บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Lab Farm

วิตามินบีแก้อ่อนเพลียได้จริงไหม ช่วยเมื่อไร และไม่ช่วยเมื่อไร

คำตอบสั้น: วิตามินบีหลายตัวทำหน้าที่เป็นตัวช่วยในการเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงานจริง แต่ ไม่มีหลักฐานจากแหล่งที่ตรวจแล้วว่าการกินวิตามินบีเพิ่มทำให้คนที่ไม่ได้ขาดหายเพลีย วิตามินบีช่วยได้เมื่อร่างกายขาดจริง เช่น ขาดบี 12 จากการใช้ยาเมทฟอร์มินหรือยาลดกรดนาน หรือขาดบี 1 จากการดื่มสุรา ถ้ากินแล้วยังเพลีย แปลว่าควรหาสาเหตุอื่นกับแพทย์

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • บี 1 บี 2 บี 3 บี 5 และบี 12 อยู่ในกระบวนการสร้างพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน
  • การมีบทบาทในการสร้างพลังงาน ไม่ได้แปลว่ากินมากแล้วจะมีพลังงานมาก
  • กลุ่มที่เสี่ยงขาดบางตัว ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ใช้เมทฟอร์มินหรือยาลดกรดนาน ผู้ดื่มสุรา และผู้กินมังสวิรัติเคร่งครัด
  • บี 12 ตรวจเลือดได้ แพทย์อาจตรวจระดับบี 12 ร่วมกับค่าอื่นที่ช่วยยืนยัน
  • MedlinePlus ไม่ได้บอกว่าวิตามินแก้อ่อนเพลีย แต่แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ว่าวิตามินเสริมจะช่วยหรือไม่

วิตามินบีเกี่ยวกับการสร้างพลังงานอย่างไร

ร่างกายได้พลังงานจากการย่อยสลายคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน กระบวนการเหล่านี้ต้องใช้เอนไซม์ ซึ่งต้องมีวิตามินบีเป็นตัวช่วย ข้อมูลจาก Linus Pauling Institute มหาวิทยาลัยแห่งรัฐออริกอน สรุปได้ดังนี้

  • บี 1 (ไทอามีน): รูปที่ทำงานจำเป็นต่อการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและกรดอะมิโนบางชนิด
  • บี 2 (ไรโบฟลาวิน): เป็นตัวรับส่งอิเล็กตรอนในปฏิกิริยาสร้างพลังงาน
  • บี 3 (ไนอะซิน): อยู่ในปฏิกิริยาสร้างพลังงานจากการสลายคาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน และแอลกอฮอล์
  • บี 5 (กรดแพนโททีนิก): เป็นส่วนของโคเอนไซม์เอ ที่ใช้สร้างพลังงานจากไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน
  • บี 12: เกี่ยวกับการสร้างพลังงานจากไขมันและโปรตีน และการสร้างฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง
  • บี 12 และโฟเลต: จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง ถ้าขาดจะเกิดโลหิตจางซึ่งทำให้เพลีย

นี่คือเหตุผลที่วิตามินบีถูกโฆษณาว่า "เพิ่มพลัง" แต่การเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักร ไม่ได้แปลว่าเติมมากแล้วเครื่องจะวิ่งเร็วขึ้น ภาพรวมของวิตามินบีแต่ละตัวอ่านได้ที่ วิตามินบีรวมคืออะไร

คนที่ไม่ได้ขาดวิตามินบี กินเพิ่มแล้วจะหายเพลียไหม

คำตอบตามหลักฐานคือไม่ควรคาดหวังแบบนั้น

  • สารานุกรม MedlinePlus เรื่องอ่อนเพลีย ให้ ปรึกษาแพทย์ว่าวิตามินเสริมจะช่วยหรือไม่ ไม่ได้แนะนำวิตามินบีเป็นการรักษาอ่อนเพลีย
  • MedlinePlus ระบุว่า ไม่มีหลักฐานว่าการกินบี 12 เสริมป้องกันหรือรักษาภาวะสมองเสื่อม โรคอัลไซเมอร์ หรือโรคหัวใจ
  • Linus Pauling Institute ระบุว่าอาหารหลากหลายให้วิตามินบี 1 บี 2 และบี 3 เพียงพอสำหรับคนส่วนใหญ่ ส่วนบี 12 อาหารหลากหลายเพียงพอสำหรับคนอายุไม่เกิน 50 ปี (ผู้สูงอายุดูหัวข้อถัดไป)

อ่อนเพลียมีสาเหตุได้หลายอย่าง ตั้งแต่นอนไม่พอ โลหิตจาง ไทรอยด์ เบาหวาน โรคไต ซึมเศร้า ไปจนถึงยาที่กิน ถ้าต้นเหตุเป็นอย่างอื่น วิตามินบีก็ไม่ได้แก้ อ่านรายการสาเหตุได้ที่ อ่อนเพลียเรื้อรังเป็นเดือนไม่หาย

ใครเสี่ยงขาดวิตามินบี

ผู้สูงอายุ

Linus Pauling Institute ระบุว่า ภาวะเยื่อบุกระเพาะฝ่อ (atrophic gastritis) ซึ่งทำให้ดูดซึมบี 12 จากอาหารได้น้อยลง คาดว่าพบในคนอายุเกิน 60 ปีราว 10–30% และผู้สูงอายุบางคนเสี่ยงขาดบี 1 แบบยังไม่มีอาการชัด จากการกินได้น้อย การดูดซึมลดลง และมีโรคประจำตัวหลายโรค

ผู้ใช้ยาเมทฟอร์มิน

MedlinePlus ระบุว่า การใช้เมทฟอร์มินนานเป็นสาเหตุหนึ่งของการขาดบี 12 Linus Pauling Institute อ้างการวิเคราะห์รวมที่พบว่าเมทฟอร์มินลดระดับบี 12 ในเลือด ห้ามหยุดยาเบาหวานเอง ให้ถามแพทย์เรื่องการตรวจระดับบี 12 อ่านต่อที่ เมทฟอร์มินกินนานทำให้ขาดวิตามินบี 12

ผู้ใช้ยาลดกรดนาน

ยาลดกรดกลุ่ม PPI เช่น โอเมพราโซล ลดการดูดซึมบี 12 จากอาหาร Linus Pauling Institute ระบุว่า ภาวะขาดบี 12 มักไม่เกิดจนกว่าจะใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย 2–3 ปี ยากลุ่ม H2 เช่น แฟโมทิดีน ก็ลดการดูดซึมบี 12 จากอาหารได้เช่นกัน

ผู้ดื่มสุรา

Linus Pauling Institute ระบุว่า การดื่มสุราเรื้อรังเป็นสาเหตุหลักของการขาดบี 1 ในประเทศอุตสาหกรรม เพราะกินได้น้อย ดูดซึมไม่ดี และขับทิ้งมากขึ้น ผู้ดื่มสุรายังเสี่ยงขาดบี 2 บี 6 และโฟเลต อ่านต่อที่ ดื่มเหล้าเยอะควรกินวิตามินอะไร

ผู้กินมังสวิรัติเคร่งครัด

บี 12 มีอยู่ในอาหารจากสัตว์เป็นหลัก Linus Pauling Institute ระบุว่าผู้ที่ไม่กินผลิตภัณฑ์จากสัตว์เลยต้องได้บี 12 จากแหล่งเสริม

กลุ่มอื่น

ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะนาน และผู้ป่วยไตวายที่ฟอกเลือด เสียบี 1 ทางปัสสาวะหรือการฟอกมากขึ้น ผู้ที่ผ่าตัดกระเพาะหรือลำไส้ และผู้ที่มีโรคลำไส้ที่ดูดซึมไม่ดี ก็เสี่ยงขาดบี 12

กินวิตามินบีแล้วยังเพลีย หรือเพลียมากขึ้น หมายความว่าอะไร

นี่เป็นคำถามที่คนค้นบ่อย คำตอบตรง ๆ คือ ความเพลียน่าจะมาจากสาเหตุอื่นที่ยังไม่ได้ตรวจ

  • ยังไม่ได้แก้ต้นเหตุ: เช่น โลหิตจางจากขาดเหล็ก ไทรอยด์ต่ำ นอนกรนหยุดหายใจ หรือซึมเศร้า
  • ขาดจริงแต่ขนาดหรือวิธีไม่ตรง: ผู้ที่ขาดบี 12 เพราะดูดซึมไม่ได้ MedlinePlus ระบุว่าอาจต้องฉีดบี 12 หรือกินขนาดสูงตามที่แพทย์กำหนด ขนาดในวิตามินรวมทั่วไปจึงอาจไม่พอ
  • ใช้เวลาฟื้นตัว: ผู้ที่ขาดบี 12 นานจนเส้นประสาทเสียหาย MedlinePlus ระบุว่าความเสียหายบางส่วนอาจถาวรถ้ารักษาช้า
  • กินร่วมกับเครื่องดื่มชูกำลังหรือกาแฟ: Linus Pauling Institute ระบุว่าเครื่องดื่มชูกำลังบางชนิดมีวิตามินบี 6 อยู่ด้วย ส่วน MedlinePlus ระบุว่าคาเฟอีนไม่ใช่การรักษาอ่อนเพลีย และอาจทำให้แย่ลงเมื่อหยุด

ไม่พบข้อมูลจากแหล่งที่ตรวจแล้วว่าวิตามินบีในขนาดค่าแนะนำทำให้เพลีย แต่ บี 6 ขนาดสูงมากเป็นเวลานานทำให้ปลายประสาทอักเสบได้ Linus Pauling Institute จึงกำหนดปริมาณสูงสุดที่รับได้ต่อวัน (UL) ของบี 6 ไว้ที่ 100 มก. ถ้ากินวิตามินบีหลายยี่ห้อพร้อมกันแล้วมีอาการชาหรือแสบปลายมือปลายเท้า ควรพบแพทย์ อ่านต่อที่ วิตามินบี 1 6 12 กินเกินได้ไหม

ตรวจระดับวิตามินบี 12 ได้ไหม

ได้ และควรตรวจถ้าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือมีอาการ MedlinePlus ระบุว่าการตรวจที่แพทย์อาจสั่งเมื่อสงสัยขาดบี 12 ได้แก่

  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
  • ระดับวิตามินบี 12 ในเลือด
  • กรดเมทิลมาโลนิก (MMA) และโฮโมซิสเทอีนในเลือด ซึ่ง Linus Pauling Institute อธิบายว่าเป็นสารที่สะสมสูงขึ้นเมื่อขาดบี 12
  • แอนติบอดีต่ออินทรินซิกแฟกเตอร์ เพื่อหาโรคที่ร่างกายดูดซึมบี 12 ไม่ได้

MedlinePlus ระบุว่า ภาวะขาดบี 12 อาจไม่มีอาการ หรือมีอาการเล็กน้อย เช่น เพลีย หน้ามืดเวลาลุกยืน ซีด เบื่ออาหาร ลิ้นบวมแดง และถ้าขาดนานจะมีชามือเท้า เสียการทรงตัว การตรวจเลือดจึงสำคัญกว่าการเดาจากอาการ อ่านเพิ่มที่ วิตามินบี 12 ขาด

ผู้ที่กินอาหารเสริมที่มีไบโอตินควรแจ้งแพทย์ก่อนเจาะเลือดทุกครั้ง เพราะไบโอตินรบกวนผลตรวจบางชนิดได้ อ่านรายละเอียดที่ วิตามินบีรวมห้ามกินคู่กับอะไร

ทำไมไม่ควรกินวิตามินขนาดสูงเองก่อนตรวจ

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือโฟเลตกับบี 12 Linus Pauling Institute อธิบายว่า การกินกรดโฟลิกขนาดสูงในคนที่ขาดบี 12 โดยยังไม่รู้ตัว อาจแก้ภาวะโลหิตจางให้ดูดีขึ้น แต่ไม่ได้แก้การขาดบี 12 ผู้นั้นจึงยังเสี่ยงต่อความเสียหายของระบบประสาทที่อาจไม่กลับคืน

ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการอาหารและโภชนาการของสถาบันการแพทย์แห่งชาติสหรัฐ จึงแนะนำให้ผู้ใหญ่จำกัดกรดโฟลิกจากอาหารเสริมและอาหารที่เติมกรดโฟลิกไม่เกิน 1,000 ไมโครกรัมต่อวัน

บทเรียนคือ ผลเลือดที่ "ดูดีขึ้น" จากการกินวิตามินเอง อาจกลบปัญหาที่แท้จริง การตรวจก่อนจึงช่วยให้แพทย์เลือกชนิดและขนาดได้ถูกต้อง ความสัมพันธ์ของบี 6 บี 12 และโฟเลตอ่านต่อได้ที่ วิตามินบี 6 บี 12 และกรดโฟลิก

อาหารที่ให้วิตามินบี

Linus Pauling Institute ยกตัวอย่างแหล่งอาหาร ดังนี้

  • บี 1: ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วเมล็ดแห้ง ถั่วเปลือกแข็ง เนื้อหมูไม่ติดมัน ข้าวขัดขาวสูญเสียบี 1 ไปมาก
  • บี 2: นมและผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์
  • บี 3: เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ ปลาทูน่า ถั่ว และเมล็ดพืช
  • บี 6: ไก่ ปลา มันฝรั่ง ผักโขม กล้วย
  • บี 12: เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ ปลา หอย และนมไข่ในปริมาณน้อยกว่า
  • โฟเลต: ผักใบเขียว ผลไม้ตระกูลส้ม และถั่ว

สำหรับคนส่วนใหญ่ การกินข้าวกับกับข้าวที่มีเนื้อสัตว์ ไข่ ถั่ว และผักใบเขียวครบทุกมื้อ เป็นวิธีพื้นฐานที่ได้วิตามินบีหลายตัวพร้อมกัน

อาการแบบไหนต้องรีบไปพบแพทย์

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • เจ็บแน่นหน้าอก
  • หอบเหนื่อยมาก หายใจไม่ทัน
  • เป็นลมหมดสติ
  • อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระสีดำ

ส่วนอาการเพลียที่เป็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ชาปลายมือปลายเท้า หรือซีด ควรนัดพบแพทย์เพื่อตรวจเลือด

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)

แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. (ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม คำนวณ) · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. (บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. (ราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม คำนวณ) · กรดโฟลิก 0.1 มก. (100 ไมโครกรัม)

ปริมาณวิตามินบีในแคปซูลเทียบกับค่าแนะนำต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ของ Linus Pauling Institute (ตัวเลขร้อยละเป็นค่าคำนวณ)

  • วิตามินบี 1 1.5 มก. — ค่าแนะนำผู้ชาย 1.2 มก. ผู้หญิง 1.1 มก. คิดเป็นราว 125% และ 136% (คำนวณ)
  • วิตามินบี 2 1.5 มก. — ค่าแนะนำผู้ชาย 1.3 มก. ผู้หญิง 1.1 มก. คิดเป็นราว 115% และ 136% (คำนวณ)
  • นิโคตินาไมด์ (บี 3) 15 มก. — ค่าแนะนำผู้ชาย 16 มก. ผู้หญิง 14 มก. คิดเป็นราว 94% และ 107% (คำนวณ) ต่ำกว่า UL 35 มก.
  • แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. — เป็นกรดแพนโททีนิก (บี 5) ราว 1.84 มก. (คำนวณ) หรือราว 37% ของค่าแนะนำ 5 มก. (คำนวณ)
  • วิตามินบี 6 1 มก. — ค่าแนะนำอายุ 51 ปีขึ้นไป ผู้ชาย 1.7 มก. ผู้หญิง 1.5 มก. คิดเป็นราว 59% และ 67% (คำนวณ) ห่างจาก UL 100 มก. มาก
  • วิตามินบี 12 ราว 1 ไมโครกรัม (คำนวณ) — ราว 42% ของค่าแนะนำ 2.4 ไมโครกรัม (คำนวณ) ไม่ใช่ขนาดรักษาภาวะขาดบี 12
  • ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม (คำนวณ) — ค่าแนะนำแบบเพียงพอ (AI) 30 ไมโครกรัม คิดเป็นราว 263% (คำนวณ) Linus Pauling Institute ระบุว่ายังไม่ทราบพิษของไบโอติน
  • กรดโฟลิก 100 ไมโครกรัม — ราว 170 DFE หรือราว 43% ของค่าแนะนำ 400 ไมโครกรัม DFE (คำนวณ)

สรุปคือ วิตามินบีในแคปซูลอยู่ระดับใกล้ค่าแนะนำรายวัน ไม่ใช่ขนาดที่ใช้รักษาภาวะขาด ผู้ที่สงสัยว่าขาดวิตามินบีตัวใดต้องตรวจเลือดและรักษากับแพทย์

ส่วนสารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. ในแคปซูล ศูนย์สุขภาพแบบผสมผสานแห่งชาติสหรัฐ (NCCIH) ระบุว่างานวิจัยเรื่องโสมกับความเหนื่อยล้าให้ผลเล็กน้อยและไม่ตรงกันทั้งหมด งานทดลองในผู้มีอาการเหนื่อยล้าไม่ทราบสาเหตุ 90 คน (สารสกัดวันละ 1 หรือ 2 กรัม) พบคะแนนความเหนื่อยรวมไม่ต่างจากยาหลอก และงานในผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลาม 127 คน (วันละ 800 มก.) พบว่าโสมไม่ดีกว่ายาหลอก ขนาดในงานเหล่านี้มากกว่าในแคปซูลราว 16–40 เท่า

ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้แก้อ่อนเพลีย เพิ่มพลังงาน หรือรักษาภาวะขาดวิตามินบี

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่กินวิตามินบีรวมหรือวิตามินรวมยี่ห้ออื่นอยู่แล้ว: นำฉลากทุกตัวไปให้เภสัชกรรวมปริมาณ อ่านวิธีตรวจได้ที่ กินอาหารเสริมหลายยี่ห้อพร้อมกัน
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือจะผ่าตัด: ใบแปะก๊วย ขิง โสม และเควอซิทิน มีรายงานเรื่องเลือดออกหรือค่าการแข็งตัวของเลือดเปลี่ยน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาที่ต้องคุมระดับยาในเลือด เช่น ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านไวรัสเอชไอวี: งานในคนพบว่าไพเพอรีน (สารในพริกไทยดำ) 20 มก. ทำให้ระดับยาบางชนิดสูงขึ้น ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณไพเพอรีน
  • ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน: ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อนกินอาหารเสริมทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้
  • ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: โสมและขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น
  • ก่อนเจาะเลือด: แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน
  • คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด

ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Lab Farm รุ่นปัจจุบันของแบรนด์ Hopeful ระบุ Immuneo Plus™ และขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มิลลิกรัม

Lab Farmแล็บฟาร์ม

เลข อย. 73-1-02663-5-0191

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →

คำถามที่พบบ่อย

วิตามินบีแก้อ่อนเพลียได้จริงไหม

วิตามินบีมีบทบาทในการสร้างพลังงาน แต่ไม่มีหลักฐานจากแหล่งที่ตรวจแล้วว่าการกินเพิ่มทำให้คนที่ไม่ได้ขาดหายเพลีย วิตามินบีช่วยได้เมื่อขาดจริง ซึ่งต้องตรวจยืนยัน MedlinePlus แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ว่าวิตามินเสริมจะช่วยหรือไม่ และควรหาสาเหตุของความเพลียก่อน

ใครเสี่ยงขาดวิตามินบี 12

ผู้สูงอายุ ผู้ใช้ยาเมทฟอร์มินนาน ผู้ใช้ยาลดกรดกลุ่ม PPI ต่อเนื่องหลายปี ผู้ดื่มสุรา ผู้กินมังสวิรัติเคร่งครัด และผู้ที่ผ่าตัดกระเพาะหรือลำไส้ ห้ามหยุดยาเอง ให้ถามแพทย์เรื่องการตรวจระดับบี 12

กินวิตามินบีแล้วยังเพลียเพราะอะไร

มักแปลว่าความเพลียมาจากสาเหตุอื่น เช่น โลหิตจางจากขาดเหล็ก ไทรอยด์ต่ำ นอนกรนหยุดหายใจ หรือซึมเศร้า หรือขาดบี 12 จากการดูดซึมไม่ได้ซึ่งต้องใช้ขนาดหรือวิธีที่แพทย์กำหนด ควรไปตรวจหาสาเหตุ

ตรวจวิตามินบี 12 ในเลือดได้ไหม

ได้ ตามข้อมูลของ MedlinePlus แพทย์อาจตรวจ CBC ระดับบี 12 ในเลือด กรดเมทิลมาโลนิกและโฮโมซิสเทอีน และแอนติบอดีต่ออินทรินซิกแฟกเตอร์ ผู้ที่กินอาหารเสริมที่มีไบโอตินควรแจ้งแพทย์ก่อนเจาะเลือด

อ่อนเพลียกินวิตามินอะไรดี

ไม่มีวิตามินตัวใดที่แก้อ่อนเพลียได้ทุกกรณี ควรตรวจหาสาเหตุก่อน ถ้าพบว่าขาดวิตามินหรือเหล็กตัวใด แพทย์จะกำหนดชนิดและขนาดให้ตรงกับภาวะนั้น ส่วนคนทั่วไปควรเริ่มจากกินอาหารให้ครบ 5 หมู่และนอนให้พอ

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

  • Vitamin B12Linus Pauling Institute, Oregon State University
  • ThiaminLinus Pauling Institute, Oregon State University
  • Vitamin B6Linus Pauling Institute, Oregon State University
  • Vitamin B12 deficiency anemiaMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
  • FatigueMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14

อ่านต่อ

มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้

มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 980 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท