เกี่ยวกับ ความรู้หัวใจและหลอดเลือด
คราบไขมันในหลอดเลือด ตรวจเจอได้อย่างไรบ้าง

คำถามที่ตามมาหลังรู้ว่าหลอดเลือดแข็งเกิดขึ้นเงียบ ๆ คือ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองมีหรือยัง
บทความนี้รวมวิธีตรวจที่ใช้กันจริง เรียงจากที่ทำได้ง่ายไปหายาก เพื่อให้คุยกับแพทย์ได้ตรงประเด็น
ขั้นที่ 1 ประเมินความเสี่ยงโดยไม่ต้องตรวจพิเศษ
ก่อนจะตรวจอะไรที่ซับซ้อน แพทย์จะประเมินความเสี่ยงโดยรวมจากข้อมูลที่มีอยู่แล้ว
- อายุและเพศ
- ระดับความดันโลหิต
- ระดับไขมันในเลือด โดยเฉพาะ LDL และ HDL
- สถานะการสูบบุหรี่
- การเป็นเบาหวาน
- ประวัติโรคหัวใจในครอบครัวตั้งแต่อายุน้อย
การประเมินนี้ให้ภาพความเสี่ยงในระยะยาว และมักเพียงพอสำหรับการตัดสินใจในคนส่วนใหญ่
วิธีอ่านค่าไขมันอยู่ที่ ไขมันในเลือดสูง ตัวเลขเท่าไรถึงเรียกว่าสูง
ขั้นที่ 2 การตรวจที่ไม่รุกล้ำร่างกาย
วัดความหนาผนังหลอดเลือดที่คอ
ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงวัดความหนาของผนังหลอดเลือดแดงที่คอ และดูว่ามีคราบไขมันหรือไม่
ข้อดีคือไม่เจ็บ ไม่มีรังสี และเห็นหลอดเลือดจริง
ตรวจวัดปริมาณแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ
เป็นการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อวัดปริมาณหินปูนที่เกาะในผนังหลอดเลือดหัวใจ ให้ค่าออกมาเป็นคะแนน
ค่าที่ได้สะท้อนปริมาณคราบที่สะสมมานาน แต่ไม่ได้บอกว่ามีคราบเปลือกบางที่เสี่ยงแตกหรือไม่
วัดความดันที่ข้อเท้าเทียบกับที่แขน
ใช้ประเมินหลอดเลือดแดงที่ขา ทำได้ง่ายและราคาไม่สูง เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดน่องเวลาเดินระยะหนึ่งแล้วดีขึ้นเมื่อหยุดพัก
ขั้นที่ 3 การตรวจเมื่อมีอาการหรือความเสี่ยงสูง
- การเดินสายพานตรวจสมรรถภาพหัวใจ ดูว่าหัวใจขาดเลือดเมื่อออกแรงหรือไม่
- การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ดูการบีบตัวและโครงสร้าง
- การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหัวใจ เห็นรูหลอดเลือดโดยตรง
- การสวนหลอดเลือดหัวใจ เป็นการตรวจที่ให้ภาพชัดที่สุดและสามารถรักษาต่อได้ในคราวเดียว แต่เป็นหัตถการที่รุกล้ำร่างกาย
ใครควรตรวจอะไร
ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน หลักการทั่วไปคือ
- ความเสี่ยงต่ำ เน้นจัดการปัจจัยเสี่ยงและตรวจสุขภาพประจำปี ไม่จำเป็นต้องตรวจพิเศษ
- ความเสี่ยงปานกลาง อาจใช้การตรวจเพิ่มเพื่อช่วยตัดสินใจเรื่องการใช้ยา
- ความเสี่ยงสูงหรือมีอาการ ต้องประเมินโดยแพทย์เฉพาะทาง
การตรวจที่มากเกินจำเป็นไม่ได้ดีกว่า เพราะอาจได้ผลบวกลวงที่นำไปสู่การตรวจเพิ่มที่ไม่จำเป็น ความกังวล และค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เปลี่ยนแผนการดูแล
คำถามที่ควรถามแพทย์
- ความเสี่ยงโดยรวมของผมอยู่ระดับไหน
- การตรวจนี้จะเปลี่ยนแผนการรักษาอย่างไรถ้าผลออกมาผิดปกติ
- ถ้าไม่ตรวจ เราจะติดตามด้วยวิธีอะไรแทน
- เป้าหมายของค่า LDL และความดันของผมคือเท่าไร
สิ่งที่สำคัญกว่าการตรวจ
ไม่ว่าผลตรวจจะออกมาอย่างไร สิ่งที่เปลี่ยนอนาคตได้มากที่สุดยังเป็นเรื่องเดิม คือการเลิกบุหรี่ การคุมความดันและไขมันให้อยู่ในเป้า การเคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอ และการกินยาตามที่แพทย์สั่ง
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)
เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เบต้า ออยล์ เลข อย. 13-1-01566-5-0001 เป็นผลิตภัณฑ์ที่เราจำหน่าย ไม่ได้เกี่ยวกับวิธีตรวจคราบไขมันในบทความนี้โดยตรง ฉลากระบุต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล
แนวทางเวชปฏิบัติของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ พ.ศ. 2567 แนะนำแพลนท์สตานอลวันละ 2 กรัม เป็นส่วนเสริมของการปรับอาหาร และยังไม่มีการทดลองที่พิสูจน์ว่าสารกลุ่มนี้ลดการเกิดหัวใจวายหรือสโตรกโดยตรง ไฟโตสเตอรอลในแคปซูลมี 2 มิลลิกรัม น้อยกว่าขนาดนั้นประมาณ 1,000 เท่า ผลตรวจหลอดเลือดและเป้าหมายการรักษาจึงต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยและไม่ใช่คำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ค่าอ้างอิงของห้องปฏิบัติการแต่ละแห่งอาจต่างกันเล็กน้อย ให้ยึดค่าอ้างอิงที่พิมพ์อยู่ในใบผลตรวจของคุณเป็นหลัก
และให้แพทย์เป็นผู้แปลผลร่วมกับประวัติสุขภาพของคุณเสมอ
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →คำถามที่พบบ่อย
ต้องตรวจพิเศษทุกคนไหม
ไม่ใช่ทุกคน ผู้ที่ความเสี่ยงต่ำเน้นจัดการปัจจัยเสี่ยงและตรวจสุขภาพประจำปีก็เพียงพอ การตรวจที่มากเกินจำเป็นอาจให้ผลบวกลวงซึ่งนำไปสู่การตรวจเพิ่มที่ไม่จำเป็น
การวัดแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจบอกอะไร
บอกปริมาณหินปูนที่เกาะในผนังหลอดเลือดหัวใจซึ่งสะท้อนคราบที่สะสมมานาน แต่ไม่ได้บอกว่ามีคราบเปลือกบางที่เสี่ยงแตกหรือไม่ จึงต้องแปลผลร่วมกับความเสี่ยงโดยรวม
ปวดน่องเวลาเดินแล้วดีขึ้นตอนหยุดพัก ควรตรวจอะไร
อาการลักษณะนี้อาจเกี่ยวกับหลอดเลือดแดงที่ขา การวัดความดันที่ข้อเท้าเทียบกับที่แขนเป็นการตรวจที่ทำได้ง่ายและราคาไม่สูง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมิน
ควรถามแพทย์อะไรก่อนตัดสินใจตรวจ
ควรถามว่าความเสี่ยงโดยรวมอยู่ระดับไหน การตรวจนี้จะเปลี่ยนแผนการรักษาอย่างไรถ้าผลผิดปกติ ถ้าไม่ตรวจจะติดตามด้วยวิธีใดแทน และเป้าหมายของค่า LDL กับความดันคือเท่าไร
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- แนวทางการดูแลรักษาภาวะไขมันในเลือดผิดปกติภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
- ไขมันดี (HDL) ไขมันร้าย (LDL) ต่างกันอย่างไรคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-08-13
อ่านต่อ

หลอดเลือดสมองตีบ สัญญาณเตือนและหลัก FAST ที่ต้องจำให้ได้
ภาวะหลอดเลือดสมองเป็นเรื่องฉุกเฉินที่ทุกนาทีมีความหมาย หน้านี้อธิบายหลัก FAST สัญญาณเตือนอื่น เหตุผลที่ต้องจำเวลาเริ่มมีอาการ

ไขมันอุดตันในเส้นเลือด เกิดขึ้นได้อย่างไร อธิบายทีละขั้น
ไขมันอุดตันในเส้นเลือดไม่ใช่ไขมันมาเกาะเหมือนคราบในท่อน้ำ หน้านี้อธิบายกระบวนการจริงทีละขั้น ตั้งแต่ผนังหลอดเลือดบาดเจ็บ LDL แทรกเข้าใต้ผนัง

ความดันสูงกระทบอวัยวะไหนบ้าง หัวใจ สมอง ไต ตา
ความดันโลหิตสูงทำลายหัวใจ สมอง ไต และดวงตาอย่างเงียบ ๆ หน้านี้อธิบายกลไกว่าทำไมหลอดเลือดจึงเสียหาย ผลกระทบต่อแต่ละอวัยวะ สิ่งที่แพทย์ใช้ตรวจติดตาม

ยาลดความดันมีกี่กลุ่ม ทำไมแพทย์ถึงเปลี่ยนยาบ่อย
ยาลดความดันมีหลายกลุ่มเพราะร่างกายควบคุมความดันด้วยหลายกลไก หน้านี้อธิบายกลุ่มยาที่พบบ่อย ผลข้างเคียงที่ควรแจ้งแพทย์ เหตุผลที่แพทย์เปลี่ยนยา
