เกี่ยวกับ Beta Oil
เป็นเบาหวานต้องกินยาลดไขมันทุกคนไหม ทำไมหมอสั่งทั้งที่ไขมันไม่สูง
คำตอบสั้น: ไม่ใช่ทุกคน แต่ คนเป็นเบาหวานส่วนใหญ่ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป แนวทางของไทยให้เริ่มยาลดไขมันกลุ่มสแตตินร่วมกับปรับพฤติกรรม แม้ค่าไขมันจะดูไม่สูง เพราะแพทย์ไม่ได้รักษา "ตัวเลข" อย่างเดียว แต่ลดโอกาสหัวใจวายและหลอดเลือดสมอง ซึ่งคนเป็นเบาหวานเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปเกือบ 2 เท่า ยาสแตตินเพิ่มความเสี่ยงเบาหวานได้ แต่แนวทางไทยชั่งแล้วว่าประโยชน์มากกว่า
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- แนวทางเบาหวานไทย พ.ศ. 2566: อายุ 40 ปีขึ้นไป เริ่มสแตตินความแรงปานกลาง เป้า LDL ต่ำกว่า 100 มก./ดล. และลดลงอย่างน้อยร้อยละ 30
- มีปัจจัยเสี่ยงหัวใจตั้งแต่ 2 ข้อ เป้า LDL ต่ำกว่า 70 และลดลงอย่างน้อยร้อยละ 50 · มีโรคหัวใจขาดเลือดแล้ว เป้าต่ำกว่า 55
- อายุน้อยกว่า 40 ปีที่มีปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ 2 ข้อ ปรับพฤติกรรม 3–6 เดือนก่อน ถ้า LDL ยังตั้งแต่ 100 จึงพิจารณายา
- ยาสแตตินเพิ่มความเสี่ยงเบาหวานได้ แต่แนวทางไทยยังให้ใช้เพราะประโยชน์ด้านหัวใจมากกว่า
- ค่าไขมันปกติหลังกินยา แปลว่ายากำลังได้ผล ไม่ใช่สัญญาณให้หยุดยาเอง
ทำไมแนวทางรักษาเบาหวานแนะนำยาสแตตินในผู้ใหญ่ส่วนใหญ่
เพราะเบาหวานทำให้คนคนหนึ่งเสี่ยงหัวใจสูงตั้งแต่ต้น สถาบัน NIDDK ของสหรัฐฯ ระบุว่าผู้ใหญ่ที่เป็นเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคหัวใจหรือหลอดเลือดสมองเกือบ 2 เท่าของคนไม่เป็นเบาหวาน
งานทบทวนเรื่องไขมันผิดปกติในเบาหวาน (วารสาร Metabolism ปี 2557) ระบุว่าการปรับพฤติกรรมและคุมน้ำตาลอาจทำให้ค่าไขมันดีขึ้น แต่ ยาสแตตินให้ประโยชน์มากที่สุดในการลดความเสี่ยงหัวใจ ผู้เขียนจึงสรุปว่าผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่ควรได้รับยาสแตติน ส่วนการตัดสินใจว่าใครควรใช้ยาและขนาดเท่าไรเป็นของแพทย์ที่ดูแล ห้ามเริ่มหรือหยุดยาเอง
แนวทางของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ พ.ศ. 2567 สรุปข้อมูลการใช้สแตตินในคนที่ยังไม่เคยเป็นโรคหัวใจ (ติดตามราว 6 ปี) ว่า
- ตายจากทุกสาเหตุลดลงเล็กน้อย (RR 0.92)
- หลอดเลือดสมองลดลง (RR 0.78)
- กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดลดลง (RR 0.67)
ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลของ "ยา" ที่ศึกษาในคนจำนวนมาก ไม่ใช่ของอาหารหรืออาหารเสริม
ไขมันปกติแต่หมอยังให้ยา หมายความว่าอย่างไร
ค่า "ปกติ" ในใบผลเลือดเป็นเกณฑ์ของคนทั่วไป แต่คนเป็นเบาหวานมีเป้าต่ำกว่านั้น และแนวทางไทยไม่ได้ใช้ระดับ LDL เป็นเกณฑ์เริ่มยาอย่างเดียว
แนวทางราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ พ.ศ. 2567 ระบุว่า คนเป็นเบาหวานอายุ 40 ปีขึ้นไป ทั้งกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงอื่น 0–1 ข้อ และกลุ่มที่มีตั้งแต่ 2 ข้อ ให้เริ่มสแตตินทันทีร่วมกับการปรับพฤติกรรม ไม่ต้องรอให้ไขมันสูงก่อน
อีกเหตุผลคือ งานทบทวนปี 2557 ระบุว่าคนเป็นเบาหวานมี LDL ชนิดเล็กและแน่นเป็นส่วนใหญ่ ตัวเลข LDL เท่ากันจึงไม่ได้บอกความเสี่ยงเท่ากัน รายละเอียดอยู่ใน เบาหวานกับไขมันในเลือดสูง
คนเป็นเบาหวานควรมี LDL เป้าหมายเท่าไร
ตามแนวทางเบาหวานไทย พ.ศ. 2566 (เป้าของสองกลุ่มแรกตรงกับแนวทางราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ พ.ศ. 2567)
- อายุ 40 ปีขึ้นไป ปัจจัยเสี่ยงอื่น 0–1 ข้อ — LDL ต่ำกว่า 100 มก./ดล. และลดลงอย่างน้อยร้อยละ 30 ใช้สแตตินความแรงปานกลาง
- อายุ 40 ปีขึ้นไป ปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ 2 ข้อ (เช่น เป็นเบาหวานนานกว่า 10 ปี น้ำหนักเกิน สูบบุหรี่ ความดันสูง โรคไต) — LDL ต่ำกว่า 70 และลดลงอย่างน้อยร้อยละ 50
- มีโรคหัวใจขาดเลือดแล้ว — สแตตินความแรงสูง LDL ต่ำกว่า 55 และลดลงอย่างน้อยร้อยละ 50
- อายุน้อยกว่า 40 ปีที่มีปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ 2 ข้อ — ปรับพฤติกรรม 3–6 เดือน ถ้า LDL ยังตั้งแต่ 100 ให้พิจารณาสแตติน
แพทย์อาจตั้งเป้าต่างจากนี้ตามโรคร่วมของแต่ละคน ภาพรวมเป้า LDL ของทุกกลุ่มอยู่ที่ LDL ควรต่ำกว่าเท่าไหร่
ยาลดไขมันทำให้น้ำตาลขึ้นนิดหน่อย คุ้มกับประโยชน์ไหม
แนวทางราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ระบุไว้ในหัวข้อข้อควรระวังว่า สแตตินเพิ่มความเสี่ยงเบาหวาน คนที่เป็นเบาหวานอยู่แล้วจึงควรตรวจค่าน้ำตาลตามนัดแพทย์ต่อเนื่อง
แต่แนวทางเดียวกันยังให้เริ่มสแตตินในคนเป็นเบาหวานอายุ 40 ปีขึ้นไป แปลว่าผู้จัดทำแนวทางชั่งแล้วว่าประโยชน์ด้านหัวใจและหลอดเลือดสมองมากกว่า ถ้า HbA1c ขึ้นหลังเริ่มยา ให้แจ้งแพทย์เพื่อพิจารณา ไม่ใช่หยุดยาไขมันเอง ตัวเลขงานวิจัยอยู่ที่ กินยาลดไขมันแล้วเป็นเบาหวานจริงไหม
กินยาลดไขมันคู่ยาเบาหวานต้องระวังอะไร
ยาเบาหวานกับสแตตินมักกินด้วยกันได้ แต่มีเรื่องที่ควรรู้จากแหล่งทางการ
- ยาตีกันกับยาอื่น แนวทางราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ห้ามใช้ซิมวาสแตติน (simvastatin) ร่วมกับยาต้านเชื้อรากลุ่มเอโซล หรือยาปฏิชีวนะคลาริโทรมัยซิน และให้ซิมวาสแตตินไม่เกิน 20 มก. เมื่อใช้คู่ยาความดันแอมโลดิพีน (amlodipine) ซึ่งคนเป็นเบาหวานหลายคนกินอยู่
- เกรปฟรุต คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงของผลข้างเคียงต่อกล้ามเนื้อ
- ปวดกล้ามเนื้อมากร่วมกับปัสสาวะสีเข้ม เป็นสัญญาณอันตราย ต้องไปโรงพยาบาล เพราะเสี่ยงไตวาย
- อาการปวดเมื่อยไม่ได้มาจากสแตตินเสมอไป การทดลองแบบสุ่มไม่พบว่ายาเพิ่มอาการปวดกล้ามเนื้อเมื่อเทียบยาหลอก (RR 0.98)
ทางที่ง่ายที่สุดคือ พกรายการยาและอาหารเสริมทั้งหมดไปให้เภสัชกรดูทุกครั้งที่รับยา อ่านผลข้างเคียงอื่นที่ ยาลดไขมันผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง
หยุดยาลดไขมันเองเมื่อค่าปกติแล้วได้ไหม
ไม่ควร ค่าที่ลงมาถึงเป้าเพราะยากำลังทำงาน คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลเขียนไว้ชัดว่าห้ามหยุดยาเอง หากมีปัญหาให้ติดต่อแพทย์ ส่วนแนวทางราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ให้ตรวจไขมันซ้ำใน 4–12 สัปดาห์หลังเริ่มยา แล้วทุก 3–12 เดือน เพื่อให้แพทย์เป็นคนปรับ เรื่องนี้มีรายละเอียดที่ ยาลดไขมันต้องกินตลอดชีวิตไหม
ได้ยินว่ากินอาหารเสริมแทนยาลดไขมันได้ จริงไหม
ไม่จริง แนวทางราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ระบุว่าสแตตินลด LDL ได้ร้อยละ 21–55 ตามชนิดและขนาด ส่วนอาหารเสริมที่มีหลักฐานดีที่สุดอย่างแพลนท์สตานอล แนวทางเดียวกันให้วันละ 2 กรัมเป็นส่วนหนึ่งของการปรับอาหาร และยังไม่มีการทดลองที่พิสูจน์ว่าลดหัวใจวายหรือสโตรกโดยตรง เรื่องการกินอาหารเสริมคู่สแตตินอ่านต่อที่ ยาลดไขมันกินคู่อาหารเสริมได้ไหม
อาหารและน้ำมันที่ใช้ยังสำคัญอยู่ไหมเมื่อกินยาแล้ว
ยังสำคัญ แนวทางเบาหวานไทยให้ใช้ยาร่วมกับการปรับพฤติกรรม ไม่ใช่แทนกัน หลักที่ตรงกันทั้งแนวทางเบาหวานและแนวทางไขมัน
- ไขมันอิ่มตัวไม่เกินร้อยละ 7 ของพลังงาน
- ใช้น้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวแทนน้ำมันหมูและกะทิ
- ลดน้ำตาล แป้งขัดขาว และเหล้า ซึ่งดันไตรกลีเซอไรด์
- ออกกำลังกาย 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ และเลิกบุหรี่
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)
เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ดื่มน้ำตามมาก ๆ ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.
ส่วนประกอบที่คนกินยาสแตตินมักถามคือไฟโตสเตอรอลและน้ำมันพืช หลักฐานมีดังนี้
- ไฟโตสเตอรอล 2 มก. — งานรวม 15 การทดลองในคนที่กินสแตตินอยู่แล้ว พบว่าการเสริมแพลนท์สเตอรอลหรือสตานอลขนาด 1.8–6 กรัมต่อวัน (ค่ากลาง 2.5 กรัม) ลด LDL ได้เพิ่มจากที่ยาทำได้เล็กน้อย เพราะออกฤทธิ์ต่างจุดกัน งานนี้ไม่ได้วัดผลต่อโรคหัวใจ และขนาดที่ศึกษามากกว่า 2 มิลลิกรัมในแคปซูลตั้งแต่ราว 900 เท่าขึ้นไป (คำนวณ)
- น้ำมันคาโนลา 200 มก. · น้ำมันมะกอก 200 มก. · น้ำมันรำข้าว 109 มก. — งานวิจัยของน้ำมันเหล่านี้ใช้เป็นน้ำมันปรุงอาหารทั้งวัน (หลายสิบกรัม) ผลต่อ LDL ที่พบอยู่ในระดับไม่กี่มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ส่วนในแคปซูลมีรวมราว 0.5 กรัม
ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้ทำหน้าที่แทนยาสแตตินที่แพทย์สั่ง
ข้อควรระวัง: ผลิตภัณฑ์มีวิตามินอี ซึ่งในขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้ยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด และมีแอล-อาร์จินีน ซึ่งงานวิจัย VINTAGE MI ในผู้ป่วยหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย (ขนาดวันละ 9 กรัม) พบผู้เสียชีวิตในกลุ่มอาร์จินีนมากกว่า ผู้ที่เคยหัวใจวายควรปรึกษาแพทย์ก่อน ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →คำถามที่พบบ่อย
เป็นเบาหวานต้องกินยาลดไขมันทุกคนไหม
ไม่ทุกคน แต่แนวทางเบาหวานไทย พ.ศ. 2566 ให้เริ่มสแตตินในคนเป็นเบาหวานอายุ 40 ปีขึ้นไปร่วมกับปรับพฤติกรรม ส่วนอายุน้อยกว่า 40 ปีที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายข้อ ให้ปรับพฤติกรรม 3–6 เดือนก่อน แล้วค่อยพิจารณายา
ไขมันไม่สูง ทำไมหมอยังให้ยาลดไขมัน
เพราะคนเป็นเบาหวานเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองสูงตั้งแต่ต้น แนวทางไทยจึงให้เริ่มยาโดยไม่ต้องรอให้ไขมันสูง เป้าหมายคือลดโอกาสหัวใจวายและสโตรก ไม่ใช่แค่ทำตัวเลขให้ปกติ
ยาลดไขมันทำให้น้ำตาลขึ้น ควรหยุดไหม
ไม่ควรหยุดเอง แนวทางไทยระบุว่าสแตตินเพิ่มความเสี่ยงเบาหวานได้ แต่ยังให้ใช้เพราะประโยชน์ด้านหัวใจมากกว่า ถ้าน้ำตาลขึ้นให้แจ้งแพทย์เพื่อพิจารณา
ยาลดไขมันกินคู่ยาความดันแอมโลดิพีนได้ไหม
ได้ในหลายกรณี แต่แนวทางไทยให้ใช้ซิมวาสแตตินไม่เกิน 20 มก. เมื่อใช้คู่แอมโลดิพีน ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรตรวจรายการยาทั้งหมด
ค่า LDL ปกติแล้ว หยุดยาได้ไหม
ไม่ควรหยุดเอง ค่าที่ลงมาถึงเป้าเพราะยากำลังได้ผล การหยุดยาหรือลดยาต้องให้แพทย์เป็นผู้ตัดสิน
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2566สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ และองค์กรร่วม
- แนวทางเวชปฏิบัติการบำบัดภาวะไขมันผิดปกติในเลือดเพื่อป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด พ.ศ. 2567ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยฯ
- Diabetic dyslipidemia.Wu L, Parhofer KG. Metabolism 2014 (PubMed)
- Diabetes, Heart Disease, & StrokeNational Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK), NIH
- Effects of plant stanol or sterol-enriched diets on lipid profiles in patients treated with statins: systematic review and meta-analysis.Han S และคณะ. Sci Rep 2016 (PubMed Central)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-05
อ่านต่อ
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์
โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง
โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร
กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ
วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์
ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร
ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต
