เกี่ยวกับ ความรู้ผู้สูงอายุและผู้ดูแล
ท้องผูกเรื้อรังในผู้สูงอายุ สาเหตุและการดูแลที่ถูกวิธี

ท้องผูกเป็นปัญหาที่พบบ่อยขึ้นตามอายุ และเป็นเรื่องที่หลายคนไม่กล้าพูดถึง จึงมักจบลงที่การซื้อยาระบายกินเองต่อเนื่องเป็นปี ซึ่งไม่ใช่ทางออกที่ดี
นิยามที่ใช้กันจริง
หลายคนเข้าใจว่าต้องถ่ายทุกวันจึงจะปกติ ซึ่งไม่ใช่
ความถี่ปกติของคนทั่วไปกว้างมาก ตั้งแต่วันละ 3 ครั้ง ไปจนถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์
สิ่งที่ถือว่าเป็นปัญหาคือลักษณะอาการมากกว่าจำนวนครั้ง เช่น
- ต้องเบ่งมากผิดปกติ
- อุจจาระแข็งเป็นก้อนแข็ง
- รู้สึกถ่ายไม่สุด
- ต้องใช้มือช่วย
- ถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์
ถ้ามีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องหลายเดือน จึงเรียกว่าเรื้อรัง
ทำไมพบบ่อยขึ้นในผู้สูงอายุ
- ดื่มน้ำน้อยลง เพราะความรู้สึกกระหายน้ำลดลงตามวัย
- กินใยอาหารน้อยลง จากปัญหาการเคี้ยวและความอยากอาหารที่ลดลง
- เคลื่อนไหวน้อยลง
- ยาหลายชนิดทำให้ท้องผูก เช่น ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ ยาลดกรดที่มีอะลูมิเนียม ยาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็ก ยาความดันบางกลุ่ม และยาต้านเศร้าบางตัว
- โรคประจำตัวบางอย่าง เช่น ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ เบาหวานที่เป็นมานาน โรคทางระบบประสาท
- การกลั้นอุจจาระบ่อย ๆ จนร่างกายเคยชิน
สิ่งที่ควรทำก่อนคิดถึงยา
1. น้ำและใยอาหารต้องมาคู่กัน
การเพิ่มใยอาหารโดยไม่เพิ่มน้ำ อาจทำให้ท้องผูกแย่ลง ไม่ใช่ดีขึ้น
- ค่อย ๆ เพิ่มใยอาหารจากผัก ผลไม้ทั้งผล ธัญพืชไม่ขัดสี และถั่ว
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เว้นแต่แพทย์จำกัดปริมาณน้ำไว้
2. สร้างจังหวะการขับถ่าย
ลำไส้ทำงานมากที่สุดหลังตื่นนอนและหลังมื้ออาหาร
ลองเข้าห้องน้ำในเวลาเดิมทุกวัน โดยเฉพาะหลังอาหารเช้า และให้เวลาโดยไม่รีบ
3. ท่านั่งมีผลจริง
การยกเข่าให้สูงกว่าสะโพกเล็กน้อย เช่น ใช้เก้าอี้เตี้ยรองเท้า ช่วยให้มุมของลำไส้ตรงขึ้นและเบ่งน้อยลง
4. ขยับร่างกาย
แม้เพียงการเดินสม่ำเสมอก็ช่วยการเคลื่อนไหวของลำไส้
5. ทบทวนยาที่ใช้อยู่
นำรายการยาทั้งหมดไปให้เภสัชกรหรือแพทย์ดู เพราะบางครั้งการปรับยาตัวเดียวแก้ปัญหาได้เลย
เรื่องยาระบายที่ควรรู้
- ยาระบายมีหลายกลุ่ม กลไกต่างกัน และเหมาะกับคนละสถานการณ์
- ยาระบายกลุ่มกระตุ้นลำไส้ ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเองเป็นเวลานาน
- การใช้ยาระบายเป็นประจำโดยไม่หาสาเหตุ อาจบดบังปัญหาที่ควรได้รับการตรวจ
ให้เภสัชกรหรือแพทย์เป็นผู้เลือกชนิดที่เหมาะกับคุณ
สัญญาณที่ต้องพบแพทย์โดยเร็ว
- ท้องผูกที่เพิ่งเริ่มเป็นในผู้สูงอายุโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
- มีเลือดปนอุจจาระ หรืออุจจาระสีดำ
- น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
- ปวดท้องมาก ท้องอืดมาก อาเจียน
- ลักษณะอุจจาระเปลี่ยนไปชัดเจน เช่น เล็กลีบลงเรื่อย ๆ
- ซีดหรืออ่อนเพลียผิดปกติ
อาการเหล่านี้ต้องการการตรวจหาสาเหตุ ไม่ใช่การซื้อยาระบายเพิ่ม
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคร์ (Beta Care)
เบต้าแคร์ (Beta Care) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เบต้า แคร์ เลข อย. 13-1-01566-5-0066 เกี่ยวกับบทความนี้ตรงที่ฉลากมีอินูลิน (88%) 50 มก. ซึ่งเป็นใยอาหารชนิดหนึ่ง และมีจุลินทรีย์ 5 รายการรวม 38.5 มก. ต่อแคปซูล ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ฉลากระบุจุลินทรีย์เป็นมิลลิกรัม ไม่ได้ระบุจำนวนเป็น CFU
อินูลินจากรากชิโครีมีงานวิจัยในคนที่ท้องผูก การทดลองแบบสุ่มใช้ขนาด 12–15 กรัมต่อวัน ส่วนในแคปซูลมีอินูลินราว 44 มก. น้อยกว่าขนาดที่ศึกษาหลายร้อยเท่า ขณะที่รามาธิบดีแนะนำให้ผู้สูงอายุที่ท้องผูกได้ใยอาหาร 20–25 กรัมต่อวัน ใยอาหารและน้ำจากมื้ออาหารตามบทความนี้จึงยังเป็นหลัก
ฉลากเตือนห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน และมีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ถ้าผู้สูงอายุใช้ยาระบายหรือยาประจำตัวอยู่ ให้นำกล่องไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดูพร้อมยาอื่น
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคร์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยและไม่ใช่คำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ค่าอ้างอิงของห้องปฏิบัติการแต่ละแห่งอาจต่างกันเล็กน้อย ให้ยึดค่าอ้างอิงที่พิมพ์อยู่ในใบผลตรวจของคุณเป็นหลัก
และให้แพทย์เป็นผู้แปลผลร่วมกับประวัติสุขภาพของคุณเสมอ
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด
ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Care →คำถามที่พบบ่อย
ต้องถ่ายทุกวันถึงจะปกติใช่ไหม
ไม่ใช่ ความถี่ปกติของคนทั่วไปกว้างตั้งแต่วันละ 3 ครั้งไปจนถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ สิ่งที่ถือว่าเป็นปัญหาคือลักษณะอาการ เช่น ต้องเบ่งมาก อุจจาระแข็ง หรือรู้สึกถ่ายไม่สุด
เพิ่มใยอาหารแล้วทำไมท้องผูกแย่ลง
มักเกิดจากการเพิ่มใยอาหารโดยไม่เพิ่มน้ำ ใยอาหารต้องมาคู่กับน้ำที่เพียงพอ และควรค่อย ๆ เพิ่มทีละน้อยแทนการเพิ่มทีเดียว
ยาอะไรที่ทำให้ท้องผูกได้
ที่พบบ่อยเช่น ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ ยาลดกรดที่มีอะลูมิเนียม ยาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็ก ยาความดันบางกลุ่ม และยาต้านเศร้าบางตัว ควรนำรายการยาทั้งหมดไปให้เภสัชกรหรือแพทย์ทบทวน
ใช้ยาระบายต่อเนื่องได้ไหม
ยาระบายมีหลายกลุ่มและเหมาะกับคนละสถานการณ์ กลุ่มที่กระตุ้นลำไส้ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเองเป็นเวลานาน และการใช้เป็นประจำโดยไม่หาสาเหตุอาจบดบังปัญหาที่ควรได้รับการตรวจ
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- ท้องผูกในผู้สูงอายุ ปัญหาที่ไม่ควรมองข้ามคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
- สุขภาพลำไส้ดี เริ่มที่รู้จักสี่ไบโอติกสำคัญคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-08-13
อ่านต่อ
ดูแลสมองในวัย 50 ปีขึ้นไป อะไรที่มีหลักฐานรองรับ
คำแนะนำเรื่องบำรุงสมองมีเยอะแต่หลักฐานไม่เท่ากัน หน้านี้รวมสิ่งที่เอกสารของโรงพยาบาลแนะนำ และสิ่งที่ควรตั้งคำถามก่อนเชื่อ
ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่บ้าน เริ่มจากอะไรก่อน
การดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่บ้านมีเรื่องที่ต้องจัดการหลายด้าน หน้านี้เรียงลำดับสิ่งที่ควรทำก่อน ตั้งแต่ความปลอดภัย การสื่อสาร จนถึงการดูแลผู้ดูแล
อัลไซเมอร์คืออะไร ต่างจากสมองเสื่อมชนิดอื่นอย่างไร
อัลไซเมอร์เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะสมองเสื่อม หน้านี้อธิบายว่าคืออะไร ดำเนินไปอย่างไร และทำไมการวินิจฉัยต้องเป็นของแพทย์
สัญญาณเตือนสมองเสื่อมที่ครอบครัวควรสังเกต
สมองเสื่อมมักเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่คนในบ้านสังเกตเห็นก่อน หน้านี้รวมสัญญาณที่เอกสารของโรงพยาบาลระบุ และวิธีจดบันทึกเพื่อไปคุยกับแพทย์
