บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

MCI ภาวะสมองเสื่อมระยะเริ่มต้น คืออะไร จะเป็นอัลไซเมอร์ทุกคนไหม

คำตอบสั้น: MCI (Mild Cognitive Impairment) หรือ ภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย คือภาวะที่ความจำหรือการคิดบกพร่องมากกว่าคนวัยเดียวกันและการศึกษาระดับเดียวกัน ตรวจพบได้จากแบบทดสอบ แต่ยังดูแลตัวเองและทำกิจวัตรได้ ไม่สูญเสียหน้าที่การงานหรือการเข้าสังคมชัดเจนเหมือนสมองเสื่อม คนที่เป็น MCI มีความเสี่ยงเป็นอัลไซเมอร์สูงกว่าคนทั่วไป แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเป็น สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติสหรัฐ (NIA) ระบุว่าบางคนกลับมาเป็นปกติได้ สิ่งสำคัญคือตรวจหาสาเหตุที่แก้ได้ และติดตามกับแพทย์สม่ำเสมอ

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ขี้ลืมตามวัย: ลืมแล้วนึกออกทีหลัง ไม่กระทบชีวิต · MCI: ลืมมากกว่าคนวัยเดียวกัน ตรวจพบความบกพร่อง แต่ยังใช้ชีวิตได้ · สมองเสื่อม: กระทบการทำกิจวัตร การงาน และการเข้าสังคม
  • แนวทางเวชปฏิบัติไทยระบุว่า คนเป็น MCI ส่วนใหญ่รู้ตัว ส่วนผู้ป่วยสมองเสื่อมส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว
  • โอกาสที่ MCI จะกลายเป็นสมองเสื่อม แหล่งข้อมูลที่เราตรวจไม่ได้ให้ตัวเลขต่อปี ระบุเพียงว่าเสี่ยงสูงขึ้นแต่ไม่ใช่ทุกคน และบางคนกลับเป็นปกติ
  • MCI บางส่วนมาจากเหตุที่แก้ได้ เช่น ยา ซึมเศร้า ปัญหาการนอน ไทรอยด์ ขาดวิตามินบี 12
  • MedlinePlus ระบุว่า ยังไม่มียาที่พิสูจน์แล้วสำหรับ MCI และแนะนำพบแพทย์ทุก 6–12 เดือน
  • สิ่งที่มีหลักฐานรองรับคือแก้ปัจจัยที่แก้ได้ เลี่ยงยาที่ทำให้สมองตื้อ ออกกำลังกาย คุมโรคประจำตัว ดูแลการได้ยิน และติดตามอาการ

MCI ต่างจากขี้ลืมตามวัยและสมองเสื่อมอย่างไร

แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม ฉบับสมบูรณ์ 2563 ของสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ให้นิยามว่า MCI คือผู้ที่มีปัญหาด้านปริชาน ร่วมกับตรวจการทำงานของปริชานแล้วพบว่าบกพร่อง แต่ไม่ทำให้สูญเสียหน้าที่การทำงานหรือการเข้าสังคมอย่างชัดเจน และความบกพร่องนั้นมากกว่าคนปกติวัยเดียวกันที่มีการศึกษาระดับเท่ากัน ส่วน ภาวะสมองเสื่อม คือการถดถอยจนกระทบการประกอบกิจวัตรประจำวัน การทำงาน และการเข้าสังคม

เทียบให้เห็นภาพ

  • ขี้ลืมตามวัย: NIA ยกตัวอย่างว่าบางครั้งนึกคำไม่ออก ลืมวันแล้วนึกออกทีหลัง ทำของหายบางครั้ง
  • MCI: MedlinePlus ยกตัวอย่างว่าทำของหายบ่อย ลืมไปงานหรือนัดหมาย นึกคำยากกว่าคนวัยเดียวกัน แต่ยังดูแลตัวเองและทำกิจกรรมตามปกติได้ NIA ระบุเพิ่มว่าปัญหาการเคลื่อนไหวและการรับกลิ่นก็มีรายงานว่าสัมพันธ์กับ MCI
  • สมองเสื่อม: ถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ หลงทางในที่คุ้นเคย จัดการบิลหรือเงินไม่ได้ สับสนวันเวลา สถานที่ และคน

ใน Global Deterioration Scale ซึ่งแนวทางเวชปฏิบัติไทยใช้แบ่งระยะ 7 ระยะ ระยะ 2 คือขี้ลืมตามวัย และระยะ 3 คือ MCI ก่อนเข้าสู่ภาวะสมองเสื่อมระดับไม่รุนแรงในระยะ 4

ข้อสังเกตจากแนวทางไทย: คนเป็น MCI ส่วนใหญ่รู้ตัวว่าความจำแย่ลง ส่วนผู้ป่วยสมองเสื่อมส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว และกิจวัตรที่ต้องใช้อุปกรณ์ เช่น ใช้โทรศัพท์ ทำอาหาร จัดการเงิน จัดยา จะเสียตั้งแต่สมองเสื่อมระยะแรก อ่านความต่างเพิ่มที่ ขี้ลืมเกิดจากอะไร และ สัญญาณเตือนสมองเสื่อมระยะแรก

MCI คือสมองเสื่อมระยะเริ่มต้นใช่ไหม

คำว่า "สมองเสื่อมระยะเริ่มต้น" ที่คนค้นกันมักหมายถึง MCI แต่ในทางการแพทย์ MCI ยังไม่ใช่ภาวะสมองเสื่อม เพราะยังไม่กระทบการใช้ชีวิตชัดเจน MCI เป็นภาวะที่อาจเป็นสัญญาณแรกของอัลไซเมอร์ได้ แต่ก็อาจมาจากสาเหตุอื่นหรือคงที่ไปนาน การเรียกให้ถูกช่วยไม่ให้ครอบครัวตกใจเกินเหตุ และไม่ประมาทเกินไป

แพทย์ใช้เกณฑ์อะไรวินิจฉัย MCI

จากนิยามในแนวทางเวชปฏิบัติไทย แพทย์จะดู 3 ส่วนหลัก

  1. มีปัญหาด้านปริชาน ซึ่งตัวผู้ป่วยหรือคนใกล้ชิดสังเกตเห็น
  2. ตรวจพบความบกพร่องจริง เมื่อเทียบกับคนวัยเดียวกันและการศึกษาเท่ากัน แนวทางระบุว่า MoCA ช่วยคัดกรอง MCI ได้ดี และมี MoCA-B สำหรับผู้ที่เรียนน้อยกว่า ป.4 หรืออ่านไม่ออก
  3. ยังทำกิจวัตรและเข้าสังคมได้ ไม่สูญเสียหน้าที่ชัดเจนเหมือนสมองเสื่อม

นอกจากนี้แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย ประเมินซึมเศร้า ตรวจเลือดหาสาเหตุที่แก้ได้ และอาจสแกนสมอง อ่านเรื่องแบบทดสอบได้ที่ แบบทดสอบสมองเสื่อม MMSE TMSE MoCA ต่างกันอย่างไร

MCI จะกลายเป็นอัลไซเมอร์ทุกคนไหม โอกาสต่อปีเท่าไร

ไม่ใช่ทุกคน NIA เขียนไว้ชัดว่าผู้สูงอายุที่เป็น MCI มีความเสี่ยงเป็นอัลไซเมอร์สูงขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเป็น และบางคนอาจกลับมามีปริชานปกติได้ MedlinePlus ก็ระบุว่า MCI อาจเป็นสัญญาณแรกของอัลไซเมอร์ จึงสำคัญที่ต้องพบแพทย์เป็นระยะ

เรื่องอัตราต่อปี: ในแหล่งข้อมูลทางการที่เราตรวจ ทั้งแนวทางเวชปฏิบัติไทย MedlinePlus และ NIA ไม่มีการระบุตัวเลขร้อยละต่อปีที่ MCI จะกลายเป็นสมองเสื่อม เราจึงไม่ยกตัวเลข ตัวเลขที่พบตามสื่อต่าง ๆ มักมาจากงานวิจัยที่กลุ่มตัวอย่างต่างกัน และไม่ควรนำมาใช้ทำนายรายบุคคล

สิ่งที่แนวทางไทยกล่าวถึงคือ ตัวช่วยประเมินความเสี่ยงเฉพาะทาง เช่น ผู้ป่วย MCI ที่ MRI พบการฝ่อของสมองส่วนขมับด้านในในระดับที่กำหนด มีความสัมพันธ์กับการกลายเป็นอัลไซเมอร์ และการตรวจ PET บางชนิดใช้ทำนายได้ในผู้เชี่ยวชาญ แต่แนวทางไม่แนะนำการวัดปริมาตรสมองแบบละเอียดเป็นประจำในไทย การตรวจเหล่านี้แพทย์จะพิจารณาเป็นราย ๆ อ่านเพิ่มที่ CT scan สมองกับ MRI ต่างกันอย่างไร

สาเหตุของ MCI ที่แก้ได้

MedlinePlus ระบุว่าปัญหาความจำอาจมาจากสาเหตุอื่น เช่น ยาบางชนิดและโรคของหลอดเลือดที่เลี้ยงสมอง ซึ่งบางส่วนจัดการหรือย้อนกลับได้ แนวทางเวชปฏิบัติไทย (ตาราง 8) ให้น้ำหนักคำแนะนำระดับ I ว่า ผู้ป่วย MCI ควรหลีกเลี่ยงยาที่ทำให้ปริชานบกพร่อง และแก้ไขปัจจัยที่แก้ได้ ได้แก่ ยา โรคทางกาย การนอนผิดปกติ และซึมเศร้า

ตัวอย่างที่ควรให้แพทย์ตรวจ

  • ยา: แนวทางไทยระบุยาที่ควรหลีกเลี่ยงในผู้สูงอายุ เช่น ยาแก้แพ้รุ่นแรก ยาต้านซึมเศร้าบางกลุ่ม ยาคลายกล้ามเนื้อบางตัว รวมถึงยานอนหลับและยากล่อมประสาท ห้ามหยุดยาเอง ให้นำยาทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวน
  • ซึมเศร้าและวิตกกังวล: ทำให้สมาธิและความจำแย่ลงได้ ดูสัญญาณที่ ซึมเศร้าในผู้สูงอายุ
  • การนอน: แนวทางไทยระบุว่าภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นสาเหตุปัญหาการนอนที่ต้องประเมิน ถ้านอนกรนดังหรือง่วงกลางวันมาก ให้บอกแพทย์
  • ไทรอยด์ ขาดวิตามินบี 12 โรคตับ ไต: ตรวจได้ด้วยเลือด
  • โรคหลอดเลือดสมองและปัจจัยเสี่ยง: ความดันสูง เบาหวาน ไขมันสูง
  • การได้ยิน: แนวทางไทยระบุว่าการได้ยินผิดปกติเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่ง
  • สุรา: การดื่มเกินเป็นสาเหตุที่แก้ได้ในตารางของแนวทางไทย

หลังรู้ว่าเป็น MCI มีอะไรที่มีหลักฐานว่าควรทำ

1. ไม่ต้องรีบหายา แต่ต้องคุยกับแพทย์ MedlinePlus ระบุว่ายังไม่มียาที่พิสูจน์แล้วสำหรับ MCI แนวทางเวชปฏิบัติไทย (ตาราง 9) จัดให้ยาโดเนเพซิลใน MCI อยู่ในกลุ่ม "ไม่น่าทำ" และยาหลายตัว เช่น กาแลนตามีน ริวาสติกมีน เมแมนทีน วิตามินอี และน้ำมันปลา อยู่ในกลุ่ม "ไม่ควรทำ" ส่วนสารสกัดใบแปะก๊วยและวิตามินบีรวมอยู่ในกลุ่มที่ไม่แนะนำและไม่คัดค้าน และระบุว่าสมุนไพรเดี่ยวหรือตำรับยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจน ถ้าแพทย์สั่งยาใดอยู่แล้ว ห้ามหยุดหรือปรับเอง

2. ยาแอนติบอดีชนิดใหม่ ใช้เฉพาะบางกรณี NIA ระบุว่ายาเลคาเนแมบและโดนาเนแมบได้รับอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐสำหรับ MCI ที่มาจากอัลไซเมอร์หรืออัลไซเมอร์ระยะต้น ก่อนสั่งยาแพทย์อาจตรวจ PET หรือน้ำไขสันหลังเพื่อดูอะไมลอยด์ และยามีผลข้างเคียงที่อาจรุนแรง สถานะในไทยให้ถามแพทย์ อ่านเพิ่มที่ ยาอัลไซเมอร์ตัวใหม่ Lecanemab

3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แนวทางไทยยกตัวอย่างการออกกำลังอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที เช่น เดินเร็ว รำมวยจีน ปรับตามสภาพร่างกายและคำแนะนำของแพทย์

4. ดูแลหลายด้านพร้อมกัน งาน FINGER ในผู้สูงอายุ 1,260 คน อายุ 60–77 ปีที่มีความเสี่ยง ให้ดูแลพร้อมกันทั้งอาหาร ออกกำลังกาย ฝึกสมอง และคุมปัจจัยเสี่ยงหลอดเลือด 2 ปี พบว่าคะแนนปริชานรวมดีกว่ากลุ่มควบคุม แต่ผลต่างมีขนาดเล็ก และงานนี้ไม่ได้ทำเฉพาะในผู้ที่เป็น MCI

5. ตรวจการได้ยินและใช้เครื่องช่วยฟังตามที่แพทย์แนะนำ งานทดลอง ACHIEVE ในผู้สูงอายุ 977 คน พบว่าผลรวมต่อการถดถอยของปริชานไม่ต่างจากกลุ่มควบคุม แต่การวิเคราะห์ที่วางแผนไว้ก่อนพบว่าอาจช่วยในกลุ่มที่เสี่ยงสูง การรักษาการได้ยินจึงควรทำ ส่วนผลต่อความจำยังไม่ชัด

6. คุมโรคประจำตัวและพบปะผู้คน WHO แนะนำการไม่สูบบุหรี่ เลี่ยงสุราในระดับอันตราย อาหารสมดุล ทำกิจกรรมทางสังคมและใช้สมอง คุมความดัน น้ำตาล และไขมัน อ่านเพิ่มที่ ดูแลสมองวัย 50+ และ สมองเสื่อมเกิดจากอะไร ปัจจัยเสี่ยง

7. วางแผนล่วงหน้าขณะยังตัดสินใจได้ดี NIA ระบุว่าการวินิจฉัยเร็วช่วยให้ครอบครัววางแผนเรื่องการเงิน กฎหมาย และความปลอดภัย ถ้ามีคำถามเรื่องกฎหมาย ให้ปรึกษานักกฎหมาย

ระวังสินค้าที่สัญญาว่าช่วยความจำ NIA เตือนว่ายาเม็ด อาหารเสริม หรือเกมฝึกสมองที่อ้างว่าช่วยความจำหรือป้องกันโรคสมอง อาจไม่ปลอดภัย เสียเงินเปล่า หรือทั้งสองอย่าง และอาจรบกวนการรักษาอื่น ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ควรติดตามประเมินบ่อยแค่ไหน

MedlinePlus แนะนำให้ผู้ที่เป็น MCI พบแพทย์ทุก 6–12 เดือน เพราะ MCI อาจเป็นสัญญาณแรกของอัลไซเมอร์ แพทย์จะดูว่าความจำหรือการคิดเปลี่ยนไปตามเวลาหรือไม่ NIA ก็แนะนำให้ผู้ที่มีปัญหาความจำนัดตรวจติดตามทุก 6–12 เดือนเช่นกัน

ไม่ต้องรอถึงนัดถ้าเห็นการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เช่น เริ่มทำกิจวัตรที่เคยทำได้ไม่ได้ จัดยาหรือจัดการเงินผิดพลาด หลงทาง ขับรถเสี่ยงอันตราย หรือบุคลิกเปลี่ยน ให้นัดพบแพทย์เร็วขึ้น

ส่วนอาการต่อไปนี้ข้อใดข้อหนึ่ง สับสนหรือซึมลงอย่างรวดเร็ว พูดไม่รู้เรื่องทันที หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง หรือหกล้มศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

บทความนี้ไม่ได้แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ใดสำหรับ MCI ข้อมูลด้านล่างให้ไว้เพื่อความโปร่งใสสำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ของเรา

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด ผลิตภายใต้ระบบ GHPs HACCP ISO 9001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (ให้โคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (ให้วิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนประกอบอื่น: เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ

งานวิจัยของส่วนประกอบที่ทำในผู้มีปริชานบกพร่องเล็กน้อย (MCI) หรือใกล้เคียง เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูล

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานทดลองในผู้มี MCI ชาวญี่ปุ่นอายุ 50–80 ปี 30 คน (Mori 2009) ใช้เห็ดผงแห้งวันละ 3,000 มก. นาน 16 สัปดาห์ มากกว่าในแคปซูลราว 12 เท่า (คำนวณ) คะแนนสูงกว่ากลุ่มยาหลอกระหว่างกิน แต่คะแนนลดลงหลังหยุดกิน 4 สัปดาห์ เป็นงานเล็ก ผู้วิจัยหลักสังกัดบริษัทผู้ผลิตเห็ด ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานในผู้มี MCI 62 คน (Delfan 2024) ใช้สารสกัด 160 มก. นาน 2 เดือน บทคัดย่อรายงานผลคะแนน MoCA รวมขัดกันเอง จึงสรุปผลไม่ได้ ส่วนงานในคนสุขภาพดีที่พบผลเล็กบางด้านใช้วันละ 300 มก. ขึ้นไป (มากกว่าในแคปซูล 2 เท่า คำนวณ) และในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ไม่พบความต่างจากยาหลอก (หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำมาก) ฉลากไม่ระบุปริมาณสารบาโคไซด์
  • โคลีนราว 37 มก. (คำนวณ) — ราวร้อยละ 7–9 ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้ต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองโคลีนเสริมกับความจำในคน ทั้งขนาด 2–2.5 กรัมในคนหนุ่มสาวและในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ผลเป็นกลางหรือผลลบ
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 75 ปีขึ้นไป 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า (คำนวณ) ติดตามเฉลี่ย 6.1 ปี ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย และแนวทางเวชปฏิบัติไทยจัดแปะก๊วยใน MCI ไว้ในกลุ่มไม่แนะนำและไม่คัดค้าน แปะก๊วยคือที่มาของคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้า
  • วิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — งาน VITACOG ในผู้สูงอายุที่มี MCI 271 คน ใช้บี 6 วันละ 20 มก. (มากกว่าราว 12 เท่า คำนวณ) ร่วมกับกรดโฟลิก 0.8 มก. และบี 12 0.5 มก. นาน 2 ปี พบว่าสมองฝ่อช้ากว่ายาหลอก และเห็นผลชัดเฉพาะคนที่โฮโมซิสเทอีนสูง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีโฟลิกและบี 12 ส่วนการวิเคราะห์รวม 11 งานราว 22,000 คน (Clarke 2014) ไม่พบผลต่อปริชาน

ต้องบอกตรง ๆ ว่ายังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยความจำในผู้ที่เป็น MCI ไม่มีหลักฐานว่าทำให้ MCI กลับเป็นปกติ และไม่มีหลักฐานว่าชะลอหรือป้องกันไม่ให้ MCI กลายเป็นสมองเสื่อม ห้ามนำผลงานวิจัยของแต่ละสารมารวมกันแล้วสรุปว่าสูตรรวมได้ผล ผู้ที่เป็น MCI ควรติดตามกับแพทย์ตามนัด และแจ้งแพทย์ก่อนเริ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือผู้ที่จะผ่าตัดหรือทำฟัน: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนเพซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมแมนทีน) หรือยาแอนติบอดีชนิดใหม่: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง และไม่มีงานในคนเรื่องการใช้ร่วมกับพรมมิ ต้องแจ้งแพทย์
  • ผู้มีประวัติชักหรือใช้ยากันชัก และผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาหลายชนิด หรือมีโรคไทรอยด์: พรมมิมีข้อมูลเรื่องยาตีกันในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง ควรให้เภสัชกรตรวจรายการยา
  • ผู้ที่แพ้เห็ด หรือเคยแพ้อาหารหรือสมุนไพร: มีรายงานแพ้เห็ดหัวลิงรุนแรง
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือวิตามินบีรวมอยู่แล้ว: นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
  • ท้องไส้ไม่สบายหรือถ่ายบ่อย: มีรายงานกับพรมมิและเห็ดหัวลิง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล คะแนนแบบทดสอบใด ๆ เป็นเพียงการคัดกรอง การวินิจฉัยต้องทำโดยแพทย์

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากผู้สูงอายุมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือซึมลงอย่างรวดเร็ว ปลุกตื่นยาก หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงทันที พูดไม่ชัด เดินเซหรือทรงตัวไม่ได้ทันที ตามัวหรือมองเห็นภาพซ้อนทันที หกล้มศีรษะกระแทก หรือพูดถึงการทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · ต้องการคนรับฟังเรื่องความเครียดหรือซึมเศร้า โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

MCI อาการเป็นอย่างไร

MedlinePlus ยกตัวอย่างว่าทำของหายบ่อย ลืมไปงานหรือนัดหมาย และนึกคำยากกว่าคนวัยเดียวกัน แต่ยังดูแลตัวเองและทำกิจกรรมตามปกติได้ แนวทางเวชปฏิบัติไทยระบุว่าคนเป็น MCI ส่วนใหญ่รู้ตัวว่าความจำแย่ลง

MCI หายได้ไหม

NIA ระบุว่าผู้ที่เป็น MCI เสี่ยงเป็นอัลไซเมอร์สูงขึ้นแต่ไม่ใช่ทุกคน และบางคนอาจกลับมามีปริชานปกติได้ แพทย์จึงต้องหาสาเหตุที่แก้ได้ เช่น ผลข้างเคียงยา ซึมเศร้า ปัญหาการนอน หรือโรคทางกาย และติดตามอาการ MedlinePlus แนะนำให้พบแพทย์ทุก 6–12 เดือน

MCI กลายเป็นอัลไซเมอร์กี่เปอร์เซ็นต์

แหล่งข้อมูลทางการที่เราตรวจ ได้แก่ แนวทางเวชปฏิบัติไทย MedlinePlus และ NIA ไม่ได้ระบุตัวเลขร้อยละต่อปี ระบุเพียงว่าผู้ที่เป็น MCI เสี่ยงสูงขึ้นแต่ไม่ใช่ทุกคนจะเป็น ความเสี่ยงของแต่ละคนให้แพทย์ประเมินจากอาการและผลตรวจ

เป็น MCI ต้องกินยาไหม

MedlinePlus ระบุว่ายังไม่มียาที่พิสูจน์แล้วสำหรับ MCI แนวทางเวชปฏิบัติไทยจัดให้ยาสมองเสื่อมหลายตัวใน MCI อยู่ในกลุ่มไม่น่าทำหรือไม่ควรทำ แต่ถ้าแพทย์สั่งยาใดไว้ด้วยเหตุผลเฉพาะ ห้ามหยุดหรือปรับเอง ควรคุยกับแพทย์ที่ดูแล

MCI ต่างจากอัลไซเมอร์อย่างไร

MCI คือภาวะที่ความจำหรือการคิดบกพร่องมากกว่าคนวัยเดียวกัน แต่ยังใช้ชีวิตได้ ส่วนอัลไซเมอร์เป็นโรคที่เป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะสมองเสื่อม ซึ่งกระทบกิจวัตร การงาน และการเข้าสังคม MCI บางรายเป็นระยะแรกของอัลไซเมอร์ แต่บางรายมาจากสาเหตุอื่น

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท