บทความความรู้สุขภาพ

ควรกินอาหารเสริมไหม ต้องกินทุกวันไหม และควรพักบ้างไหม

ภาพประกอบบทความ ควรกินอาหารเสริมไหม ต้องกินทุกวันไหม และควรพักบ้างไหม

คำถามนี้ตรงไปตรงมา และคำตอบที่ซื่อสัตย์คือ เราตอบแทนคุณไม่ได้

ไม่ใช่เพราะเลี่ยง แต่เพราะสองเหตุผล

หนึ่ง เราไม่รู้ว่าร่างกายคุณเป็นอย่างไร กินอะไรอยู่ และขาดอะไรหรือไม่

สอง กฎหมายไม่อนุญาตให้ผู้ขายอาหารเสริมบอกว่าผลิตภัณฑ์มีคุณประโยชน์อย่างไร โดยไม่ได้รับอนุญาตก่อน

สิ่งที่เราทำได้คือ ให้กรอบคิดที่ใช้ตัดสินใจเองได้

คำถามที่ 1 ควรกินไหม

เริ่มจากคำถามกลับว่า กินเพื่ออะไร

ถ้าคำตอบคือ เพราะมีคนบอกว่าดี — ยังไม่ใช่เหตุผลที่พอ

ถ้าคำตอบคือ เพราะกลัวเป็นโรค — สิ่งที่ตรงกว่าคือไปตรวจสุขภาพ เพราะการเดาแล้วซื้อไม่ได้ตอบว่าคุณมีปัญหาอะไรจริง ๆ

ถ้าคำตอบคือ เพราะแพทย์หรือเภสัชกรบอกว่าขาดบางอย่าง — นี่คือเหตุผลที่ชัดที่สุด และควรกินตามที่เขากำหนด

ถ้าคำตอบคือ เพราะกินอาหารได้ไม่ครบจริง ๆ — ควรคุยกับนักกำหนดอาหารก่อน เพราะอาจแก้ที่อาหารได้โดยไม่ต้องซื้อ

หลักที่ใช้ได้เสมอคือ การเสริมมีเหตุผลเมื่อขาด และการรู้ว่าขาดหรือไม่ ต้องมาจากการตรวจ ไม่ใช่การเดา

คำถามที่ 2 ต้องกินทุกวันไหม

ให้ทำตามที่ฉลากระบุในหัวข้อวิธีรับประทาน

ถ้าฉลากเขียนว่าวันละ 1 หน่วย ก็คือวันละ 1 หน่วย

ไม่ควรเพิ่มเองเพราะอยากให้เห็นผลเร็ว

ไม่ควรลดเองเพราะอยากให้กล่องอยู่ได้นาน เพราะเป็นการใช้ผิดจากที่กำหนด

ถ้าลืมไปวันหนึ่ง ให้ข้ามไป ไม่ต้องกินชดเชย

คำถามที่ 3 ควรพักบ้างไหม

ถ้าฉลากไม่ได้ระบุระยะเวลา แปลว่าผู้ผลิตไม่ได้กำหนดไว้

คำถามว่าควรกินต่อเนื่องนานแค่ไหนหรือควรพักเมื่อไร เป็นคำถามที่ต้องถามแพทย์หรือเภสัชกร

สิ่งที่ควรทำแน่ ๆ คือทบทวนเป็นระยะว่ายังจำเป็นอยู่ไหม

คำถามที่ควรถามตัวเองทุก 3 ถึง 6 เดือน

"ยังจำเป็นอยู่ไหม หรือกินต่อเพราะเคยชิน"

"ตอนนี้กินอยู่กี่อย่าง และซ้ำกันหรือเปล่า" วิธีตรวจอยู่ที่ กินหลายยี่ห้อพร้อมกัน ตรวจอย่างไรไม่ให้ซ้ำซ้อน

"ค่าใช้จ่ายรวมต่อเดือนเท่าไร และคุ้มกับสิ่งที่ได้ไหม"

"เคยเอาไปให้เภสัชกรดูครั้งสุดท้ายเมื่อไร"

คนที่ตอบคำถามนี้ให้คุณได้

แพทย์ที่ดูแลคุณอยู่

เภสัชกร ซึ่งเข้าถึงง่ายที่สุดและปรึกษาได้ที่ร้านขายยาที่มีเภสัชกรประจำ

นักกำหนดอาหาร สำหรับเรื่องอาหารและสารอาหาร

ไม่ใช่ผู้ขาย ไม่ใช่รีวิว และไม่ใช่คนที่บ้านที่กินแล้วบอกว่าดี

สิ่งที่เราอยากพูดตรง ๆ

ผู้ขายที่ตอบว่าทุกคนควรกิน คือผู้ขายที่กำลังขาย ไม่ใช่กำลังตอบ

และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใช้แทนยาที่แพทย์สั่งไม่ได้ ไม่ว่าใครจะบอกอย่างไร

ตรวจก่อนว่าขาดจริงไหม

เป็นขั้นที่คนข้ามมากที่สุด และเป็นขั้นที่ประหยัดเงินได้มากที่สุด

เพราะการเสริมสิ่งที่ไม่ได้ขาด ไม่ได้ให้ประโยชน์เพิ่ม และในบางกรณีมีข้อควรระวัง

สิ่งที่ทำได้

ถามแพทย์ในนัดถัดไปว่า จากผลเลือดของฉัน มีอะไรที่ควรเสริมไหม

ถ้ากำลังจะตรวจสุขภาพประจำปีอยู่แล้ว ให้ถามล่วงหน้าว่าควรตรวจอะไรเพิ่ม

เอาสิ่งที่กินอยู่ไปให้ดูด้วย เพราะบางอย่างอาจไม่จำเป็นแล้ว

เรื่องงบประมาณ พูดกันตรง ๆ

อาหารเสริมเป็นค่าใช้จ่ายประจำเดือน ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายครั้งเดียว

ก่อนเริ่ม ให้คิดว่าจะจ่ายเดือนละเท่าไรได้ต่อเนื่องโดยไม่กระทบอย่างอื่น

ถ้าตัวเลขนั้นทำให้ต้องลดค่าอาหารสด ค่ายา หรือค่าเดินทางไปหาหมอ แปลว่าลำดับความสำคัญกลับด้าน

อาหารจริงและการไปตามนัด มาก่อนเสมอ

อ่านต่อ

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นความรู้สำหรับผู้ซื้อ เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ไม่ได้ระบุว่าผลิตภัณฑ์ใดให้ผลอย่างไรต่อร่างกาย

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องดื่มไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีโรคประจำตัว ใช้ยาอยู่ หรืออยู่ในความดูแลของแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน โดยนำกล่องไปให้ดูด้วย

ปรึกษาทีมงานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ถามเรื่องสินค้า ราคา วิธีทาน หรือสอบถามโปรโมชันพิเศษ ได้ทุกช่องทางด้านล่าง

คำถามที่พบบ่อย

ควรกินอาหารเสริมไหม

หลักที่ใช้ได้คือการเสริมมีเหตุผลเมื่อขาด และการรู้ว่าขาดหรือไม่ต้องมาจากการตรวจ ไม่ใช่การเดา ถ้ากินเพราะมีคนบอกว่าดีหรือเพราะกลัวเป็นโรค สิ่งที่ตรงกว่าคือไปตรวจสุขภาพก่อน

ต้องกินทุกวันไหม

ให้ทำตามที่ฉลากระบุในหัวข้อวิธีรับประทาน ไม่ควรเพิ่มเองเพราะอยากเห็นผลเร็ว และไม่ควรลดเองเพราะอยากให้กล่องอยู่นาน เพราะเป็นการใช้ผิดจากที่กำหนด ถ้าลืมไปวันหนึ่งให้ข้ามไปไม่ต้องกินชดเชย

ควรพักบ้างไหม

ถ้าฉลากไม่ได้ระบุระยะเวลาแปลว่าผู้ผลิตไม่ได้กำหนดไว้ คำถามนี้ต้องถามแพทย์หรือเภสัชกร แต่สิ่งที่ควรทำแน่ ๆ คือทบทวนทุก 3 ถึง 6 เดือนว่ายังจำเป็นอยู่ไหมหรือกินต่อเพราะเคยชิน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-08

อ่านต่อ

ซื้อเบต้าแคร์ให้พ่อแม่ ควรบอกอะไรและควรถามอะไรก่อน

ก่อนซื้อเบต้าแคร์ให้พ่อแม่ ควรพาไปถามเภสัชกรพร้อมกล่องและรายการยาที่ท่านใช้อยู่ พร้อมคำเตือน 4 ข้อบนฉลากที่ต้องอ่านให้ครบก่อน

ซื้อเบต้าแคร์จากตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้ง ต่างจากแพลตฟอร์มอย่างไร

ความต่างระหว่างซื้อเบต้าแคร์จากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งกับซื้อในแพลตฟอร์ม และวิธีตรวจผู้ขายรายใดก็ได้ด้วยเลข อย. 13-1-01566-5-0066

คำถามที่คนถามบ่อยเรื่องโปรโมชันเบต้าแคร์

รวมคำถามเรื่องโปรโมชันเบต้าแคร์ ราคาชุด 890 2,490 4,590 7,890 12,990 บาท ส่งฟรีทุกออเดอร์ พร้อมย้ำว่าราคาเปลี่ยนตามช่วงเวลา

ซื้อเบต้าแคร์ชุด 4 8 15 และ 25 กล่อง ตกกล่องละและวันละเท่าไร

ชุด 4 กล่อง 2,490 ตกกล่องละ 622.50 บาท ชุด 8 กล่อง 4,590 ตกกล่องละ 573.75 บาท ชุด 15 และ 25 กล่องพร้อมราคาต่อวันและวิธีคิดเลขให้ตรวจเองได้

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 425 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท