เกี่ยวกับ Lab Farm
อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร
คำตอบสั้น: สารานุกรมการแพทย์ MedlinePlus ระบุว่าไข้จากไข้หวัดใหญ่มักลงใน 3–4 วัน อาการอื่นดีขึ้นใน 7–14 วัน แต่ อาการไอและอ่อนเพลียอาจอยู่ได้หลายสัปดาห์ จึงไม่แปลกที่ไข้ลงแล้วยังไม่มีแรง ช่วงนี้ให้พักให้พอ กินให้พอ แล้ว ค่อย ๆ เพิ่มกิจกรรมทีละขั้น ไม่รีบกลับไปออกกำลังหนัก เพราะไข้หวัดใหญ่มีภาวะแทรกซ้อนได้ รวมถึงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง เช่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ใจสั่นหรือใจเต้นเร็วมากผิดปกติ หรือหน้ามืดเป็นลม ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- MedlinePlus: ไข้มักลงใน 3–4 วัน แต่บางคนนานถึง 8 วัน · อาการอื่นดีขึ้นใน 7–14 วัน · ไอและอ่อนเพลียอาจอยู่หลายสัปดาห์ · ไข้อาจกลับมาใหม่ได้
- ภาวะแทรกซ้อนที่ MedlinePlus ระบุ ได้แก่ ปอดอักเสบ ไซนัสอักเสบ หูอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ
- กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบมีอาการคล้ายไข้หวัดได้ เช่น อ่อนเพลีย หายใจเร็ว ใจเต้นเร็ว เหนื่อยหอบ เจ็บหน้าอก
- กลับมาขยับตัวแบบเบา ๆ ก่อน แล้วเพิ่มทีละน้อย ถ้าวันรุ่งขึ้นเพลียหนักกว่าเดิม ให้ถอยกลับหนึ่งขั้น
- อ่อนเพลียนาน ตั้งแต่ 6 เดือน และแย่ลงหลังออกแรง อาจเป็นกลุ่มอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ต้องให้แพทย์ประเมิน
- ผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไปหรือมีโรคเรื้อรัง ควรคุยกับแพทย์เรื่องวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละครั้งตามคำแนะนำของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย
อ่อนเพลียหลังติดเชื้อไวรัสเป็นได้นานแค่ไหน
ไข้หวัดใหญ่: MedlinePlus ระบุว่าคนส่วนใหญ่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์ แต่อาการไอกับความรู้สึกเหนื่อยล้าอาจลากยาวเป็นสัปดาห์ บางคนเบื่ออาหารร่วมด้วย
ปอดอักเสบ: MedlinePlus ระบุว่าส่วนใหญ่ดีขึ้นใกล้ปกติในราว 2 สัปดาห์ แต่ผู้สูงอายุหรือผู้ที่ป่วยหนักอาจนานกว่านั้น รายละเอียดอ่านที่ ปอดอักเสบกี่วันหาย
หลังติดโควิด-19: บทความในวารสารกรมการแพทย์ ของสถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ อธิบายภาวะลองโควิดว่าเป็นอาการที่พบหลังติดเชื้อช่วง 4–12 สัปดาห์ แบบสำรวจออนไลน์ของกรมการแพทย์ในผู้ตอบ 1,300 ราย พบอาการที่รายงานมาก 7 อันดับแรก ได้แก่ เหนื่อยหรืออ่อนเพลีย หายใจลำบาก นอนไม่หลับ ไอ ปวดศีรษะ ผมร่วง และปวดกล้ามเนื้อ ข้อมูลนี้มาจากผู้ที่สมัครใจตอบและอายุเฉลี่ยน้อย จึง ใช้บอกอัตราการเกิดในคนไทยไม่ได้ แต่ช่วยให้เห็นว่าอาการเหล่านี้พบได้จริง
ถ้าอ่อนเพลียนานเกินไป: MedlinePlus อธิบายกลุ่มอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง (ME/CFS) ว่าเป็นความเหนื่อยล้าที่ นานตั้งแต่ 6 เดือน ไม่หายด้วยการพัก และแย่ลงหลังออกแรง ไม่มีการตรวจเลือดเฉพาะ แพทย์ต้องตรวจแยกโรคอื่นก่อน อ่านเพิ่มที่ อ่อนเพลียเรื้อรังเป็นเดือนไม่หาย
ทำไมไม่ควรรีบออกกำลังหนักหลังเป็นไข้
เหตุผลหลักมี 3 ข้อ
1. ร่างกายยังไม่หายจริง แม้ไข้ลงแล้ว MedlinePlus ระบุว่าบางครั้งไข้กลับมาอีก และอาการเหนื่อยล้ายังอยู่ได้หลายสัปดาห์
2. ภาวะแทรกซ้อนบางอย่างซ่อนอยู่ได้ MedlinePlus ระบุว่าไวรัสไข้หวัดใหญ่และไวรัสโควิด-19 เป็นสาเหตุหนึ่งของ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งพบไม่บ่อย บางรายไม่มีอาการ บางรายมีอาการคล้ายไข้หวัด และวินิจฉัยยากเพราะอาการคล้ายโรคหัวใจและปอดอื่น ๆ การออกแรงหนักทั้งที่หัวใจยังอักเสบอยู่จึงไม่ควรเสี่ยง
3. อาการแย่ลงหลังออกแรง ในคนที่มีภาวะอ่อนเพลียหลังติดเชื้อนาน ๆ MedlinePlus ระบุว่าอาการแย่ลงหลังออกแรงเป็นลักษณะสำคัญของ ME/CFS การหักโหมจึงอาจทำให้ล้มอีกหลายวัน
อาการแบบไหนอาจบอกว่ามีภาวะแทรกซ้อน
ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง
- เจ็บหน้าอกทันที หรือเจ็บแน่นคล้ายหัวใจขาดเลือด
- หายใจลำบาก หอบจนพูดไม่เป็นประโยค
- ไอเป็นเลือด
- ใจสั่นหรือใจเต้นเร็วมากผิดปกติแม้ตอนพัก
- หน้ามืดเป็นลม หรือหมดสติ
- สับสน ซึมลง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
รีบพบแพทย์ ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- เหนื่อยง่ายผิดปกติจากกิจกรรมเบา ๆ ที่เคยทำได้
- ขาบวม มือเท้าซีดเย็น หรือปัสสาวะออกน้อย ซึ่ง MedlinePlus ระบุเป็นอาการที่อาจพบในกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
- ไข้กลับมาอีกหลังจากลงไปแล้ว หรือไอมากขึ้น เสมหะเปลี่ยน
- อาการไม่ดีขึ้นหลัง 7 วัน ซึ่งระบบบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ (NHS) ระบุว่าควรขอพบแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปหรือมีโรคเรื้อรัง
ผู้ที่เหนื่อยง่ายและมีโรคหัวใจอยู่แล้ว อ่านเพิ่มที่ เหนื่อยง่ายเกี่ยวกับหัวใจไหม และสัญญาณอันตรายระหว่างป่วยอ่านที่ อาการไข้หวัดใหญ่แบบไหนต้องรีบไปหาหมอ
เพิ่มกิจกรรมทีละขั้นอย่างไร
ยังไม่มีแนวทางทางการแพทย์ของไทยที่เราตรวจพบซึ่งกำหนดจำนวนวันแน่นอนสำหรับการกลับไปออกกำลังหลังไข้หวัดใหญ่ ขั้นตอนด้านล่างจึงเป็น หลักการดูแลตัวเองแบบระมัดระวัง ที่ใช้ร่วมกับคำแนะนำของแพทย์ ไม่ใช่ตารางตายตัว
ขั้นที่ 1 ช่วงยังมีไข้หรือเพิ่งลง: พักผ่อนและนอนให้พอ ดื่มน้ำให้พอ ตามคำแนะนำของ NHS ลุกเดินในบ้านเท่าที่ไหว
ขั้นที่ 2 ไข้ลงแล้วโดยไม่ต้องใช้ยาลดไข้: เดินช้า ๆ ในบ้านหรือรอบบ้านวันละหลายรอบ รอบละสั้น ๆ ทำงานบ้านเบา ๆ
ขั้นที่ 3 เดินได้สบายไม่หอบ: เพิ่มเวลาเดินทีละน้อย เริ่มยืดเหยียดและออกกำลังแรงต้านเบา ๆ เช่น ลุกนั่งจากเก้าอี้ เขย่งปลายเท้า
ขั้นที่ 4 กลับสู่ระดับเดิม: ค่อย ๆ กลับไปทำกิจกรรมที่เคยทำ เป้าหมายระยะยาวที่รามา แชนแนลแนะนำ คือ ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน และฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2–3 วันต่อสัปดาห์
กฎสำคัญ: ถ้าระหว่างหรือหลังออกแรงมี เจ็บหน้าอก ใจสั่น หรือเหนื่อยหอบผิดปกติ ให้หยุดทันที ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง คือ เจ็บหน้าอก ใจสั่นผิดปกติ หรือหอบเหนื่อยรุนแรง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้าแค่เพลียมากในวันรุ่งขึ้น ให้ถอยกลับขั้นก่อนหน้า 2–3 วัน แล้วค่อยลองใหม่
ท่าออกกำลังสำหรับวัย 50 ขึ้นไปอ่านได้ที่ ออกกำลังกายวัย 50+
นอนและกินอย่างไรช่วงฟื้นตัว
เรื่องนอน: NHS ให้พักและนอนให้พอเป็นอย่างแรกในการดูแลตัวเองช่วงไข้หวัดใหญ่ ช่วงฟื้นตัวให้เข้านอนและตื่นเวลาเดิม เลี่ยงงีบนานช่วงบ่าย ถ้านอนไม่หลับต่อเนื่อง อ่านวิธีแก้ที่ นอนไม่หลับวัย 50+
เรื่องกิน: MedlinePlus ระบุว่าบางคนเบื่ออาหารหลังไข้หวัดใหญ่ ให้กินมื้อเล็กบ่อยขึ้น เน้นโปรตีนทุกมื้อ เช่น ไข่ ปลา เต้าหู้ นม เพื่อชดเชยกล้ามเนื้อที่เสียไปช่วงนอนป่วย รายละเอียดอ่านที่ เพิ่งหายป่วยกินอะไรดี
เรื่องน้ำ: NHS แนะนำให้ดื่มน้ำให้พอ ให้ปัสสาวะสีเหลืองอ่อนหรือใส ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ
เรื่องกาแฟ: MedlinePlus ระบุว่าสารกระตุ้น รวมถึงคาเฟอีน ไม่ใช่การรักษาอาการอ่อนเพลีย
เรื่องคนรอบตัว: เอกสารของกรมควบคุมโรคเรื่องไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบ แนะนำไม่คลุกคลีกับผู้ป่วย ไม่ใช้ของใช้ร่วมกัน ใช้ช้อนกลาง และล้างมือ ช่วงที่ยังไอหรือมีไข้ จึงควรแยกแก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า และระวังเป็นพิเศษถ้าในบ้านมีผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือผู้ที่มีโรคเรื้อรัง
เมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม
หน้าเรื่องอ่อนเพลียของ MedlinePlus ระบุสาเหตุอื่นที่ทำให้เพลียได้ ซึ่งอาจซ้อนมากับช่วงหลังป่วย เช่น โลหิตจาง ซึมเศร้า ไทรอยด์ เบาหวาน โรคไต โรคตับ หัวใจล้มเหลว นอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ และยาหลายกลุ่ม เช่น ยานอนหลับ ยาแก้แพ้ ยาลดความดัน สเตียรอยด์
ควรนัดพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง
- อ่อนเพลียไม่ดีขึ้นเลยหลังหายป่วยหลายสัปดาห์ หรือแย่ลง
- อ่อนเพลียร่วมกับไข้ต่ำ ๆ น้ำหนักลด หรือเหงื่อออกกลางคืน
- ซีด เหนื่อยง่าย ใจเต้นเร็ว
- ซึมเศร้า หมดความสนใจสิ่งที่เคยชอบ
ห้ามหยุดยาประจำตัวเองเพราะสงสัยว่ายาทำให้เพลีย ให้นำรายการยาไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู สาเหตุอื่นของอ่อนเพลียอ่านเพิ่มที่ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เกิดจากอะไร
ป้องกันการป่วยซ้ำในปีถัดไป
สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยแนะนำวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ปีละ 1 ครั้ง และจัดให้ผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หืด หัวใจ เบาหวาน ไตเรื้อรัง เป็นกลุ่มที่ควรได้รับก่อน ส่วนโครงการฉีดฟรีของกระทรวงสาธารณสุขครอบคลุมอายุ 65 ปีขึ้นไปและกลุ่มเสี่ยง ช่วงเวลาและเงื่อนไขประกาศใหม่ทุกปี ให้สอบถามสถานพยาบาลใกล้บ้าน อ่านเพิ่มที่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ผู้สูงอายุ
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)
แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. (ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม คำนวณ) · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. (บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. (ราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม คำนวณ) · กรดโฟลิก 0.1 มก. (100 ไมโครกรัม)
ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้ และหลักฐานที่มี
- สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. — NCCIH ระบุว่างานทบทวนปี 2023 (19 งาน 2,413 คน) พบว่าโสมเดี่ยวอาจมีผลเล็กน้อยต่อความเหนื่อยล้าทั่วไป และงานวิจัยไม่ได้ตรงกันทั้งหมด งานในผู้ที่อ่อนเพลียเรื้อรังที่ใช้สารสกัดวันละ 1–2 กรัม คะแนนความเหนื่อยรวมไม่ต่างจากยาหลอก ขนาดในงานเหล่านี้มากกว่าสารสกัดในแคปซูลราว 20–40 เท่า (คำนวณ) และชนิดสารสกัดต่างกัน เทียบตรงกันไม่ได้ทั้งหมด NCCIH ยังระบุว่างานเบื้องต้นจำนวนน้อยมากชี้ว่าโสมเอเชียอาจลดความเสี่ยงการเป็นไข้หวัดใหญ่ แต่ไม่ลดความรุนแรงหรือระยะเวลาของอาการ
- วิตามินบี 1, 2, 3, 5, 6, 12 และไบโอติน — ปริมาณอยู่ระดับใกล้ค่าแนะนำรายวัน ไม่ใช่ขนาดที่ใช้รักษาภาวะขาด เช่น บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม (คำนวณ) MedlinePlus ไม่ได้ระบุว่าวิตามินบีแก้อ่อนเพลีย แต่ให้ปรึกษาแพทย์ว่าวิตามินเสริมจะช่วยหรือไม่
ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้หายเพลียเร็วขึ้น ป้องกันไข้หวัดใหญ่ หรือลดภาวะแทรกซ้อนหลังติดเชื้อ และไม่ใช้แทนวัคซีน ยาต้านไวรัสที่แพทย์สั่ง หรือการไปพบแพทย์เมื่อมีอาการเตือน
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่นอนไม่หลับหรือใจสั่นง่าย: NCCIH ระบุว่านอนไม่หลับเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยของโสม และ MSKCC ระบุผลข้างเคียงหัวใจเต้นเร็วและกระวนกระวาย ช่วงฟื้นตัวที่ยังนอนไม่ดีต้องคิดถึงข้อนี้
- ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: โสมและขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น ช่วงเพิ่งหายป่วยที่กินได้น้อยต้องระวังน้ำตาลต่ำ
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือจะผ่าตัด: ใบแปะก๊วย ขิง โสม และเควอซิทิน มีรายงานเรื่องเลือดออกหรือค่าการแข็งตัวของเลือดเปลี่ยน
- ผู้ใช้ยาที่ต้องคุมระดับยาในเลือด เช่น ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านไวรัสเอชไอวี: ไพเพอรีนในพริกไทยดำทำให้ระดับยาบางชนิดสูงขึ้นในงานวิจัยในคน
- ผู้ที่เป็นโรคภูมิต้านตนเอง ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง: NCCIH ระบุว่าโสมอาจทำให้โรคภูมิต้านตนเองแย่ลง ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อน
- ก่อนเจาะเลือด: แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน
- คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด
ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →คำถามที่พบบ่อย
อ่อนเพลียหลังเป็นไข้หวัดใหญ่กี่วันถึงหาย
MedlinePlus ระบุว่าไข้มักลงใน 3–4 วัน อาการอื่นดีขึ้นใน 7–14 วัน แต่อาการไอและอ่อนเพลียอาจอยู่ได้หลายสัปดาห์ ถ้าอ่อนเพลียไม่ดีขึ้นเลยหรือแย่ลง หรือมีไข้กลับมา ควรพบแพทย์ และถ้าอ่อนเพลียนานตั้งแต่ 6 เดือนต้องให้แพทย์ประเมินเพิ่ม
หายจากไข้หวัดใหญ่แล้ว ออกกำลังกายได้เมื่อไร
ยังไม่พบแนวทางของไทยที่กำหนดจำนวนวันแน่นอน หลักที่ปลอดภัยคือรอให้ไข้ลงโดยไม่ต้องใช้ยาลดไข้ แล้วเริ่มจากเดินเบา ๆ เพิ่มทีละขั้น ถ้าวันรุ่งขึ้นเพลียมากให้ถอยกลับ และถ้ามีเจ็บหน้าอก ใจสั่น หรือเหนื่อยหอบผิดปกติ ให้หยุดทันที ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง คือ เจ็บหน้าอก ใจสั่นผิดปกติ หรือหอบเหนื่อยรุนแรง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
หลังเป็นไข้แล้วใจสั่น เหนื่อยง่าย อันตรายไหม
ควรพบแพทย์ เพราะ MedlinePlus ระบุว่าไวรัสไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 เป็นสาเหตุหนึ่งของกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งมีอาการ เช่น อ่อนเพลีย ใจเต้นเร็ว หายใจเร็ว เหนื่อยหอบ เจ็บหน้าอก ถ้าเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือเป็นลม ข้อใดข้อหนึ่ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
อาการหลังติดโควิดมีอะไรบ้าง
บทความในวารสารกรมการแพทย์อธิบายภาวะลองโควิดว่าเป็นอาการที่พบหลังติดเชื้อช่วง 4–12 สัปดาห์ แบบสำรวจของกรมการแพทย์พบอาการที่รายงานมาก ได้แก่ อ่อนเพลีย หายใจลำบาก นอนไม่หลับ ไอ ปวดศีรษะ ผมร่วง และปวดกล้ามเนื้อ ถ้าอาการรบกวนชีวิตหรือแย่ลง ควรพบแพทย์
อ่อนเพลียหลังป่วยต้องกินวิตามินไหม
MedlinePlus ไม่ได้ระบุว่าวิตามินแก้อ่อนเพลีย แต่ให้ปรึกษาแพทย์ว่าวิตามินเสริมจะช่วยหรือไม่ และระบุว่าคาเฟอีนไม่ใช่การรักษาอาการอ่อนเพลีย สิ่งสำคัญคือนอนให้พอ กินโปรตีนให้พอ ดื่มน้ำ และค่อย ๆ เพิ่มกิจกรรม ถ้าไม่ดีขึ้นต้องหาสาเหตุอื่น เช่น โลหิตจางหรือไทรอยด์
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- FluMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- MyocarditisMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- FatigueMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- FluNHS (National Health Service, UK)
- อาการผิดปกติหรือภาวะแทรกซ้อนภายหลังการป่วยเป็นโควิด-19 (Long COVID)วารสารกรมการแพทย์ สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14
อ่านต่อ
มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้
มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง
ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล
ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล
หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม
หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ
เพิ่งหายป่วยกินอะไรดี ฟื้นฟูร่างกายหลังป่วยให้กลับมาแข็งแรง
เพิ่งหายป่วยกินอะไรดี ทำไมผู้สูงอายุกล้ามเนื้อลดเร็วหลังป่วย ควรได้โปรตีนวันละเท่าไร ตัวอย่างมื้ออาหาร วิตามินจำเป็นเมื่อไร และสัญญาณที่ต้องกลับไปพบแพทย์
