เกี่ยวกับ Beta X Plus
น้ำมูกไหลลงคอตลอดเวลา ไอ แสบคอ เกิดจากอะไร แก้อย่างไร
คำตอบสั้น: น้ำมูกไหลลงคอ (postnasal drip) คือความรู้สึกว่ามีน้ำมูกค่อย ๆ ไหลลงด้านหลังคอ NHS จัดเป็นอาการหนึ่งของภาวะน้ำมูกและเสมหะค้าง (catarrh) ร่วมกับรู้สึกมีอะไรติดคอ ต้องกลืนหรือกระแอมบ่อย สาเหตุที่ NHS ระบุ ได้แก่ หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไซนัสอักเสบ ภูมิแพ้ต่อละอองเกสร ฝุ่น หรือสัตว์ มลพิษและควันบุหรี่ และริดสีดวงจมูก แนวทางของวิทยาลัยแพทย์โรคทรวงอกสหรัฐ (ACCP ปี 2549) สรุปว่าอาการไอจากโรคของจมูกและไซนัส ซึ่งเดิมเรียกว่ากลุ่มอาการน้ำมูกไหลลงคอ พบเป็นสาเหตุของไอเรื้อรังในผู้ใหญ่บ่อยกว่าสาเหตุอื่น การดูแลที่ NHS แนะนำ ได้แก่ ดื่มน้ำมาก ๆ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ และเพิ่มความชื้น ถ้าเป็นนานเกินไม่กี่สัปดาห์ หรือไอเกิน 3 สัปดาห์ ให้พบแพทย์
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- น้ำมูกไหลลงคอเป็นอาการ ไม่ใช่โรค ต้องหาว่าต้นเหตุคืออะไร
- สาเหตุที่พบบ่อย หวัด ไซนัสอักเสบ ภูมิแพ้ มลพิษ ควันบุหรี่ และริดสีดวงจมูก (NHS หน้าน้ำมูกค้าง ทบทวน 16 มิ.ย. 2569)
- กรดไหลย้อนทำให้อาการคล้ายกันได้ แนวทาง ACCP ระบุว่ากรดไหลย้อนบางครั้งเลียนแบบอาการน้ำมูกไหลลงคอ
- ไอเรื้อรัง แนวทาง ACCP สรุปว่าอาการไอจากโรคจมูกและไซนัส พบเป็นสาเหตุของไอเรื้อรังในผู้ใหญ่บ่อยกว่าสาเหตุอื่น
- ดูแลตัวเอง ดื่มน้ำ ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ใช้เครื่องเพิ่มความชื้น กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ (NHS)
- พบแพทย์ เมื่อเป็นนานเกินไม่กี่สัปดาห์ มีอาการใหม่ เช่น กลืนลำบาก ไม่ได้กลิ่น หรือไอเกิน 3 สัปดาห์
- ไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอกทันที หายใจลำบากมาก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
น้ำมูกไหลลงคอคืออะไร ทำไมต้องกระแอมตลอด
ความรู้สึกว่ามีน้ำมูกไหลลงด้านหลังคอ NHS อธิบายภาวะน้ำมูกค้าง (catarrh) ว่าเป็นการสะสมของน้ำมูกในจมูกและไซนัส และเสมหะในคอ อาการที่ NHS ระบุ ได้แก่
- คัดจมูกหรือน้ำมูกไหลตลอด
- รู้สึกเหมือนมีก้อนหรือมีอะไรติดในคอ
- ต้องกลืนหรือไอบ่อยเพื่อเคลียร์คอ
- รู้สึกเหมือนมีน้ำมูกค่อย ๆ ไหลลงด้านหลังคอ
- รู้สึกมีเสียงกรอบแกรบในหู
NHS ระบุว่าอาการเหล่านี้มักเป็นแค่ไม่กี่วัน แต่บางครั้งเป็นนานกว่านั้น และระบุว่าน้ำมูกและเสมหะไม่ได้เป็นอันตราย เป็นวิธีที่ร่างกายใช้กำจัดการติดเชื้อ
ทำไมเยื่อบุจึงสร้างน้ำมูกมากขึ้น NHS อธิบายว่าน้ำมูกค้างเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติของร่างกายต่อสิ่งต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อ เยื่อบุจมูก ไซนัส และคอบวม แล้วสร้างน้ำมูกมากกว่าปกติ
แสบคอ แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้อธิบายกลไกว่าทำไมน้ำมูกไหลลงคอทำให้แสบคอ MedlinePlus ระบุว่าไซนัสอักเสบมีอาการเจ็บคอและน้ำมูกไหลลงคอ และ NHS ระบุว่าถ้าน้ำมูกค้างแล้วเริ่มมีอาการใหม่อย่างเจ็บคอ ให้พบแพทย์ อ่านเรื่องเจ็บคอจากภูมิแพ้ที่ ภูมิแพ้เจ็บคอ และเรื่องเสมหะค้างคอที่ เสมหะติดคอตลอดเวลา
น้ำมูกไหลลงคอเกิดจากอะไร
สาเหตุที่ NHS ระบุ
- การติดเชื้อ เช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ และไซนัสอักเสบ
- มลพิษและควันบุหรี่
- ภูมิแพ้ ต่อสิ่งต่าง ๆ เช่น ละอองเกสร ฝุ่น และสัตว์
- โรคของจมูก เช่น ริดสีดวงจมูก
ภูมิแพ้จมูก เอกสารของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลระบุว่าโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้อาจมีน้ำมูกไหลลงคอ ไอเรื้อรัง และกระแอมบ่อย อ่านเพิ่มที่ ภูมิแพ้อากาศ อาการเป็นอย่างไร และ ภูมิแพ้ทำให้ไอได้ไหม
ไซนัสอักเสบ แนวทาง TAC 2568 ใช้อาการน้ำมูกไหลลงคอเป็นอาการหลักข้อหนึ่งในเกณฑ์วินิจฉัยไซนัสอักเสบเรื้อรัง และ MedlinePlus ระบุว่าไซนัสอักเสบทำให้ไอ ซึ่งมักเป็นมากตอนกลางคืน อ่านเพิ่มที่ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง
ริดสีดวงจมูก NHS ระบุว่าอาการหนึ่งของริดสีดวงจมูก คือรู้สึกว่ามีน้ำมูกค่อย ๆ ไหลลงด้านหลังคอ และแพทย์อาจตรวจหาริดสีดวงจมูกเมื่อน้ำมูกค้างไม่หาย อ่านเพิ่มที่ ริดสีดวงจมูกเกิดจากอะไร
สาเหตุอื่นที่แนวทาง ACCP ระบุ แนวทางของวิทยาลัยแพทย์โรคทรวงอกสหรัฐ (American College of Chest Physicians ซึ่งเป็นสมาคมวิชาชีพ ปี 2549) ระบุภาวะที่ทำให้เกิดอาการไอจากทางเดินหายใจส่วนบน ได้แก่ จมูกอักเสบจากภูมิแพ้ จมูกอักเสบเรื้อรังที่ไม่ใช่ภูมิแพ้ จมูกอักเสบหลังติดเชื้อ ไซนัสอักเสบจากแบคทีเรีย ไซนัสอักเสบจากเชื้อราชนิดภูมิแพ้ ความผิดปกติทางโครงสร้างของจมูก สารระคายเคืองหรือสารเคมี จมูกอักเสบจากการทำงาน จมูกอักเสบจากการใช้ยาพ่นแก้คัดจมูก และจมูกอักเสบระหว่างตั้งครรภ์
อากาศแห้ง แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ระบุอากาศแห้งเป็นสาเหตุโดยตรง แต่ทั้ง NHS และ MedlinePlus แนะนำเครื่องเพิ่มความชื้นเพื่อช่วยให้น้ำมูกอ่อนตัวลง
น้ำมูกไหลลงคอกับกรดไหลย้อนต่างกันอย่างไร
อาการซ้อนกันได้ แนวทาง ACCP ปี 2549 ระบุว่าเพราะโรคกรดไหลย้อนมีอาการทางเดินหายใจส่วนบนได้บ่อย บางครั้งจึงเลียนแบบอาการน้ำมูกไหลลงคอ NHS (หน้าไอ ทบทวน 8 ธ.ค. 2566) ระบุกรดไหลย้อนและน้ำมูกที่ไหลจากด้านหลังจมูกลงคอ ไว้ในสาเหตุของอาการไอทั้งคู่
การแยกต้องให้แพทย์ประเมิน แนวทาง ACCP ระบุว่าอาการและสิ่งที่ตรวจพบของกลุ่มอาการน้ำมูกไหลลงคอไม่จำเพาะ และวินิจฉัยให้แน่นอนจากประวัติและการตรวจร่างกายอย่างเดียวไม่ได้ อ่านเรื่องกรดไหลย้อนกับไอที่ ไอจากกรดไหลย้อน
ทำไมน้ำมูกไหลลงคอทำให้ไอเรื้อรัง
แนวทาง ACCP สรุปจากงานศึกษาหลายงาน ว่าในผู้ใหญ่ อาการไอจากโรคของจมูกและไซนัส ซึ่งเดิมเรียกว่ากลุ่มอาการน้ำมูกไหลลงคอ พบเป็นสาเหตุของไอเรื้อรังบ่อยกว่าสาเหตุอื่น ทั้งที่เกิดเดี่ยว ๆ และเกิดร่วมกับภาวะอื่น งานที่นำมาสรุปเป็นงานแบบสังเกตและติดตามผู้ป่วย ไม่ใช่งานทดลองแบบสุ่ม
กลไกยังไม่แน่ชัด แนวทางเดียวกันระบุว่ายังไม่รู้ว่าอาการไอเกิดจากน้ำมูกที่ไหลลงคอเอง หรือจากการระคายเคืองและการอักเสบของโครงสร้างทางเดินหายใจส่วนบนที่กระตุ้นตัวรับการไอโดยตรง คณะกรรมการจึงเสนอให้เรียกว่า "กลุ่มอาการไอจากทางเดินหายใจส่วนบน" (upper airway cough syndrome) แทน
ไอหลังหวัด แนวทาง ACCP อีกฉบับระบุว่าในผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งที่ไอหลังหวัด สาเหตุน่าจะเป็นการอักเสบที่ไวรัสหวัดกระตุ้น และอาการไอที่ตามมาจัดเป็นกลุ่มอาการไอจากทางเดินหายใจส่วนบน อ่านเพิ่มที่ ไอเรื้อรัง เกิดจากอะไร และ ไอไม่หายหลังเป็นหวัด
น้ำมูกไหลลงคอแก้ยังไง ดูแลตัวเองอย่างไร
สิ่งที่ NHS (หน้าน้ำมูกค้าง) แนะนำให้ทำ
- ดื่มน้ำมาก ๆ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ)
- จิบน้ำเย็นจัดเมื่อต้องการเคลียร์คอ แทนการไอหรือกลืน
- ใช้เครื่องเพิ่มความชื้น หรือนั่งในห้องน้ำขณะเปิดน้ำร้อน เพื่อให้น้ำมูกและเสมหะอ่อนตัว
- กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ
- ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ทำได้ถึงวันละ 3 ครั้ง และผสมน้ำเกลือใหม่ทุกเช้า
อ่านวิธีล้างจมูกให้ถูกที่ ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ทำอย่างไรให้ถูก
เลี่ยงสิ่งกระตุ้น NHS ระบุควันบุหรี่ มลพิษ และสิ่งที่แพ้ไว้ในสาเหตุ ผู้ที่สูบบุหรี่ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเรื่องการเลิกบุหรี่ ช่วงฝุ่น PM2.5 สูง อ่านเรื่องหน้ากากที่ หน้ากากกันฝุ่น PM2.5
ยาที่แพทย์หรือเภสัชกรอาจแนะนำ NHS ระบุว่าเภสัชกรอาจแนะนำยาลดอาการคัดจมูกและยาอื่นที่ช่วยบรรเทาน้ำมูกค้าง ส่วนการรักษาที่ต้นเหตุ เช่น ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์หรือยาแก้แพ้สำหรับภูมิแพ้จมูกตามแนวทาง TAC 2568 แพทย์จะเลือกตามความรุนแรง ข้อควรระวัง
- ยาพ่นแก้คัดจมูก แนวทาง TAC 2568 ระบุยาหดหลอดเลือดไว้ไม่เกิน 5 วัน อ่านเพิ่มที่ ยาพ่นแก้คัดจมูก ใช้นานแล้วติดจริงไหม
- ยาลดน้ำมูกชนิดกิน ผู้ที่เป็นความดันสูงหรือโรคหัวใจให้ถามเภสัชกรก่อน อ่านที่ ยาลดน้ำมูกกับความดันสูง
- ยาแก้ไอ NHS (หน้าไอ) ระบุว่ายาแก้ไอไม่ได้หยุดอาการไอ แต่อาจช่วยให้ไอน้อยลง และยาลดอาการคัดจมูกกับยาแก้ไอที่มีโคเดอีนไม่ได้หยุดอาการไอ
- ยาปฏิชีวนะ NHS ระบุว่าโดยปกติไม่สั่งยาปฏิชีวนะสำหรับอาการไอ จะสั่งเมื่อจำเป็น เช่น มีการติดเชื้อแบคทีเรีย ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง (อย. 13 มิ.ย. 2567)
ผู้ที่ใช้ยาพ่นจมูก ยาแก้แพ้ หรือยาสูดหอบหืดตามแพทย์สั่ง ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง ถ้ายังมีน้ำมูกไหลลงคอแม้ใช้ยาตามแผน ให้กลับไปบอกแพทย์
อาการแบบไหนต้องตรวจเพิ่ม
นัดพบแพทย์ (ไม่เร่งด่วน)
- น้ำมูกค้างนานเกินไม่กี่สัปดาห์ (NHS หน้าน้ำมูกค้าง)
- มีอาการใหม่ เช่น เจ็บคอ กลืนลำบาก หรือไม่ได้กลิ่น (NHS หน้าน้ำมูกค้าง) แพทย์อาจตรวจเพื่อแยกโรคอื่น เช่น ริดสีดวงจมูก
- ไอนานเกิน 3 สัปดาห์ (NHS หน้าไอ)
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ (NHS หน้าไอ)
- มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ได้ยาเคมีบำบัด หรือเป็นเบาหวาน แล้วมีอาการไอ (NHS หน้าไอ)
ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ซึ่ง NHS (หน้าไอ) ให้ขอนัดแพทย์ด่วนหรือโทร NHS 111
- ไอรุนแรงมากหรือแย่ลงเร็ว เช่น ไอไม่หยุด
- รู้สึกไม่สบายมาก
- ด้านข้างคอบวมและเจ็บ
และอาการเตือนตามแนวทาง TAC 2568 ได้แก่ อาการจมูกข้างเดียว เลือดออกจากจมูก หรือสะเก็ดแห้งในจมูก
ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
- หายใจลำบากมาก หอบ สำลัก หรือพูดไม่เป็นคำ
- ไอเป็นเลือด
NHS หน้าไอ (ทบทวน 8 ธ.ค. 2566) จัดอาการเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก และไอเป็นเลือด ไว้ในกลุ่มขอนัดแพทย์ด่วนหรือโทร 111 แต่ NHS หน้าไข้หวัดใหญ่ (ทบทวน 3 ก.พ. 2569) จัดเจ็บหน้าอกทันที หายใจลำบากรุนแรง และเริ่มไอเป็นเลือด เป็นเหตุให้โทร 999 หรือไปห้องฉุกเฉิน เราจึงใช้ระดับที่ปลอดภัยกว่า
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)
เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.
ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม
คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
เรื่องน้ำมูกไหลลงคอและไอ: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดน้ำมูก ทำให้เสมหะใส ลดอาการไอ หรือแก้กรดไหลย้อน ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และไม่ใช้แทนการล้างจมูก ยาพ่นจมูก หรือยาที่แพทย์สั่ง
ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้
- แอล-ซิสเทอีน 100 มก. (200 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — บางคนสับสนกับ NAC (เอ็น-อะเซทิลซิสเทอีน) ซึ่งเป็นยาละลายเสมหะ งานในผู้สูงอายุใช้ NAC วันละ 1,200 มก. และงานรวมของ Cochrane (ปี 2562) เรื่องยาละลายเสมหะในหลอดลมอักเสบเรื้อรังหรือปอดอุดกั้นเรื้อรัง ก็เป็นงานของยาที่แพทย์สั่ง ส่วนแอล-ซิสเทอีนเป็นคนละสาร และไม่พบงานทดลองในคนที่ให้แอล-ซิสเทอีนเดี่ยว ๆ แล้ววัดผลเรื่องเสมหะ น้ำมูก หรือไอ จึงนำผลของ NAC มาใช้แทนไม่ได้
- สารสกัดขิง 50 มก. (100 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานวิจัยของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ชาวไทย 80 คน ใช้สารสกัดขิงวันละ 500 มก. นาน 6 สัปดาห์ เทียบกับยาแก้แพ้ลอราทาดีน คะแนนอาการจมูกลดลงทั้งสองกลุ่มโดยไม่ต่างกัน แต่เป็นงานขนาดเล็กที่ไม่มีกลุ่มยาหลอก ปริมาณที่ศึกษาเป็น 5 เท่าของในแคปซูลต่อวัน (คำนวณ) งานนี้ไม่ได้วัดอาการน้ำมูกไหลลงคอหรือไอโดยเฉพาะ และไม่ได้แปลว่าใช้แทนยาได้ NCCIH (หน้าขิง ก.พ. 2568) ระบุผลข้างเคียงของขิง เช่น แสบร้อนกลางอก ซึ่งผู้ที่มีกรดไหลย้อนควรสังเกต
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- โรคตับ หรือกินยาหลายชนิด: มีกระชาย ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
- โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน: มีกรดอะมิโนเสริม (ซิสเทอีน อาร์จินีน ออร์นิทีน ไกลซีน) ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
- ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
- กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
- สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- นิ่วในถุงน้ำดี: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
- แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรืออาการดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
- หายใจเร็วมาก หรือหายใจลำบาก หอบมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
- คอแน่น หรือกลืนลำบาก
- ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
- สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
- หมดสติและปลุกไม่ตื่น
- เด็กตัวอ่อนปวกเปียก หรือไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
- หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง
- หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
- เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
- ไอเป็นเลือด
อาการแพ้รุนแรงข้างต้นเป็นรายการที่ NHS (ระบบสุขภาพของสหราชอาณาจักร หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) ให้โทรเรียกรถฉุกเฉินทันที ผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนตามที่แพทย์สั่ง ให้ใช้ตามแผนที่แพทย์ให้ไว้ แล้วโทร 1669 แม้จะรู้สึกดีขึ้น ห้ามรอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ และห้ามขับรถไปโรงพยาบาลเอง
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →คำถามที่พบบ่อย
น้ำมูกไหลลงคอเกิดจากอะไร
NHS ระบุสาเหตุ ได้แก่ หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไซนัสอักเสบ ภูมิแพ้ต่อละอองเกสร ฝุ่น หรือสัตว์ มลพิษและควันบุหรี่ และริดสีดวงจมูก แนวทาง ACCP ระบุว่ากรดไหลย้อนบางครั้งมีอาการคล้ายกันได้
น้ำมูกไหลลงคอตลอดเวลาแก้ยังไง
NHS แนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) จิบน้ำเย็นจัดแทนการกระแอม ใช้เครื่องเพิ่มความชื้น กลั้วคอและล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ และรักษาที่ต้นเหตุ เช่น ภูมิแพ้หรือไซนัสอักเสบ ตามที่แพทย์แนะนำ
น้ำมูกไหลลงคอทำให้ไอได้ไหม
ได้ แนวทางของวิทยาลัยแพทย์โรคทรวงอกสหรัฐ (ACCP ปี 2549) สรุปว่าในผู้ใหญ่ อาการไอจากโรคของจมูกและไซนัส พบเป็นสาเหตุของไอเรื้อรังบ่อยกว่าสาเหตุอื่น แต่วินิจฉัยจากอาการอย่างเดียวไม่ได้
น้ำมูกไหลลงคอนานแค่ไหนต้องไปหาหมอ
NHS ให้พบแพทย์เมื่อน้ำมูกค้างนานเกินไม่กี่สัปดาห์ มีอาการใหม่อย่างเจ็บคอ กลืนลำบาก หรือไม่ได้กลิ่น หรือไอนานเกิน 3 สัปดาห์
ไอแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที
ถ้าเจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที หายใจลำบากมาก หอบหรือพูดไม่เป็นคำ หรือไอเป็นเลือด ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ตามรายการที่ NHS หน้าไข้หวัดใหญ่จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- CatarrhNHS
- CoughNHS
- Chronic upper airway cough syndrome secondary to rhinosinus diseases (previously referred to as postnasal drip syndrome): ACCP evidence-based clinical practice guidelinesChest (PubMed)
- Cough and the common cold: ACCP evidence-based clinical practice guidelinesChest (PubMed)
- FluNHS
- SinusitisMedlinePlus Medical Encyclopedia
- Thai Asthma Guideline in Adults 2025 (แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคหืดในประเทศไทยสำหรับผู้ใหญ่ 2568)สมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย
- แนวทางการรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ในปัจจุบันศิริราชออนไลน์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- Mucolytic agents versus placebo for chronic bronchitis or chronic obstructive pulmonary diseaseCochrane Database Syst Rev 2019 (PubMed)
- Ginger extract versus Loratadine in the treatment of allergic rhinitis: a randomized controlled trialBMC Complement Med Ther 2020 (PubMed)
- GingerNCCIH
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
