เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus
ตับอักเสบเฉียบพลัน เกิดจากอะไร อาการ หายเองได้ไหม ไวรัสเอ บี หรือยา
คำตอบสั้น: ตับอักเสบเฉียบพลันคือตับอักเสบที่เกิดขึ้นในช่วงสั้น ๆ สาเหตุที่พบบ่อยคือ ไวรัสตับอักเสบเอ บี อี และยาหรือสมุนไพรบางชนิด อาการที่พบคือไข้ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ปัสสาวะสีเข้ม ตาเหลือง ส่วนใหญ่หายได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่ส่วนน้อยรุนแรงจนตับวายเฉียบพลัน ซึ่งพบบ่อยกว่าในผู้สูงอายุและคนที่มีโรคตับอยู่เดิม
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- NIDDK ระบุว่าไวรัสเอและอีมักเป็นแค่แบบเฉียบพลัน ส่วนไวรัสบี ซี และดี เป็นได้ทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง
- ไวรัสเอติดจากอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระของผู้ติดเชื้อ ระยะฟักตัวมักอยู่ที่ 14–28 วัน (WHO)
- ไวรัสเอยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะ การดูแลคือพักผ่อน ดื่มน้ำ กินอาหารให้พอ และเลี่ยงยาที่ไม่จำเป็น
- ยาและอาหารเสริมสมุนไพรทำให้ตับอักเสบได้ ส่วนใหญ่ดีขึ้นในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์หลังหยุดยาที่เป็นสาเหตุ (MedlinePlus) แต่แพทย์ต้องเป็นผู้ประเมินว่ายาตัวไหนเป็นสาเหตุ ห้ามหยุดยาประจำเอง
- ไวรัสเอป้องกันได้ด้วยวัคซีน 2 เข็ม และการล้างมือ
ตับอักเสบเฉียบพลัน ต่างจากตับอักเสบเรื้อรังอย่างไร
NIDDK (สถาบันโรคเบาหวาน ทางเดินอาหาร และไตของสหรัฐ) อธิบายไว้ว่า
- เฉียบพลัน: การติดเชื้อที่เกิดช่วงสั้น ๆ แล้วไวรัสหายไป
- เรื้อรัง: ไวรัสอยู่ในร่างกายต่อไปไม่หายไป นำไปสู่ตับแข็ง ตับวาย และมะเร็งตับได้
ไวรัสเอทำให้ตับอักเสบแบบเฉียบพลันเท่านั้น ไม่ทำให้ตับเสียหายระยะยาวหรือตับแข็ง ส่วนไวรัสบีในผู้ใหญ่ NIDDK ระบุว่าคนที่สุขภาพดีส่วนใหญ่หายและไม่กลายเป็นเรื้อรัง (กลายเป็นเรื้อรังราวร้อยละ 5) แต่ไวรัสซีต่างออกไป WHO ระบุว่าราวร้อยละ 70 กลายเป็นเรื้อรัง อ่านเพิ่มที่ ไวรัสตับอักเสบซี อาการเริ่มแรก
ตับอักเสบเฉียบพลัน เกิดจากอะไรได้บ้าง
1. ไวรัสตับอักเสบเอ ติดจากอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระของผู้ติดเชื้อ (รายละเอียดด้านล่าง)
2. ไวรัสตับอักเสบอี WHO ระบุว่าติดผ่านทางปาก ส่วนใหญ่จากน้ำดื่มที่ปนเปื้อน และบางสายพันธุ์ติดจากการกินเนื้อสัตว์ดิบหรือสุกไม่ทั่ว NIDDK ระบุตัวอย่างเนื้อหมูที่สุกไม่ทั่ว WHO ระบุระยะฟักตัว 2–10 สัปดาห์ และมักหายเองใน 2–6 สัปดาห์ หญิงตั้งครรภ์ที่ติดไวรัสอีโดยเฉพาะไตรมาส 2–3 เสี่ยงตับวายสูงกว่าคนทั่วไป
3. ไวรัสตับอักเสบบีแบบเฉียบพลัน ติดทางเลือดและสารคัดหลั่ง NIDDK ระบุว่าบางคนมีอาการ 2–5 เดือนหลังรับเชื้อ ช่องทางติดต่ออ่านที่ ไวรัสตับอักเสบบี ติดต่อทางไหน
4. ยาและอาหารเสริมสมุนไพร NIDDK ระบุว่ายาบางชนิดและอาหารเสริมสมุนไพรทำให้ตับอักเสบได้ MedlinePlus (หอสมุดแพทย์แห่งชาติสหรัฐ) ยกตัวอย่างยาที่ทำให้ตับบาดเจ็บได้ เช่น
- พาราเซตามอล โดยเฉพาะเมื่อกินเกินขนาดที่แนะนำ หรือในคนที่ดื่มเหล้าหนัก
- ยาแก้ปวดแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค
- ยาวัณโรคไอโซไนอาซิด ยาฆ่าเชื้ออะม็อกซีซิลลิน-คลาวูลาเนต ยากันชักบางตัว ยาลดไขมันกลุ่มสแตติน และอื่น ๆ
ยาเหล่านี้เป็นยาที่มีประโยชน์และใช้กันทั่วไป การที่อยู่ในรายการไม่ได้แปลว่าต้องหยุด ถ้าสงสัยว่ายาทำให้ตับอักเสบ ให้ไปพบแพทย์พร้อมยาทุกตัว อ่านต่อที่ ตับอักเสบจากยา อาการเป็นอย่างไร
5. เหล้า การดื่มหนักทำให้ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ได้ อ่านที่ ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์
สาเหตุอื่นของค่าตับสูงอ่านรวมไว้ที่ ค่าตับสูงเกิดจากอะไรได้บ้าง
ตับอักเสบเฉียบพลัน อาการเป็นอย่างไร
NIDDK และ WHO ระบุอาการที่พบได้ (ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกข้อ)
- มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดข้อ
- เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย
- ปวดหรือไม่สบายท้อง
- ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด
- ตัวเหลือง ตาเหลือง
ไวรัสอีอาจมีคันหรือผื่นผิวหนัง และตับโตกดเจ็บเล็กน้อย ตับอักเสบจากยาอาจมีผื่นหรือไข้ร่วมด้วย
อาการแยกสาเหตุไม่ได้ WHO ระบุว่าไวรัสเอแยกจากตับอักเสบจากไวรัสอื่นด้วยอาการไม่ได้ และไวรัสอีมีอาการคล้ายไข้เลือดออก ฉี่หนู หรือมาลาเรีย ต้องตรวจเลือดเท่านั้น ส่วนค่าตับที่สูงในตับอักเสบเฉียบพลันมักสูงแค่ไหน อ่านที่ ค่าตับ SGOT SGPT สูงหมายความว่าอะไร
ไวรัสตับอักเสบเอ ติดจากอาหารอย่างไร ป้องกันได้ไหม
ไวรัสเอติดผ่านทาง "อุจจาระสู่ปาก" WHO และ NIDDK อธิบายว่าเกิดได้เมื่อ
- กินอาหารที่ผู้ติดเชื้อทำโดยไม่ได้ล้างมือหลังเข้าห้องน้ำ ในครอบครัวมักติดจากมือที่ไม่สะอาดของคนที่ปรุงอาหาร
- ดื่มน้ำที่ไม่ได้ผ่านการทำให้สะอาด หรือกินอาหารที่ล้างด้วยน้ำแบบนั้น
- สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ เช่น ดูแลคนป่วย หรือเพศสัมพันธ์
NIDDK ระบุว่าคนที่ป่วยแพร่เชื้อได้มากที่สุดในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนมีอาการ และอาจแพร่ได้นานถึง 3 สัปดาห์หลังมีอาการ
วิธีป้องกัน
- วัคซีนไวรัสเอ NIDDK ระบุว่าฉีด 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 6 เดือน และแนะนำในผู้ใหญ่ที่มีโรคตับเรื้อรังด้วย
- ล้างมือด้วยสบู่อย่างน้อย 20 วินาที หลังเข้าห้องน้ำ และก่อนเตรียมหรือกินอาหาร
- ดื่มน้ำสะอาด และกินอาหารที่ปรุงสุก
- คนที่ป่วยไม่ควรปรุงหรือเสิร์ฟอาหารให้ผู้อื่น
- ถ้าเพิ่งสัมผัสผู้ป่วยไวรัสเอ NIDDK ระบุว่าการได้วัคซีนหรืออิมมูโนโกลบูลินเร็วหลังสัมผัสอาจป้องกันการติดเชื้อได้ ให้รีบปรึกษาแพทย์
NIDDK ระบุว่าคนที่เคยเป็นไวรัสเอแล้วจะไม่เป็นซ้ำ
ตับอักเสบเฉียบพลัน หายเองได้ไหม อันตรายไหม
ส่วนใหญ่หายได้ แต่ไม่ใช่ทุกคน
- ไวรัสเอ: WHO ระบุว่าเกือบทุกคนหายสนิทและมีภูมิตลอดชีวิต NIDDK ระบุว่าส่วนใหญ่ดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ บางคนมีอาการนานถึง 6 เดือน
- ไวรัสอี: WHO ระบุว่ามักหายเองใน 2–6 สัปดาห์
- ไวรัสบีในผู้ใหญ่: ส่วนใหญ่หาย แต่ต้องตรวจซ้ำว่าไม่กลายเป็นเรื้อรัง
- จากยา: MedlinePlus ระบุว่าส่วนใหญ่ดีขึ้นในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์หลังหยุดยาที่เป็นสาเหตุ
กรณีที่อันตราย คือตับวายเฉียบพลัน ซึ่งพบไม่บ่อย WHO ระบุว่าไวรัสเอส่วนน้อยมากเกิดตับอักเสบรุนแรงจนตับวาย ซึ่งมักเสียชีวิต NIDDK ระบุว่าตับวายจากไวรัสเอ พบบ่อยกว่าในผู้สูงอายุและคนที่มีโรคตับอยู่เดิม บางรายต้องปลูกถ่ายตับฉุกเฉิน ผู้อ่านวัย 40 ปีขึ้นไปที่มีไขมันพอกตับ ไวรัสบี หรือตับแข็ง จึงไม่ควรรอดูอาการเอง รายละเอียดเรื่องตับวายอ่านที่ ตับวาย อาการเป็นอย่างไร
ระหว่างเป็นตับอักเสบเฉียบพลัน ห้ามกินยาอะไร
- เลี่ยงยาที่ไม่จำเป็น WHO ระบุให้เลี่ยงยาที่ไม่จำเป็นซึ่งอาจกระทบตับ โดยยกตัวอย่างพาราเซตามอล MedlinePlus ระบุว่าถ้าอาการรุนแรงให้เลี่ยงแอลกอฮอล์ พาราเซตามอล และสารอื่นที่อาจทำร้ายตับ ถ้าจำเป็นต้องใช้ยาแก้ไข้ ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรเรื่องขนาด อ่านที่ พาราเซตามอล ห้ามกินเกินกี่เม็ด
- ถามแพทย์ก่อนกินยาทุกชนิด NIDDK แนะนำให้ผู้ป่วยไวรัสเอถามแพทย์ก่อนกินยาตามใบสั่ง ยาซื้อเอง วิตามิน อาหารเสริม หรือการแพทย์ทางเลือก เพราะบางชนิดทำลายตับได้ เรื่องฟ้าทะลายโจรกับตับอ่านที่ ฟ้าทะลายโจรทำลายตับไหม
- งดเหล้า จนกว่าแพทย์บอกว่าหายดีแล้ว (NIDDK)
- ยาประจำโรคเรื้อรัง เช่น ยาความดัน ยาเบาหวาน ห้ามหยุดเอง ให้นำยาทุกตัวไปให้แพทย์ดู แพทย์จะเป็นผู้ตัดสินว่าตัวไหนต้องปรับ
- ดื่มน้ำและกินอาหารให้พอ WHO ระบุว่าการดูแลหลักคือทดแทนน้ำที่เสียจากอาเจียนและท้องเสีย ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ
ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องตับอักเสบเฉียบพลัน
ได้ยินว่าตาเหลืองต้องกินยาขับดีหรือสมุนไพรล้างตับ จริงไหม ไม่จริง ไวรัสเอยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะ และ NIDDK เตือนว่าอาหารเสริมสมุนไพรเองก็เป็นสาเหตุของตับอักเสบได้
ได้ยินว่าเป็นไวรัสเอแล้วจะกลายเป็นตับแข็ง จริงไหม ไม่จริง NIDDK ระบุว่าไวรัสเอไม่ทำให้ตับเสียหายระยะยาวหรือตับแข็ง
ได้ยินว่ากินพาราเซตามอลแก้ไข้ตอนตับอักเสบได้ตามปกติ จริงไหม ไม่ควรกินตามปกติ WHO และ MedlinePlus ให้เลี่ยงพาราเซตามอลที่ไม่จำเป็นในช่วงนี้ ต้องถามแพทย์ก่อน
อาการไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที
มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- สับสน ซึมลง ง่วงผิดปกติ หรือพูดจาไม่รู้เรื่อง
- อาเจียนเป็นเลือด หรือมีเลือดออกในทางเดินอาหาร
- กินพาราเซตามอลเกินขนาด แม้ยังไม่มีอาการ (MedlinePlus ระบุว่าต้องรักษาที่ห้องฉุกเฉินโดยเร็ว เพราะมียาแก้พิษเฉพาะ)
ควรไปพบแพทย์ภายในวันนั้น ถ้ามีตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม หรืออาเจียนมากจนกินดื่มไม่ได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นหญิงตั้งครรภ์ อายุมาก มีโรคตับอยู่เดิม หรือเพิ่งเริ่มยาหรือสมุนไพรตัวใหม่
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)
เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-15859-5-1473 ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1 เม็ด ฉลากระบุส่วนประกอบหลายรายการ (ดูรายการเต็มที่หน้าสินค้า) เช่น แอล-กลูตาไธโอน (100%) 90 มก. และแอล-กลูตาไธโอน (100%) 40.845 มก. (ฉลากพิมพ์ไว้ 2 บรรทัด) โคลีน ไบทาร์เทรต (98%) 121.975 มก. สารสกัดจากขมิ้นชัน 50 มก. และสารสกัดอาร์ทิโชก 20 มก.
ช่วงที่มีตับอักเสบเฉียบพลัน ไม่ใช่ช่วงที่ควรเริ่มอาหารเสริมใหม่ NIDDK แนะนำให้ผู้ป่วยไวรัสเอถามแพทย์ก่อนใช้วิตามินหรืออาหารเสริมทุกชนิด และ NIDDK ยังระบุว่าอาหารเสริมสมุนไพรเป็นสาเหตุหนึ่งของตับอักเสบ ไม่มีส่วนประกอบใดในเม็ดนี้ที่มีงานวิจัยเรื่องตับอักเสบเฉียบพลันจากไวรัสหรือจากยา ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าเม็ดนี้ทำให้ตับฟื้นตัวเร็วขึ้นหรือค่าตับเปลี่ยนแปลง
ข้อควรระวังที่ต้องอ่านก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่ตาเหลือง ตัวเหลือง หรือค่าตับสูงอยู่: ไม่ควรเริ่มรับประทานเองระหว่างนี้ ให้นำกล่องไปให้แพทย์ดูก่อน เครือข่ายเฝ้าระวังของสหรัฐ (DILIN) รายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน 10 ราย
- ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากระบุ ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน อาการตาเหลืองร่วมกับอุจจาระสีซีดอาจมาจากท่อน้ำดีอุดตันได้ ต้องให้แพทย์ตรวจก่อน ส่วนประกอบมีสารสกัดขมิ้นชันและสารสกัดอาร์ทิโชก และงานศึกษาในอาสาสมัครพบว่าเคอร์คูมินเพียง 20 มก. ทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
- ผู้ป่วยตับแข็ง: แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงตับอักเสบและตับวาย คำแนะนำนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ผู้ป่วยตับแข็งจึงไม่ควรรับประทาน เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลอนุญาต
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) หรือยาต้านเกล็ดเลือด: มีส่วนประกอบ 4 ตัวที่เกี่ยวข้อง คือ ผงถั่วนัตโตะ (แหล่งวิตามินเค 2 ที่อาจรบกวนวาร์ฟาริน ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณ) โคเอนไซม์ คิวเท็น ผงเก๋ากี้ และวิตามินอี ต้องบอกแพทย์ก่อนเสมอ
- ฉลากระบุว่ามีนมและถั่วเหลือง เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ผู้ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
- หากระหว่างรับประทานมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้และพบแพทย์ทันที (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อจนกว่าแพทย์จะบอก)
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →คำถามที่พบบ่อย
ตับอักเสบเฉียบพลันเกิดจากอะไร
สาเหตุที่พบบ่อยคือไวรัสตับอักเสบเอ บี และอี ยาบางชนิด เช่น พาราเซตามอลเกินขนาด อาหารเสริมสมุนไพร และการดื่มเหล้าหนัก ต้องตรวจเลือดจึงจะแยกสาเหตุได้
ตับอักเสบเฉียบพลันหายเองได้ไหม
ส่วนใหญ่หายได้ ไวรัสเอมักดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ บางคนนานถึง 6 เดือน ไวรัสอีมักหายใน 2–6 สัปดาห์ แต่ส่วนน้อยรุนแรงจนตับวาย จึงต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์
ไวรัสตับอักเสบเอติดจากอะไร
ติดจากอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระของผู้ติดเชื้อ เช่น อาหารที่คนป่วยปรุงโดยไม่ล้างมือ ป้องกันได้ด้วยวัคซีน 2 เข็ม การล้างมือ และดื่มน้ำสะอาด
ตับอักเสบเฉียบพลันอันตรายไหม
ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง แต่บางรายเกิดตับวายเฉียบพลัน ซึ่งพบบ่อยกว่าในผู้สูงอายุและคนที่มีโรคตับอยู่เดิม ถ้าสับสน ซึมลง หรืออาเจียนเป็นเลือด ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
เป็นตับอักเสบกินพาราเซตามอลได้ไหม
WHO แนะนำให้เลี่ยงยาที่ไม่จำเป็นอย่างพาราเซตามอลในช่วงที่ตับอักเสบ ถ้าจำเป็นต้องใช้ยาแก้ไข้ ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรเรื่องขนาดก่อน
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- What Is Viral Hepatitis?National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK), NIH
- Hepatitis ANational Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK), NIH
- Hepatitis A fact sheetWorld Health Organization
- Hepatitis E fact sheetWorld Health Organization
- Drug-induced liver injuryMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29
อ่านต่อ
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์
โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง
โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร
กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ
วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์
ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร
ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต
