บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Oil

สูบบุหรี่ทำให้หลอดเลือดตีบได้อย่างไร หัวใจ สมอง และขา

คำตอบสั้น: สารเคมีในควันบุหรี่ทำร้ายผนังหลอดเลือด กระตุ้นการอักเสบ ทำให้หลอดเลือดแข็งและแคบลง ลดไขมันดี HDL เพิ่มไขมันเลว LDL และทำให้เลือดข้นจับตัวเป็นลิ่มง่าย ผลรวมคือ คราบไขมันพอกผนังหลอดเลือดแดง (หลอดเลือดแดงแข็ง) ซึ่งเกิดได้ทั้งที่หัวใจ สมอง และขา (NHLBI) สถาบันเดียวกันระบุว่า การสูบแม้เพียงนาน ๆ ครั้งก็ทำร้ายหัวใจและหลอดเลือดได้ และไม่ว่าจะสูบมากหรือนานแค่ไหน การเลิกบุหรี่ให้ประโยชน์เสมอ

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • บุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคหลอดเลือดหัวใจ และเพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ เช่น ที่ขา (NHLBI)
  • ควันบุหรี่ทำให้ผนังหลอดเลือดแข็ง อักเสบ ความดันและชีพจรสูงขึ้น HDL ลด LDL และไตรกลีเซอไรด์เพิ่ม
  • สูบปริมาณเท่าไรก็ทำร้ายหลอดเลือดได้ แม้สูบนาน ๆ ครั้ง ควันบุหรี่มือสองก็เช่นกัน
  • ความเสี่ยงเริ่มลดลงไม่นานหลังเลิก และลดลงต่อเนื่องตามเวลา
  • ถ้าต้องการเลิกบุหรี่ โทรสายเลิกบุหรี่ 1600 ได้ฟรีทุกเครือข่าย

สารในควันบุหรี่ทำร้ายผนังหลอดเลือดอย่างไร

สถาบันหัวใจ ปอด และเลือดแห่งชาติสหรัฐฯ (NHLBI) สรุปผลของควันบุหรี่ต่อหัวใจและหลอดเลือดไว้หลายทาง

  • กระตุ้นการอักเสบ ซึ่งอาจทำให้คราบไขมันในหลอดเลือดแดงก่อตัวมากขึ้น
  • ทำลายผนังหลอดเลือด ทำให้ผนังแข็ง ยืดหยุ่นน้อยลง หลอดเลือดจึงแคบลง
  • รบกวนจังหวะการเต้นของหัวใจ
  • เพิ่มความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจ หัวใจต้องทำงานหนักกว่าปกติ
  • ลดไขมันดี HDL เพิ่มไขมันเลว LDL และเพิ่มไตรกลีเซอไรด์
  • ทำให้เลือดข้นขึ้น และนำออกซิเจนได้ยากขึ้น

เมื่อคราบไขมันพอกนานเข้าจะแข็งตัวและทำให้หลอดเลือดแคบลง เลือดที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะจึงไหลได้น้อยลง คราบนี้ยังทำให้ ลิ่มเลือดก่อตัวในหลอดเลือดแดงได้ง่ายขึ้น ลิ่มเลือดอาจอุดหลอดเลือดบางส่วนหรือทั้งหมด (NHLBI)

กลไกการเกิดคราบไขมันในหลอดเลือดอธิบายละเอียดที่ ไขมันอุดตันในหลอดเลือดคืออะไร

บุหรี่ทำให้ LDL เกาะผนังหลอดเลือดง่ายขึ้นได้อย่างไร

บุหรี่ทำสองอย่างพร้อมกัน คือเปลี่ยนสมดุลไขมันในเลือด และทำให้ผนังหลอดเลือดเสียหายและอักเสบ (NHLBI)

ลองนึกภาพผนังหลอดเลือดเหมือนท่อที่ผิวด้านในเรียบ เมื่อผิวนี้ถูกทำร้ายซ้ำ ๆ และมีการอักเสบ คราบไขมันจะสะสมได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน LDL ซึ่งเป็นตัวพาคอเลสเตอรอลไปสะสมก็สูงขึ้น ส่วน HDL ซึ่งช่วยนำคอเลสเตอรอลกลับไปที่ตับก็ลดลง

NHLBI ระบุด้วยว่า ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงอื่นอยู่แล้ว เช่น ไขมันในเลือดผิดปกติ ความดันสูง หรือน้ำหนักเกิน การสูบบุหรี่ยิ่งทำให้เสี่ยงโรคหัวใจมากขึ้นอีก ผลของบุหรี่ต่อไขมันแต่ละตัวอธิบายไว้ที่ สูบบุหรี่ทำให้ไขมันในเลือดสูงไหม และความต่างของไขมันสองชนิดอยู่ที่ LDL กับ HDL ต่างกันอย่างไร

บุหรี่กับหลอดเลือดหัวใจ สมอง และขา

หลอดเลือดหัวใจ

NHLBI ระบุว่า บุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคหลอดเลือดหัวใจ เมื่อเทียบกับคนไม่สูบ คนสูบบุหรี่มีโอกาสเป็นโรคหัวใจหรือหัวใจวายมากกว่า และในระยะยาวเพิ่มความเสี่ยงหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตจากโรคหัวใจ ถ้าเป็นโรคหัวใจอยู่แล้วและยังสูบ ความเสี่ยงหัวใจวายหรือเสียชีวิตยิ่งสูงขึ้น

อาการเตือนของหลอดเลือดหัวใจตีบ ดูที่ หลอดเลือดหัวใจตีบ อาการเริ่มแรก

หลอดเลือดสมอง

กรมควบคุมโรคระบุว่าบุหรี่สัมพันธ์กับโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง คราบไขมันและลิ่มเลือดที่เกิดในหลอดเลือดแดงเป็นกลไกเดียวกับที่ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ สัญญาณเตือนอัมพฤกษ์อัมพาตดูที่ สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง

หลอดเลือดขา

NHLBI ระบุว่า บุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ (PAD) ซึ่งมักเกิดที่ขา อาการที่พบ เช่น ตะคริว ปวด อ่อนแรง หรือชาที่สะโพก ต้นขา และน่อง ขาที่เลือดไปเลี้ยงไม่พอติดเชื้อง่าย และอาจเกิดเนื้อตาย จนบางรายต้องตัดขา

คนที่สูบบุหรี่และคนที่เป็นเบาหวาน เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนของ PAD มากที่สุด รวมถึงเนื้อตายที่ขา (NHLBI) อาการเริ่มต้นของหลอดเลือดขาตีบดูที่ หลอดเลือดขาตีบ อาการเริ่มแรก

สูบวันละไม่กี่มวน ก็เสี่ยงไหม

เสี่ยง NHLBI ระบุว่า การสูบบุหรี่ปริมาณใดก็ตาม แม้สูบเป็นครั้งคราว ก็ทำร้ายหัวใจและหลอดเลือดได้ และในผู้ป่วยหลอดเลือดขาตีบ แม้สูบเพียงวันละ 1–2 มวนก็รบกวนการรักษาได้

ควันบุหรี่มือสองก็มีสารอันตรายหลายชนิดเดียวกัน และทำร้ายหัวใจกับหลอดเลือดของคนที่ไม่ได้สูบได้แบบเดียวกัน สำหรับผู้ใหญ่ ควันบุหรี่มือสองเพิ่มความเสี่ยงหัวใจวายและเสียชีวิตอย่างมาก (NHLBI)

กลุ่มที่บุหรี่ยิ่งอันตรายเป็นพิเศษ ตาม NHLBI คือ ผู้หญิงที่กินยาคุมกำเนิด และคนที่เป็นเบาหวาน

ความเชื่อที่พบบ่อย: สูบมานานแล้ว เลิกตอนนี้ก็ไม่ช่วยอะไร

ไม่จริง NHLBI ระบุว่า ไม่ว่าจะสูบมากหรือนานแค่ไหน การเลิกให้ประโยชน์เสมอ

  • ความเสี่ยงโรคหัวใจจากบุหรี่ เริ่มลดลงไม่นานหลังเลิก และสำหรับหลายคนจะลดลงต่อไปเรื่อย ๆ
  • ความเสี่ยงหลอดเลือดแดงแข็งและลิ่มเลือดที่เกี่ยวกับบุหรี่ลดลงตามเวลา
  • คนที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอยู่แล้ว งานวิจัยหลายงานพบว่า การเลิกบุหรี่ลดความเสี่ยงหัวใจวายซ้ำหรือเสียชีวิตลงได้ครึ่งหนึ่งหรือมากกว่า

เอกสาร "รู้ตัวเลข รู้ความเสี่ยงสุขภาพ" ของกรมควบคุมโรคระบุว่า เลิกบุหรี่ได้ 1 ปี ความเสี่ยงโรคหัวใจลดลงราว 50%

วิธีเลิกบุหรี่ ยาช่วยเลิก และบริการที่ใช้ได้ อ่านต่อที่ เลิกบุหรี่ทำยังไง ส่วนบุหรี่ไฟฟ้ากับหัวใจอยู่ที่ บุหรี่ไฟฟ้ามีผลต่อหัวใจไหม

สายเลิกบุหรี่ 1600 ของศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ โทรฟรีทุกเครือข่าย

คนสูบบุหรี่ต้องการวิตามินซีมากกว่าคนทั่วไป เพราะอะไร

คนสูบบุหรี่ต้องการวิตามินซีมากกว่าคนไม่สูบวันละ 35 มก. Linus Pauling Institute อธิบายว่าเพราะสารพิษในควันบุหรี่ทำให้เกิดภาวะเครียดออกซิเดชัน และคนสูบบุหรี่มักมีระดับวิตามินซีในเลือดต่ำกว่า ดังนั้นปริมาณที่ควรได้ต่อวันของคนสูบบุหรี่คือ ชาย 125 มก. หญิง 110 มก.

แต่ต้องเข้าใจให้ตรง ตัวเลขนี้คือความต้องการสารอาหาร ไม่ใช่ยาแก้พิษบุหรี่ การได้วิตามินซีเพียงพอไม่ได้ทำให้หลอดเลือดปลอดภัยจากควันบุหรี่

บทเรียนจากการทดลองใหญ่ ATBC ในชายฟินแลนด์ที่สูบบุหรี่ 29,133 คน พบว่าวิตามินอีวันละ 50 มก. ไม่ได้ลดมะเร็งปอด และพบการเสียชีวิตจากสโตรกชนิดเลือดออกมากกว่า ส่วนเบต้าแคโรทีนกลับเพิ่มมะเร็งปอด ข้อสรุปที่ตรงที่สุดคือ สิ่งที่ลดความเสี่ยงได้จริงคือการเลิกบุหรี่

อาการแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที

ถ้ามีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง ต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • เจ็บแน่นกลางอก อาจมีเหงื่อแตก
  • หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงซีกเดียว หรือพูดไม่ชัดทันที
  • ขาข้างหนึ่งปวดมาก ซีด เย็น หรือชาขึ้นมาทันที
  • หายใจหอบเหนื่อยมาก หรือนอนราบไม่ได้

ส่วนคนที่ปวดน่องเวลาเดินแล้วพักแล้วหาย หรือแน่นหน้าอกเวลาออกแรงแล้วพักแล้วดีขึ้น ควรนัดพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อประเมินความเสี่ยงหัวใจและหลอดเลือด ดูวิธีประเมินที่ ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดแบบไทย

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)

เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.

  • วิตามินซี (กรดแอสคอร์บิก) 30 มก. — ผู้สูบบุหรี่ต้องการวิตามินซีมากกว่าคนทั่วไปวันละ 35 มก. ปริมาณในแคปซูลคิดเป็นราว 24–27% ของปริมาณที่ผู้สูบบุหรี่ควรได้ต่อวัน (ชาย 125 มก. หญิง 110 มก.) (คำนวณ)
  • วิตามินอี (ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต 50%) 5 มก. — คิดเป็นวิตามินอีราว 2.5 มก. (คำนวณ) การทดลอง ATBC ในชายสูบบุหรี่ใช้วิตามินอีวันละ 50 มก. ซึ่งมากกว่าในแคปซูลราว 20 เท่า (คำนวณ) ผลคือไม่ลดมะเร็งปอด และพบเสียชีวิตจากสโตรกชนิดเลือดออกมากขึ้น
  • น้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. และน้ำมันรำข้าว 109 มก. — งานวิจัยในคนของน้ำมันเหล่านี้ศึกษาเรื่องค่าไขมันในเลือด โดยใช้เป็นน้ำมันในอาหารทั้งวันระดับหลายสิบกรัม ไม่พบงานที่ศึกษาผลต่อหลอดเลือดของคนสูบบุหรี่

ไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ลดอันตรายของบุหรี่ต่อหลอดเลือด หัวใจ สมอง หรือขา วิธีที่มีหลักฐานคือการเลิกบุหรี่และรักษาปัจจัยเสี่ยงตามที่แพทย์แนะนำ

ข้อควรระวัง: ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ เคยเป็นสโตรก หรือใช้ยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด สรุปไม่ได้ว่าปลอดภัย ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร หากแพทย์ให้หยุด ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ ส่วนยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อตามเดิม

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Oil ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

Beta Oilเบต้าออยล์

เลข อย. 13-1-01566-5-0001

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →

คำถามที่พบบ่อย

สูบบุหรี่ทำให้หลอดเลือดตีบได้อย่างไร

สารในควันบุหรี่ทำร้ายผนังหลอดเลือด กระตุ้นการอักเสบ ลด HDL เพิ่ม LDL และทำให้เลือดข้น คราบไขมันจึงพอกผนังหลอดเลือดแดงจนแคบลง และลิ่มเลือดก่อตัวง่ายขึ้น

บุหรี่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวจริงไหม

จริง NHLBI ระบุว่าควันบุหรี่ทำลายผนังหลอดเลือด ทำให้ผนังแข็ง ยืดหยุ่นน้อยลง และหลอดเลือดแคบลง

สูบบุหรี่วันละไม่กี่มวนเสี่ยงโรคหัวใจไหม

เสี่ยง NHLBI ระบุว่าการสูบปริมาณใดก็ตาม แม้สูบเป็นครั้งคราว ก็ทำร้ายหัวใจและหลอดเลือดได้ ควันบุหรี่มือสองก็ทำร้ายหลอดเลือดได้เช่นกัน

เลิกบุหรี่แล้วหลอดเลือดดีขึ้นไหม

ความเสี่ยงโรคหัวใจจากบุหรี่เริ่มลดลงไม่นานหลังเลิก และลดลงต่อเนื่อง กรมควบคุมโรคระบุว่าเลิกได้ 1 ปีความเสี่ยงโรคหัวใจลดลงราว 50% อยากเลิกโทรสายเลิกบุหรี่ 1600 ฟรี

คนสูบบุหรี่ต้องการวิตามินซีเท่าไร

คนสูบบุหรี่ต้องการวิตามินซีมากกว่าคนไม่สูบวันละ 35 มก. คือชาย 125 มก. หญิง 110 มก. ต่อวัน แต่การได้วิตามินซีเพียงพอไม่ได้ลดอันตรายของบุหรี่ต่อหลอดเลือด

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-05

อ่านต่อ

นอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ เสี่ยงความดันสูงและหัวใจเต้นผิดจังหวะไหม

หยุดหายใจขณะหลับเกี่ยวกับความดันสูงคุมยาก หัวใจเต้นผิดจังหวะ (AF) และหัวใจล้มเหลวอย่างไร อาการกลางวันที่ต้องสังเกต การตรวจ sleep test และ CPAP ช่วยแค่ไหน

ไขมันเกาะเปลือกตา ก้อนเหลืองที่ตา เกี่ยวกับไขมันในเลือดสูงไหม

ไขมันเกาะเปลือกตาหรือปื้นเหลืองที่ตา บางคนไขมันในเลือดปกติ บางคนเป็นสัญญาณไขมันสูงจากกรรมพันธุ์ ควรตรวจเลือดอะไร วงขาวรอบตาดำบอกอะไร และเอาออกได้อย่างไร

อ่านผลตรวจไขมันในใบตรวจสุขภาพ ช่องไหนสำคัญ ตัว H L หมายถึงอะไร

อ่านผลตรวจไขมันในเลือดทีละบรรทัด LDL คำนวณกับวัดตรงต่างกันอย่างไร แปลง mg/dL เป็น mmol/L ตัว H L บอกอะไร และค่าอ้างอิงแล็บต่างจากเป้าหมายของแพทย์

ตรวจไขมันต้องงดอาหารกี่ชั่วโมง กินน้ำ กาแฟได้ไหม ไม่งดได้ไหม

ตรวจไขมันงดอาหารกี่ชั่วโมง แนวทางไทย 2567 บอกว่าบางกรณีไม่ต้องงด บางกรณีต้องงด 10–12 ชม. ดื่มได้แค่น้ำเปล่า 50 มล. กาแฟ ยา เหล้าคืนก่อนตรวจ มีผลอย่างไร

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 811 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท