ.ศ. 2566 กำหนดเป้า LDL ให้ต่ำกว่าคนทั่วไป
- อายุ 40 ปีขึ้นไป: LDL ต่ำกว่า 100 มก./ดล. และลดลงอย่างน้อยร้อยละ 30
- มีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจตั้งแต่ 2 ข้อ: LDL ต่ำกว่า 70 มก./ดล. และลดลงอย่างน้อยร้อยละ 50
- มีโรคหัวใจขาดเลือดแล้ว: LDL ต่ำกว่า 55 มก./ดล.
ใบผลเลือดที่พิมพ์ว่า "ปกติ" มักใช้เกณฑ์ของคนทั่วไป จึงอาจยังสูงกว่าเป้าของคนเป็นเบาหวาน ดูความต่างของ LDL กับ HDL ได้ที่ LDL กับ HDL ต่างกันอย่างไร
คุมน้ำตาลดีขึ้นแล้วไขมันจะดีขึ้นตามไหม
อาจดีขึ้นบ้าง แต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องดูไขมันแยก งานทบทวนปี 2557 เขียนว่าการปรับพฤติกรรมและการคุมน้ำตาล "อาจ" ทำให้ค่าไขมันดีขึ้น แต่ ยาสแตตินเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์มากที่สุดในการลดความเสี่ยงหัวใจ ผู้เขียนจึงสรุปว่าผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่ควรได้รับยาสแตติน ส่วนการตัดสินใจว่าใครควรใช้ยาและขนาดเท่าไรเป็นของแพทย์ที่ดูแล ห้ามเริ่มหรือหยุดยาเอง
ในทางปฏิบัติ ถ้าแพทย์สั่งยาลดไขมันแล้ว การคุมน้ำตาลได้ดีขึ้นไม่ใช่เหตุผลให้หยุดยาเอง เหตุผลที่แพทย์สั่งยาแม้ไขมันไม่สูงมาก อ่านต่อที่ เป็นเบาหวานต้องกินยาลดไขมันทุกคนไหม
เป็นเบาหวานควรตรวจไขมันครบชุดบ่อยแค่ไหน
แนวทางของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ พ.ศ. 2567 ให้ตรวจไขมันในผู้ที่เป็นเบาหวาน และวางแนวติดตามดังนี้
- หลังเริ่มยาลดไขมัน ตรวจซ้ำใน 4–12 สัปดาห์
- หลังจากนั้น ตรวจทุก 3–12 เดือน ตามที่แพทย์นัด
- การตรวจติดตามผลไม่จำเป็นต้องงดอาหาร การงด 10–12 ชั่วโมงใช้เฉพาะบางกรณี เช่น ก่อนเริ่มยาครั้งแรก หรือไตรกลีเซอไรด์สูงมาก ถ้าโรงพยาบาลแจ้งให้งด ให้ทำตามนั้น
ไขมันครบชุดมักมี 4 ค่า คือ คอเลสเตอรอลรวม LDL HDL และไตรกลีเซอไรด์ คนเป็นเบาหวานควรดูคู่กับค่าน้ำตาลสะสม อ่านวิธีดูค่าน้ำตาลที่ FBS กับ HbA1c ต่างกันอย่างไร และสาเหตุไตรกลีเซอไรด์สูงอื่น ๆ ที่ ไตรกลีเซอไรด์สูงเกิดจากอะไร
เลือกไขมันในอาหารอย่างไรเมื่อเป็นเบาหวาน
แนวทางเบาหวานไทย พ.ศ. 2566 ระบุว่า "ชนิดของไขมันมีความสำคัญมากกว่าปริมาณไขมันรวม" ให้กินไขมันอิ่มตัวไม่เกินร้อยละ 7 ของพลังงาน และใช้ไขมันไม่อิ่มตัวแทน
แปลเป็นครัวไทย
- ลด น้ำมันหมู กากหมู หนังไก่ หมูสามชั้น กะทิ เนย และของทอดซ้ำ
- ใช้แทน น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัว ซึ่งแนวทางราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ยกตัวอย่างน้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว และน้ำมันถั่วเหลือง
- คุมปริมาณ กรมอนามัยแนะนำน้ำมันรวมทั้งวันไม่เกิน 6 ช้อนชา ไข่เจียว 1 ฟองมีน้ำมันราว 5 ช้อนชาแล้ว
- คุมแป้งและน้ำตาลไปพร้อมกัน เพราะไตรกลีเซอไรด์ของคนเป็นเบาหวานขึ้นตามน้ำตาลและแป้งที่เกิน ไม่ใช่ตามไขมันอย่างเดียว
รายละเอียดว่าไขมันแต่ละชนิดมีผลต่อหลอดเลือดอย่างไร อยู่ที่ ไขมันในอาหารกับหลอดเลือด
ได้ยินว่าไขมันดี (HDL) สูงแล้วไม่ต้องห่วง LDL จริงไหม
ไม่จริง NIDDK อธิบายว่า HDL ที่สูงสัมพันธ์กับความเสี่ยงหัวใจที่ต่ำกว่า แต่ LDL ยังเป็นตัวที่สะสมและอุดหลอดเลือดได้ แนวทางไทยทั้งสองฉบับตั้งเป้าการรักษาที่ LDL ไม่ได้ตั้งที่ HDL คนเป็นเบาหวานที่ HDL สูงจึงยังต้องดูว่า LDL ถึงเป้าหรือยัง
สัญญาณอะไรบอกว่าความเสี่ยงหัวใจสูงขึ้นแล้ว
แนวทางราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ นับปัจจัยที่ทำให้คนเป็นเบาหวานอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น เป็นเบาหวานมานานกว่า 10 ปี น้ำหนักเกิน สูบบุหรี่ ความดันสูง และโรคไต ถ้ามีตั้งแต่ 2 ข้อ เป้า LDL จะเข้มขึ้นเป็นต่ำกว่า 70
ส่วนอาการเตือนของหัวใจขาดเลือดที่ NIDDK ระบุ ได้แก่ เจ็บหรือแน่นหน้าอก ปวดร้าวไปแขน ไหล่ หลัง คอ หรือกราม หายใจไม่อิ่ม เหงื่อออก คลื่นไส้ หรือหน้ามืด หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งแบบเฉียบพลัน ให้โทร 1669 ทันที อย่ารอให้หายเอง
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)
เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ดื่มน้ำตามมาก ๆ ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.
ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับเรื่องไขมันในอาหารคือน้ำมันพืชไม่อิ่มตัว 3 ชนิด (รวมราว 0.5 กรัมต่อแคปซูล) และไฟโตสเตอรอล ยังไม่มีงานวิจัยใดศึกษาส่วนประกอบเหล่านี้กับภาวะไขมันผิดปกติในเบาหวานโดยตรง หลักฐานที่มีเป็นเรื่องไขมันในเลือดทั่วไป ดังนี้
- น้ำมันคาโนลา 200 มก. — งานรวมผลการทดลองในคน 27 งาน พบว่าเมื่อใช้คาโนลาเป็นน้ำมันหลักในอาหารแทนไขมันอื่น LDL ลดลงเฉลี่ยราว 6 มก./ดล. แต่ไม่เปลี่ยน HDL และไตรกลีเซอไรด์ ปริมาณที่ศึกษาคือน้ำมันปรุงอาหารทั้งวัน (หลายสิบกรัม) ส่วนในแคปซูลมี 0.2 กรัม
- น้ำมันมะกอก 200 มก. — งานรวม 34 การทดลองในคนพบว่าการกินน้ำมันมะกอกเพิ่มทุก 10 กรัมต่อวัน เปลี่ยนค่าไขมันในเลือดน้อยมากจนไม่มีนัยสำคัญ
- น้ำมันรำข้าว 109 มก. — งานของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ผู้มีไขมันสูงใช้น้ำมันรำข้าววันละ 30 มิลลิลิตรปรุงอาหาร 3 มื้อ นาน 4 สัปดาห์ แล้ว LDL ลดลงมากกว่ากลุ่มน้ำมันถั่วเหลือง เป็นงานเล็กและสั้น และปริมาณมากกว่าในแคปซูลหลายร้อยเท่า
- ไฟโตสเตอรอล 2 มก. — แพลนท์สเตอรอลและสตานอลมีงานวิจัยในคนว่าลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากลำไส้ ที่ขนาดวันละ 1.5–3 กรัม ซึ่งมากกว่าในแคปซูลราว 750–1,500 เท่า และยังไม่มีการทดลองที่พิสูจน์ว่าลดหัวใจวายหรือสโตรกโดยตรง
ผลิตภัณฑ์นี้มีวิตามินซีและวิตามินอีด้วย ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ. 2566 ของไทย ไม่แนะนำให้กินสารต้านอนุมูลอิสระในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อหวังผลลดน้ำตาลในเลือด หรือหวังกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เพราะอาจไม่ปลอดภัยในระยะยาว
ข้อควรระวัง: วิตามินอีขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน ซึ่งคนเป็นเบาหวานหลายคนได้รับอยู่ ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →คำถามที่พบบ่อย
ทำไมคนเป็นเบาหวานมักมีไตรกลีเซอไรด์สูง
เพราะภาวะดื้ออินซูลินทำให้ตับปล่อยไขมันชนิดที่มีไตรกลีเซอไรด์สูงออกมามาก และร่างกายกำจัดออกได้ช้าลง ร่วมกับแป้งและน้ำตาลที่เกินในอาหาร
เป็นเบาหวาน LDL ควรต่ำกว่าเท่าไร
แนวทางเบาหวานไทย พ.ศ. 2566 ตั้งเป้าต่ำกว่า 100 มก./ดล. สำหรับอายุ 40 ปีขึ้นไป ต่ำกว่า 70 ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงหัวใจตั้งแต่ 2 ข้อ และต่ำกว่า 55 ถ้ามีโรคหัวใจขาดเลือดแล้ว แพทย์อาจปรับตามรายบุคคล
คุมน้ำตาลได้แล้ว ไขมันจะดีขึ้นเองไหม
อาจดีขึ้นบ้าง แต่งานทบทวนระบุว่ายาสแตตินให้ประโยชน์ด้านหัวใจมากที่สุด ถ้าแพทย์สั่งยาไว้ ห้ามหยุดยาเองเพราะน้ำตาลดีขึ้น
เป็นเบาหวานต้องตรวจไขมันบ่อยแค่ไหน
แนวทางราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ให้ตรวจซ้ำใน 4–12 สัปดาห์หลังเริ่มยา แล้วทุก 3–12 เดือนตามนัด การตรวจติดตามส่วนใหญ่ไม่ต้องงดอาหาร เว้นแต่โรงพยาบาลแจ้ง
HDL สูงแล้วไม่ต้องสนใจ LDL ใช่ไหม
ไม่ใช่ แนวทางไทยตั้งเป้าการรักษาที่ LDL คนเป็นเบาหวานที่ HDL สูงก็ยังต้องดูว่า LDL ถึงเป้าหรือยัง
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Diabetic dyslipidemia.Wu L, Parhofer KG. Metabolism 2014 (PubMed)
- Pathophysiology of Diabetic Dyslipidemia.Hirano T. J Atheroscler Thromb 2018 (PubMed)
- Diabetes, Heart Disease, & StrokeNational Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK), NIH
- แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2566สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ และองค์กรร่วม
- แนวทางเวชปฏิบัติการบำบัดภาวะไขมันผิดปกติในเลือดเพื่อป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด พ.ศ. 2567ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยฯ
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-05
อ่านต่อ
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์
โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง
โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร
กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ
วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์
ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร
ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต
