บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

ยาที่ควรระวังในผู้สูงอายุ ยาแก้แพ้ ยาคลายเครียด ทำให้หลงลืมได้

คำตอบสั้น: ยาหลายชนิดที่ผู้สูงอายุใช้กันบ่อยทำให้หลงลืม สับสน ง่วงซึม และหกล้มได้ โดยเฉพาะยาที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก เช่น ยาแก้แพ้รุ่นแรกที่ทำให้ง่วง ยาแก้ปัสสาวะบ่อยบางชนิด ยาคลายกล้ามเนื้อบางชนิด และยาต้านซึมเศร้าบางชนิด รวมถึงยานอนหลับและยาคลายเครียดกลุ่มเบนโซไดอะซีปีน แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม พ.ศ. 2563 ของสถาบันประสาทวิทยาจัดยาเหล่านี้ไว้ในสาเหตุของอาการหลงลืมที่อาจแก้ไขได้ แต่ห้ามหยุดยาเอง สิ่งที่ควรทำคือรวบรวมยาทุกชนิดในบ้านไปให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวน

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • แนวทางเวชปฏิบัติไทยแนะนำให้หลีกเลี่ยงยาที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิกในผู้สูงอายุ และให้ผู้ที่มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อยหลีกเลี่ยงยาที่ทำให้ความคิดความจำแย่ลง
  • งานวิจัยจากอังกฤษในคนอายุ 55 ปีขึ้นไปราว 284,000 คน พบว่าผู้ที่ได้รับยาต้านโคลิเนอร์จิกฤทธิ์แรงสะสมมาก สัมพันธ์กับการเป็นสมองเสื่อมมากขึ้น แต่เป็นงานสังเกต ไม่ได้พิสูจน์ว่ายาเป็นต้นเหตุ
  • MedlinePlus ระบุว่ายาแก้ปวด ยากล่อมประสาท และยาต้านโคลิเนอร์จิก รวมถึงการหยุดยาบางชนิดทันที ทำให้เกิดภาวะสับสนเฉียบพลันได้
  • สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติสหรัฐ (NIA) ระบุว่าในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ยานอนหลับทำให้สับสนและหกล้มง่ายขึ้น และยาคลายกังวลกลุ่มเบนโซไดอะซีปีนทำให้ง่วง เวียนศีรษะ หกล้ม และสับสนได้
  • สมุนไพรและอาหารเสริมก็ต้องแจ้งแพทย์ เช่น ใบแปะก๊วยมีคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้า

ยากลุ่มต้านโคลิเนอร์จิกคืออะไร ทำไมกระทบความจำในผู้สูงอายุ

ร่างกายใช้สารสื่อประสาทชื่อ อะเซทิลโคลีน ในหลายระบบ ทั้งสมอง กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ ต่อมน้ำลาย และกล้ามเนื้อเรียบ ยาที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิกจะไปลดการทำงานของสารนี้ จึงช่วยลดน้ำมูก ลดการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ หรือลดอาการเกร็ง แต่ในขณะเดียวกันก็กระทบสมองด้วย

ยาอัลไซเมอร์กลุ่มหลัก (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน) ทำงานโดยยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายอะเซทิลโคลีน แนวทางเวชปฏิบัติไทยจึงระบุว่ายาต้านโคลิเนอร์จิกลดประโยชน์ของยาอัลไซเมอร์ และทำให้สับสนหรือเพ้อได้ อ่านเรื่องสารสื่อประสาทนี้เพิ่มที่ อะเซทิลโคลีนคืออะไร

งานวิจัยของ Coupland และคณะ ปี 2019 ในวารสาร JAMA Internal Medicine ระบุว่ายากลุ่มนี้มีผลข้างเคียงต่อความคิดในระยะสั้นอยู่แล้ว และศึกษาเพิ่มว่าการใช้ระยะยาวสัมพันธ์กับสมองเสื่อมหรือไม่ ผลคือ

  • ศึกษาในคนอายุ 55 ปีขึ้นไป รวม 284,343 คน (ผู้ป่วยสมองเสื่อม 58,769 คน เทียบกับกลุ่มเปรียบเทียบ)
  • กลุ่มที่ได้รับยาสะสมมากที่สุดมีโอกาสเป็นสมองเสื่อมสูงกว่าผู้ไม่ได้ใช้ราว 1.49 เท่า (odds ratio)
  • กลุ่มยาที่พบความสัมพันธ์ชัด ได้แก่ ยาต้านซึมเศร้าที่มีฤทธิ์นี้ ยาพาร์กินสันบางชนิด ยาต้านโรคจิต ยาแก้กระเพาะปัสสาวะไวเกิน และยากันชักบางชนิด

ข้อจำกัดสำคัญ: งานนี้เป็นงานสังเกต บอกได้ว่าเกิดร่วมกัน แต่บอกไม่ได้ว่ายาเป็นต้นเหตุ เพราะคนที่ต้องใช้ยาเหล่านี้อาจมีโรคที่เกี่ยวกับสมองอยู่แล้ว ผลนี้จึงไม่ใช่เหตุผลให้หยุดยาเอง แต่เป็นเหตุผลให้ทบทวนยากับแพทย์

ตัวอย่างยาที่พบบ่อย

แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม พ.ศ. 2563 ระบุยาที่ควรหลีกเลี่ยงในผู้สูงอายุไว้ เช่น

  • ยาแก้แพ้รุ่นแรกที่ทำให้ง่วง: คลอร์เฟนิรามีน ไดเฟนไฮดรามีน ไฮดรอกซีซีน และไดเมนไฮดริเนต ซึ่งมักอยู่ในยาแก้หวัดสูตรผสม ยาแก้คัน และยาแก้เมารถ
  • ยาต้านซึมเศร้าบางชนิด: อะมิทริปไทลีน อิมิพรามีน และพาร็อกซิทีน
  • ยาคลายกล้ามเนื้อบางชนิด: ออร์เฟนาดรีน
  • ยาพาร์กินสันบางชนิด: เบนซ์โทรปีน และไตรเฮกซีเฟนิดิล
  • ยาลดอาการเกร็งของกระเพาะลำไส้: อะโทรปีน และไฮออสไซยามีน

ส่วนยาแก้ปัสสาวะบ่อยหรือกระเพาะปัสสาวะไวเกินบางชนิดก็มีฤทธิ์นี้ และอยู่ในกลุ่มที่งานของ Coupland พบความสัมพันธ์กับสมองเสื่อม ผู้สูงอายุที่ได้ยากลุ่มนี้ควรถามแพทย์ว่ายาที่ใช้อยู่เป็นชนิดไหน

สิ่งที่ผู้ดูแลควรรู้: ยาเหล่านี้หลายตัวซื้อได้เองจากร้านยา และอยู่ในชื่อการค้าที่ไม่บอกชื่อสามัญชัดเจน วิธีที่ปลอดภัยคือให้เภสัชกรอ่านฉลากทุกกล่องให้ ไม่ควรเดาเองจากชื่อ

ยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีนกับความสับสนและการหกล้ม

ยากลุ่มนี้ใช้คลายกังวลและช่วยให้นอนหลับ NIA ระบุว่าในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ยานอนหลับทำให้สับสนและหกล้มง่ายขึ้น และยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีนทำให้ง่วง เวียนศีรษะ หกล้ม และสับสนได้ แพทย์จึงใช้เฉพาะระยะสั้นเมื่อจำเป็น และแนวทางไทยจัดยานอนหลับและยากล่อมประสาทไว้ในสาเหตุของอาการหลงลืมที่อาจแก้ไขได้

ปัญหาที่พบบ่อยในบ้าน

  • กินยานอนหลับแล้วลุกเข้าห้องน้ำกลางดึก เดินเซจนหกล้ม
  • ตื่นมาแล้วงง ๆ ทั้งเช้า คนในบ้านคิดว่าเป็นอาการหลงลืมตามวัย
  • ใช้ยามานานหลายปีจนเป็นนิสัย จำไม่ได้แล้วว่าเริ่มเพราะอะไร

สถาบันแอลกอฮอล์แห่งชาติสหรัฐ (NIAAA) เตือนว่าการดื่มเหล้าร่วมกับยาที่ทำให้ง่วง เช่น ยานอนหลับ ยาคลายกังวล ยาแก้หวัดแก้แพ้ และยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ อาจถึงแก่ชีวิตได้ และเพิ่มความเสี่ยงหกล้มและความจำบกพร่อง

ผู้ที่มีปัญหาการนอน ควรปรึกษาแพทย์ถึงสาเหตุก่อนพึ่งยา อ่านต่อที่ ผู้สูงอายุกินยานอนหลับได้ไหม ยาแบบไหนเสี่ยงหลงลืมและหกล้ม และวิธีป้องกันการหกล้มที่ ผู้สูงอายุหกล้ม ป้องกันที่บ้านและรับมืออย่างไร

ทำไมห้ามหยุดยาเอง และควรคุยกับแพทย์อย่างไร

แม้จะสงสัยว่ายาทำให้หลงลืม ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง ด้วยเหตุผลเหล่านี้

  • ยาบางชนิดหยุดทันทีแล้วอันตราย MedlinePlus ระบุว่าการขาดยาบางชนิดทำให้เกิดภาวะสับสนเฉียบพลันได้ การลดหรือหยุดยาจึงต้องให้แพทย์เป็นผู้วางแผน
  • โรคเดิมอาจกำเริบ เช่น ซึมเศร้า ลมชัก หรือพาร์กินสัน
  • อาการหลงลืมอาจไม่ได้มาจากยา การหยุดยาเองทำให้พลาดสาเหตุจริง

วิธีคุยกับแพทย์ให้ได้ประโยชน์

  1. บอกตรง ๆ ว่า "สังเกตว่าคุณแม่หลงลืมหรือสับสนมากขึ้นตั้งแต่ช่วงไหน" และเล่าว่าเริ่มยาอะไรใหม่ใกล้ ๆ ช่วงนั้นหรือไม่
  2. ถามว่า "ในยาที่ใช้อยู่ มีตัวไหนที่ทำให้ง่วง สับสน หรือหกล้มได้บ้าง"
  3. ถามว่า "ยาตัวไหนยังจำเป็น ตัวไหนพอปรับได้ และถ้าจะปรับต้องทำอย่างไร"
  4. ถามว่า "ถ้าปรับยาแล้ว ต้องสังเกตอาการอะไร และเมื่อไรต้องกลับมาพบ"

ถ้ามีแพทย์หลายคนจากหลายโรงพยาบาล ให้แพทย์แต่ละคนเห็นรายการยาทั้งหมด เพื่อไม่ให้ได้ยาซ้ำซ้อนหรือยาที่ตีกัน อ่านวิธีจัดการยาหลายตัวที่ ผู้สูงอายุกินยาหลายตัว ผู้ดูแลควรจัดการอย่างไรให้ปลอดภัย

เตรียมถุงยาทั้งหมดไปให้เภสัชกรทบทวน

วิธีที่ง่ายและได้ผลคือการรวบรวมยาทุกตัวที่มีอยู่ในบ้านใส่ถุงเดียว แล้วนำไปให้แพทย์หรือเภสัชกรที่โรงพยาบาลหรือร้านยาดู

สิ่งที่ต้องรวมในถุง

  • ยาจากโรงพยาบาลทุกแห่ง รวมยาที่หยุดไปแล้วแต่ยังเก็บไว้
  • ยาซื้อเองจากร้านยา เช่น ยาแก้หวัด ยาแก้แพ้ ยาแก้ปวด ยานอนหลับ ยาธาตุ
  • ยาทาหรือยาหยอดตาที่ใช้ประจำ
  • สมุนไพร ยาแผนโบราณ ยาลูกกลอน
  • วิตามินและอาหารเสริมทุกชนิด

จดเพิ่มว่าแต่ละตัวกินจริงอย่างไร (ไม่ใช่แค่ตามฉลาก) กินเวลาไหน และใครเป็นคนจัดยา ถ้าผู้สูงอายุจัดยาเองแล้วลืมหรือกินซ้ำ อ่านวิธีจัดยาที่ ผู้สูงอายุลืมกินยา กินซ้ำ จัดยาอย่างไรให้ปลอดภัย

อาหารเสริมและสมุนไพรก็ต้องแจ้งด้วย

หลายครอบครัวไม่บอกแพทย์เพราะคิดว่า "เป็นของธรรมชาติ ไม่ใช่ยา" แต่ NIA เตือนว่ายาเม็ดและอาหารเสริมที่อ้างว่าช่วยความจำอาจไม่ปลอดภัย เสียเงินเปล่า หรือทั้งสองอย่าง และแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มหรือเปลี่ยนยา รวมถึงวิตามินและสมุนไพร ส่วนสถาบัน NCCIH ระบุว่าธรรมชาติไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอ

ตัวอย่างที่ต้องระวัง

เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาลทันที

มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และนำถุงยาทั้งหมดไปด้วย

  • สับสน หลงลืม หรือพูดไม่รู้เรื่องขึ้นมาทันที เช่น หลังเริ่มยาใหม่หรือเปลี่ยนขนาดยา
  • ซึมลง ปลุกยาก หรือเดี๋ยวรู้ตัวเดี๋ยวสับสน
  • สงสัยว่ากินยาเกินขนาดหรือกินซ้ำหลายเม็ด
  • หกล้มศีรษะกระแทก แม้ยังดูปกติ โดยเฉพาะถ้าง่วงซึม ปวดศีรษะมาก หรืออาเจียน
  • ชัก

ภาวะสับสนที่เกิดขึ้นทันทีเป็นภาวะฉุกเฉิน อ่านสาเหตุเพิ่มที่ Delirium ในผู้สูงอายุเกิดจากอะไร ส่วนสาเหตุอื่นของการหลงลืมที่แก้ได้ อ่านที่ สมองเสื่อมหายได้ไหม

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่

ผลิตภัณฑ์นี้ต้องอยู่ในถุงยาที่นำไปให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวนด้วย เพราะมีทั้งใบแปะก๊วย พรมมิ และวิตามินบี 6 ซึ่งมีข้อควรระวังเรื่องยาที่ใช้ร่วมกัน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช้แทนการทบทวนยา และไม่ได้แก้ผลข้างเคียงของยาใด ๆ

เรื่องเลือดออกที่ต้องรู้: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ซึ่งมาจากสารสกัดใบแปะก๊วย ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่หกล้มบ่อย และผู้ที่จะผ่าตัดหรือทำฟัน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน

หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานวิจัยในคนยังน้อยและเล็ก งานในผู้สูงอายุญี่ปุ่นที่มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คน ใช้ผงเห็ดวันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานรวมในผู้ใหญ่สุขภาพดีพบผลเล็กเฉพาะบางด้าน โดยงานส่วนใหญ่ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (มากกว่าในแคปซูล 2 เท่า คำนวณ) ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก (หลักฐานคุณภาพต่ำมาก) และมีข้อมูลยาตีกันจากหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง
  • โคลีนราว 37 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — คิดเป็นราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมในคนขนาดสูงกว่านี้มากไม่พบผลต่อความจำ
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย และใบแปะก๊วยมีรายงานเรื่องเลือดออกและการชัก
  • วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ที่พบผลบางด้านใช้บี 6 วันละ 20 มก. (มากกว่าราว 12 เท่า คำนวณ) ร่วมกับโฟลิก 0.8 มก. และบี 12 0.5 มก. และพบผลเฉพาะในผู้ที่มีค่าโฮโมซิสเทอีนในเลือดสูง ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มีโฟลิกและบี 12 ส่วนงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานของสมองด้านความคิด

ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยเรื่องความจำ และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
  • ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมมานทีน): ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง และต้องแจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
  • ผู้สูงอายุที่ลืมว่ากินอะไรไปแล้ว: ให้ผู้ดูแลเป็นคนจัดยาและอาหารเสริมทุกชนิด

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืม

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือหลงลืมขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เดินเซทรงตัวไม่ได้ ชัก หรือเจ็บแน่นหน้าอก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ (ฟรี 24 ชั่วโมง)

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

ยาอะไรที่ควรระวังในผู้สูงอายุเรื่องความจำ

แนวทางเวชปฏิบัติไทยแนะนำให้หลีกเลี่ยงยาที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก เช่น ยาแก้แพ้รุ่นแรกที่ทำให้ง่วง ยาต้านซึมเศร้าบางชนิด ยาคลายกล้ามเนื้อบางชนิด ยาพาร์กินสันบางชนิด และยาลดอาการเกร็งของกระเพาะลำไส้ ส่วนยานอนหลับและยากล่อมประสาทก็ทำให้หลงลืมได้ ห้ามหยุดยาเอง ให้นำยาทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวน

ยาแก้แพ้ผู้สูงอายุกินได้ไหม

ยาแก้แพ้รุ่นแรกที่ทำให้ง่วง เช่น คลอร์เฟนิรามีน ไดเฟนไฮดรามีน ไฮดรอกซีซีน อยู่ในรายการยาที่แนวทางเวชปฏิบัติไทยแนะนำให้หลีกเลี่ยงในผู้สูงอายุ เพราะอาจทำให้สับสนและหลงลืม ก่อนซื้อยาแก้แพ้หรือยาแก้หวัดสูตรผสม ควรให้เภสัชกรช่วยเลือกและแจ้งว่าเป็นผู้สูงอายุที่มีปัญหาความจำ

ยาคลายเครียดและยานอนหลับในผู้สูงอายุอันตรายไหม

NIA ระบุว่าในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ยานอนหลับและยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีนทำให้สับสนและหกล้มได้ และ NIAAA เตือนว่าการดื่มเหล้าร่วมกับยาที่ทำให้ง่วงอาจถึงแก่ชีวิต ผู้ที่ใช้อยู่ห้ามหยุดเองทันที เพราะการขาดยาบางชนิดทำให้เกิดภาวะสับสนได้ ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผน

สงสัยว่ายาทำให้พ่อแม่หลงลืม ควรหยุดยาไหม

ห้ามหยุดยาเอง เพราะยาบางชนิดหยุดทันทีแล้วอันตราย และโรคเดิมอาจกำเริบ ให้รวบรวมยาทุกชนิดรวมยาซื้อเอง สมุนไพร และอาหารเสริม ไปให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวน แต่ถ้าสับสนขึ้นมาทันที ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ต้องบอกหมอเรื่องอาหารเสริมด้วยไหม

ต้องบอก NIA เตือนว่าอาหารเสริมที่อ้างว่าช่วยความจำอาจไม่ปลอดภัย และแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มยา วิตามิน หรือสมุนไพร เช่น ใบแปะก๊วยมีคำเตือนเรื่องเลือดออกในผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด และวิตามินบี 6 ขนาดสูงลดฤทธิ์ยาบางชนิดได้

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท