บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus

พาราเซตามอล ห้ามกินเกินกี่เม็ด กี่วัน ทำลายตับได้อย่างไร

คำตอบสั้น: ผู้ใหญ่ทั่วไปกินพาราเซตามอล ไม่เกิน 4,000 มก. ต่อวัน หรือเม็ด 500 มก. ไม่เกิน 8 เม็ด ห่างกันอย่างน้อย 4–6 ชั่วโมง และ ไม่ควรกินติดต่อกันเกิน 5 วัน โดยไม่ปรึกษาแพทย์ ขนาดต่อครั้งควรคิดตามน้ำหนักตัว ยาทำลายตับเมื่อได้รับมากเกินกว่าที่ตับจัดการไหว ถ้ากินเกินขนาด ต้องไปโรงพยาบาลทันทีแม้ยังไม่มีอาการ เพราะยาแก้พิษได้ผลดีที่สุดเมื่อให้เร็ว

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ขนาดทั่วไป 10–15 มก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อครั้ง เม็ด 500 มก. คนหนัก 50–67 กก. กินครั้งละ 1 เม็ดครึ่ง เกิน 67 กก. กินได้ 2 เม็ด
  • นับพาราเซตามอลจาก ทุกผลิตภัณฑ์รวมกัน รวมถึงยาแก้หวัดสูตรผสม
  • คนดื่มเหล้าประจำ คนผอมหรือกินได้น้อย และคนเป็นโรคตับ เสี่ยงพิษต่อตับมากกว่าคนทั่วไป
  • อาการพิษอาจยังไม่ออกในวันแรก แต่ตับเริ่มเสียหายแล้ว จึงห้ามรอดูอาการ

พาราเซตามอล กินวันละไม่เกินกี่เม็ด

ผู้ใหญ่ทั่วไปไม่เกิน 4,000 มก. ต่อวัน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีระบุตรงกันว่าเม็ด 500 มก. กินไม่เกิน 8 เม็ดต่อวัน และแต่ละครั้งห่างกันอย่างน้อย 4–6 ชั่วโมง ส่วนหน้าเรื่องพาราเซตามอลเกินขนาดของ MedlinePlus ระบุว่าผู้ใหญ่ไม่ควรกินพาราเซตามอลชนิดยาเดี่ยวเกิน 3,000 มก. ต่อวัน ตัวเลขจึงต่างกันตามแหล่ง ตัวเลขสูงสุดไม่ใช่ขนาดที่ควรกินทุกวัน ผู้สูงอายุ ผู้ที่ดื่มสุรา หรือมีโรคตับ ควรถามแพทย์หรือเภสัชกรว่าขนาดที่เหมาะกับตัวเองคือเท่าไร

ขนาดต่อครั้งที่ถูกต้องคือ 10–15 มก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์แปลงเป็นจำนวนเม็ด 500 มก. ไว้ดังนี้

  • น้ำหนัก 34–50 กก. ครั้งละ 1 เม็ด
  • น้ำหนัก 50–67 กก. ครั้งละ 1 เม็ดครึ่ง
  • น้ำหนักเกิน 67 กก. ครั้งละ 2 เม็ด

แปลว่า คนตัวเล็กไม่ควรกินครั้งละ 2 เม็ดตามความเคยชิน ถ้าใช้ยาเม็ดขนาดอื่น เช่น 325 หรือ 650 มก. ต้องคิดเป็นมิลลิกรัมรวม ไม่ใช่นับเม็ดเท่ากับเม็ด 500 มก.

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ยังรายงานว่าองค์การอาหารและยาสหรัฐ (US FDA) แนะนำครั้งละไม่เกิน 650 มก. และวันละไม่เกิน 2,600 มก. เพื่อลดการได้ยาเกินโดยไม่ตั้งใจ และใช้เป็นขนาดสำหรับผู้ที่ไวต่อพิษต่อตับ

ยาพารากินทุกวัน อันตรายไหม กินติดต่อกันได้กี่วัน

ไม่ควรกินติดต่อกันเกิน 5 วัน ตามคำแนะนำของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ถ้าปวดหรือไข้ยังไม่หายใน 5 วัน ควรไปหาสาเหตุกับแพทย์ ไม่ใช่กินต่อไปเรื่อย ๆ

รามาธิบดีแนะนำให้ กินเมื่อมีอาการเท่านั้น ไม่กินดักไข้ เพราะการกินป้องกันไว้ก่อนไม่ได้ประโยชน์ และเพิ่มโอกาสได้ยาเกินขนาด

คนที่ปวดเรื้อรังและต้องใช้ยาแก้ปวดเกือบทุกวัน เช่น ปวดเข่า ปวดหลัง ควรให้แพทย์วางแผนยาแก้ปวดให้ เพราะยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs ที่คนมักเปลี่ยนไปใช้ก็มีผลต่อไต อ่านเปรียบเทียบได้ที่ ยาแก้ปวดไตพังไหม ยาแก้อักเสบกับพาราเซตามอล

พาราเซตามอลทำลายตับได้อย่างไร

ตับเปลี่ยนพาราเซตามอลส่วนหนึ่งเป็นสารพิษชื่อ NAPQI คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลอธิบายว่า ในภาวะปกติร่างกายใช้ กลูตาไธโอน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสร้างเอง จับ NAPQI ให้หมดฤทธิ์

ปัญหาเกิดเมื่อได้ยามากเกินกว่าที่ตับจัดการไหว รามาธิบดีอธิบายว่ายาจะสะสมจนตับถูกทำลายและอักเสบ คนที่สร้างกลูตาไธโอนได้น้อย เช่น คนขาดสารอาหาร จึงเสี่ยงกว่าคนอื่นแม้ได้ยาไม่มาก

ข้อมูลจากสหรัฐที่คณะเภสัชศาสตร์ มหิดลยกมาแสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ช่วง พ.ศ. 2541–2546 (ค.ศ. 1998–2003) พาราเซตามอลเป็นสาเหตุของตับวายเฉียบพลันราวร้อยละ 48 ของผู้ป่วยในสหรัฐ

ยาแก้หวัดสูตรผสมมีพาราอยู่แล้ว กินซ้ำได้ไหม

ไม่ควรกินซ้อนกัน MedlinePlus (หอสมุดการแพทย์แห่งชาติสหรัฐ) ระบุว่าขนาดสูงสุดต่อวันนับจาก ทุกผลิตภัณฑ์ที่มีพาราเซตามอลรวมกัน และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีพาราเซตามอลมากกว่า 1 ชนิดพร้อมกัน

สถานการณ์ที่พบบ่อยคือ เป็นหวัดแล้วซื้อยาแก้หวัดแบบเม็ดรวมหรือแบบผงชง แล้วยังกินพาราเม็ดเดี่ยวเพิ่มเพราะยังมีไข้ วิธีป้องกันคือ

  • อ่านฉลากหาคำว่า พาราเซตามอล หรือ acetaminophen ทุกครั้งก่อนกิน
  • จดเวลาและจำนวนยาที่กินในแต่ละวัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ลูกหลานช่วยกันจัดยา
  • ถามเภสัชกรที่ร้านยาว่ายาที่ซื้อมีพาราอยู่แล้วหรือไม่

คนผอม ผู้สูงอายุ คนดื่มเหล้า คนเป็นโรคตับ ต้องลดขนาดไหม

กลุ่มเหล่านี้เสี่ยงพิษต่อตับมากกว่า และควรให้แพทย์หรือเภสัชกรกำหนดขนาดให้ แหล่งที่ตรวจแล้วระบุกลุ่มเสี่ยงไว้ดังนี้

  • คนน้ำหนักตัวน้อย (รามาธิบดี) ขนาดต่อครั้งต้องคิดตามน้ำหนัก ไม่ใช่ใช้ 2 เม็ดเท่าคนตัวใหญ่ ผู้สูงอายุที่ผอมลงหรือกินได้น้อยจึงควรระวังเป็นพิเศษ
  • คนขาดสารอาหาร เพราะสร้างกลูตาไธโอนได้น้อย (คณะเภสัชศาสตร์ มหิดล)
  • คนดื่มสุราประจำ เสี่ยงแม้ใช้ขนาดปกติ MedlinePlus ระบุว่าคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 3 แก้วขึ้นไปทุกวันไม่ควรใช้พาราเซตามอลเอง ต้องถามแพทย์ก่อน อ่านต่อที่ ดื่มเหล้ากินยาพาราได้ไหม
  • คนเป็นโรคตับ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ระบุว่าต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง รายละเอียดอยู่ที่ โรคตับกินยาแก้ปวดอะไรได้
  • คนที่กินยาบางชนิดที่เร่งการทำงานของเอนไซม์ตับ เช่น ฟีนิโทอิน คาร์บามาซีพีน (ยากันชัก) และไรแฟมพิซิน (ยาวัณโรค) ตามที่คณะเภสัชศาสตร์ มหิดลระบุ ผู้ที่กินยาวัณโรคอยู่อ่านเพิ่มที่ ตับอักเสบจากยาวัณโรค

ความเชื่อ: พาราเป็นยาสามัญ กินเยอะหน่อยก็ไม่เป็นไร

ไม่จริง พาราเซตามอลปลอดภัยเมื่อใช้ตามขนาด แต่เป็นยาที่เกินขนาดได้ง่ายที่สุดตัวหนึ่ง เพราะมีอยู่ในยาหลายยี่ห้อ และคนมักกินดักไข้หรือกินถี่กว่าทุก 4 ชั่วโมงเมื่อไข้ไม่ลง

ถ้าไข้สูงไม่ลงหรือปวดไม่หาย วิธีที่ถูกคือไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ ไม่ใช่เพิ่มจำนวนเม็ดหรือกินถี่ขึ้น

กินพาราเกินขนาด ทำไมต้องไปโรงพยาบาลทันทีแม้ยังไม่มีอาการ

เพราะช่วงแรกอาจดูปกติ แต่ตับกำลังถูกทำลาย รามาธิบดีแบ่งอาการพิษไว้ 3 ช่วง

  1. 0–24 ชั่วโมงแรก คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร เหงื่อออก บางคนไม่มีอาการเลย
  2. 24–48 ชั่วโมง ภายนอกดูเหมือนหายดี แต่ผลเลือดพบค่าเอนไซม์ตับสูงขึ้น
  3. หลัง 48 ชั่วโมง อาการตับอักเสบกลับมา รายที่รุนแรงมีอาการทางสมองจากตับและเสียชีวิตได้

MedlinePlus ระบุว่าอาการอาจไม่เกิดจนผ่านไป 12 ชั่วโมงหรือนานกว่านั้น และ ถ้าได้รับการรักษาภายใน 8 ชั่วโมงหลังกินยาเกินขนาด โอกาสหายดีสูงมาก โรงพยาบาลมียาแก้พิษชื่อ N-acetylcysteine (NAC) และจะเจาะเลือดวัดระดับยา

ถ้ามีคนในบ้านกินพาราเกินขนาด ไม่ว่าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ให้ ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 นำแผงยาหรือขวดยาไปด้วย และบอกเวลาที่กินโดยประมาณ

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)

เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-15859-5-1473 ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1 เม็ด ส่วนที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้มีดังนี้

  • แอล-กลูตาไธโอน (100%) 90 มก. และ แอล-กลูตาไธโอน (100%) 40.845 มก. — ฉลากพิมพ์กลูตาไธโอนไว้ 2 บรรทัด (อ่านที่ กลูตาไธโอนคืออะไร และทำไมบางฉลากเขียนไว้ 2 บรรทัด) กลูตาไธโอนคือสารที่ร่างกายใช้จับ NAPQI ตามที่อธิบายข้างบน แต่นั่นคือกลูตาไธโอนที่ร่างกายสร้างเองในตับ ส่วนการดูดซึมของกลูตาไธโอนชนิดกินยังเป็นข้อถกเถียง อ่านรายละเอียดที่ กลูต้าไธโอน ดูดซึมได้ไหม
  • แอล-ซิสเทอีน HCl 30 มก. — ระบุชื่อและปริมาณตามฉลากเท่านั้น เราไม่ได้อ้างสรรพคุณ

ไม่มีหลักฐานว่าเม็ดนี้ช่วยป้องกันพิษของพาราเซตามอลต่อตับ ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดเป็นเหตุผลในการกินพาราเกินขนาด และเมื่อกินยาเกินขนาด สิ่งที่ต้องทำคือไปโรงพยาบาลทันที

ข้อควรระวังที่ต้องอ่านก่อนตัดสินใจ

  • ผู้มีค่าตับสูง ไวรัสตับอักเสบ หรือโรคตับอื่น: ให้นำกล่องไปให้แพทย์ดูก่อนทุกครั้ง ส่วนประกอบมีสารสกัดจากขมิ้นชัน 50 มก. ซึ่งเครือข่ายเฝ้าระวังตับอักเสบจากยาของสหรัฐ (DILIN) รายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน 10 ราย
  • ผู้ป่วยตับแข็ง: แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร คำแนะนำนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ผู้ป่วยตับแข็งจึงไม่ควรรับประทาน เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลอนุญาต
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) หรือยาต้านเกล็ดเลือด: มีส่วนประกอบ 4 ตัวที่เกี่ยวข้อง คือ ผงถั่วนัตโตะ (แหล่งวิตามินเค 2 ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณ) โคเอนไซม์ คิวเท็น ผงเก๋ากี้ และวิตามินอี ต้องบอกแพทย์ก่อนเสมอ
  • ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากระบุ ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน
  • ฉลากระบุว่ามีนมและถั่วเหลือง เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ผู้ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
  • หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อ) และพบแพทย์ทันที

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Liv Pro Plus ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า พื้นกล่องสีแดงเข้ม

Beta Liv Pro Plusเบต้าลีฟโปรพลัส

เลข อย. 13-1-15859-5-1473

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →

คำถามที่พบบ่อย

พาราเซตามอล 500 กินวันละไม่เกินกี่เม็ด

ผู้ใหญ่ทั่วไปไม่เกิน 8 เม็ดต่อวัน หรือ 4,000 มก. ห่างกันอย่างน้อย 4–6 ชั่วโมง ขนาดต่อครั้งควรคิดตามน้ำหนักตัว 10–15 มก. ต่อกิโลกรัม

พาราเซตามอลกินติดต่อกันได้กี่วัน

ไม่ควรเกิน 5 วันโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ถ้าไข้หรืออาการปวดยังไม่หายควรไปหาสาเหตุ และควรกินเมื่อมีอาการเท่านั้น ไม่กินดักไข้

กินยาแก้หวัดแล้วกินพาราเพิ่มได้ไหม

ต้องอ่านฉลากก่อน ยาแก้หวัดสูตรผสมหลายชนิดมีพาราเซตามอลอยู่แล้ว และขนาดสูงสุดต่อวันต้องนับจากทุกผลิตภัณฑ์รวมกัน

กินพาราเกินขนาดแต่ยังไม่มีอาการ ต้องไปหาหมอไหม

ต้องไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาการอาจยังไม่ออกในช่วงแรกแต่ตับเริ่มเสียหายแล้ว และยาแก้พิษได้ผลดีที่สุดเมื่อได้รับเร็ว

คนดื่มเหล้าประจำกินพาราได้ไหม

เสี่ยงพิษต่อตับมากกว่าคนทั่วไปแม้ใช้ขนาดปกติ คนที่ดื่มตั้งแต่ 3 แก้วขึ้นไปทุกวันควรถามแพทย์ก่อนใช้

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29

อ่านต่อ

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์

โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง

โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร

กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ

วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์

ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร

ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 733 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท