บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Lab Farm

อาการไข้หวัดใหญ่แบบไหนต้องรีบไปหาหมอ ใครเสี่ยงอาการหนัก

คำตอบสั้น: คนที่แข็งแรงส่วนใหญ่หายจากไข้หวัดใหญ่ได้เองในราว 1 สัปดาห์ แต่ถ้ามีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง คือ หายใจลำบากหรือหอบ เจ็บหรือแน่นหน้าอก สับสนหรือซึม ริมฝีปากหรือเล็บเขียวคล้ำ อาเจียนรุนแรงจนดื่มน้ำไม่ได้ หรืออาการดีขึ้นแล้วกลับมามีไข้หรือไอมากขึ้น ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ส่วนผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป หรือมีเบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ โรคปอด ควรติดต่อแพทย์ตั้งแต่เริ่มป่วย เพราะยาต้านไวรัสได้ผลดีในช่วง 48 ชั่วโมงแรก

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • อาการฉุกเฉินข้อใดข้อหนึ่ง ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ไม่ต้องรอดูอาการ
  • กลุ่มเสี่ยงอาการหนัก: อายุ 65 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้มีโรคหัวใจ ปอด ไต เบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ
  • ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยคือปอดอักเสบ และไข้หวัดใหญ่ทำให้โรคเรื้อรังเดิมแย่ลงได้
  • กลุ่มเสี่ยงควรพบแพทย์ภายใน 48 ชั่วโมงแรก เพื่อให้แพทย์พิจารณายาต้านไวรัส
  • ดูแลที่บ้าน: พัก ดื่มน้ำ ลดไข้ แยกห้อง และเฝ้าดูการหายใจ ความรู้สึกตัว และการดื่มน้ำ

อาการไข้หวัดใหญ่ที่ควรไปพบแพทย์ทันที

ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุอาการฉุกเฉินจากไข้หวัดใหญ่ในผู้ใหญ่ และ MedlinePlus ของหอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐระบุอาการที่ต้องเรียกรถฉุกเฉินเมื่อมีไข้ รวมกันได้ดังนี้ มีข้อใดข้อหนึ่งให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หายใจลำบาก หายใจสั้น หรือหอบเหนื่อย (MedlinePlus ย้ำว่าปัญหาการหายใจทุกแบบเป็นภาวะฉุกเฉิน)
  • ปวดหรือแน่นหน้าอก หรือปวดท้องรุนแรง
  • เวียนศีรษะทันทีทันใด
  • สับสน ซึม หรือปลุกตื่นยาก
  • ริมฝีปาก ลิ้น หรือเล็บเขียวคล้ำ
  • อาเจียนรุนแรง ดื่มน้ำไม่ได้ หรือปัสสาวะน้อยมาก
  • ชัก หรือคอแข็ง
  • อาการดีขึ้นแล้ว แต่กลับมามีไข้อีกหรือไอมากขึ้น
  • ไข้สูงในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว

อย่ารอให้มีหลายอาการพร้อมกัน และอย่าขับรถไปเองถ้าหายใจไม่สะดวกหรือสับสน

ไข้หวัดใหญ่อันตรายไหม ตายได้ไหม

ไข้หวัดใหญ่ทำให้เสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง องค์การอนามัยโลก (WHO) ประมาณว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลราว 1 พันล้านรายต่อปี ป่วยรุนแรง 3–5 ล้านราย และเสียชีวิตจากโรคระบบทางเดินหายใจ 290,000–650,000 รายต่อปี ในประเทศอุตสาหกรรม ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อายุ 65 ปีขึ้นไป

ในไทย กรมควบคุมโรครายงานว่าปอดอักเสบมีอัตราป่วยสูงในผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป (1,040.02 ต่อประชากรแสนคน ข้อมูล 1 ม.ค.–31 ต.ค. 2566) และผู้เสียชีวิตจากปอดอักเสบร้อยละ 59.43 เป็นผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป

ใครเสี่ยงไข้หวัดใหญ่อาการรุนแรง

MedlinePlus และ WHO ระบุกลุ่มเสี่ยงไว้ตรงกันเป็นส่วนใหญ่

  • อายุ 65 ปีขึ้นไป และเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
  • หญิงตั้งครรภ์ (MedlinePlus ระบุอายุครรภ์เกิน 3 เดือน)
  • ผู้ที่อยู่ในสถานดูแลระยะยาว
  • โรคปอดรวมหอบหืด โรคหัวใจ (ยกเว้นความดันโลหิตสูงอย่างเดียว) โรคไต โรคตับ โรคเลือด เบาหวาน
  • ผู้ที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอจากโรค เช่น HIV หรือจากการรักษา เช่น เคมีบำบัด ฉายแสง สเตียรอยด์
  • โรคทางระบบประสาท และผู้ที่อ้วนมาก (ดัชนีมวลกาย 40 ขึ้นไป)

ผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานมีรายละเอียดเฉพาะ อ่านได้ที่ เบาหวานในผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุทั่วไปดูที่ ไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุ ส่วนผู้ที่สงสัยว่าภูมิคุ้มกันต่ำ อ่าน ภูมิคุ้มกันอ่อนแอเกิดจากอะไร

ภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่มีอะไรบ้าง

  • ปอดอักเสบ เกิดได้จากไวรัสไข้หวัดใหญ่เอง หรือติดแบคทีเรียซ้ำ (ศูนย์ศรีพัฒน์) WHO ระบุว่ารายที่รุนแรงอาจเกิดปอดอักเสบและติดเชื้อในกระแสเลือด
  • หูชั้นกลางอักเสบ และไซนัสอักเสบ
  • กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ กล้ามเนื้ออักเสบ และอวัยวะล้มเหลว เช่น ระบบหายใจล้มเหลว ไตล้มเหลว ซึ่งพบน้อยแต่รุนแรง
  • โรคเดิมกำเริบ ศูนย์ศรีพัฒน์ระบุว่าผู้ป่วยหอบหืดอาจกำเริบ และผู้ป่วยโรคหัวใจเรื้อรังหรือโรคเรื้อรังอื่นอาจมีอาการแย่ลง

ผู้ที่มีโรคหัวใจควรรู้จักอาการเตือนหัวใจล้มเหลวด้วย ดูที่ หัวใจล้มเหลว อาการเตือน และอาการปอดอักเสบในผู้สูงอายุที่มักไม่ชัด ดูที่ ปอดอักเสบในผู้สูงอายุ

ทำไมกลุ่มเสี่ยงต้องรีบพบแพทย์ภายใน 48 ชั่วโมงแรก

ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ผลดีเมื่อเริ่มเร็ว MedlinePlus ระบุว่ายาต้านไวรัสได้ผลดีกว่าถ้าเริ่มภายใน 2 วันหลังมีอาการ และช่วยให้อาการสั้นลงราว 1 วัน ศูนย์ศรีพัฒน์ระบุว่าผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงควรได้ยาต้านไวรัสเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะได้ผลดีใน 48 ชั่วโมงแรก และผู้ที่อาการรุนแรงหรือมีอาการของปอดอักเสบควรได้ยาต้านไวรัสโดยเร็ว WHO ระบุเช่นกันว่าผู้ที่เสี่ยงสูงหรืออาการรุนแรงควรได้ยาต้านไวรัสเร็วที่สุด

ยาต้านไวรัส เช่น โอเซลทามิเวียร์ (oseltamivir) ต้องให้แพทย์เป็นผู้พิจารณา ว่าจำเป็นหรือไม่และใช้อย่างไร ไม่ควรหาซื้อมากินเอง และยาปฏิชีวนะไม่ใช้รักษาไข้หวัดใหญ่ เพราะไม่ได้ผลกับไวรัส

ก่อนไปพบแพทย์ ให้จดวันที่เริ่มป่วย อุณหภูมิที่วัดได้ ยาที่กินอยู่ทั้งหมด และเตรียมคำถามไว้ ดูวิธีเตรียมตัวที่ เตรียมตัวพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์

ไข้หวัดใหญ่หายเองได้ไหมในคนแข็งแรง

ได้ WHO ระบุว่าคนส่วนใหญ่หายจากไข้และอาการอื่นภายใน 1 สัปดาห์โดยไม่ต้องรับการรักษาทางการแพทย์ MedlinePlus ระบุว่าคนส่วนใหญ่ที่อาการไม่หนักไม่จำเป็นต้องพบแพทย์หรือใช้ยาต้านไวรัส แต่ถ้าอาการหนักมากและไม่ดีขึ้น ควรติดต่อแพทย์ และอาการฉุกเฉินข้างต้นใช้กับทุกคน แม้แต่คนที่แข็งแรงมาก่อน

ดูแลผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่บ้านอย่างไร และต้องเฝ้าดูอะไร

การดูแลพื้นฐาน (WHO และ MedlinePlus)

  • พักผ่อนที่บ้าน ดื่มน้ำให้พอ (ยกเว้นผู้ที่แพทย์ให้จำกัดน้ำ)
  • ใช้ยาลดไข้บรรเทาปวด เช่น พาราเซตามอล ตามขนาดบนฉลาก ไม่จำเป็นต้องลดไข้จนเป็นปกติ ลดลงเล็กน้อยก็รู้สึกสบายขึ้น
  • ไม่ใช้แอสไพรินในเด็กและวัยรุ่น (MedlinePlus)
  • แยกห้องและห้องน้ำถ้าทำได้ ใส่หน้ากากเมื่ออยู่ใกล้คนอื่น ไม่ใช้แก้ว ช้อน ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน ล้างมือบ่อย

สิ่งที่ผู้ดูแลควรเฝ้าดูและจดไว้ทุกวัน

  • อุณหภูมิร่างกาย และไข้ลดลงหรือกลับมาขึ้นใหม่
  • การหายใจ หอบเหนื่อยขึ้นหรือไม่ ริมฝีปากเขียวหรือไม่
  • ความรู้สึกตัว พูดคุยรู้เรื่องหรือสับสน
  • การดื่มน้ำ การกิน และปริมาณปัสสาวะ
  • ผู้ป่วยเบาหวาน ให้ตรวจระดับน้ำตาลตามแผนที่แพทย์ให้ไว้

ถ้าพบอาการฉุกเฉินข้อใดข้อหนึ่ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

เมื่อไรต้องนอนโรงพยาบาล

การรับไว้ในโรงพยาบาลเป็นการตัดสินของแพทย์ MedlinePlus ระบุว่าผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่บางรายเกิดปอดอักเสบหรือการติดเชื้อที่สมองจนต้องนอนโรงพยาบาล และในผู้ป่วยปอดอักเสบ อายุ 65 ปีขึ้นไปเป็นเหตุหนึ่งที่อาจต้องนอนโรงพยาบาล WHO ระบุว่าการนอนโรงพยาบาลและการเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่เกิดในกลุ่มเสี่ยงเป็นหลัก

วิธีลดโอกาสป่วยหนักที่ทุกแหล่งแนะนำตรงกันคือฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี WHO ระบุว่าวัคซีนอาจได้ผลน้อยลงในผู้สูงอายุ แต่ช่วยให้อาการไม่รุนแรง ลดภาวะแทรกซ้อนและการเสียชีวิต สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยแนะนำให้กลุ่มเสี่ยงและผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไปฉีด ส่วนโครงการฉีดฟรีของกระทรวงสาธารณสุขครอบคลุม 65 ปีขึ้นไปและกลุ่มเสี่ยง ให้สอบถามสถานพยาบาลใกล้บ้าน

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)

แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. · กรดโฟลิก 0.1 มก.

ส่วนประกอบที่คนมักถามเมื่ออ่านหัวข้อนี้ และหลักฐานที่มี

  • ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 200 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 160 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — งานทดลองในผู้ใหญ่อายุ 50–70 ปี 100 คน (Fuller 2017) ให้เบต้ากลูแคนวันละ 250 มก. 90 วันช่วงหน้าหนาว พบหวัดที่แพทย์ยืนยัน 17 ครั้ง เทียบ 28 ครั้งในกลุ่มยาหลอก แต่ความต่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และงานใหญ่กว่าในผู้ใหญ่ 299 คน (Dharsono 2019) ที่ใช้วันละ 900 มก. ไม่ลดจำนวนครั้งที่เป็นหวัด หลักฐานจึงยังปนกัน
  • วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. คิดเป็นราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม (คำนวณ) — การวิเคราะห์รวม 12 งาน 41,552 คนในผู้สูงอายุ (Jia 2024) พบว่าวิตามินดีเสริมอาจไม่ลดการติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน และการวิเคราะห์รวมปี 2025 จาก 40 งาน 61,589 คน (Jolliffe 2025) ก็ไม่พบการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • เควอซิทิน 50 มก. — งานทดลองแบบสุ่มในผู้ใหญ่ 1,002 คน ให้เควอซิทินวันละ 500 หรือ 1,000 มก. นาน 12 สัปดาห์ ไม่พบความต่างของการเป็นหวัดเมื่อดูทุกคนรวมกัน ปริมาณในแคปซูลน้อยกว่างานนี้ 10–20 เท่า

ต้องบอกตรง ๆ ว่า NCCIH ระบุว่ายังไม่มีแนวทางเสริมใดแสดงว่าป้องกันไข้หวัดใหญ่หรือบรรเทาอาการได้ ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดความรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่ ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช้แทนวัคซีน ยาต้านไวรัส หรือการไปโรงพยาบาลเมื่อมีอาการฉุกเฉิน

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาประจำ: ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน
  • ผู้ที่กำลังรับเคมีบำบัด ฉายแสง ยามุ่งเป้า ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือผู้ใช้ยากดภูมิ: ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อนกินอาหารเสริมทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้
  • ผู้ที่นอนโรงพยาบาลหรือกำลังได้ยาต้านไวรัส: แจ้งแพทย์และเภสัชกรถึงอาหารเสริมทุกชนิดที่กินอยู่
  • ก่อนเจาะเลือด: แจ้งเจ้าหน้าที่ว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน (ราว 79 ไมโครกรัมต่อแคปซูล คำนวณ)
  • คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Lab Farm รุ่นปัจจุบันของแบรนด์ Hopeful ระบุ Immuneo Plus™ และขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มิลลิกรัม

Lab Farmแล็บฟาร์ม

เลข อย. 73-1-02663-5-0191

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →

คำถามที่พบบ่อย

อาการไข้หวัดใหญ่แบบไหนต้องไปโรงพยาบาล

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่ หายใจลำบากหรือหอบ เจ็บหรือแน่นหน้าอก เวียนศีรษะทันที สับสนหรือซึม ริมฝีปากหรือเล็บเขียวคล้ำ อาเจียนรุนแรงจนดื่มน้ำไม่ได้ ชัก หรืออาการดีขึ้นแล้วกลับมามีไข้หรือไอมากขึ้น ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ไม่ต้องรอให้มีหลายอาการ

ไข้หวัดใหญ่ตายได้ไหม

ได้ WHO ประมาณว่าทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากโรคระบบทางเดินหายใจที่เกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ 290,000–650,000 รายต่อปี ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ในประเทศอุตสาหกรรมผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อายุ 65 ปีขึ้นไป

ใครเสี่ยงเป็นไข้หวัดใหญ่แล้วอาการหนัก

ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี หญิงตั้งครรภ์ ผู้อยู่ในสถานดูแลระยะยาว ผู้มีโรคหัวใจ ปอด ไต ตับ เบาหวาน โรคเลือด ผู้ที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอจากโรคหรือยา และผู้ที่อ้วนมาก

ไข้หวัดใหญ่ต้องไปหาหมอไหม หรือหายเองได้

คนที่แข็งแรงและอาการไม่หนักส่วนใหญ่หายเองในราว 1 สัปดาห์ แต่กลุ่มเสี่ยงควรติดต่อแพทย์ตั้งแต่เริ่มป่วย เพราะยาต้านไวรัสได้ผลดีกว่าเมื่อเริ่มภายใน 2 วัน และทุกคนที่มีอาการฉุกเฉินต้องไปโรงพยาบาลทันที

ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ซื้อกินเองได้ไหม

ไม่ควรซื้อกินเอง ยาต้านไวรัส เช่น โอเซลทามิเวียร์ ต้องให้แพทย์พิจารณาว่าจำเป็นหรือไม่ MedlinePlus ระบุว่ายาได้ผลดีกว่าเมื่อเริ่มภายใน 2 วันหลังมีอาการ และช่วยให้อาการสั้นลงราว 1 วัน

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

  • โรคไข้หวัดใหญ่ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • FluMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
  • FeverMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
  • Influenza (seasonal)World Health Organization

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14

อ่านต่อ

มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้

มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 980 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท