บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

ผู้สูงอายุเหงา อยู่คนเดียว เสี่ยงสมองเสื่อมไหม แก้เหงาอย่างไร

คำตอบสั้น: สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติสหรัฐ (NIA) ระบุว่าการแยกตัวจากสังคมและความเหงาสัมพันธ์กับการทำงานของสมองด้านความคิดที่แย่ลงและความเสี่ยงสมองเสื่อมที่สูงขึ้น และแนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อมของไทย พ.ศ. 2563 ก็จัด "การมีสังคมน้อย" ไว้ในปัจจัยเสี่ยง แต่หลักฐานส่วนใหญ่เป็นงานสังเกต จึงบอกได้ว่าเกี่ยวข้องกัน ยังบอกไม่ได้ว่าเหงาแล้วจะเป็นสมองเสื่อมแน่ สิ่งที่ทำได้คือช่วยให้ผู้สูงอายุมีคนคุยและมีกิจกรรมที่มีความหมายทุกสัปดาห์ แก้ต้นเหตุที่ทำให้แยกตัว เช่น หูตึงหรือเดินลำบาก และสังเกตอาการซึมเศร้าที่มักมาพร้อมความเหงา

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • เหงา คือความรู้สึกทุกข์ใจที่รู้สึกโดดเดี่ยว ส่วน การแยกตัวทางสังคม คือมีคนติดต่อน้อย NIA ระบุว่าอยู่คนเดียวแต่ไม่เหงาก็ได้ และอยู่ท่ามกลางคนอื่นแต่เหงาก็ได้
  • WHO ระบุว่าการแยกตัวและความเหงาพบในผู้สูงอายุราวหนึ่งในสี่ และเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของปัญหาสุขภาพจิตในวัยสูงอายุ
  • NIA ระบุว่าคนที่เหงาหรือแยกตัวมีแนวโน้มนอนโรงพยาบาลนานกว่า กลับเข้าโรงพยาบาลบ่อยกว่า และเสียชีวิตเร็วกว่าคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดี
  • หูตึงเป็นต้นเหตุหนึ่งของการแยกตัว NIA ระบุว่าผู้ที่ฟังไม่ชัดอาจซึมเศร้าหรือแยกตัวจากผู้อื่น และบางครั้งถูกเข้าใจผิดว่าสับสน
  • วิธีที่มีแหล่งรองรับ ได้แก่ ติดต่อคนที่ไว้ใจทุกวัน ทำกิจกรรมกับผู้อื่น อาสาสมัคร ออกกำลังกายเป็นกลุ่ม และใช้วิดีโอคอล
  • ถ้าเหงาจนเศร้า สิ้นหวัง หรือพูดถึงความตาย ให้พาไปพบแพทย์ และถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323

การแยกตัวทางสังคมเป็นปัจจัยเสี่ยงสมองเสื่อมตามงานวิจัยอย่างไร

หลักฐานบอกว่า "เกี่ยวข้อง" มากกว่า "เป็นสาเหตุ" NIA สรุปว่าการแยกตัวทางสังคมและความเหงาอาจไม่ดีต่อสุขภาพสมอง โดยมีงานวิจัยที่พบความเชื่อมโยงกับการทำงานของสมองด้านความคิดที่แย่ลงและความเสี่ยงสมองเสื่อมที่สูงขึ้น

NIA อธิบายกลไกที่อาจเกี่ยวข้องไว้ดังนี้

  • ความเจ็บปวดทางใจกระตุ้นระบบความเครียดของร่างกายแบบเดียวกับความเจ็บปวดทางกาย ถ้าเป็นนาน อาจทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและภูมิคุ้มกันลดลง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรัง
  • คนที่เหงาหรือแยกตัวมีแนวโน้มเป็นซึมเศร้า ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคอื่นต่อ
  • การมีกิจกรรมทางสังคมน้อยและอยู่ลำพังบ่อย อาจทำให้กิจวัตรอย่างขับรถ จ่ายบิล กินยา และทำอาหาร ทำได้ยากขึ้น

ในทางกลับกัน ความสัมพันธ์ก็ไหลกลับได้ NIA ระบุว่าคนที่สุขภาพไม่ดีก็มีแนวโน้มแยกตัวมากขึ้นด้วย และในผู้ที่เริ่มมีสมองเสื่อม สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าการถอนตัวจากงานอดิเรกและสังคมเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือน เพราะผู้ป่วยเริ่มตามบทสนทนาไม่ทัน

ความหมายสำหรับลูกหลานคือ ถ้าพ่อแม่ที่เคยชอบไปวัด ไปตลาด กลับเงียบ ไม่อยากเจอใคร อย่าสรุปว่าเป็นนิสัยตอนแก่ ให้ดูว่ามีหลงลืม หูตึง เดินลำบาก หรือซึมเศร้าร่วมด้วยหรือไม่ แล้วพาไปตรวจ

ภาพรวมปัจจัยเสี่ยงสมองเสื่อมทั้งหมดอ่านได้ที่ สมองเสื่อมเกิดจากอะไร ปัจจัยเสี่ยงที่แก้ได้

เหงากับอยู่คนเดียวต่างกันอย่างไร

NIA แยกสองคำนี้ไว้ชัด

  • ความเหงา (loneliness) คือความรู้สึกทุกข์ใจว่าตัวเองโดดเดี่ยวหรือถูกแยกออกมา เป็นเรื่องของความรู้สึก
  • การแยกตัวทางสังคม (social isolation) คือการมีคนติดต่อน้อยและมีคนให้พูดคุยเป็นประจำน้อย เป็นเรื่องที่วัดได้จากภายนอก

คุณยายที่อยู่บ้านคนเดียวแต่มีเพื่อนบ้านแวะมาคุยทุกเช้า ไปชมรมทุกสัปดาห์ อาจไม่เหงาเลย ส่วนคุณตาที่อยู่กับลูกหลานเต็มบ้าน แต่ทุกคนก้มหน้าดูโทรศัพท์และไม่มีใครคุยด้วย อาจเหงามาก

NIA ระบุปัจจัยที่ทำให้ผู้สูงอายุเสี่ยงต่อการแยกตัวและความเหงา ได้แก่ การได้ยิน การมองเห็น และความจำที่ลดลง ความพิการ การเดินทางลำบาก และการสูญเสียคนในครอบครัวหรือเพื่อน รวมถึงการอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือเดินทางลำบาก

กิจกรรมคลายเหงาผู้สูงอายุ ชมรม วัด โรงเรียนผู้สูงอายุ

NIA แนะนำว่าคนที่ทำกิจกรรมที่มีความหมายและสร้างสรรค์ร่วมกับผู้อื่น จะรู้สึกมีเป้าหมาย และ WHO ระบุว่ากิจกรรมทางสังคมที่มีความหมายช่วยสุขภาพจิต ความพึงพอใจในชีวิต และคุณภาพชีวิต และลดอาการซึมเศร้าได้ ตัวอย่างที่ WHO ยกไว้คือ กิจกรรมผูกมิตร กลุ่มชุมชนและกลุ่มช่วยเหลือ กลุ่มศิลปะ และกิจกรรมการเรียนรู้หรือนันทนาการ

ในบริบทไทย กิจกรรมที่หาได้ใกล้บ้าน เช่น

  • ชมรมผู้สูงอายุ ของชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือโรงพยาบาลชุมชน
  • โรงเรียนผู้สูงอายุหรือศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ที่บางท้องถิ่นจัด สอบถามได้ที่เทศบาลหรือ อบต. ใกล้บ้าน
  • วัดและศาสนสถาน งานบุญ การปฏิบัติธรรม การช่วยงานวัด NIA ระบุว่าองค์กรศาสนาเป็นที่ที่ได้ทั้งความลึกซึ้งทางจิตใจและการพบปะผู้อื่น
  • อาสาสมัคร เช่น ช่วยงานโรงเรียน ห้องสมุด หรือกลุ่มอาสาในชุมชน NIA ระบุว่าการช่วยเหลือผู้อื่นทำให้เหงาน้อยลงและรู้สึกมีเป้าหมาย
  • ออกกำลังกายเป็นกลุ่ม เช่น เดินกับเพื่อน รำไม้พลอง รำไทเก็ก NIA แนะนำผู้ใหญ่ให้ออกกำลังระดับปานกลางรวมอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ อ่านเพิ่มที่ รำไทเก็กช่วยอะไร
  • งานอดิเรกเดิมที่เลิกไป เช่น ปลูกต้นไม้ ทำขนม เย็บผ้า ร้องเพลง หรือเรียนสิ่งใหม่

เคล็ดลับคือเริ่มเล็ก และมีคนพาไปครั้งแรก ผู้สูงอายุหลายคนอยากไปแต่ไม่กล้าเข้ากลุ่มใหม่คนเดียว ลูกหลานหรือเพื่อนบ้านที่พาไปสองสามครั้งแรกช่วยได้มาก

ใช้โทรศัพท์และวิดีโอคอลอย่างไรให้ได้ผล

NIA แนะนำให้กำหนดเวลาทุกวันเพื่อติดต่อครอบครัว เพื่อน และเพื่อนบ้าน ทั้งเจอหน้า โทร ส่งข้อความ หรือใช้วิดีโอคอลและลำโพงอัจฉริยะ ถ้าไม่ถนัดเทคโนโลยี ให้หาคลาสสอนใช้ที่ห้องสมุดหรือศูนย์ชุมชน

วิธีทำให้การโทรได้ผลจริง

  1. โทรเวลาเดิมทุกวัน เช่น หลังข่าวเย็น ผู้สูงอายุจะมีสิ่งให้รอคอย
  2. ตั้งโทรศัพท์ให้ง่าย ขยายตัวอักษร เพิ่มเสียง ตั้งปุ่มโทรด่วนหาลูก และปักหมุดกลุ่มไลน์ครอบครัวไว้หน้าแรก
  3. ใช้วิดีโอคอลแทนเสียงอย่างเดียว ถ้าผู้สูงอายุหูตึง เพราะการเห็นหน้าช่วยอ่านริมฝีปากและสีหน้า
  4. ชวนทำอะไรด้วยกัน ไม่ใช่แค่ถามว่า "กินข้าวหรือยัง" เช่น ให้สอนสูตรกับข้าว เล่าเรื่องเก่า ดูรูปเก่าด้วยกัน
  5. ใช้วิดีโอคอลเป็นโอกาสสังเกตสุขภาพ ดูว่าบ้านรก กินข้าวน้อย ใส่เสื้อผ้าเดิมซ้ำ หรือพูดสับสนหรือไม่

ระวังมิจฉาชีพที่มักเล็งผู้สูงอายุที่เหงา ตกลงกันในครอบครัวว่าเรื่องเงินต้องโทรถามลูกก่อนเสมอ

หูตึงทำให้แยกตัว แก้ที่ต้นเหตุ

NIA อธิบายว่าผู้สูงอายุที่ได้ยินไม่ชัดอาจซึมเศร้าหรือแยกตัว เพราะรู้สึกหงุดหงิดหรืออายที่ไม่เข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูด และบางครั้งถูกเข้าใจผิดว่าสับสน ไม่ตอบสนอง หรือไม่ให้ความร่วมมือ ทั้งที่จริงแค่ไม่ได้ยิน

ปัญหาการได้ยินที่ปล่อยไว้มักแย่ลง NIA แนะนำให้พบแพทย์ และระบุว่าเครื่องช่วยฟัง การฝึก ยาบางชนิด และการผ่าตัด เป็นวิธีที่อาจช่วยได้ตามสาเหตุ

ต้นเหตุอื่นที่แก้ได้เช่นกัน คือสายตาไม่ดี (ตรวจตาหรือผ่าต้อกระจกตามแพทย์แนะนำ) ฟันไม่ดีจนอายไม่กล้าพูด และเดินลำบากจนไม่กล้าออกจากบ้าน

ลูกหลานที่อยู่ไกลช่วยอะไรได้

ลูกจำนวนมากทำงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ระยะทางไม่ได้แปลว่าช่วยไม่ได้ สิ่งที่ทำได้จากที่ไกล

  • สร้างเครือข่ายรอบตัวพ่อแม่ แลกเบอร์โทรกับเพื่อนบ้านที่ไว้ใจ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และญาติที่อยู่ใกล้ ขอให้แวะดูเป็นระยะ
  • นัดกลับบ้านล่วงหน้าเป็นช่วง ๆ ให้พ่อแม่มีวันที่รอคอย และใช้วันนั้นพาไปตรวจสุขภาพ
  • ส่งจดหมาย การ์ด รูปหลาน NIA ระบุว่าการส่งจดหมายหรือการ์ดก็เป็นวิธีรักษามิตรภาพ
  • สมัครกิจกรรมให้ หาชมรมหรือกลุ่มใกล้บ้าน แล้วขอให้คนในพื้นที่พาไปครั้งแรก
  • ชวนเลี้ยงสัตว์ ถ้าดูแลไหว NIA ระบุว่าสัตว์เลี้ยงอาจช่วยให้สบายใจและลดความเครียด ทั้งนี้ต้องดูว่าพ่อแม่ดูแลสัตว์ไหวจริง
  • ตกลงสัญญาณขอความช่วยเหลือ เช่น ถ้าไม่ตอบไลน์ตามเวลา ให้เพื่อนบ้านไปเคาะประตู

อย่าใช้เวลาโทรแต่ละครั้งไปกับการบ่นเรื่องสุขภาพหรือสั่งให้ทำนั่นนี่ ผู้สูงอายุหลายคนเลี่ยงการโทรเพราะกลัวถูกดุ ให้ฟังมากกว่าพูด

การวางระบบความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ลำพังอ่านได้ที่ ผู้สูงอายุอยู่บ้านคนเดียว

เมื่อความเหงากลายเป็นซึมเศร้า ต้องพาไปพบแพทย์

ความเหงาที่นานเข้าอาจกลายเป็นซึมเศร้า WHO ระบุว่าภาวะซึมเศร้าและโรควิตกกังวลพบบ่อยในผู้สูงอายุ และ MedlinePlus ระบุว่าอาการซึมเศร้าในผู้สูงอายุอาจถูกมองว่าเป็นความชรา ญาติควรสังเกตเป็นพิเศษในผู้ที่อยู่ลำพัง

พาไปพบแพทย์ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง

  • เศร้า เบื่อ ไม่อยากทำอะไรที่เคยชอบเกือบทุกวัน
  • กินน้อย น้ำหนักลด นอนไม่หลับหรือนอนทั้งวัน
  • บอกว่าตัวเองเป็นภาระ ไม่มีใครต้องการ
  • เริ่มหลงลืม ถามซ้ำ หรือดูแลตัวเองไม่ได้เหมือนเดิม

NIA แนะนำให้บอกแพทย์ตรง ๆ ว่ารู้สึกเหงาหรือแยกตัวบ่อย และเล่าเหตุการณ์สำคัญในชีวิต เช่น การสูญเสียคู่ชีวิต เพื่อให้แพทย์เข้าใจภาพรวม อ่านสัญญาณเพิ่มที่ ผู้สูงอายุซึมเศร้า

ถ้าผู้สูงอายุพูดว่าอยากตาย หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ซึ่งโทรได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่

ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยลดความเหงา อาการซึมเศร้า หรือความเสี่ยงสมองเสื่อมจากการแยกตัว สิ่งที่มีแหล่งรองรับคือการเชื่อมต่อกับผู้คน กิจกรรมที่มีความหมาย และการแก้ต้นเหตุอย่างหูตึงตามบทความนี้

เรื่องเลือดออกที่ต้องรู้: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ซึ่งมาจากสารสกัดใบแปะก๊วย ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด และผู้ที่จะผ่าตัดหรือทำฟัน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานวิจัยในคนยังน้อยและเล็ก งานในผู้สูงอายุญี่ปุ่นที่มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คน ใช้ผงเห็ดวันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานรวมในผู้ใหญ่สุขภาพดีพบผลเล็กเฉพาะบางด้าน โดยงานส่วนใหญ่ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (มากกว่าในแคปซูล 2 เท่า คำนวณ) ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก (หลักฐานคุณภาพต่ำมาก)
  • โคลีนราว 37 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — คิดเป็นราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมในคนขนาดสูงกว่านี้มากไม่พบผลต่อความจำ
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย และใบแปะก๊วยมีรายงานเรื่องเลือดออกและการชัก
  • วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ที่พบผลบางด้านใช้บี 6 วันละ 20 มก. (มากกว่าราว 12 เท่า คำนวณ) ร่วมกับโฟลิก 0.8 มก. และบี 12 0.5 มก. และพบผลเฉพาะในผู้ที่มีค่าโฮโมซิสเทอีนในเลือดสูง ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มีโฟลิกและบี 12 ส่วนงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานของสมองด้านความคิด

ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยเรื่องอารมณ์ ความเหงา หรือความจำ และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาต้านซึมเศร้า ยานอนหลับ หรือยาจิตเวช: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง และต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
  • ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
  • ผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวและลืมว่ากินอะไรไปแล้ว: ให้ลูกหลานหรือผู้ดูแลช่วยจัดยาและอาหารเสริมทุกชนิด

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืม อารมณ์ หรือการเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนไป

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ชัก สำลักจนหายใจไม่ออก หกล้มศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากผู้สูงอายุหรือผู้ดูแลมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง) · หากเครียดจนรับมือไม่ไหว โทรปรึกษา 1323 ได้เช่นกัน

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

ผู้สูงอายุเหงา เสี่ยงสมองเสื่อมจริงไหม

NIA ระบุว่าการแยกตัวทางสังคมและความเหงาสัมพันธ์กับการทำงานของสมองด้านความคิดที่แย่ลงและความเสี่ยงสมองเสื่อมที่สูงขึ้น และแนวทางเวชปฏิบัติไทย พ.ศ. 2563 จัดการมีสังคมน้อยไว้ในปัจจัยเสี่ยง แต่หลักฐานส่วนใหญ่เป็นงานสังเกต จึงบอกได้ว่าเกี่ยวข้อง ยังบอกไม่ได้ว่าเหงาแล้วจะเป็นแน่

เหงากับอยู่คนเดียวต่างกันอย่างไร

NIA อธิบายว่าความเหงาคือความรู้สึกทุกข์ใจว่าโดดเดี่ยว ส่วนการแยกตัวทางสังคมคือการมีคนติดต่อน้อย อยู่คนเดียวแต่ไม่เหงาก็ได้ และอยู่กับคนอื่นแต่เหงาก็ได้

กิจกรรมคลายเหงาผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง

เช่น ชมรมผู้สูงอายุ กิจกรรมวัด อาสาสมัคร ออกกำลังกายเป็นกลุ่ม งานอดิเรกเดิม และการเรียนสิ่งใหม่ NIA และ WHO ระบุว่ากิจกรรมที่มีความหมายร่วมกับผู้อื่นช่วยให้รู้สึกมีเป้าหมายและดีต่อสุขภาพจิต การมีคนพาไปครั้งแรกช่วยให้เริ่มได้ง่ายขึ้น

หูตึงทำให้ผู้สูงอายุเก็บตัวได้ไหม

ได้ NIA ระบุว่าผู้ที่ได้ยินไม่ชัดอาจซึมเศร้าหรือแยกตัวเพราะหงุดหงิดหรืออายที่ฟังไม่เข้าใจ และบางครั้งถูกเข้าใจผิดว่าสับสน ควรพาไปตรวจการได้ยินและรักษาตามสาเหตุ

ลูกที่อยู่ไกลช่วยพ่อแม่ที่เหงาได้อย่างไร

โทรหรือวิดีโอคอลเวลาเดิมทุกวัน สร้างเครือข่ายเพื่อนบ้านและ อสม. ที่แวะดูได้ หากิจกรรมใกล้บ้านและให้คนในพื้นที่พาไปครั้งแรก และสังเกตอาการซึมเศร้าหรือหลงลืมระหว่างคุย ถ้าพ่อแม่มีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท