เกี่ยวกับ ความรู้ผู้สูงอายุและผู้ดูแล
ออกกำลังกายในวัย 50 ปีขึ้นไป เริ่มอย่างไรให้ปลอดภัยและทำได้ต่อเนื่อง

คำแนะนำเรื่องออกกำลังกายมักฟังดูไกลตัวสำหรับคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายมานาน บทความนี้จึงเริ่มจากจุดที่ทำได้จริง
เป้าหมายที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ
สำหรับผู้ใหญ่รวมถึงผู้สูงอายุ
- แอโรบิกระดับปานกลาง 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ หรือระดับหนัก 75–150 นาที
- ฝึกกำลังกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์
- ผู้สูงอายุเพิ่ม การฝึกการทรงตัว อย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงการหกล้ม
150 นาทีต่อสัปดาห์ฟังดูเยอะ แต่เท่ากับวันละราว 22 นาที หรือเดินเร็ว 30 นาที 5 วัน
ระดับปานกลางคือแค่ไหน
ใช้ การทดสอบด้วยการพูด ซึ่งง่ายและไม่ต้องใช้อุปกรณ์
- ปานกลาง พูดเป็นประโยคได้ แต่ร้องเพลงไม่ได้
- หนัก พูดได้ทีละไม่กี่คำก่อนต้องหายใจ
เริ่มจากศูนย์อย่างไร
สัปดาห์ที่ 1–2
เดินวันละ 10 นาที ในความเร็วที่สบาย ทำให้ได้ทุกวันก่อน ยังไม่ต้องสนใจความเร็ว
สัปดาห์ที่ 3–4
เพิ่มเป็นวันละ 15–20 นาที และเริ่มเดินให้เร็วขึ้นจนเข้าเกณฑ์ปานกลาง
สัปดาห์ที่ 5–6
เพิ่มการฝึกกำลังกล้ามเนื้อสัปดาห์ละ 2 วัน เริ่มจากท่าที่ใช้น้ำหนักตัว
หลังจากนั้น
ค่อย ๆ ขยับเข้าหาเป้า 150 นาทีต่อสัปดาห์ กฎที่ใช้กันคือ เพิ่มไม่เกินราว 10% ต่อสัปดาห์
ท่าฝึกกำลังกล้ามเนื้อที่ทำได้ที่บ้าน
- ลุกนั่งจากเก้าอี้ โดยไม่ใช้มือช่วยถ้าทำได้ ทำ 8–12 ครั้ง
- ยืนเขย่งปลายเท้า จับพนักเก้าอี้ไว้ ทำ 10–15 ครั้ง
- ดันผนัง เหมือนวิดพื้นแต่ยืนดันผนัง ทำ 8–12 ครั้ง
- ยกขวดน้ำ ใช้ขวดน้ำ 500 มิลลิลิตรแทนดัมบ์เบล
- ยืนขาเดียว จับพนักเก้าอี้ ค้างข้างละ 10–30 วินาที เป็นการฝึกการทรงตัว
ทำ 1–3 เซตต่อท่า พักระหว่างเซต และหยุดถ้าเจ็บผิดปกติ
เรื่องจำนวนก้าวต่อวัน
ตัวเลข 10,000 ก้าวมาจากแคมเปญการตลาดในอดีต ไม่ได้มาจากงานวิจัย
การศึกษาในผู้สูงอายุพบว่าประโยชน์เริ่มเห็นชัดตั้งแต่ราว 6,000–8,000 ก้าวต่อวัน และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะเริ่มคงที่
ถ้าตอนนี้เดินวันละ 2,000 ก้าว การขยับเป็น 4,000 ก็มีความหมายแล้ว
ข้อควรระวังเฉพาะกลุ่ม
- มีโรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน หรือเคยผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมใหม่
- มีปัญหาข้อเข่าหรือข้อสะโพก เลือกกิจกรรมที่แรงกระแทกต่ำ เช่น เดินบนพื้นราบ ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ
- ใช้ยาที่ทำให้เวียนศีรษะ ให้ระวังการฝึกทรงตัว และมีที่จับเสมอ
- อากาศร้อน เลี่ยงช่วงแดดจัดและดื่มน้ำให้พอ
สัญญาณที่ต้องหยุดทันทีและไปพบแพทย์
- เจ็บแน่นหน้าอก
- หายใจไม่ทันผิดปกติ
- เวียนศีรษะ หน้ามืด ใจสั่นผิดจังหวะ
- ปวดร้าวลงแขนหรือกราม
- ขาบวมข้างเดียวผิดปกติ
สิ่งที่ทำให้ทำต่อเนื่องได้จริง
- เลือกกิจกรรมที่ชอบ ไม่ใช่ที่คนอื่นบอกว่าดีที่สุด
- ทำในเวลาเดิมทุกวันจนกลายเป็นกิจวัตร
- หาเพื่อนทำด้วยกัน
- จดบันทึกไว้ เพราะเห็นความก้าวหน้าแล้วทำต่อได้ง่ายขึ้น
- วันไหนไม่ไหว ให้ลดลงแทนที่จะหยุด
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 เป็นผลิตภัณฑ์ที่เราจำหน่าย ไม่ได้เกี่ยวกับการออกกำลังกายโดยตรง ฉลากระบุต่อ 1 แคปซูลมีแคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. และวิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล การออกกำลังกายตามบทความนี้ยังเป็นสิ่งที่ต้องทำเอง
ฉลากเตือนว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ถ้าผู้ใหญ่ในบ้านกินอยู่ ให้นำกล่องไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดูพร้อมยาอื่น
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยและไม่ใช่คำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ค่าอ้างอิงของห้องปฏิบัติการแต่ละแห่งอาจต่างกันเล็กน้อย ให้ยึดค่าอ้างอิงที่พิมพ์อยู่ในใบผลตรวจของคุณเป็นหลัก
และให้แพทย์เป็นผู้แปลผลร่วมกับประวัติสุขภาพของคุณเสมอ
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
ควรออกกำลังกายสัปดาห์ละกี่นาที
องค์การอนามัยโลกแนะนำแอโรบิกระดับปานกลาง 150-300 นาทีต่อสัปดาห์ ร่วมกับการฝึกกำลังกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ และผู้สูงอายุควรเพิ่มการฝึกการทรงตัวอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์
ระดับปานกลางวัดอย่างไรโดยไม่ใช้อุปกรณ์
ใช้การทดสอบด้วยการพูด ถ้ายังพูดเป็นประโยคได้แต่ร้องเพลงไม่ได้ ถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง ถ้าพูดได้ทีละไม่กี่คำก่อนต้องหายใจ ถือว่าระดับหนัก
ต้องเดินให้ได้วันละ 10,000 ก้าวไหม
ตัวเลข 10,000 ก้าวมาจากแคมเปญการตลาดในอดีต ไม่ได้มาจากงานวิจัย การศึกษาในผู้สูงอายุพบว่าประโยชน์เริ่มเห็นชัดตั้งแต่ราว 6,000-8,000 ก้าวต่อวัน และการเพิ่มจากจุดที่ทำอยู่ก็มีความหมายแล้ว
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มออกกำลังกายไหม
ผู้ที่มีโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือเคยผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมใหม่ และควรหยุดทันทีหากเจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ทันผิดปกติ เวียนศีรษะ หรือใจสั่นผิดจังหวะ
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- กระดูกพรุน โรคของกระดูกที่ต้องระวังคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
- ข้อเข่าเสื่อม ป้องกันอย่างไรคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-08-13
อ่านต่อ
ดูแลสมองในวัย 50 ปีขึ้นไป อะไรที่มีหลักฐานรองรับ
คำแนะนำเรื่องบำรุงสมองมีเยอะแต่หลักฐานไม่เท่ากัน หน้านี้รวมสิ่งที่เอกสารของโรงพยาบาลแนะนำ และสิ่งที่ควรตั้งคำถามก่อนเชื่อ
ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่บ้าน เริ่มจากอะไรก่อน
การดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่บ้านมีเรื่องที่ต้องจัดการหลายด้าน หน้านี้เรียงลำดับสิ่งที่ควรทำก่อน ตั้งแต่ความปลอดภัย การสื่อสาร จนถึงการดูแลผู้ดูแล
อัลไซเมอร์คืออะไร ต่างจากสมองเสื่อมชนิดอื่นอย่างไร
อัลไซเมอร์เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะสมองเสื่อม หน้านี้อธิบายว่าคืออะไร ดำเนินไปอย่างไร และทำไมการวินิจฉัยต้องเป็นของแพทย์
สัญญาณเตือนสมองเสื่อมที่ครอบครัวควรสังเกต
สมองเสื่อมมักเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่คนในบ้านสังเกตเห็นก่อน หน้านี้รวมสัญญาณที่เอกสารของโรงพยาบาลระบุ และวิธีจดบันทึกเพื่อไปคุยกับแพทย์
