เกี่ยวกับ Lab Farm
วิตามินดีกินตอนไหนดี ห้ามกินคู่กับอะไร กินกลางคืนได้ไหม
คำตอบสั้น: วิตามินดีละลายในไขมัน งานทดลองพบว่า กินพร้อมมื้อที่มีไขมันดูดซึมได้มากกว่ามื้อที่ไม่มีไขมัน ส่วนจะกินเช้าหรือกลางคืน แหล่งที่เราตรวจไม่ได้ระบุว่าต่างกัน ข้อแนะนำคือ กินเวลาเดิมทุกวัน ยาที่ต้องระวัง ได้แก่ ยาที่ลดการดูดซึม เช่น โคเลสไทรามีนและออร์ลิสแตท ยากันชักบางตัวที่เร่งการทำลายวิตามินดี และยาที่อันตรายเมื่อแคลเซียมในเลือดสูง เช่น ดิจอกซิน รวมถึงยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ที่ทำให้แคลเซียมสูงได้เอง
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- งานทดลองในผู้สูงอายุ 50 คน พบระดับวิตามินดี 3 สูงสุดในเลือดมากกว่าราว 32% เมื่อกินพร้อมมื้อที่มีไขมัน เทียบกับมื้อไม่มีไขมัน
- กินเวลาไหนก็ได้ แต่ให้เป็นเวลาเดิมทุกวัน ลืมกินอย่ากินเบิ้ล
- โคเลสไทรามีน โคเลสทิพอล ออร์ลิสแตท และน้ำมันแร่ ไม่ควรกินพร้อมวิตามินดี
- ผู้ใช้ดิจอกซิน ยาขับปัสสาวะไทอะไซด์ หรือยากันชัก ต้องบอกแพทย์ก่อนเสริมวิตามินดี
- ผู้ใหญ่ไม่ควรได้วิตามินดีรวมทุกแหล่งเกิน 4,000 IU ต่อวัน เว้นแต่แพทย์สั่ง
ทำไมควรกินวิตามินดีพร้อมมื้อที่มีไขมัน
วิตามินดีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน (Linus Pauling Institute มหาวิทยาลัยแห่งรัฐออริกอน) ร่างกายจึงดูดซึมได้ดีเมื่อมีไขมันในลำไส้ช่วยพาเข้า
หลักฐานในคนมาจากงานทดลองของ Dawson-Hughes และคณะ (ปี 2015) ในผู้สูงอายุสุขภาพดี 50 คน ทุกคนอดอาหาร 12 ชั่วโมงแล้วกินวิตามินดี 3 ขนาด 50,000 IU ครั้งเดียวพร้อมอาหารเช้า แบ่งเป็นมื้อไม่มีไขมัน กับมื้อที่มีไขมันราว 30% ของพลังงาน ผลคือ ระดับวิตามินดี 3 สูงสุดในเลือดของกลุ่มที่กินพร้อมมื้อมีไขมันมากกว่าราว 32% ส่วนชนิดของไขมันในมื้อไม่ทำให้ผลต่างกัน
ข้อจำกัดคือเป็นการให้ขนาดสูงครั้งเดียวและวัดผลวันเดียว แต่ก็สอดคล้องกับธรรมชาติของวิตามินที่ละลายในไขมัน
ในชีวิตจริงแบบไทย ๆ ไม่ต้องหาอาหารพิเศษ แค่กินพร้อมหรือหลังมื้อที่มีไข่ ปลา เนื้อสัตว์ หรืออาหารผัดที่ใช้น้ำมัน เช่น ข้าวกับไข่เจียว ข้าวผัด หรือปลาทอด ก็มีไขมันอยู่แล้ว ส่วนการกินตอนท้องว่างกับกาแฟดำหรือน้ำเปล่าอย่างเดียว อาจดูดซึมได้น้อยกว่ามื้อที่มีไขมัน
กินวิตามินดีตอนเช้าหรือกลางคืนดีกว่า
แหล่งข้อมูลที่เราตรวจไม่ได้ระบุว่ากินเช้าหรือกลางคืนให้ผลต่างกัน สิ่งที่หน้าข้อมูลยาวิตามินดี 3 (cholecalciferol) ของ MedlinePlus แนะนำคือ
- กินในเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน และทำตามฉลากหรือคำสั่งแพทย์
- ลืมกิน ให้กินทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าใกล้เวลามื้อต่อไปแล้ว ให้ข้ามไป ห้ามกินเบิ้ลเพื่อชดเชย
ดังนั้นคำตอบของ "วิตามินดีกินกลางคืนได้ไหม" คือ ได้ ถ้ามื้อเย็นเป็นมื้อหลักที่มีไขมัน และเป็นเวลาที่คุณจำได้ทุกวัน ส่วนคนที่กินยาหลายตัว การผูกวิตามินไว้กับมื้อเดิมช่วยไม่ให้ลืม ภาพรวมการจัดเวลาอาหารเสริมอ่านได้ที่ กินอาหารเสริมตอนไหนดี
วิตามินดีห้ามกินกับยาอะไร
Linus Pauling Institute แบ่งยาที่เกี่ยวข้องออกเป็นกลุ่ม ดังนี้
1. ยาที่ลดการดูดซึมวิตามินดี (ไม่ควรกินพร้อมกัน)
- โคเลสไทรามีน และโคเลสทิพอล ยาลดไขมันกลุ่มจับกรดน้ำดี
- ออร์ลิสแตท ยาลดน้ำหนักที่ลดการดูดซึมไขมัน
- น้ำมันแร่ (mineral oil) ที่บางคนใช้เป็นยาระบาย
ถ้าใช้ยาเหล่านี้ ให้ถามเภสัชกรว่าควรเว้นระยะห่างจากวิตามินดีอย่างไร
2. ยาที่เร่งการทำลายวิตามินดี (อาจทำให้ระดับในเลือดต่ำลง)
- ยากันชัก เฟนิโทอิน ฟอสเฟนิโทอิน ฟีโนบาร์บิทาล คาร์บามาซีปีน
- ยาวัณโรค ไรแฟมพิซิน
- นอกจากนี้ สมาคมต่อมไร้ท่อ (Endocrine Society) แนะนำให้ติดตามระดับวิตามินดีในผู้ใช้ ยาสเตียรอยด์ และ ยาต้านเอชไอวี
- ยาเคมีบำบัดบางชนิด Linus Pauling Institute ระบุว่าอาจเร่งการสลายวิตามินดีในผู้ป่วยมะเร็งที่กำลังรับยา
- ยาอื่นที่ Linus Pauling Institute กล่าวถึง ได้แก่ ไซเมทิดีน (ยาลดกรด) ที่ยับยั้งการเปลี่ยนวิตามินดีในตับ และ คีโตโคนาโซล (ยาต้านเชื้อราชนิดกิน) ที่ลดระดับวิตามินดีรูปออกฤทธิ์ในเลือด ส่วนผู้ที่ใช้ ยาลดกรดกลุ่ม PPI เช่น โอเมพราโซล อาจดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลงและเสี่ยงกระดูกหัก จึงมักได้รับคำแนะนำเรื่องแคลเซียมและวิตามินดี
ยาเหล่านี้ไม่ได้ห้ามกินคู่กับวิตามินดี แต่ทำให้แพทย์อาจต้องตรวจหรือปรับขนาดวิตามินดี ผู้ที่กำลังรับเคมีบำบัดต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อนกินวิตามินหรืออาหารเสริมทุกชนิด
3. ยาที่อันตรายถ้าแคลเซียมในเลือดสูงจากวิตามินดีเกินขนาด
- ดิจอกซิน ยาหัวใจ Linus Pauling Institute ระบุว่าแคลเซียมในเลือดสูงจากวิตามินดีระดับเป็นพิษ อาจกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ในผู้ใช้ยานี้
- เวราพามิล และดิลไทอะเซม แคลเซียมสูงอาจทำให้ยาคุมภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วได้ผลน้อยลง
4. ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์
ยาความดันกลุ่มนี้ (เช่น ไฮโดรคลอโรไทอะไซด์) ทำให้แคลเซียมในเลือดสูงได้เอง ตามบทความทบทวนเรื่องความผิดปกติของแคลเซียมใน FP Essentials ปี 2017 และมีรายงานผู้ป่วย 1 รายในวารสาร Cureus ปี 2020 ซึ่งเพิ่งผ่าตัดต่อมพาราไทรอยด์ แล้วเกิดแคลเซียมในเลือดสูงมากจนไตบาดเจ็บ ขณะกินแคลเซียมคาร์บอเนตวันละ 3 กรัม วิตามินดี 3 วันละ 10,000 IU ร่วมกับยาวิตามินดีชนิดออกฤทธิ์ (แคลซิไตรออล) และยาขับปัสสาวะคลอร์ทาลิโดนซึ่งออกฤทธิ์คล้ายกลุ่มไทอะไซด์ ผู้เขียนรายงานระบุว่าผู้ที่ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มนี้ร่วมกับแคลเซียมและวิตามินดีปริมาณมากเสี่ยงแคลเซียมสูงและไตบาดเจ็บมากขึ้น ผู้ที่ใช้ยากลุ่มไทอะไซด์จึงควรบอกแพทย์ก่อนเสริมวิตามินดีหรือแคลเซียม โดยเฉพาะขนาดสูง
สำคัญ: ทุกกลุ่มข้างต้น ห้ามหยุดหรือเลื่อนยาประจำตัวเอง เพื่อจะกินวิตามิน ให้เอารายการยาและอาหารเสริมทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู ซึ่งเป็นสิ่งที่หน้าข้อมูลยาของ MedlinePlus แนะนำ
กินวิตามินดีคู่กับแคลเซียมหรือแมกนีเซียม ต้องเว้นระยะไหม
วิตามินดีช่วยดูดซึมแคลเซียม จึงมักอยู่ในเม็ดเดียวกันหรือกินคู่กัน แหล่งที่เราตรวจไม่ได้กำหนดว่าต้องเว้นระยะระหว่างวิตามินดีกับแคลเซียมหรือแมกนีเซียม
สิ่งที่ต้องระวังจริงคือ ปริมาณรวม ไม่ใช่ระยะห่าง การได้ทั้งแคลเซียมขนาดสูงและวิตามินดีขนาดสูงพร้อมกันเป็นเวลานานเพิ่มโอกาสแคลเซียมในเลือดสูง ยิ่งถ้าใช้ยากลุ่มไทอะไซด์ร่วมด้วย หน้าข้อมูลยาของ MedlinePlus ระบุให้บอกแพทย์ก่อนกินวิตามินดี ถ้าเคยเป็นโรคพาราไทรอยด์ทำงานเกิน โรคไต หรือแคลเซียมในเลือดสูง อ่านเรื่องการกินคู่กันได้ที่ วิตามินดีกับแคลเซียม
กินทุกวันขนาดต่ำ กับขนาดสูงรายสัปดาห์ ต่างกันอย่างไร
วิตามินดีกินทุกวันได้ หน้าข้อมูลยาของ MedlinePlus ระบุว่าวิตามินดี 3 มักกินวันละ 1–2 ครั้งตามชนิดผลิตภัณฑ์ อายุ และโรค ส่วนคำถามว่าแบบไหนดีกว่า มีข้อมูลจากงานวิเคราะห์รวมเรื่องการติดเชื้อทางเดินหายใจปี 2017 (Martineau และคณะ) ว่า การกินรายวันหรือรายสัปดาห์สัมพันธ์กับผลเล็กน้อย แต่การกินขนาดสูงครั้งเดียวไม่พบผล อย่างไรก็ตาม งานรวมฉบับล่าสุดปี 2025 ไม่พบผลโดยรวมแล้ว อ่านเพิ่มที่ วิตามินดีช่วยภูมิคุ้มกันจริงไหม
ถ้าแพทย์สั่งวิตามินดีขนาดและความถี่แบบใดเพื่อรักษาภาวะขาด ให้กินตามที่แพทย์สั่ง อย่าเปลี่ยนจากรายสัปดาห์เป็นรายวันหรือกลับกันเอง และอย่าซื้อขนาดสูงมากินเพิ่ม
นับรวมวิตามินดีจากหลายผลิตภัณฑ์อย่างไรไม่ให้เกิน
ปริมาณสูงสุดที่รับได้ต่อวัน (UL) สำหรับผู้ใหญ่คือ 4,000 IU (100 ไมโครกรัม) ตามที่ MedlinePlus และ Linus Pauling Institute ระบุ ส่วนค่าแนะนำต่อวันคือ 600 IU สำหรับอายุ 19–70 ปี และ 800 IU สำหรับอายุมากกว่า 70 ปี
วิธีนับง่าย ๆ
- ดูฉลากทุกผลิตภัณฑ์ ที่กินอยู่ เช่น วิตามินรวม แคลเซียมผสมวิตามินดี น้ำมันตับปลา นมเติมวิตามิน
- แปลงหน่วยให้ตรงกัน วิตามินดี 1 ไมโครกรัม เท่ากับ 40 IU (MedlinePlus)
- บวกรวมต่อวัน แล้วเทียบกับ 4,000 IU
- ยาวิตามินดีที่แพทย์สั่ง ให้แจ้งแพทย์ว่ากินผลิตภัณฑ์อื่นที่มีวิตามินดีด้วย
ตัวอย่าง: วิตามินรวม 400 IU + แคลเซียมผสมวิตามินดี 800 IU + ผลิตภัณฑ์อื่นอีก 200 IU รวมเป็น 1,400 IU ต่อวัน ยังต่ำกว่า UL แต่ถ้าซื้อวิตามินดีเดี่ยวขนาด 5,000 IU มากินเพิ่มเอง จะเกินทันที ภาพรวมการกินอาหารเสริมหลายตัวซ้อนกันอ่านได้ที่ กินอาหารเสริมหลายตัวพร้อมกัน และอาการเมื่อได้เกินอ่านที่ วิตามินดีกินเกินอันตรายไหม
ใครต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสริมวิตามินดี
- ผู้ที่เป็น โรคพาราไทรอยด์ทำงานเกิน ซาร์คอยโดซิส วัณโรค หรือมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่ง Linus Pauling Institute ระบุว่าอาจเกิดแคลเซียมสูงแม้ได้วิตามินดีเพิ่มเล็กน้อย
- ผู้ป่วย โรคไต หรือเคยมีแคลเซียมในเลือดสูง
- ผู้ใช้ ดิจอกซิน ยาขับปัสสาวะไทอะไซด์ ยากันชัก หรือยาสเตียรอยด์
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
ถ้ากินวิตามินดีแล้วมีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่ สับสน ซึมลง ใจสั่นหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรืออาเจียนจนกินดื่มไม่ได้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และนำขวดวิตามินทุกขวดไปด้วย
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)
แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. (ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม คำนวณ) · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. (บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. (ราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม คำนวณ) · กรดโฟลิก 0.1 มก. (100 ไมโครกรัม)
ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้ และหลักฐานที่มี
- วิตามินดี 3 ราว 200 IU (คำนวณ) — ราวหนึ่งในสามของค่าแนะนำ 600 IU ต่อวันสำหรับอายุ 19–70 ปี และราว 5% ของปริมาณสูงสุดที่รับได้ 4,000 IU (คำนวณจากค่าของ Linus Pauling Institute) ผู้ที่กินวิตามินรวม แคลเซียมผสมวิตามินดี หรือวิตามินดีที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว ให้นับรวม 200 IU นี้เข้าไปด้วย
- สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. — เกี่ยวกับหัวข้อยาตีกัน งานในคนที่ใช้ไพเพอรีน (สารในพริกไทยดำ) 20 มก. พบว่าเพิ่มระดับยาบางตัวในเลือด รวมถึงยากันชักเฟนิโทอิน ฉลากเขียนเป็นสารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. ไม่ระบุปริมาณไพเพอรีน จึงยืนยันไม่ได้ว่าเท่างานวิจัยหรือน้อยกว่า ผู้ใช้ยากันชักต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม (คำนวณ) — ไบโอตินขนาดสูงรบกวนผลตรวจเลือดบางวิธี ก่อนเจาะเลือดให้แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน
ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ระดับวิตามินดีในเลือดเปลี่ยน ฉลากแนะนำวันละ 1 แคปซูล ไม่ได้ระบุเวลาที่ต้องกิน
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือจะผ่าตัด: ใบแปะก๊วย ขิง โสม และเควอซิทิน มีรายงานเรื่องเลือดออกหรือค่าการแข็งตัวของเลือดเปลี่ยน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาที่ต้องคุมระดับยาในเลือด เช่น ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านไวรัสเอชไอวี: งานในคนพบว่าไพเพอรีน (สารในพริกไทยดำ) 20 มก. ทำให้ระดับยาบางชนิดสูงขึ้น ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณไพเพอรีน
- ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน: ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อนกินอาหารเสริมทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้
- ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: โสมและขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น
- ก่อนเจาะเลือด: แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน
- คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด
ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →คำถามที่พบบ่อย
วิตามินดีกินตอนไหนดีที่สุด
กินพร้อมหรือหลังมื้ออาหารที่มีไขมัน เพราะวิตามินดีละลายในไขมัน งานทดลองในผู้สูงอายุ 50 คนพบว่าระดับวิตามินดี 3 สูงสุดในเลือดมากกว่าราว 32% เมื่อกินพร้อมมื้อที่มีไขมัน และควรกินเวลาเดิมทุกวัน
วิตามินดีกินกลางคืนได้ไหม
ได้ แหล่งข้อมูลที่เราตรวจไม่ได้ระบุว่ากินเช้าหรือกลางคืนให้ผลต่างกัน ถ้ามื้อเย็นเป็นมื้อที่มีไขมันและเป็นเวลาที่จำได้ทุกวัน ก็กินตอนนั้นได้ ถ้าลืมกินห้ามกินเบิ้ลชดเชย
วิตามินดีห้ามกินกับยาอะไร
โคเลสไทรามีน โคเลสทิพอล ออร์ลิสแตท และน้ำมันแร่ ลดการดูดซึมจึงไม่ควรกินพร้อมกัน ยากันชักบางตัวและไรแฟมพิซินทำให้ระดับวิตามินดีลดลง ส่วนผู้ใช้ดิจอกซิน เวราพามิล ดิลไทอะเซม หรือยาขับปัสสาวะไทอะไซด์ ต้องบอกแพทย์ก่อน และห้ามหยุดยาเอง
วิตามินดีกินคู่กับแคลเซียมได้ไหม
ได้ และมักอยู่ในเม็ดเดียวกัน แหล่งที่เราตรวจไม่ได้กำหนดให้เว้นระยะ สิ่งที่ต้องระวังคือปริมาณรวมของทั้งสองตัว โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาขับปัสสาวะไทอะไซด์ เป็นโรคไต หรือเคยมีแคลเซียมในเลือดสูง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
วิตามินดีกินทุกวันได้ไหม
ได้ ถ้าปริมาณรวมจากทุกผลิตภัณฑ์ไม่เกิน 4,000 IU ต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ ให้ดูฉลากวิตามินรวมและแคลเซียมที่กินอยู่แล้วบวกรวมกัน ถ้าแพทย์สั่งขนาดสูงเพื่อรักษาภาวะขาด ให้กินตามที่สั่ง
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Dietary fat increases vitamin D-3 absorption (Dawson-Hughes et al., 2015)Journal of the Academy of Nutrition and Dietetics (PubMed)
- Vitamin DLinus Pauling Institute, Oregon State University
- Cholecalciferol (Vitamin D3)MedlinePlus Drug Information, U.S. National Library of Medicine
- Electrolytes: Calcium Disorders (Barstow & Braun, 2017)FP Essentials (PubMed)
- Calcium Alkali Thiazide Syndrome: What We Need to Know (Rehan et al., 2020)Cureus (PubMed)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14
อ่านต่อ
มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้
มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง
ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล
ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล
หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม
หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ
อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร
อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม
