เกี่ยวกับ MEMORA
Delirium หายได้ไหม รักษาอย่างไร ใช้เวลากี่วัน
คำตอบสั้น: ภาวะสับสนเฉียบพลัน (delirium) ส่วนใหญ่ เป็นชั่วคราวและกลับเป็นปกติได้ เมื่อแพทย์หาสาเหตุเจอและแก้ที่สาเหตุ MedlinePlus ระบุว่าอาการมักอยู่ราว 1 สัปดาห์ แต่ความคิดอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะกลับมาเป็นปกติ และการหายเต็มที่ขึ้นกับว่าสาเหตุคืออะไร ภาวะนี้เป็นเหตุฉุกเฉิน ถ้าผู้สูงอายุสับสนขึ้นมาทันทีหรือระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยน ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ไม่ควรรอดูอาการที่บ้าน
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- Delirium คือ ความสับสนรุนแรงที่เกิดขึ้นเร็ว จากการทำงานของสมองที่เปลี่ยนไปทันทีเพราะมีโรคทางกายหรือทางจิตใจ
- หลักการรักษาคือ หาและแก้สาเหตุ เช่น ติดเชื้อ เกลือแร่ผิดปกติ ยาบางชนิด ขาดออกซิเจน
- ญาติช่วยได้มาก: ใส่แว่น ใส่เครื่องช่วยฟัง มีนาฬิกา ปฏิทิน เปิดไฟกลางวัน ปิดไฟกลางคืน และพูดคุยบอกวันเวลาสถานที่
- ยาระงับอาการใช้เมื่อผู้ป่วยกระวนกระวายหรือก้าวร้าวจนอาจเป็นอันตราย และแพทย์มักเริ่มขนาดต่ำมาก
- หลังกลับบ้าน ถ้าความคิดยังไม่กลับมาเท่าเดิมหลังผ่านไปหลายสัปดาห์ ให้กลับไปบอกแพทย์ เพราะอาจมีสมองเสื่อมซ่อนอยู่เดิม
Delirium คืออะไร ต่างจากหลงลืมธรรมดาอย่างไร
MedlinePlus นิยามว่า delirium คือ ความสับสนรุนแรงที่เกิดขึ้นฉับพลัน จากการทำงานของสมองที่เปลี่ยนเร็ว โดยมีโรคทางกายหรือทางจิตใจเป็นตัวกระตุ้น
แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม พ.ศ. 2563 ของสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ (เล่ม 34, PDF 54) อธิบายความต่างไว้ชัด:
- Delirium เริ่มเฉียบพลัน ระดับความรู้สึกตัวแปรปรวน เปลี่ยนไปมาเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน ปัญหาเด่นคือความสนใจจดจ่อ อาจเห็นภาพหลอนหรือหลงผิด
- สมองเสื่อม ค่อยเป็นค่อยไป ความรู้สึกตัวปกติ อาการนานเป็นเดือนเป็นปี
- ซึมเศร้า ค่อยเป็นค่อยไป นานเป็นสัปดาห์ มักรู้สึกผิดหรือสิ้นหวัง
ที่สำคัญคือ delirium เกิดซ้อนบนสมองเสื่อมเดิมได้ ผู้ที่หลงลืมอยู่แล้ว ถ้าวันหนึ่งสับสนมากขึ้นทันที ซึมลง หรือพูดไม่รู้เรื่องผิดไปจากเดิม ไม่ควรคิดว่าเป็นแค่สมองเสื่อมแย่ลง อ่านความต่างแบบละเอียดได้ที่ ภาวะสับสนเฉียบพลัน ต่างจากสมองเสื่อมอย่างไร
Delirium หายได้ไหม ใช้เวลากี่วัน
MedlinePlus ระบุว่า delirium ส่วนใหญ่เป็นภาวะชั่วคราวและย้อนกลับได้ โดย:
- อาการมักอยู่ ราว 1 สัปดาห์
- ความคิดและความจำ อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ กว่าจะกลับมาเป็นปกติ
- โดยทั่วไปคาดว่าจะหายเต็มที่ แต่ขึ้นกับสาเหตุที่ทำให้เกิด
ตัวเลขนี้เป็นภาพรวม ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะหายภายในเจ็ดวัน ญาติจึงไม่ควรตั้งความหวังกับวันใดวันหนึ่งเกินไป และไม่ควรตกใจถ้าคุณพ่อคุณแม่ยังดูมึน ๆ อยู่บ้างตอนกลับบ้าน ให้สังเกตว่า โดยรวมดีขึ้นเรื่อย ๆ หรือไม่
ทำไมบางคนหายช้า เป็นสัปดาห์หรือนานกว่านั้น
แหล่งข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้ไม่ได้ให้ตัวเลขว่าใครจะหายช้าเท่าไร แต่ชี้ปัจจัยที่เกี่ยวข้องไว้ดังนี้
- สาเหตุยังแก้ไม่หมด MedlinePlus ระบุว่าการหายขึ้นกับสาเหตุ บางโรคต้องใช้เวลารักษานาน เช่น ปอดอักเสบในผู้สูงอายุ ภาวะหัวใจล้มเหลว ไตวาย ตับวาย
- มีสมองเสื่อมเดิมอยู่แล้ว MedlinePlus ระบุว่าภาวะเฉียบพลันที่ทำให้เกิด delirium อาจเกิดร่วมกับโรคเรื้อรังที่ทำให้สมองเสื่อม เมื่อภาวะเฉียบพลันดีขึ้น สิ่งที่เหลืออยู่อาจเป็นอาการของโรคเดิม
- ยังได้ยาที่ทำให้สับสน เช่น ยาแก้ปวดบางชนิด ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท และยาที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก MedlinePlus ระบุว่าการหยุดหรือเปลี่ยนยาที่ทำให้สับสนหรือไม่จำเป็นแล้ว อาจทำให้ความคิดดีขึ้น แต่เป็นการตัดสินใจของแพทย์ ญาติไม่ควรหยุดยาเอง
- อดนอน อยู่ในห้องที่มืดหรือเงียบเกินไป แนวทางเวชปฏิบัติไทย (ตาราง 32 เล่ม 182, PDF 202) ระบุว่าอาการเพ้อมักเป็นมากช่วงกลางคืนหรือในที่ที่มีสิ่งเร้าน้อย เช่น แสงหรือเสียงน้อย
หลักการรักษา: หาและแก้สาเหตุ
MedlinePlus ระบุว่า เป้าหมายคือควบคุมหรือแก้สาเหตุของอาการ และวิธีรักษาขึ้นกับโรคที่เป็นต้นเหตุ ผู้ป่วยบางคนต้องนอนโรงพยาบาลระยะสั้น
สาเหตุที่ MedlinePlus ยกตัวอย่างไว้ ได้แก่
- การติดเชื้อ เช่น ทางเดินปัสสาวะ ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
- เกลือแร่หรือสารเคมีในร่างกายผิดปกติ
- ยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวด ยากล่อมประสาท ยาที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก
- ได้รับยาหรือสุราเกินขนาด หรือขาดสุราหรือยาที่เคยใช้ประจำ
- อดนอนรุนแรง การดมยาสลบและการผ่าตัด สารพิษ
แพทย์จะตรวจระบบประสาท ตรวจเลือดและปัสสาวะ และอาจเอกซเรย์ปอด ตรวจคลื่นสมอง หรือถ่ายภาพสมองด้วย CT หรือ MRI ตามความจำเป็น อ่านรายละเอียดสาเหตุได้ที่ Delirium ในผู้สูงอายุเกิดจากอะไร และสัญญาณการติดเชื้อที่มักไม่มีไข้ในผู้สูงอายุที่ สัญญาณติดเชื้อในผู้สูงอายุ
ญาติช่วยอะไรได้ที่ข้างเตียง
ส่วนนี้ญาติมีบทบาทมาก MedlinePlus ระบุว่าผู้ป่วย delirium บางคน อาจได้ประโยชน์จากเครื่องช่วยฟังและแว่นตา และการปรับสิ่งแวดล้อมให้รู้วันรู้เวลา เช่น ปรับแสงให้แยกกลางวันกลางคืนได้ มีนาฬิกาและปฏิทิน รวมถึงการพูดคุยเพื่อให้ผู้ป่วยรู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน วันอะไร
สิ่งที่ทำได้จริงในหอผู้ป่วย
- นำแว่นตาและเครื่องช่วยฟังของผู้ป่วยมาด้วย และใส่ให้ทุกครั้งที่ตื่น ถ้าเครื่องช่วยฟังแบตหมดหรือไม่ได้ใส่ ผู้ป่วยจะสับสนมากขึ้น อ่านเรื่องหูตึงได้ที่ ผู้สูงอายุหูตึง
- วางนาฬิกาตัวเลขใหญ่และปฏิทินในจุดที่มองเห็น บอกวันเวลาเป็นระยะด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ต้องทดสอบหรือถามซ้ำให้ผู้ป่วยตอบ
- กลางวันเปิดม่าน ให้แสงเข้า ชวนนั่งหรือขยับตัวตามที่ทีมรักษาอนุญาต กลางคืนลดเสียงและแสงจ้า แต่เปิดไฟสลัวไว้ ไม่ให้มืดสนิท
- พูดประโยคสั้น ทีละเรื่อง แนะนำตัวทุกครั้ง เช่น "แม่ หนูชื่อแก้ว ลูกสาวนะ ตอนนี้แม่อยู่โรงพยาบาล"
- ไม่เถียงเรื่องที่ผู้ป่วยเห็นหรือเชื่อผิด เปลี่ยนเรื่องหรือให้ความมั่นใจว่าปลอดภัยแทน
- นำของคุ้นเคยมาวาง เช่น รูปครอบครัว ผ้าห่มผืนเดิม
- แจ้งพยาบาลทันทีถ้าอาการเปลี่ยน เช่น ซึมลงกว่าเดิม ดึงสายน้ำเกลือ ปีนเตียง หรือไม่ยอมกินดื่ม
- นำรายการยาและอาหารเสริมทั้งหมดที่กินที่บ้านให้แพทย์ดู รวมยาซื้อเอง ยาสมุนไพร และยานอนหลับ
ยาที่ใช้ระงับอาการ ใช้เมื่อไร
MedlinePlus ระบุว่า อาจต้องใช้ยาเพื่อควบคุมพฤติกรรมก้าวร้าวหรือกระวนกระวาย โดยปกติเริ่มที่ขนาดต่ำมากแล้วปรับตามความจำเป็น ยาเหล่านี้ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ แต่ช่วยให้ผู้ป่วยปลอดภัย ไม่ทำร้ายตัวเองหรือดึงอุปกรณ์การแพทย์ออก
ข้อควรรู้สำหรับญาติ
- การตัดสินใจใช้ยาเป็นของแพทย์ และใช้หลังจากลองวิธีที่ไม่ใช้ยาแล้ว
- NIA เตือนว่ายานอนหลับทำให้ผู้ป่วยสมองเสื่อมสับสนมากขึ้นและเสี่ยงล้ม ส่วนยาต้านโรคจิตมีผลข้างเคียงรุนแรง รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงเสียชีวิตในผู้สูงอายุสมองเสื่อมบางคน จึงใช้เมื่อแพทย์เห็นว่าอาการรุนแรง
- ห้ามนำยานอนหลับหรือยาคลายเครียดจากบ้านมาให้ผู้ป่วยกินเอง ระหว่างนอนโรงพยาบาล
- MedlinePlus ระบุว่าในผู้ป่วยในโรงพยาบาล การเลี่ยงยากล่อมประสาทหรือใช้ขนาดต่ำ การรักษาภาวะเมตาบอลิกและการติดเชื้ออย่างรวดเร็ว ช่วยลดความเสี่ยงการเกิด delirium ในผู้ที่เสี่ยงสูง
Delirium ทำให้เป็นสมองเสื่อมระยะยาวไหม
คำถามนี้ญาติถามบ่อย แหล่งข้อมูลที่บทความนี้ตรวจแล้วไม่ได้ให้ตัวเลขความเสี่ยงระยะยาว จึงขอตอบเฉพาะสิ่งที่แหล่งเขียนไว้
- MedlinePlus ระบุว่าภาวะเฉียบพลันที่ทำให้เกิด delirium อาจเกิดร่วมกับโรคเรื้อรังที่ทำให้สมองเสื่อม บางครั้งการนอนโรงพยาบาลจึงเป็นครั้งแรกที่ครอบครัวเห็นว่าผู้สูงอายุมีปัญหาความคิดซ่อนอยู่
- MedlinePlus ระบุภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดได้ เช่น ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง สื่อสารได้น้อยลง และผลข้างเคียงจากยาที่ใช้ระหว่างรักษา
สิ่งที่ญาติทำได้คือ จดว่าก่อนป่วยครั้งนี้คุณพ่อคุณแม่ทำอะไรได้บ้าง เช่น จัดยาเองได้ไหม ใช้โทรศัพท์ได้ไหม จำนัดได้ไหม แล้วเทียบหลังกลับบ้านไปหลายสัปดาห์ ถ้ายังไม่กลับมาเท่าเดิม ให้นัดแพทย์ประเมินเรื่องความจำต่อ
การดูแลต่อหลังกลับบ้าน
- กินยาตามที่แพทย์สั่งตอนกลับบ้านให้ครบ โดยเฉพาะยาฆ่าเชื้อ ถ้ามีการหยุดหรือเปลี่ยนยาเดิมในโรงพยาบาล ให้ถามให้ชัดว่ายาตัวไหนกินต่อ ตัวไหนหยุด แล้วเก็บยาเดิมที่หยุดแล้วแยกไว้
- ให้ผู้ดูแลเป็นคนจัดยา ช่วงที่ยังสับสน ผู้สูงอายุอาจกินซ้ำหรือลืมกิน อ่านเรื่องการจัดยาได้ที่ ผู้สูงอายุกินยาหลายตัว ดูแลอย่างไร
- ดื่มน้ำให้พอ ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ กินอาหารได้ ขับถ่ายปกติ และนอนเป็นเวลา
- คงกิจวัตรเดิม ตื่นเช้า ออกแดดอ่อน ๆ ใส่แว่นและเครื่องช่วยฟัง ชวนคุยเรื่องคุ้นเคย
- ป้องกันการล้ม ช่วงแรกยังอ่อนเพลียและอาจเดินไม่มั่นคง เปิดไฟทางเดินไปห้องน้ำตอนกลางคืน
- ไปตามนัดทุกครั้ง และนำสมุดบันทึกอาการไปด้วย ถ้าต้องดูแลระยะยาว อ่านต่อได้ที่ ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่บ้าน
มีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- สับสนกลับมาใหม่หรือแย่ลงทันที
- ซึมลง ปลุกยาก หรือเดี๋ยวรู้ตัวเดี๋ยวไม่รู้ตัว
- มีไข้ หายใจเร็วหรือหอบเหนื่อย
- กินดื่มไม่ได้ ปัสสาวะน้อยมาก
- แขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือชัก
- หกล้มศีรษะกระแทก
ความเชื่อที่พบบ่อย
- "คนแก่เพ้อในโรงพยาบาลเป็นเรื่องธรรมดา รอเดี๋ยวก็หาย" — ไม่ควรคิดแบบนั้น MedlinePlus ระบุว่า delirium ส่วนใหญ่เกิดจากโรคทางกายหรือทางจิตใจ และต้องให้แพทย์หาสาเหตุ
- "เพ้อแปลว่าเป็นสมองเสื่อมแล้ว" — ไม่จำเป็น delirium ส่วนใหญ่ย้อนกลับได้ ต้องรอประเมินความจำอีกครั้งเมื่อหายจากภาวะเฉียบพลัน
- "ให้ยานอนหลับจะได้หลับสบาย ไม่เพ้อ" — ยานอนหลับบางชนิดเป็นสาเหตุของความสับสนเอง ห้ามให้เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)
เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน
คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่
ระหว่างที่ผู้สูงอายุมีภาวะสับสนเฉียบพลันหรือนอนโรงพยาบาล ไม่ควรเริ่มอาหารเสริมชนิดใหม่เอง และถ้ากินผลิตภัณฑ์นี้หรืออาหารเสริมใดอยู่ ให้แจ้งแพทย์และเภสัชกรทุกชนิด เพราะทีมรักษาต้องทบทวนทุกอย่างที่ผู้ป่วยได้รับ
หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล
- เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานวิจัยในคนยังน้อยและเล็ก งานในผู้สูงอายุญี่ปุ่นที่มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คน ใช้ผงเห็ดวันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ งานในคนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ผลไม่ชัด ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
- สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานรวมในผู้ใหญ่สุขภาพดีพบผลเล็กเฉพาะบางด้าน โดยงานส่วนใหญ่ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (มากกว่าในแคปซูล 2 เท่า คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณสารบาโคไซด์ ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก (หลักฐานคุณภาพต่ำมาก) และอาจทำให้ท้องไส้ไม่สบาย ข้อมูลจากหลอดทดลองและสัตว์ทดลองชี้ว่าอาจมีปฏิกิริยากับยาบางชนิด
- โคลีนราว 37 มก. (คำนวณ) — คิดเป็นราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวันตามค่าของสถาบัน Linus Pauling (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมในคน ทั้งขนาด 2–2.5 กรัมในคนหนุ่มสาวและในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ไม่พบผลต่อความจำ
- สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 75 ปีขึ้นไป 3,069 คน ติดตามเฉลี่ย 6.1 ปี ใช้วันละ 240 มก. (มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย งานทบทวน Cochrane สรุปว่าหลักฐานไม่สอดคล้องและเชื่อถือไม่ได้ ใบแปะก๊วยเป็นที่มาของคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้า
- วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ที่พบผลบางด้านใช้บี 6 วันละ 20 มก. ร่วมกับกรดโฟลิก 0.8 มก. และบี 12 0.5 มก. และพบผลเฉพาะคนที่ระดับโฮโมซิสเทอีนสูง ขณะที่แคปซูลนี้ไม่มีโฟลิกและบี 12 ส่วนงานรวม 11 งานราว 22,000 คน พบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานของสมองด้านความคิด
ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยให้ภาวะสับสนเฉียบพลันหายเร็วขึ้นหรือช่วยความคิดหลังป่วย และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม สิ่งที่ช่วยผู้ป่วยได้จริงคือการหาและแก้สาเหตุโดยแพทย์
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน และแจ้งแพทย์หรือทันตแพทย์ก่อนผ่าตัดว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีใบแปะก๊วย
- ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมมานทีน): ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง ยังไม่มีงานในคนเรื่องการใช้ร่วมกับพรมมิ ต้องแจ้งแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยากระตุ้นระบบโคลิเนอร์จิก: มีรายงานผู้ป่วย 1 รายที่ใช้ยากลุ่มนี้แล้วเหงื่อออกมาก คลื่นไส้ ใจสั่น หลังกินอาหารเสริมที่มีพรมมิ (สงสัย ยังไม่ยืนยัน) ต้องแจ้งแพทย์ผู้สั่งยา
- ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
- ผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
- ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
- ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
- ผู้สูงอายุที่ลืมว่ากินอะไรไปแล้ว: ให้ผู้ดูแลเป็นคนจัดยาและอาหารเสริมทุกชนิด และนำรายการทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู
ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืม
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือหลงลืมขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เดินเซทรงตัวไม่ได้ ชัก หรือเจ็บแน่นหน้าอก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง)
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →คำถามที่พบบ่อย
Delirium หายได้ไหม
ส่วนใหญ่หายได้ MedlinePlus ระบุว่า delirium มักเป็นภาวะชั่วคราวและย้อนกลับได้เมื่อแก้สาเหตุ เช่น การติดเชื้อ เกลือแร่ผิดปกติ หรือยาที่ทำให้สับสน แต่การหายเต็มที่ขึ้นกับสาเหตุ และต้องให้แพทย์เป็นผู้หาสาเหตุ
Delirium ใช้เวลากี่วันถึงหาย
MedlinePlus ระบุว่าอาการมักอยู่ราว 1 สัปดาห์ แต่ความคิดอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะกลับมาเป็นปกติ ถ้าผ่านไปหลายสัปดาห์แล้วยังไม่กลับมาเท่าเดิม ให้แจ้งแพทย์เพื่อประเมินความจำต่อ
ญาติช่วยผู้ป่วย delirium ในโรงพยาบาลได้อย่างไร
นำแว่นตาและเครื่องช่วยฟังมาใส่ให้ วางนาฬิกาและปฏิทินให้เห็น เปิดม่านกลางวัน ลดเสียงและแสงจ้ากลางคืน พูดประโยคสั้นและแนะนำตัวทุกครั้ง ไม่เถียงเรื่องที่ผู้ป่วยเชื่อผิด และนำรายการยาและอาหารเสริมทุกชนิดให้แพทย์ดู
ผู้ป่วย delirium ต้องกินยานอนหลับไหม
ไม่ควรให้เอง ยานอนหลับและยากล่อมประสาทบางชนิดเป็นสาเหตุของความสับสน แพทย์อาจใช้ยาควบคุมอาการเมื่อผู้ป่วยกระวนกระวายหรือก้าวร้าวจนอาจเป็นอันตราย โดยมักเริ่มขนาดต่ำมาก การตัดสินใจเป็นของแพทย์
Delirium ทำให้เป็นสมองเสื่อมไหม
แหล่งข้อมูลที่บทความนี้ตรวจแล้วไม่ได้ให้ตัวเลขความเสี่ยงระยะยาว แต่ MedlinePlus ระบุว่า delirium อาจเกิดร่วมกับโรคสมองเสื่อมที่มีอยู่เดิม ถ้าหลังหายจากภาวะเฉียบพลันหลายสัปดาห์แล้วความคิดยังไม่กลับมาเท่าเดิม ควรให้แพทย์ประเมินความจำ
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- DeliriumMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม (ฉบับสมบูรณ์ 2563)สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ร่วมกับสมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย
- How Is Alzheimer's Disease Treated?National Institute on Aging (NIA)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
