บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus

ไวรัสตับอักเสบซี อาการเริ่มแรก ทำไมคนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวจนตับแข็ง

คำตอบสั้น: ไวรัสตับอักเสบซี ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ ทั้งตอนติดเชื้อใหม่และตอนเป็นเรื้อรัง องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าการติดเชื้อเรื้อรังมักเงียบไปหลายสิบปี จนตับเสียหายมากแล้วจึงมีอาการ วิธีเดียวที่จะรู้ก่อนคือตรวจเลือด คนไทยที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 ตรวจคัดกรองได้ฟรี 1 ครั้ง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • WHO ระบุว่าการติดเชื้อไวรัสซีระยะแรกมักไม่มีอาการ ถ้ามีอาการ อาจเริ่มตั้งแต่ 2 สัปดาห์ถึง 6 เดือนหลังรับเชื้อ
  • ราวร้อยละ 30 (15–45) ร่างกายกำจัดไวรัสได้เองภายใน 6 เดือน ที่เหลือราวร้อยละ 70 (55–85) กลายเป็นเรื้อรัง
  • ในคนที่เป็นเรื้อรัง โอกาสเกิดตับแข็งอยู่ที่ร้อยละ 15–30 ภายใน 20 ปี (WHO)
  • การตรวจมี 2 ขั้น คือ Anti-HCV (ดูว่าเคยติดเชื้อไหม) แล้วยืนยันด้วย HCV RNA หรือ HCV core antigen (ดูว่ายังมีไวรัสอยู่ไหม)
  • กรมควบคุมโรคประมาณว่าคนไทยติดเชื้อไวรัสซีเรื้อรังราวร้อยละ 1–2 หรือประมาณ 3–8 แสนคน

ไวรัสตับอักเสบซี อาการเริ่มแรกเป็นอย่างไร

คนส่วนใหญ่ไม่มีอาการเลย WHO ระบุว่าการติดเชื้อเฉียบพลันที่มีอาการพบไม่บ่อย ถ้ามีอาการ อาจพบอาการข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อต่อไปนี้

  • มีไข้ อ่อนเพลียมาก
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดท้อง ปวดข้อ
  • ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง

อาการเหล่านี้ไม่จำเพาะ ไข้หวัด อาหารเป็นพิษ หรือตับอักเสบจากสาเหตุอื่นก็ทำให้เป็นแบบนี้ได้ ความต่างของตับอักเสบเฉียบพลันแต่ละสาเหตุอ่านที่ ตับอักเสบเฉียบพลัน เกิดจากอะไร

ไวรัสซีระยะฟักตัวนานเท่าไร

WHO ระบุว่าคนที่มีอาการ อาจใช้เวลา ตั้งแต่ 2 สัปดาห์ถึง 6 เดือน หลังรับเชื้อ ส่วน NIDDK (สถาบันโรคเบาหวาน ทางเดินอาหาร และไตของสหรัฐ) ระบุว่าบางคนมีอาการ 2–12 สัปดาห์หลังรับเชื้อ

ข้อสำคัญคือ คนที่ไม่มีอาการเลยก็ยังติดเชื้อและแพร่เชื้อทางเลือดได้ การไม่มีอาการจึงใช้ตัดสินว่าไม่ติดเชื้อไม่ได้

ทำไมไวรัสซีมักไม่มีอาการนานหลายปี

เพราะตับเสียหายแบบค่อยเป็นค่อยไป อาการจะโผล่ก็ต่อเมื่อตับเสียหายมากแล้ว WHO และ NIDDK ระบุไว้ตรงกันว่า

  • คนที่เป็นเรื้อรัง มักไม่รู้ตัว เพราะไม่มีอาการไปหลายสิบปี จนตับเสียหายรุนแรงจึงเริ่มมีอาการ (WHO)
  • คนเป็นเรื้อรังจะมีอาการน้อยหรือไม่มีเลย จนเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างตับแข็ง ซึ่งอาจผ่านไปหลายสิบปีหลังติดเชื้อ (NIDDK)

นี่คือเหตุผลที่การรอให้มีอาการแล้วค่อยตรวจจึงช้าเกินไป และเป็นที่มาของสิทธิ์ตรวจคัดกรองฟรีในคนที่ยังไม่มีอาการ

อาการที่บอกว่าตับเริ่มเสียหายจากไวรัสซีเรื้อรัง

NIDDK ระบุอาการของตับแข็งที่อาจพบในคนเป็นไวรัสซีเรื้อรัง ได้แก่

  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
  • คันตามผิวหนัง
  • น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
  • สับสน คิดช้า
  • ข้อเท้าบวม
  • ท้องบวมโต (ท้องมาน)

ถ้ามีอาการเหล่านี้แล้ว แปลว่าตับอาจเสียหายมากแล้ว ไม่ควรรอให้ถึงจุดนี้ อาการตับแข็งแต่ละระยะอ่านเพิ่มที่ ตับแข็ง อาการเริ่มต้น

ไวรัสซีเรื้อรังนำไปสู่ตับแข็งและมะเร็งตับอย่างไร

ไวรัสทำให้ตับอักเสบต่อเนื่อง ตับซ่อมตัวเองด้วยการสร้างพังผืด พังผืดสะสมนานเข้าจนกลายเป็นตับแข็ง NIDDK อธิบายว่าเนื้อพังผืดเข้ามาแทนเนื้อตับดี ทำให้ตับทำงานไม่ได้ตามปกติและเลือดไหลผ่านตับลำบาก เมื่อตับแข็งแย่ลง ตับจะเริ่มวาย และคนที่มีตับแข็งมีโอกาสเกิดมะเร็งตับสูงขึ้น

ตัวเลขจาก WHO

  • ร้อยละ 70 (55–85) ของผู้ติดเชื้อจะกลายเป็นเรื้อรัง
  • ในคนที่เป็นเรื้อรัง โอกาสเป็นตับแข็งอยู่ที่ร้อยละ 15–30 ภายใน 20 ปี
  • ปี 2024 มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสซีทั่วโลกราว 239,000 คน ส่วนใหญ่จากตับแข็งและมะเร็งตับ

ข่าวดีคือ ไวรัสซีรักษาได้ด้วยยากิน WHO ระบุว่ายาต้านไวรัสชนิดออกฤทธิ์ตรง (DAA) รักษาได้มากกว่าร้อยละ 95 และการตรวจพบเร็วช่วยเลี่ยงความเสียหายของตับได้ รายละเอียดเรื่องยาอ่านที่ ไวรัสตับอักเสบซี รักษาหายไหม

ไวรัสตับอักเสบซี ตรวจอะไรถึงรู้

แนวทางการคัดกรองและรักษาไวรัสตับอักเสบบีและซี พ.ศ. 2569 ของกระทรวงสาธารณสุข แบ่งเป็น 2 ขั้น

  1. ตรวจคัดกรอง Anti-HCV (ภูมิต่อไวรัสซี) ด้วยชุดตรวจในห้องแล็บหรือชุดตรวจแบบรวดเร็ว
  2. ถ้า Anti-HCV เป็นบวก ต้องตรวจยืนยัน ด้วย HCV RNA หรือ HCV core antigen ว่ายังมีไวรัสอยู่จริงหรือไม่

ทำไมต้องตรวจ 2 ขั้น WHO อธิบายว่าราวร้อยละ 30 ของคนที่ติดเชื้อกำจัดไวรัสได้เอง แต่ Anti-HCV จะยังเป็นบวกต่อไป Anti-HCV บวกจึงแปลว่า "เคยติดเชื้อ" ไม่ได้แปลว่า "ยังป่วยอยู่" ต้องรอผลตรวจยืนยันก่อน

ขั้นตอนตรวจ สิทธิ์ตรวจฟรี และสิ่งที่ต้องเตรียม อ่านที่ ตรวจไวรัสตับอักเสบบี ซี ตรวจยังไง

ใครควรตรวจไวรัสซี แม้ไม่มีอาการ

ตามแนวทางกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2569 และกรมควบคุมโรค

  • คนไทยที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 ตรวจคัดกรองฟรี 1 ครั้งตลอดชีวิต ทุกสิทธิ์
  • 5 กลุ่มเสี่ยง ตรวจซ้ำได้ฟรีทุกปี ได้แก่ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีด ชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ต้องขัง
  • คนที่ได้รับเลือดก่อนปี พ.ศ. 2534 ซึ่งเป็นช่วงที่ยังไม่มีการตรวจไวรัสซีในเลือดบริจาค

NIDDK เพิ่มกลุ่มที่พบไวรัสซีมากกว่าคนทั่วไป เช่น เคยฟอกไต ทำงานสัมผัสเลือดหรือเข็ม และเกิดจากแม่ที่ติดเชื้อ ส่วน WHO แนะนำให้ตรวจในคนที่มีอาการแสดงของโรคตับด้วย ช่องทางการติดเชื้ออ่านที่ ไวรัสตับอักเสบซี ติดต่อทางไหน และควรตรวจอะไรตามวัย อ่านที่ อายุ 40 50 60 ควรตรวจสุขภาพอะไรบ้าง

ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องอาการไวรัสซี

ได้ยินว่าไม่มีอาการแปลว่าไม่ติดเชื้อ จริงไหม ไม่จริง WHO ระบุว่าทั้งระยะแรกและระยะเรื้อรังมักไม่มีอาการ

ได้ยินว่าค่าตับปกติก็ไม่ต้องตรวจไวรัสซี จริงไหม ไม่จริง ค่าตับไม่ใช่การตรวจไวรัส คนเกิดก่อน พ.ศ. 2535 มีสิทธิ์ตรวจ Anti-HCV ฟรีอยู่แล้ว ภาพรวมเรื่องค่าตับอ่านที่ ค่าตับ SGOT SGPT สูงหมายความว่าอะไร

ได้ยินว่าเป็นไวรัสซีแล้วต้องเป็นตับแข็งทุกคน จริงไหม ไม่จริง WHO ระบุโอกาสตับแข็งร้อยละ 15–30 ใน 20 ปีในคนที่เป็นเรื้อรัง และปัจจุบันรักษาได้ด้วยยากิน ยิ่งตรวจเจอเร็วยิ่งได้ประโยชน์ ความต่างระหว่างไวรัสบีกับซีอ่านที่ ไวรัสตับอักเสบบีและซีต่างกันอย่างไร

อาการไหนต้องไปพบแพทย์ทันที

มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • อาเจียนเป็นเลือด หรือมีเลือดออกในทางเดินอาหาร
  • สับสน ซึมลง หรือพูดจาไม่รู้เรื่องอย่างผิดปกติ

ควรไปพบแพทย์เร็วที่สุด ไม่ต้องรอวันนัด ถ้ามีตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม ท้องบวมโตขึ้น หรือขาบวม

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)

เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-15859-5-1473 ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1 เม็ด ฉลากระบุส่วนประกอบหลายรายการ (ดูรายการเต็มที่หน้าสินค้า) เช่น แอล-กลูตาไธโอน (100%) 90 มก. และแอล-กลูตาไธโอน (100%) 40.845 มก. (ฉลากพิมพ์ไว้ 2 บรรทัด) โคลีน ไบทาร์เทรต (98%) 121.975 มก. และสารสกัดจากขมิ้นชัน 50 มก.

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบอกไม่ได้ว่าคุณติดไวรัสซีหรือไม่ ทางเดียวคือการตรวจเลือด และไม่มีส่วนประกอบใดในเม็ดนี้ที่มีงานวิจัยเรื่องไวรัสตับอักเสบซี ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าเม็ดนี้มีผลต่อไวรัส ค่าตับ หรือพังผืดในตับ

ข้อควรระวังที่ต้องอ่านก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี: NIDDK ระบุให้ถามแพทย์ก่อนใช้อาหารเสริมทุกชนิด เพราะบางชนิดทำลายตับและอาจมีปฏิกิริยากับยารักษาไวรัสซี ให้นำกล่องไปให้แพทย์ดูก่อนเสมอ
  • ผู้ป่วยตับแข็ง: แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร คำแนะนำนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ผู้ป่วยตับแข็งจึงไม่ควรรับประทาน เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลอนุญาต
  • ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากระบุ ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน มีสารสกัดขมิ้นชัน ซึ่งงานศึกษาในอาสาสมัครพบว่าเคอร์คูมินเพียง 20 มก. ทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว และเครือข่ายเฝ้าระวังของสหรัฐ (DILIN) รายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน 10 ราย
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) หรือยาต้านเกล็ดเลือด: มีส่วนประกอบ 4 ตัวที่เกี่ยวข้อง คือ ผงถั่วนัตโตะ (แหล่งวิตามินเค 2 ที่อาจรบกวนวาร์ฟาริน ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณ) โคเอนไซม์ คิวเท็น ผงเก๋ากี้ และวิตามินอี ต้องบอกแพทย์ก่อนเสมอ
  • ฉลากระบุว่ามีนมและถั่วเหลือง เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ผู้ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
  • หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้และพบแพทย์ทันที (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อจนกว่าแพทย์จะบอก)

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Liv Pro Plus ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า พื้นกล่องสีแดงเข้ม

Beta Liv Pro Plusเบต้าลีฟโปรพลัส

เลข อย. 13-1-15859-5-1473

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →

คำถามที่พบบ่อย

ไวรัสตับอักเสบซี อาการเริ่มแรกมีอะไรบ้าง

ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ ถ้ามีอาจเป็นไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดท้อง ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระซีด และตัวตาเหลือง ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก

ไวรัสซีระยะฟักตัวกี่วัน

WHO ระบุว่าคนที่มีอาการอาจเริ่มมีอาการตั้งแต่ 2 สัปดาห์ถึง 6 เดือนหลังรับเชื้อ แต่คนส่วนใหญ่ไม่มีอาการเลย จึงต้องอาศัยการตรวจเลือด

ไวรัสตับอักเสบซีอันตรายไหม

อันตรายถ้าไม่ได้รักษา ราวร้อยละ 70 กลายเป็นเรื้อรัง และในกลุ่มนี้มีโอกาสตับแข็งร้อยละ 15–30 ภายใน 20 ปี แต่ปัจจุบันมียากินที่รักษาได้มากกว่าร้อยละ 95

Anti-HCV เป็นบวก แปลว่าเป็นไวรัสซีแน่ไหม

ยังไม่แน่ Anti-HCV บวกแปลว่าเคยติดเชื้อ ราวร้อยละ 30 ร่างกายกำจัดไวรัสได้เอง ต้องตรวจยืนยันด้วย HCV RNA หรือ HCV core antigen ก่อน

ใครควรตรวจไวรัสตับอักเสบซี

คนไทยที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 ตรวจฟรี 1 ครั้งตลอดชีวิต และ 5 กลุ่มเสี่ยงตรวจฟรีทุกปี รวมถึงคนที่เคยรับเลือดก่อน พ.ศ. 2534 เคยฟอกไต หรือมีอาการแสดงของโรคตับ

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29

อ่านต่อ

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์

โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง

โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร

กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ

วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์

ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร

ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 733 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท