บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

พาร์กินสันทำให้สมองเสื่อมไหม อาการทางจิตที่ญาติต้องรู้

คำตอบสั้น: ได้ในบางคน สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติสหรัฐ (NIA) ระบุว่าเมื่อโรคดำเนินไป ผู้ป่วยพาร์กินสันบางคนเกิดภาวะสมองเสื่อม เรียกว่าสมองเสื่อมจากพาร์กินสัน (Parkinson's disease dementia) ซึ่งความจำและความคิดบกพร่องจนกระทบชีวิตประจำวัน สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐ (Alzheimer's Association) อ้างงานวิจัยว่าระยะเวลาเฉลี่ยจากเริ่มเป็นพาร์กินสันจนเกิดสมองเสื่อมราว 10 ปี แต่แต่ละคนต่างกันมาก นอกจากความจำแล้ว ญาติควรรู้จักอาการทางจิตที่พบได้ในพาร์กินสัน ได้แก่ ซึมเศร้า วิตกกังวล และภาพหลอน ซึ่งอาจมาจากตัวโรคหรือจากยาก็ได้ ห้ามปรับหรือหยุดยาพาร์กินสันเองเมื่อเห็นอาการเหล่านี้ ให้จดสิ่งที่เห็นแล้วรีบแจ้งแพทย์ และถ้าสับสนขึ้นมาทันทีหรือซึมลง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • NIA ระบุว่าผู้ป่วยพาร์กินสันบางคนมีความจำ สมาธิ และการวางแผนลดลง และความเครียด ซึมเศร้า และยาบางชนิดก็มีส่วนทำให้ความคิดเปลี่ยนได้
  • สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐอ้างงานวิจัยว่าเวลาเฉลี่ยจากเริ่มพาร์กินสันถึงสมองเสื่อมราว 10 ปี และงานใหญ่หนึ่งพบว่าราวสามในสี่ของผู้ที่เป็นพาร์กินสันนานเกิน 10 ปีเกิดสมองเสื่อม แต่เวลาและความรุนแรงต่างกันในแต่ละคน
  • ถ้าสมองเสื่อมเกิดก่อน พร้อมกัน หรือภายใน 1 ปีหลังอาการพาร์กินสัน แพทย์จะนึกถึงสมองเสื่อมชนิดลิววี่บอดี้แทน
  • ภาพหลอนเกิดได้ทั้งจากโรคและจากยา NINDS ระบุว่ายาพาร์กินสันบางชนิดทำให้เห็นภาพหลอนหรือมีความเชื่อที่ไม่ตรงความจริงได้
  • ซึมเศร้าและวิตกกังวลพบบ่อย และอาจเกิดตั้งแต่ระยะแรก มีการรักษาเฉพาะ
  • ห้ามหยุด ลด หรือเพิ่มยาพาร์กินสันเอง NIA เตือนว่าการหยุดยาเลโวโดปากะทันหันอาจทำให้ขยับตัวไม่ได้หรือหายใจลำบาก

ผู้ป่วยพาร์กินสันมีโอกาสสมองเสื่อมแค่ไหนเมื่อเวลาผ่านไป

ไม่ใช่ผู้ป่วยพาร์กินสันทุกคนจะเป็นสมองเสื่อม แต่ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่เป็นโรค ข้อมูลจากสมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐ

  • มีงานวิจัยรายงานว่าเวลาเฉลี่ยจากเริ่มมีอาการพาร์กินสันจนเกิดสมองเสื่อมราว 10 ปี
  • งานขนาดใหญ่หนึ่งพบว่าราวสามในสี่ของผู้ที่อยู่กับพาร์กินสันนานกว่า 10 ปีเกิดสมองเสื่อม
  • ก่อนเกิดสมองเสื่อม ผู้ป่วยมักผ่านช่วงที่ความคิดเปลี่ยนเล็กน้อย เรียกว่าภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย (MCI) อ่านเพิ่มที่ MCI ภาวะสมองเสื่อมระยะเริ่มต้น
  • การเปลี่ยนแปลงของความคิดและเวลาที่เกิดแตกต่างกันมากในแต่ละคน

ปัจจัยที่สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงสมองเสื่อมในอนาคต เมื่อพิจารณาตอนวินิจฉัยพาร์กินสัน ได้แก่

  • อายุมาก อาการด้านการเคลื่อนไหวรุนแรง และมีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อยอยู่แล้ว
  • มีภาพหลอนตั้งแต่ยังไม่มีอาการสมองเสื่อมอื่น
  • อาการกลุ่มทรงตัวไม่ดีและเดินผิดปกติ เช่น เท้าติดพื้นกลางก้าว เริ่มเดินยาก ลากเท้า หกล้ม
  • ปัญหาการนอน เช่น ง่วงกลางวันมาก และละเมอทำตามความฝัน

ทำไมพาร์กินสันกับสมองเสื่อมจึงเกี่ยวกัน NIA และสมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐอธิบายว่าเซลล์สมองของผู้ป่วยพาร์กินสันจำนวนมากมีลิววี่บอดี้ (Lewy bodies) คือก้อนโปรตีนอัลฟาซินิวคลีนที่ผิดปกติ ความเปลี่ยนแปลงเริ่มที่สมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวก่อน แล้วค่อยลามไปส่วนอื่น สมาคมฯ ระบุว่าผู้ป่วยหลายคนยังมีความเปลี่ยนแปลงแบบอัลไซเมอร์ร่วมด้วย

ต่างจากสมองเสื่อมชนิดลิววี่บอดี้อย่างไร สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุเกณฑ์ว่า ถ้าสมองเสื่อมเกิดอย่างน้อย 1 ปี (และมักหลายปี) หลังเริ่มอาการพาร์กินสัน เรียกว่าสมองเสื่อมจากพาร์กินสัน ถ้าเกิดก่อน พร้อมกัน หรือภายใน 1 ปี เรียกว่าสมองเสื่อมชนิดลิววี่บอดี้ ทั้งสองโรคอยู่ในกลุ่มเดียวกัน อ่านต่อที่ สมองเสื่อมชนิดลิววี่บอดี้

อาการทางความคิดที่พบ ช้า วางแผนยาก

ความคิดที่เปลี่ยนในพาร์กินสันมักไม่เหมือนอัลไซเมอร์ระยะแรก ซึ่งเด่นที่ลืมเรื่องใหม่ ในพาร์กินสัน อาการที่ญาติมักเห็นก่อนคือ

  • คิดช้า ตอบช้า ต้องรอนานกว่าจะตอบคำถาม
  • สมาธิสั้นลง ตามบทสนทนาหลายคนไม่ทัน (NIA และ NINDS ระบุปัญหาด้านความสนใจ)
  • วางแผนและทำงานหลายขั้นตอนไม่ได้ NIA ระบุว่ามีปัญหาในการวางแผนและทำงานให้สำเร็จ เช่น จ่ายบิล จัดยา ทำกับข้าวตามสูตร
  • ตัดสินใจไม่ดี สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าการตัดสินใจอย่างมีเหตุผลเปลี่ยนไป
  • กะระยะและแปลภาพผิด NINDS ระบุว่าพาร์กินสันกระทบการกะความลึกและระยะทาง และสมาคมฯ ระบุว่ามีปัญหาในการแปลข้อมูลที่มองเห็น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงหกล้มและชนสิ่งของ
  • ความจำแย่ลง และพูดอู้อี้ไม่ชัด (สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐ)

ก่อนสรุปว่าเป็นสมองเสื่อม ต้องหาสาเหตุที่แก้ได้ NIA ระบุว่าความเครียด ซึมเศร้า และยาบางชนิดทำให้ความคิดเปลี่ยนได้ แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อมของไทย พ.ศ. 2563 จัดยาที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก รวมถึงยาพาร์กินสันบางชนิด ไว้ในกลุ่มยาที่ควรระวังในผู้ที่มีปัญหาความจำ แต่ผู้ดูแลห้ามหยุดยาเอง ให้นำยาทุกชนิดไปให้แพทย์ทบทวน นอกจากนี้ การนอนไม่พอ ติดเชื้อ ขาดน้ำ และไทรอยด์ ก็ทำให้ความคิดแย่ลงได้ อ่านสาเหตุที่แก้ได้ที่ สมองเสื่อมหายได้ไหม สาเหตุที่รักษาได้

NIA แนะนำให้คุยกับแพทย์เมื่อผู้ป่วยพาร์กินสันเริ่มมีปัญหาความคิดหรือความจำ สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่ายากลุ่มที่ใช้ในอัลไซเมอร์ (cholinesterase inhibitors) อาจช่วยอาการบางอย่างของสมองเสื่อมจากพาร์กินสันได้ ซึ่งแพทย์เป็นผู้พิจารณา

ภาพหลอนจากโรคหรือจากยา

ภาพหลอนเป็นอาการที่ทำให้ครอบครัวตกใจมาก สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าภาพหลอนทางตาและความหลงผิด โดยเฉพาะความคิดระแวง เป็นอาการที่รายงานบ่อยในสมองเสื่อมจากพาร์กินสัน ผู้ป่วยอาจเห็นคน เด็ก หรือสัตว์ในบ้านที่ไม่มีอยู่จริง หรือเชื่อว่ามีคนขโมยของหรือคู่ชีวิตนอกใจ

สาเหตุมีได้สองทางที่มักซ้อนกัน

  1. จากตัวโรค การเปลี่ยนแปลงของสมองจากลิววี่บอดี้
  2. จากยา NINDS และ MedlinePlus ระบุว่ายาพาร์กินสันบางชนิดทำให้เห็นหรือได้ยินสิ่งที่ไม่มีจริง และมีความเชื่อที่ไม่ตรงความจริงได้ สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่ายาคาร์บิโดปา-เลโวโดปาบางครั้งทำให้ภาพหลอนและความสับสนแย่ลงในผู้ที่มีสมองเสื่อมจากพาร์กินสันหรือลิววี่บอดี้

เพราะเหตุนี้ การจัดการภาพหลอนจึงเป็นการชั่งน้ำหนักที่แพทย์ต้องทำ ถ้าลดยาเพื่อลดภาพหลอน อาการเคลื่อนไหวอาจแย่ลง ผู้ดูแลจึงห้ามลดหรือหยุดยาเอง MedlinePlus ระบุให้แจ้งแพทย์ทันทีเมื่อมีผลข้างเคียงเหล่านี้

ยาบางกลุ่มต้องระวังมาก สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่ายารักษาโรคจิตบางชนิดที่ใช้คุมพฤติกรรมควรหลีกเลี่ยงในกลุ่มโรคลิววี่บอดี้ เพราะผู้ป่วยจำนวนมากมีอาการพาร์กินสันแย่ลง ง่วงซึม กลืนลำบาก หรือเกิดภาวะรุนแรงที่มีไข้และกล้ามเนื้อแข็งทั้งตัว ดังนั้นอย่าขอยานอนหลับหรือยาระงับประสาทจากร้านยาหรือคลินิกอื่นมาให้เอง และทุกครั้งที่ไปพบแพทย์คนอื่น ให้แจ้งว่าเป็นพาร์กินสัน

ผู้ดูแลรับมือกับภาพหลอนอย่างไร

  • อย่าเถียงหรือพยายามพิสูจน์ว่าไม่มีจริง ให้รับรู้ความรู้สึก เช่น "แม่ตกใจใช่ไหม เดี๋ยวลูกอยู่ด้วย"
  • เปิดไฟให้สว่าง ลดเงามืด เพราะผู้ป่วยแปลภาพผิดได้ง่าย
  • จดว่าเห็นอะไร เมื่อไร สัมพันธ์กับเวลากินยาหรือไม่ แล้วนำไปให้แพทย์ดู

อ่านเพิ่มที่ ผู้สูงอายุเห็นภาพหลอน และ ผู้สูงอายุหวาดระแวง

ซึมเศร้าและวิตกกังวลในพาร์กินสัน

อารมณ์ที่เปลี่ยนเป็นส่วนหนึ่งของโรค ไม่ใช่แค่ "ทำใจไม่ได้" NINDS ระบุว่าปัญหาสุขภาพจิต เช่น ซึมเศร้าหรือวิตกกังวล อาจเกิดตั้งแต่ระยะแรก แม้ก่อนมีปัญหาการเคลื่อนไหว และสมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าซึมเศร้า หงุดหงิด และวิตกกังวล พบบ่อยในสมองเสื่อมจากพาร์กินสัน

สิ่งที่ทำให้มองข้ามง่าย

  • หน้าเฉยเหมือนใส่หน้ากากและเสียงเบา ทำให้ดูเศร้าตลอด ญาติจึงแยกไม่ออกว่าเศร้าจริงหรือไม่ ต้องถามความรู้สึกตรง ๆ
  • เหนื่อยง่าย NINDS ระบุว่าความเหนื่อยล้าพบบ่อย อาจมาจากซึมเศร้า การนอน หรือตัวโรคเอง
  • กังวลเรื่องการออกจากบ้าน เพราะกลัวล้มหรือกลัวเท้าติดพื้นต่อหน้าคนอื่น จึงแยกตัว อ่านเรื่องความเหงาที่ ผู้สูงอายุเหงา อยู่คนเดียว

ซึมเศร้าในพาร์กินสันมีการรักษา NINDS ระบุว่าผู้ป่วยที่มีซึมเศร้าจากพาร์กินสันอาจได้รับยาต้านซึมเศร้า และ MedlinePlus แนะนำการพูดคุยกับนักสังคมสงเคราะห์ ผู้ให้คำปรึกษา และกลุ่มช่วยเหลือ ซึ่งช่วยให้รู้สึกไม่โดดเดี่ยว อ่านสัญญาณซึมเศร้าที่ ผู้สูงอายุซึมเศร้า

ถ้าผู้ป่วยพูดว่าไม่อยากอยู่ อยากตาย หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ซึ่งโทรได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

ห้ามปรับยาพาร์กินสันเอง

ข้อนี้สำคัญมากสำหรับผู้ดูแล หน่วยงานสุขภาพสหรัฐเตือนตรงกัน

  • NIA: ผู้ป่วยพาร์กินสันต้องไม่หยุดยาเลโวโดปาโดยไม่บอกแพทย์ การหยุดกะทันหันอาจมีผลข้างเคียงร้ายแรง เช่น ขยับตัวไม่ได้หรือหายใจลำบาก
  • NINDS: ห้ามหยุดยาคาร์บิโดปา-เลโวโดปาโดยไม่คุยกับแพทย์ และแต่ละคนตอบสนองต่อยาไม่เหมือนกัน ต้องใช้เวลาและความอดทนในการหาขนาดและการผสมยาที่เหมาะ
  • MedlinePlus: ห้ามเปลี่ยนหรือหยุดยาใดเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ การหยุดยาพาร์กินสันบางชนิดอาจเกิดปฏิกิริยารุนแรง

สิ่งที่ผู้ดูแลทำได้แทนการปรับยาเอง

  1. ให้ยาตรงเวลา NINDS ระบุว่าเมื่อเป็นนานขึ้น ฤทธิ์ยาอาจหมดก่อนถึงมื้อถัดไป (ช่วง "off") การให้ยาตรงเวลาจึงสำคัญ ใช้ตลับยาแบ่งมื้อและนาฬิกาปลุก อ่านวิธีจัดยาที่ ผู้สูงอายุลืมกินยา กินซ้ำ
  2. จดบันทึกอาการ เวลาที่ขยับตัวได้ดี เวลาที่แข็ง การเคลื่อนไหวผิดปกติ ภาพหลอน การนอน แล้วนำไปให้แพทย์ดู
  3. นำยาทุกชนิดไปให้แพทย์และเภสัชกรดู รวมยาจากคลินิกอื่น ยาสมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริม เพราะบางชนิดเกี่ยวข้องกับยาพาร์กินสันหรือทำให้สับสนมากขึ้น อ่านการดูแลยาหลายตัวที่ ผู้สูงอายุกินยาหลายตัว
  4. ถ้าผู้ป่วยกลืนยาลำบากหรือไม่ยอมกินยา ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร อย่าบดหรือแบ่งยาเองโดยไม่ถาม

เรื่องอาหารกับเวลาให้ยา อ่านต่อที่ พาร์กินสันห้ามกินอะไร กินโปรตีนกับยาอย่างไร

การดูแลที่บ้านเมื่อมีทั้งสองภาวะ

ผู้ป่วยที่มีทั้งปัญหาการเคลื่อนไหวและความคิด ต้องดูแลทั้งสองด้านพร้อมกัน แนวทางจาก MedlinePlus และ NIA

  • ป้องกันหกล้มเป็นเรื่องสำคัญ MedlinePlus แนะนำให้ติดราวจับทั่วบ้าน ใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น เก้าอี้นั่งอาบน้ำ ไม้เท้าหรือที่หัดเดิน และกายภาพบำบัดเพื่อลดความเสี่ยงหกล้ม อ่านเพิ่มที่ ผู้สูงอายุหกล้ม
  • ออกกำลังกายและเคลื่อนไหวเมื่อรู้สึกดี แต่ไม่หักโหมเมื่อเหนื่อย และพักระหว่างวัน (MedlinePlus)
  • ฝึกพูดและการกลืน MedlinePlus ระบุว่าการฝึกพูดช่วยปรับตัวกับปัญหาการกลืนและการพูด เพราะสำลักอาหารหรือน้ำลายเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้
  • จัดกิจวัตรให้ง่ายและคงที่ แบ่งงานเป็นขั้นสั้น ๆ ให้เวลาตอบ อย่าเร่ง
  • ดูแลท้องผูก ซึ่งพบบ่อยในพาร์กินสัน
  • ดูแลการนอน ถ้าละเมอแรงจนตกเตียงหรือทำร้ายคู่นอน ให้แจ้งแพทย์ และจัดพื้นที่รอบเตียงให้ปลอดภัย
  • ผู้ดูแลต้องได้พัก ผลัดเวรกับคนในบ้าน และเข้ากลุ่มช่วยเหลือ อ่านเพิ่มที่ ภาวะหมดไฟของผู้ดูแล และภาพรวมการดูแลที่ ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่บ้าน

เหตุฉุกเฉินที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง สับสนขึ้นมาทันทีหรือภาพหลอนแย่ลงกะทันหัน ซึมลงปลุกยาก มีไข้สูง กล้ามเนื้อแข็งทั้งตัว สำลักจนหายใจไม่ออก ขยับตัวไม่ได้ หรือหกล้มศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 เพราะภาวะสับสนเฉียบพลันอาจมาจากการติดเชื้อ ขาดน้ำ หรือยา และต้องได้รับการตรวจทันที

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่

ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยผู้ป่วยพาร์กินสันหรือสมองเสื่อมจากพาร์กินสัน ลดภาพหลอน ลดซึมเศร้า หรือชะลอความคิดที่ถดถอย ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช้แทนยาพาร์กินสัน ยาสมองเสื่อม หรือยาจิตเวช และห้ามหยุด ลด หรือเลื่อนยาเหล่านี้เพราะเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใด

ผู้ป่วยพาร์กินสันที่มีปัญหาความคิดมักใช้ยาหลายชนิด ให้แจ้งแพทย์และเภสัชกรก่อนเสมอว่ากินผลิตภัณฑ์นี้ ด้วยเหตุผลดังนี้

  • วิตามินบี 6: Linus Pauling Institute ระบุว่าบี 6 ขนาดสูงลดประสิทธิภาพของยาเลโวโดปาได้ ในแคปซูลมีบี 6 ราว 1.65 มก. (คำนวณ) ซึ่งใกล้ค่าแนะนำรายวัน ไม่ใช่ขนาดสูง แต่ต้องนับรวมกับวิตามินรวมหรือบีรวมที่กินอยู่ และให้แพทย์เป็นผู้พิจารณา
  • สารสกัดพรมมิ: ยังไม่พบงานในคนที่ศึกษาพรมมิร่วมกับยาสมองเสื่อมกลุ่ม cholinesterase inhibitors มีรายงานผู้ป่วย 1 รายที่ใช้ยากระตุ้นระบบโคลิเนอร์จิกแล้วเกิดเหงื่อออกมาก คลื่นไส้ ใจสั่น หลังกินอาหารเสริมที่มีพรมมิ (ยังไม่ยืนยันว่าเป็นสาเหตุ) และในหลอดทดลองพรมมิลดการทำงานของเอนไซม์ที่ใช้กำจัดยาหลายชนิด ผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อม ยาต้านโคลิเนอร์จิก หรือยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบโคลิเนอร์จิกอื่น ต้องแจ้งแพทย์ก่อน
  • สารสกัดใบแปะก๊วย: เป็นที่มาของคำเตือนเลือดแข็งตัวช้า ผู้ป่วยที่ทรงตัวไม่ดีและกะระยะผิดมีโอกาสหกล้ม ถ้าหกล้มศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และแจ้งว่ากินผลิตภัณฑ์นี้อยู่ ผู้ที่จะผ่าตัดหรือทำฟันต้องแจ้งแพทย์ล่วงหน้า
  • เห็ดหัวลิง: มีรายงานการแพ้รุนแรง

หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานวิจัยในคนยังน้อยและเล็ก งานในผู้สูงอายุญี่ปุ่นที่มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คน ใช้ผงเห็ดวันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานรวมในผู้ใหญ่สุขภาพดีพบผลเล็กเฉพาะบางด้าน โดยงานส่วนใหญ่ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (มากกว่าในแคปซูล 2 เท่า คำนวณ) ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก (หลักฐานคุณภาพต่ำมาก)
  • โคลีนราว 37 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — คิดเป็นราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมในคนขนาดสูงกว่านี้มากไม่พบผลต่อความจำ
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย และใบแปะก๊วยมีรายงานเรื่องเลือดออกและการชัก
  • วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — งาน VITACOG ที่พบผลบางด้านใช้บี 6 วันละ 20 มก. (มากกว่าราว 12 เท่า คำนวณ) ร่วมกับโฟลิก 0.8 มก. และบี 12 0.5 มก. และพบผลเฉพาะในผู้ที่มีค่าโฮโมซิสเทอีนในเลือดสูง ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มีโฟลิกและบี 12 ส่วนงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานของสมองด้านความคิด

ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยเรื่องพาร์กินสัน อารมณ์ หรือความจำ และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อมหรือพาร์กินสัน

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาพาร์กินสัน ยาสมองเสื่อม (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมมานทีน) ยาต้านซึมเศร้า หรือยารักษาโรคจิต: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง และต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
  • ผู้เป็นโรคไทรอยด์หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
  • ผู้ป่วยที่ลืมว่ากินอะไรไปแล้ว หรือกลืนลำบาก: ให้ผู้ดูแลเป็นคนจัดยาและอาหารเสริมทุกชนิด และถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืม อารมณ์ หรือการเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนไป

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ชัก สำลักจนหายใจไม่ออก หกล้มศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากผู้สูงอายุหรือผู้ดูแลมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง) · หากเครียดจนรับมือไม่ไหว โทรปรึกษา 1323 ได้เช่นกัน

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

โรคพาร์กินสันทำให้สมองเสื่อมไหม

ได้ในบางคน NIA ระบุว่าเมื่อโรคดำเนินไป ผู้ป่วยบางคนเกิดสมองเสื่อมจากพาร์กินสัน สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐอ้างงานวิจัยว่าเวลาเฉลี่ยจากเริ่มพาร์กินสันถึงสมองเสื่อมราว 10 ปี และงานใหญ่หนึ่งพบว่าราวสามในสี่ของผู้ที่เป็นนานเกิน 10 ปีเกิดสมองเสื่อม แต่แต่ละคนต่างกันมาก

ผู้ป่วยพาร์กินสันเห็นภาพหลอน เกิดจากอะไร

เกิดได้ทั้งจากตัวโรคและจากยา NINDS และ MedlinePlus ระบุว่ายาพาร์กินสันบางชนิดทำให้เห็นสิ่งที่ไม่มีจริงได้ และสมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าภาพหลอนทางตาพบบ่อยในสมองเสื่อมจากพาร์กินสัน ให้จดอาการแล้วแจ้งแพทย์ทันที ห้ามลดหรือหยุดยาเอง

สมองเสื่อมจากพาร์กินสันต่างจากลิววี่บอดี้อย่างไร

สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่า ถ้าสมองเสื่อมเกิดอย่างน้อย 1 ปีหลังเริ่มอาการพาร์กินสัน เรียกว่าสมองเสื่อมจากพาร์กินสัน ถ้าเกิดก่อน พร้อมกัน หรือภายใน 1 ปี เรียกว่าสมองเสื่อมชนิดลิววี่บอดี้ ทั้งสองโรคเกี่ยวข้องกับโปรตีนอัลฟาซินิวคลีนเหมือนกัน

ผู้ป่วยพาร์กินสันซึมเศร้า วิตกกังวล เป็นเรื่องปกติไหม

พบบ่อยและเป็นส่วนหนึ่งของโรค NINDS ระบุว่าอาจเกิดตั้งแต่ระยะแรก ก่อนมีปัญหาการเคลื่อนไหว และมีการรักษา เช่น ยาต้านซึมเศร้าที่แพทย์สั่ง ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323

ญาติปรับยาพาร์กินสันเองได้ไหม เมื่อผู้ป่วยสับสน

ไม่ได้ NIA เตือนว่าการหยุดยาเลโวโดปากะทันหันอาจมีผลข้างเคียงร้ายแรง เช่น ขยับตัวไม่ได้หรือหายใจลำบาก ให้จดอาการและแจ้งแพทย์ ถ้าสับสนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก หรือหายใจลำบาก ข้อใดข้อหนึ่ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท