เกี่ยวกับ ความรู้ผู้สูงอายุและผู้ดูแล
ผู้สูงอายุอยู่บ้านคนเดียว ลูกหลานที่อยู่ไกลควรจัดการอย่างไร

สถานการณ์นี้พบมากในครอบครัวไทย และมักมาพร้อมความรู้สึกผิดของลูกหลาน
บทความนี้ไม่ได้เขียนเพื่อบอกให้ย้ายกลับบ้าน แต่เพื่อบอกว่าอะไรจัดได้จากตรงที่คุณอยู่
ความเสี่ยงที่ต้องจัดการ
หกล้มแล้วไม่มีคนรู้
ลืมกินยา หรือกินซ้ำ
กินอาหารไม่พอ
เจ็บป่วยแล้วไม่ยอมบอก
ความเหงาและภาวะซึมเศร้า อ่านต่อที่ ผู้สูงอายุซึมเศร้า
มิจฉาชีพทางโทรศัพท์และออนไลน์
สิ่งที่จัดได้จากระยะไกล
เครือข่ายคนใกล้บ้าน
ข้อนี้สำคัญที่สุด และไม่ต้องใช้เงิน
ขอเบอร์เพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้ อย่างน้อย 2 คน แล้วให้เบอร์คุณกับเขาไว้ด้วย
ทำความรู้จักอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในพื้นที่
แจ้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลว่ามีผู้สูงอายุอยู่คนเดียว
ฝากร้านค้าใกล้บ้านที่ท่านไปประจำให้ช่วยสังเกต
การติดต่อที่สม่ำเสมอ
โทรเวลาเดิมทุกวัน แม้คุยไม่นาน ความสม่ำเสมอทำให้รู้ได้เร็วเมื่อผิดปกติ
สลับกันโทรระหว่างพี่น้อง แล้วจดไว้ว่าใครโทรวันไหน
ถามคำถามที่ได้คำตอบจริง เช่น วันนี้กินอะไรบ้าง แทนคำถามว่าสบายดีไหม
เรื่องยา
ทำรายการยารวมแล้วส่งให้ทุกคนในครอบครัว วิธีอยู่ที่ ผู้สูงอายุกินยาหลายตัว
ใช้กล่องแบ่งยารายสัปดาห์ แล้วให้ท่านถ่ายรูปส่งมาถ้าทำได้
ตั้งเตือนในโทรศัพท์ของท่าน
เรื่องอาหาร
ถามว่าตู้เย็นมีอะไร ไม่ใช่ถามว่ากินข้าวหรือยัง
สั่งของส่งถึงบ้านเป็นรอบ ถ้าพื้นที่มีบริการ
ฝากญาติหรือเพื่อนบ้านทำอาหารเผื่อ
ความปลอดภัยในบ้าน
กลับไปครั้งหน้าให้เดินตรวจบ้านทีละห้อง รายการอยู่ที่ จัดบ้านให้ผู้สูงอายุปลอดภัย
ติดเบอร์ฉุกเฉินตัวใหญ่ที่ตู้เย็นและข้างโทรศัพท์
ให้ท่านพกโทรศัพท์ติดตัวในบ้าน หรือมีเครื่องโทรออกเร็ว
เรื่องมิจฉาชีพ
บอกท่านตรง ๆ ว่าหน่วยงานราชการไม่โทรมาให้โอนเงิน
ตกลงกันว่าถ้ามีใครโทรมาเรื่องเงิน ให้วางสายแล้วโทรหาลูกก่อนเสมอ
อย่าดุเมื่อท่านเกือบโดน เพราะจะทำให้ครั้งหน้าท่านไม่กล้าบอก
สัญญาณที่ต้องรีบกลับไปดู
เสียงเปลี่ยน สับสน หรือตอบไม่ตรงคำถาม
บอกว่าล้มแม้บอกว่าไม่เจ็บ
ผอมลงเห็นได้ชัดในวิดีโอคอล
บ้านรกกว่าเดิมมาก หรือไม่ยอมอาบน้ำ
ไม่รับโทรศัพท์ผิดปกติ
พูดว่าไม่อยากอยู่แล้ว ข้อนี้ต้องรีบทันที และโทร 1323 ได้
คุยกันในครอบครัวให้ชัด
ใครเป็นคนหลักในการติดต่อ
ใครดูเรื่องเงินและเอกสาร
ถ้าต้องเข้าโรงพยาบาล ใครไปได้เร็วที่สุด
สิทธิการรักษาของท่านคืออะไร และเอกสารอยู่ที่ไหน
คุยเรื่องนี้ตอนที่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดีกว่าคุยตอนฉุกเฉิน
ตกลงวิธีติดต่อให้ชัด ตั้งแต่ยังไม่มีเรื่อง
ปัญหาที่พบบ่อยคือ ท่านไม่โทรบอกเพราะไม่อยากรบกวน แล้วลูกหลานมารู้ตอนสาย
สิ่งที่ช่วยได้
นัดเวลาโทรประจำ เช่น ทุกเช้าเวลาเดิม เพื่อให้ถ้าไม่รับสายจะรู้ทันทีว่าผิดปกติ
ตกลงกันไว้ว่าเรื่องแบบไหนต้องโทรทันที เช่น ล้ม เจ็บหน้าอก หายใจไม่ออก ไข้สูง หรือไม่ได้กินข้าว
เขียนเบอร์สำคัญตัวใหญ่ติดไว้ข้างโทรศัพท์บ้านและติดตู้เย็น ทั้งเบอร์ลูกหลาน เบอร์เพื่อนบ้าน และ 1669
ฝากเบอร์ไว้กับเพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้อย่างน้อยหนึ่งคน และแนะนำให้เขารู้จักกัน
สอนวิธีโทรออกด่วนบนโทรศัพท์ที่ท่านใช้จริง แล้วให้ลองทำให้ดูหนึ่งครั้ง
จัดรายการยาและข้อมูลสุขภาพไว้ให้พร้อม
ใส่ซองใสติดไว้ที่ตู้เย็น ประกอบด้วยรายการยา โรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และเบอร์ญาติ
ถ้าต้องเรียกรถพยาบาล ทีมกู้ชีพจะหาข้อมูลนี้ได้ทันที
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)
เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เบต้าวิต เลข อย. 13-1-01566-5-0062 รับประทานวันละ 1 แคปซูล มีแมกนีเซียม 2 รูปแบบ วิตามินบี 1 วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 วิตามินเค 2 จากนัตโตะ วิตามินดี 3 กรดอัลฟาไลโปอิก และโคเอนไซม์ คิวเท็น บทความนี้ไม่ได้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โดยตรง เราแสดงไว้ในฐานะผลิตภัณฑ์ที่เราจำหน่าย ถ้าผู้สูงอายุกินอยู่ ให้เขียนไว้ในรายการยาที่เตรียมไว้ในบ้านด้วย และนำกล่องไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดูพร้อมยาอื่น ฉลากเตือนว่าควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่รับประทานยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และเด็กกับสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปสำหรับผู้ดูแล ไม่ใช่คำวินิจฉัยและไม่ใช่คำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
อาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือกลืนลำบากในผู้สูงอายุ อาจมีสาเหตุที่ต้องได้รับการตรวจ จึงควรพาไปพบแพทย์ ไม่ควรแก้เองด้วยการหาอาหารหรือผลิตภัณฑ์มาเสริม
หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกร หรือนักกำหนดอาหาร ก่อนเปลี่ยนแปลงสิ่งที่รับประทาน
ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →คำถามที่พบบ่อย
ลูกหลานอยู่ไกล จัดการอะไรได้บ้าง
สิ่งที่สำคัญที่สุดและไม่ต้องใช้เงินคือสร้างเครือข่ายคนใกล้บ้าน ขอเบอร์เพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้อย่างน้อย 2 คน ทำความรู้จักอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และแจ้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลว่ามีผู้สูงอายุอยู่คนเดียว
ควรโทรถามอะไร
ถามคำถามที่ได้คำตอบจริง เช่นวันนี้กินอะไรบ้าง หรือตู้เย็นมีอะไร แทนคำถามว่าสบายดีไหม และควรโทรเวลาเดิมทุกวันแม้คุยไม่นาน เพราะความสม่ำเสมอทำให้รู้ได้เร็วเมื่อผิดปกติ
สัญญาณไหนที่ต้องรีบกลับไปดู
เสียงเปลี่ยน สับสน ตอบไม่ตรงคำถาม บอกว่าล้มแม้บอกว่าไม่เจ็บ ผอมลงเห็นชัดในวิดีโอคอล บ้านรกกว่าเดิมมากหรือไม่ยอมอาบน้ำ ไม่รับโทรศัพท์ผิดปกติ และถ้าพูดว่าไม่อยากอยู่แล้วต้องรีบทันที
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Aging in Place: Growing Older at Homeสถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (NIA)
- What Is Long-Distance Caregiving?สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (NIA)
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-08
อ่านต่อ
ดูแลสมองในวัย 50 ปีขึ้นไป อะไรที่มีหลักฐานรองรับ
คำแนะนำเรื่องบำรุงสมองมีเยอะแต่หลักฐานไม่เท่ากัน หน้านี้รวมสิ่งที่เอกสารของโรงพยาบาลแนะนำ และสิ่งที่ควรตั้งคำถามก่อนเชื่อ
ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่บ้าน เริ่มจากอะไรก่อน
การดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่บ้านมีเรื่องที่ต้องจัดการหลายด้าน หน้านี้เรียงลำดับสิ่งที่ควรทำก่อน ตั้งแต่ความปลอดภัย การสื่อสาร จนถึงการดูแลผู้ดูแล
อัลไซเมอร์คืออะไร ต่างจากสมองเสื่อมชนิดอื่นอย่างไร
อัลไซเมอร์เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะสมองเสื่อม หน้านี้อธิบายว่าคืออะไร ดำเนินไปอย่างไร และทำไมการวินิจฉัยต้องเป็นของแพทย์
สัญญาณเตือนสมองเสื่อมที่ครอบครัวควรสังเกต
สมองเสื่อมมักเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่คนในบ้านสังเกตเห็นก่อน หน้านี้รวมสัญญาณที่เอกสารของโรงพยาบาลระบุ และวิธีจดบันทึกเพื่อไปคุยกับแพทย์
