เกี่ยวกับ Lab Farm
ขาดวิตามินดีอาการอย่างไร ผมร่วง ปวดหัว ปวดกระดูก เกี่ยวไหม
คำตอบสั้น: การขาดวิตามินดีระดับไม่รุนแรงมัก ไม่มีอาการชัด แต่ทำให้กระดูกบางลงได้แม้ไม่รู้สึกอะไร เมื่อขาดรุนแรงในผู้ใหญ่จะเกิดภาวะกระดูกอ่อน (osteomalacia) ซึ่งมีอาการ ปวดกระดูก กล้ามเนื้ออ่อนแรง และปวดกล้ามเนื้อ ส่วนผมร่วงและปวดหัว แหล่งข้อมูลทางการแพทย์ที่เราตรวจไม่ได้ระบุว่าเป็นอาการของการขาดวิตามินดี และมักมีสาเหตุอื่นที่ควรหา
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ขาดวิตามินดีระดับต่ำกว่าพอดีอาจไม่มีอาการ แต่กระดูกอ่อนแอลงได้ (MedlinePlus)
- ขาดรุนแรงในผู้ใหญ่ทำให้เกิดกระดูกอ่อน ปวดกระดูก กล้ามเนื้ออ่อนแรง และเพิ่มความเสี่ยงกระดูกพรุนและกระดูกหัก
- ผมร่วง ปวดหัว อ่อนเพลีย ไม่ได้อยู่ในรายการอาการของ MedlinePlus และ Linus Pauling Institute
- ไม่แนะนำให้ทุกคนตรวจระดับวิตามินดี แพทย์จะพิจารณาเมื่อมีอาการหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง
- การแก้ภาวะขาดใช้วิตามินดีเสริมตามขนาดที่แพทย์กำหนด ร่วมกับอาหารและแดดอย่างพอดี
ขาดวิตามินดีส่วนใหญ่ไม่มีอาการ จริงไหม
ค่อนข้างจริง ระดับวิตามินดีในเลือดแบ่งเป็นช่วงต่าง ๆ และ MedlinePlus ของหอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐ อธิบายว่าระดับ "ไม่เพียงพอ" (insufficient) อาจทำให้กระดูกอ่อนแอลงและกระทบสุขภาพได้ แม้จะยังไม่มีอาการ
นี่คือเหตุผลที่หลายคนรู้ว่าตัวเองขาดวิตามินดีจากการตรวจเลือดด้วยเหตุผลอื่น หรือรู้ตอนตรวจมวลกระดูกแล้วพบกระดูกบาง ไม่ใช่เพราะมีอาการนำ
วิตามินดีช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียม ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของกระดูก เมื่อขาดวิตามินดีนาน ๆ ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง กระดูกจึงค่อย ๆ เสียความแข็งแรงอย่างเงียบ ๆ
อาการขาดวิตามินดีที่มีหลักฐาน: ปวดกระดูก กล้ามเนื้ออ่อนแรง
เมื่อขาดรุนแรง อาการจะเริ่มชัดขึ้น ข้อมูลจาก MedlinePlus และ Linus Pauling Institute มหาวิทยาลัยแห่งรัฐออริกอน ระบุตรงกันดังนี้
ภาวะกระดูกอ่อนในผู้ใหญ่ (osteomalacia)
กระดูกผู้ใหญ่ไม่ได้โตแล้ว แต่มีการสลายและสร้างใหม่ตลอดเวลา Linus Pauling Institute อธิบายว่าเมื่อขาดวิตามินดีรุนแรง โครงกระดูกยังอยู่แต่แร่ธาตุในกระดูกค่อย ๆ หายไป กระดูกจึงอ่อนตัว เกิดอาการปวดกระดูก และเพิ่มความเสี่ยงกระดูกพรุน
กล้ามเนื้ออ่อนแรงและปวดกล้ามเนื้อ
Linus Pauling Institute ระบุว่า การขาดวิตามินดีทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและปวดได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุบางคนจึงรู้สึกว่าลุกจากเก้าอี้ยากขึ้น ขึ้นบันไดลำบาก หรือเดินไม่มั่นคง
อาการที่ทำให้แพทย์นึกถึงการตรวจวิตามินดี
หน้าการตรวจวิตามินดีของ MedlinePlus ระบุอาการที่อาจเกี่ยวกับการขาด ได้แก่
- ปวดกระดูก
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือปวดเมื่อย
- กระดูกอ่อนหรือผิดรูป
- กระดูกเปราะ หักง่าย
ในเด็ก การขาดรุนแรงทำให้เกิดโรคกระดูกอ่อน (rickets) ที่กระดูกนิ่มและโค้งงอ
ขาดวิตามินดีทำให้ผมร่วง ปวดหัว อ่อนเพลีย จริงไหม
คำถามนี้มีคนค้นมาก และในโซเชียลมีเดียมักเห็นรายการอาการยาวเหยียด แต่ ในแหล่งที่เราเปิดตรวจ ได้แก่ MedlinePlus และ Linus Pauling Institute ไม่มีการระบุผมร่วงหรือปวดหัวเป็นอาการของการขาดวิตามินดี
ข้อนี้ไม่ได้แปลว่าคนที่ผมร่วงหรือปวดหัวจะไม่มีทางขาดวิตามินดีเลย แต่แปลว่า ไม่ควรสรุปเองว่าผมร่วงหรือปวดหัวเพราะขาดวิตามินดี แล้วซื้อวิตามินมากินโดยไม่หาสาเหตุ เพราะอาจพลาดสาเหตุที่รักษาได้ตรงจุด
สำหรับ อาการอ่อนเพลีย MedlinePlus ระบุสาเหตุที่พบบ่อยไว้หลายอย่าง เช่น โลหิตจาง ขาดธาตุเหล็ก ซึมเศร้า ยาบางชนิด ปัญหาการนอนอย่างหยุดหายใจขณะหลับ โรคไทรอยด์ เบาหวาน โรคไต โรคตับ และการติดเชื้อเรื้อรัง ดูรายการเช็คสาเหตุได้ที่ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เกิดจากอะไร
ถ้าผมร่วงมากผิดปกติ ปวดหัวบ่อยขึ้นหรือรุนแรงขึ้นกว่าเดิม หรืออ่อนเพลียต่อเนื่อง ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
ขาดวิตามินดีนาน ๆ เป็นโรคอะไร อันตรายไหม
ผลระยะยาวที่มีหลักฐานชัดคือเรื่อง กระดูก MedlinePlus ระบุว่าการขาดวิตามินดีทำให้ มวลกระดูกลดลง ซึ่งนำไปสู่กระดูกพรุนและกระดูกหักได้
ในผู้สูงอายุ เรื่องนี้สำคัญเป็นพิเศษ เพราะกระดูกบางกับกล้ามเนื้ออ่อนแรงมักมาด้วยกัน และการล้มครั้งเดียวอาจทำให้กระดูกสะโพกหรือข้อมือหักได้ แนวทางลดการหกล้มในบ้านอ่านได้ที่ ป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ และเรื่องวิตามินดีกับผู้สูงอายุโดยตรงอ่านได้ที่ วิตามินดีในผู้สูงอายุ
ส่วนเรื่องวิตามินดีกับการติดเชื้อ งานรวมล่าสุดปี 2025 ไม่พบว่าการเสริมวิตามินดีลดการติดเชื้อทางเดินหายใจอย่างมีนัยสำคัญ อ่านรายละเอียดที่ วิตามินดีช่วยภูมิคุ้มกันจริงไหม
ใครเสี่ยงขาดวิตามินดี และคนไทยขาดไหม
ประเทศไทยมีแดดมาก แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนได้วิตามินดีพอ เพราะคนเมืองจำนวนมากทำงานในอาคาร เดินทางด้วยรถ และหลบแดด MedlinePlus ระบุว่าการสร้างวิตามินดีจากแดดต่างกันมากในแต่ละคน และ วันที่มีเมฆ ที่ร่ม และผิวสีเข้มทำให้ผิวสร้างวิตามินดีได้น้อยลง
กลุ่มเสี่ยงตามที่ MedlinePlus ระบุ ได้แก่
- ผู้สูงอายุ ผิวสร้างวิตามินดีจากแดดได้น้อยลง และไตเปลี่ยนวิตามินดีเป็นรูปที่ใช้งานได้น้อยลง
- คนผิวสีเข้ม และ คนที่มีภาวะอ้วน
- คนที่มีโรคทางเดินอาหารที่ดูดซึมสารอาหารได้ไม่ดี หรือเคยผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก
- ผู้ป่วยโรคไตหรือโรคตับเรื้อรัง
- ผู้ที่ใช้ยาบางกลุ่ม เช่น ยาลดไขมันบางชนิด ยากันชัก สเตียรอยด์ และยาลดน้ำหนัก
ยาที่อาจทำให้ระดับวิตามินดีลดลง
Linus Pauling Institute ระบุว่า ยากันชักบางตัว เช่น เฟนิโทอิน ฟีโนบาร์บิทาล คาร์บามาซีปีน และยาวัณโรคไรแฟมพิซิน เร่งการเผาผลาญวิตามินดี อาจทำให้ระดับ 25(OH)D ในเลือดลดลง และสมาคมต่อมไร้ท่อ (Endocrine Society) แนะนำให้ติดตามระดับวิตามินดีในผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์และยาต้านเอชไอวี
ผู้ที่ใช้ยาเหล่านี้ ห้ามหยุดยาเอง ให้ถามแพทย์ว่าควรตรวจระดับวิตามินดีหรือไม่ รายละเอียดเรื่องยากับวิตามินดีอ่านได้ที่ วิตามินดีกินตอนไหนดี ห้ามกินคู่กับอะไร
เรื่องแดดในบริบทไทยอ่านต่อได้ที่ ตากแดดเมืองไทยได้วิตามินดีพอไหม และรายละเอียดกลุ่มเสี่ยงที่ ใครเสี่ยงขาดวิตามินดี
ต้องตรวจวิตามินดีในเลือดเมื่อไร
MedlinePlus ระบุว่า ไม่แนะนำให้ทุกคนตรวจวิตามินดีเป็นประจำ แพทย์มักสั่งตรวจเมื่อ
- มีโรคที่อาจเกี่ยวกับการขาดวิตามินดี เช่น กระดูกพรุน มวลกระดูกต่ำ หรือกระดูกอ่อน
- มีอาการที่เข้าได้ เช่น ปวดกระดูก กล้ามเนื้ออ่อนแรง กระดูกหักง่าย
- อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงตามรายการข้างต้น
- กำลังกินวิตามินดีเพื่อรักษาภาวะขาด และต้องติดตามว่าระดับดีขึ้นหรือไม่
ค่าที่ใช้คือ 25(OH)D โดย MedlinePlus ระบุว่า ต่ำกว่า 30–50 nmol/L (12–20 ng/mL) ถือว่าต่ำเกินไปสำหรับกระดูกและสุขภาพโดยรวม และตั้งแต่ 50 nmol/L (20 ng/mL) ขึ้นไปเพียงพอสำหรับคนส่วนใหญ่ ก่อนตรวจควรบอกแพทย์ว่ากินยา วิตามิน หรืออาหารเสริมอะไรอยู่บ้าง เพราะบางอย่างอาจกระทบผลตรวจ อ่านเพิ่มที่ ตรวจวิตามินดีในเลือด
แก้ขาดวิตามินดีด้วยแดด อาหาร หรือเสริม แบบไหนเหมาะกับใคร
แดด
ผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่มที่ MedlinePlus อ้างถึงเสนอว่า แดดส่องผิวหน้า แขน หลัง หรือขาโดยตรงไม่กี่นาทีต่อวัน อาจพอให้ผิวสร้างวิตามินดีได้ แต่ MedlinePlus เตือนว่า การตากแดดนานกว่าไม่กี่นาทีโดยไม่ทาครีมกันแดดไม่แนะนำ เพราะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง และระบุว่าการเพิ่มวิตามินดีด้วยอาหารหรือวิตามินเสริมมักปลอดภัยกว่าการตากแดดเพิ่ม
อาหาร
อาหารที่มีวิตามินดีตามธรรมชาติมีไม่มาก MedlinePlus ระบุแหล่งที่ดี ได้แก่ ปลาทะเลที่มีไขมัน เช่น ทูน่า แซลมอน แมกเคอเรล รองลงมาคือ ตับวัว ชีส ไข่แดง และเห็ด (เห็ดที่ผ่านแสงยูวีมีวิตามินดีสูงขึ้น) รวมถึงนมและเครื่องดื่มที่เติมวิตามินดี ให้ดูจากฉลากโภชนาการ สำหรับครัวไทย ไข่ ปลาทูน่ากระป๋อง และนมที่เติมวิตามินดีเป็นตัวเลือกที่หาง่าย
วิตามินดีเสริม
เมื่อขาดจริง การรักษาคือวิตามินดีเสริม MedlinePlus ระบุให้ปรึกษาผู้ให้บริการสุขภาพว่าต้องกินเท่าไร บ่อยแค่ไหน และนานเท่าไร เพราะขนาดที่ใช้รักษาต่างจากขนาดบำรุงทั่วไป และผู้ใหญ่ไม่ควรได้รวมทุกแหล่งเกิน 4,000 IU ต่อวัน เว้นแต่แพทย์สั่ง
เมื่อไรต้องไปพบแพทย์
นัดพบแพทย์ ถ้ามีอาการปวดกระดูกเรื้อรัง กล้ามเนื้ออ่อนแรงจนลุกนั่งหรือเดินลำบากขึ้น หรือเคยกระดูกหักจากการล้มเพียงเล็กน้อย
ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่ ล้มแล้วลุกไม่ได้ ปวดสะโพกหรือขาจนลงน้ำหนักไม่ได้ กระดูกผิดรูปหลังล้ม หรือสับสนซึมลงหลังล้ม ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)
แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. (ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม คำนวณ) · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. (บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. (ราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม คำนวณ) · กรดโฟลิก 0.1 มก. (100 ไมโครกรัม)
ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้ และหลักฐานที่มี
- วิตามินดี 3 ราว 200 IU (คำนวณ) — ราวหนึ่งในสามของค่าแนะนำ 600 IU ต่อวันสำหรับอายุ 19–70 ปี และหนึ่งในสี่ของ 800 IU สำหรับอายุมากกว่า 70 ปี (คำนวณจากค่าของ Linus Pauling Institute) เป็นขนาดระดับใกล้ค่าแนะนำรายวัน ไม่ใช่ขนาดที่ใช้แก้ภาวะขาดวิตามินดี ผู้ที่ตรวจพบว่าขาดต้องรักษาตามขนาดที่แพทย์กำหนด
- ก่อนตรวจระดับวิตามินดีหรือเจาะเลือดอื่น — แจ้งแพทย์ว่ากินผลิตภัณฑ์นี้ เพราะมีทั้งวิตามินดีและไบโอติน ซึ่งงานในคนที่ใช้ไบโอติน 10 มก. ต่อวันพบว่ารบกวนผลตรวจบางวิธี รวมถึงการตรวจวิตามินดี ส่วนในแคปซูลมีไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม (คำนวณ) ยังไม่มีงานที่ทดสอบขนาดนี้
ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้แก้ภาวะขาดวิตามินดี บรรเทาอาการปวดกระดูก หรือทำให้ระดับวิตามินดีในเลือดเปลี่ยน
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือจะผ่าตัด: ใบแปะก๊วย ขิง โสม และเควอซิทิน มีรายงานเรื่องเลือดออกหรือค่าการแข็งตัวของเลือดเปลี่ยน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาที่ต้องคุมระดับยาในเลือด เช่น ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านไวรัสเอชไอวี: งานในคนพบว่าไพเพอรีน (สารในพริกไทยดำ) 20 มก. ทำให้ระดับยาบางชนิดสูงขึ้น ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณไพเพอรีน
- ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน: ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อนกินอาหารเสริมทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้
- ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: โสมและขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น
- ก่อนเจาะเลือด: แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน
- คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด
ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →คำถามที่พบบ่อย
ขาดวิตามินดีมีอาการอะไรบ้าง
ระดับที่ไม่เพียงพออาจไม่มีอาการ แต่กระดูกอ่อนแอลงได้ เมื่อขาดรุนแรงในผู้ใหญ่จะเกิดภาวะกระดูกอ่อน มีอาการปวดกระดูก กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือปวดกล้ามเนื้อ และกระดูกหักง่าย ตามข้อมูลของ MedlinePlus และ Linus Pauling Institute
ขาดวิตามินดีทำให้ผมร่วงไหม
แหล่งข้อมูลที่เราตรวจ ได้แก่ MedlinePlus และ Linus Pauling Institute ไม่ได้ระบุผมร่วงเป็นอาการของการขาดวิตามินดี ผมร่วงมีสาเหตุได้หลายอย่าง ถ้าร่วงมากผิดปกติควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุก่อนซื้อวิตามินมากินเอง
ขาดวิตามินดีทำให้ปวดหัวไหม
แหล่งข้อมูลทางการแพทย์ที่เราตรวจไม่ได้ระบุปวดหัวเป็นอาการของการขาดวิตามินดี อาการที่มีหลักฐานคือปวดกระดูกและกล้ามเนื้ออ่อนแรง ถ้าปวดหัวบ่อยขึ้นหรือรุนแรงขึ้นควรพบแพทย์
ขาดวิตามินดีเป็นโรคอะไร
ผลระยะยาวที่ชัดเจนคือมวลกระดูกลดลง นำไปสู่กระดูกพรุนและกระดูกหัก ถ้าขาดรุนแรงในผู้ใหญ่จะเกิดภาวะกระดูกอ่อน ส่วนในเด็กจะเกิดโรคกระดูกอ่อนที่กระดูกนิ่มและโค้งงอ
ควรตรวจวิตามินดีไหม
MedlinePlus ระบุว่าไม่แนะนำให้ทุกคนตรวจเป็นประจำ แพทย์จะพิจารณาตรวจเมื่อมีโรคกระดูก มีอาการอย่างปวดกระดูกหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยโดนแดด หรือผู้ที่มีโรคลำไส้ ไต หรือตับ
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Vitamin D DeficiencyMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- Vitamin D TestMedlinePlus Medical Tests, U.S. National Library of Medicine
- Vitamin DMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- Vitamin DLinus Pauling Institute, Oregon State University
- FatigueMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14
อ่านต่อ
มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้
มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง
ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล
ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล
หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม
หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ
อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร
อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม
