เกี่ยวกับ Beta X Plus
ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ทำอย่างไรให้ถูกวิธี ทุกวันได้ไหม ใช้น้ำเกลือแบบไหน
คำตอบสั้น: การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลภูมิแพ้จมูกตามแนวทางไทย และ NHS แนะนำสำหรับภูมิแพ้จมูก ไซนัสอักเสบ และน้ำมูกค้าง เอกสาร "ล้างจมูกให้ลูกน้อย" ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล (เขียนสำหรับการล้างจมูกเด็ก) แนะนำน้ำเกลือความเข้มข้น 0.9% ซึ่งซื้อได้จากโรงพยาบาลหรือร้านยา ถ้าผสมเอง FDA สหรัฐระบุว่าให้ใช้เฉพาะน้ำกลั่น น้ำปราศจากเชื้อ หรือน้ำที่ต้มเดือดแล้ว (ต้ม 3–5 นาที ทิ้งให้หายร้อนจนอุ่น) ห้ามใช้น้ำประปาที่ไม่ได้ต้ม เพราะอาจทำให้ติดเชื้อร้ายแรง และพบน้อยมากที่ถึงขั้นเสียชีวิต ท่าที่ถูกคือก้มหน้าเหนืออ่าง หายใจทางปาก ให้น้ำไหลออกทางรูจมูกอีกข้าง ไม่ให้ไหลลงคอ และควรล้างก่อนพ่นยาจมูก
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ใช้น้ำเกลือ 0.9% ตามคำแนะนำในเอกสารล้างจมูกเด็กของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล น้ำเกลือที่เหลือให้เททิ้ง ไม่เทกลับเข้าขวดเดิม
- ห้ามใช้น้ำประปาที่ไม่ได้ต้ม FDA (ปรับปรุง 28 เม.ย. 2568) ระบุว่าน้ำประปาอาจมีเชื้อจุลินทรีย์ระดับต่ำ ที่กลืนลงกระเพาะได้แต่อาจทำให้ติดเชื้อร้ายแรงในจมูก
- ท่าล้าง ก้มหน้าเหนืออ่าง เอียงศีรษะ หายใจทางปาก ให้น้ำไหลออกอีกรูจมูก พยายามไม่ให้น้ำไหลลงคอ (FDA, NHS)
- ล้างก่อนพ่นยา เอกสารล้างจมูกเด็กของศิริราช และเอกสารของ United Lincolnshire Teaching Hospitals, University Hospitals Birmingham และ Royal Wolverhampton (โรงพยาบาลในระบบ NHS) แนะนำให้ล้างจมูกก่อนพ่นยาหรือหยอดยาจมูก
- ความถี่ NHS ให้ทำได้ถึงวันละ 3 ครั้ง ส่วนเอกสารศิริราช (สำหรับเด็ก) แนะนำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน
ล้างจมูกช่วยอะไรในภูมิแพ้ ไซนัส และหวัด
ช่วยชะล้างสิ่งที่ค้างในจมูก FDA ระบุว่าการล้างจมูกช่วยชะล้างฝุ่น ละอองเกสร และสิ่งสกปรกอื่น ช่วยให้น้ำมูกเหนียวอ่อนตัวลง และช่วยบรรเทาอาการทางจมูกจากไซนัสอักเสบ ภูมิแพ้ หวัด และไข้หวัดใหญ่
แนวทางและหน่วยงานที่แนะนำ
- แนวทาง TAC 2568 วางการดูแลภูมิแพ้จมูกไว้ที่การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ร่วมกับยาต้านฮิสทามีนรุ่นที่ 2 หรือยาสเตียรอยด์พ่นจมูก และใช้การล้างจมูกเป็นการดูแลเบื้องต้นของไซนัสอักเสบ
- NHS แนะนำการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือในหน้าจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (ทบทวน 8 ม.ค. 2569) ไซนัสอักเสบ (ทบทวน 31 ม.ค. 2567) และน้ำมูกค้าง (ทบทวน 16 มิ.ย. 2569)
- เอกสารโรงพยาบาลในระบบ NHS (United Lincolnshire Teaching Hospitals มิ.ย. 2569) ระบุว่าการล้างจมูกใช้ชะล้างน้ำมูกและสารก่อภูมิแพ้ในผู้ที่เป็นจมูกอักเสบหรือไซนัสอักเสบ ใช้เป็นการเตรียมจมูกก่อนการรักษาอื่น หรือใช้อย่างเดียวเพื่อลดอาการก็ได้
การล้างจมูกไม่ได้ใช้แทนยา ผู้ที่แพทย์ให้ใช้ยาพ่นสเตียรอยด์หรือยาแก้แพ้ ให้ล้างจมูกควบคู่ ไม่ใช่หยุดยาแล้วล้างจมูกอย่างเดียว อ่านเรื่องยาพ่นได้ที่ ยาพ่นจมูกภูมิแพ้ ใช้อย่างไรให้ถูก
ล้างจมูกใช้น้ำเกลือแบบไหน สำเร็จรูปกับผสมเองต่างกันอย่างไร
น้ำเกลือ 0.9% สำเร็จรูป เอกสาร "ล้างจมูกให้ลูกน้อย" ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล (เขียนสำหรับการล้างจมูกเด็ก) แนะนำน้ำเกลือความเข้มข้น 0.9% (normal saline) ซึ่งซื้อได้จากโรงพยาบาลหรือร้านยา แนะนำขวดขนาด 100 ซีซี และน้ำเกลือที่ใช้แล้วเหลือให้เททิ้ง ห้ามนำกลับมาใช้ใหม่หรือเทกลับเข้าขวดเดิม
ผสมเอง แหล่งต่างประเทศให้สูตรไม่ตรงกัน ตัวอย่างจาก NHS (หน้าจมูกอักเสบจากภูมิแพ้) คือ ต้มน้ำราว 1 ไพนต์ (ประมาณ 570 มล.) ทิ้งให้เย็น แล้วผสมเกลือ 1 ช้อนชา กับเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา ส่วนเอกสารของโรงพยาบาลในระบบ NHS แต่ละแห่งใช้สัดส่วนต่างออกไป และ 2 แห่ง (United Lincolnshire Teaching Hospitals และ West Suffolk) ระบุให้ใช้เกลือที่ไม่เติมไอโอดีน คนที่ไม่แน่ใจเรื่องสัดส่วนจึงควรใช้น้ำเกลือ 0.9% สำเร็จรูป หรือถามเภสัชกร
น้ำที่ใช้ผสม FDA ระบุว่าน้ำที่ปลอดภัยสำหรับล้างจมูก ได้แก่
- น้ำกลั่นหรือน้ำปราศจากเชื้อ ซึ่งบนฉลากจะเขียนว่า distilled หรือ sterile
- น้ำประปาที่ต้มเดือด 3–5 นาที แล้วทิ้งให้อุ่น เก็บในภาชนะสะอาดปิดฝาได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง
- น้ำที่ผ่านเครื่องกรองที่ออกแบบมาเพื่อกรองเชื้อ
ทำไมห้ามใช้น้ำประปาที่ไม่ได้ต้ม FDA อธิบายว่าน้ำประปาไม่ได้กรองหรือฆ่าเชื้อมากพอสำหรับล้างจมูก บางแห่งมีเชื้อแบคทีเรียหรือโปรโตซัว รวมถึงอะมีบา ในระดับต่ำ ซึ่งกรดในกระเพาะฆ่าได้เมื่อกลืน แต่ในจมูกเชื้อเหล่านี้อาจมีชีวิตอยู่และทำให้ติดเชื้อร้ายแรง และ FDA อ้าง CDC ว่าบางรายพบน้อยมากถึงขั้นเสียชีวิต FDA ระบุด้วยว่าน้ำเปล่าอย่างเดียวทำให้ระคายจมูก ส่วนน้ำเกลือผ่านเยื่อบุจมูกได้โดยแสบน้อยหรือไม่แสบ
เกลือแกงล้างจมูกได้ไหม สูตรผสมเองของ NHS ใช้เกลือ แต่เอกสารของ United Lincolnshire Teaching Hospitals และ West Suffolk NHS Foundation Trust ระบุให้ใช้เกลือที่ไม่เติมไอโอดีน และ United Lincolnshire ระบุว่าต้องไม่มีเศษอาหารปน จึงควรอ่านฉลากเกลือว่าเสริมไอโอดีนหรือไม่ หรือเลือกใช้น้ำเกลือ 0.9% สำเร็จรูปแทน
อุณหภูมิ เอกสารล้างจมูกเด็กของศิริราชแนะนำให้อุ่นน้ำเกลือก่อนล้าง โดยแช่ขวดในน้ำร้อนที่ปิดไฟแล้วราว 5 นาที และทดสอบกับหลังมือก่อนให้อุ่นพอทนได้ เอกสารระบุว่าน้ำเกลือที่ไม่ได้อุ่นอาจทำให้คัดจมูกหลังล้างได้
ล้างจมูกยังไงให้ถูกวิธี ทีละขั้นตอน
ขั้นตอนต่อไปนี้รวบรวมจาก FDA และ NHS ถ้าใช้ขวดล้างจมูกสำเร็จรูป ให้อ่านคู่มือที่มากับอุปกรณ์ด้วย
- ล้างมือให้สะอาด และตรวจว่าอุปกรณ์สะอาดและแห้ง (FDA)
- เตรียมน้ำเกลือที่อุ่นพอดี
- ยืนก้มหน้าเหนืออ่างล้างหน้า เอียงศีรษะไปด้านข้าง ให้หน้าผากกับคางอยู่ระดับใกล้เคียงกัน เพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าปาก (FDA)
- อ้าปากหายใจทางปาก สอดปลายภาชนะเข้ารูจมูกข้างที่อยู่ด้านบน ให้น้ำไหลออกทางรูจมูกข้างล่าง (FDA)
- พยายามไม่ให้น้ำไหลลงคอ (NHS)
- สั่งน้ำมูกเบา ๆ แล้วทำซ้ำอีกข้าง โดยเอียงศีรษะไปอีกด้าน (FDA)
ถ้าไม่มีอุปกรณ์ NHS แนะนำให้เทน้ำเกลือเล็กน้อยใส่อุ้งมือ แล้วสูดเข้าทีละรูจมูก หายใจทางปาก และปล่อยให้น้ำไหลกลับลงอ่าง
ถ้าล้างแล้วปวดหู แสบจมูก หรือสำลัก อ่านวิธีปรับได้ที่ ล้างจมูกแล้วปวดหู หูอื้อ แสบจมูก
ช่วงเวลา เอกสารล้างจมูกเด็กของศิริราชแนะนำให้ล้างจมูกตอนท้องว่างก่อนอาหาร หรือหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาเจียนหรือสำลัก
ล้างจมูกก่อนหรือหลังพ่นยา
ล้างก่อน แล้วค่อยพ่นยา แหล่งที่เราเปิดอ่านระบุตรงกัน
- ศิริราช (เอกสาร "ล้างจมูกให้ลูกน้อย" ซึ่งระบุว่าการล้างจมูกใช้ได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่) แนะนำให้ล้างจมูกก่อนพ่นยาหรือหยอดยาจมูก เพื่อให้ยาสัมผัสเยื่อบุจมูกได้มากขึ้น
- United Lincolnshire Teaching Hospitals (NHS) ให้พักจมูก 10–20 นาทีหลังล้าง ก่อนใช้ยาพ่น
- Royal Wolverhampton NHS Trust ระบุว่ายังใช้ยาพ่นหรือยาหยอดจมูกได้ แต่ต้องใช้หลังล้างจมูกเสร็จแล้ว
ล้างจมูกทุกวันได้ไหม ล้างได้บ่อยแค่ไหน
แหล่งต่าง ๆ แนะนำความถี่ไม่เท่ากัน และขึ้นกับเหตุผลที่ล้าง
- NHS (หน้าจมูกอักเสบจากภูมิแพ้และไซนัสอักเสบ) ให้ทำซ้ำได้ถึงวันละ 3 ครั้ง จนจมูกรู้สึกสบายขึ้น และผสมน้ำเกลือใหม่ทุกครั้ง ส่วนหน้าน้ำมูกค้างระบุว่าน้ำเกลือที่เหลือเก็บในภาชนะสะอาดปิดฝาได้ถึงสิ้นวัน และให้ผสมใหม่ทุกเช้า
- ศิริราช (เอกสารล้างจมูกสำหรับเด็ก) แนะนำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ตอนตื่นนอนและก่อนนอน หรือเมื่อมีน้ำมูกมาก คัดจมูก หรือก่อนพ่นยา
- West Suffolk NHS Foundation Trust (เอกสารออกปี 2564) ระบุว่าส่วนใหญ่แนะนำวันละ 2 ครั้ง
- Royal Wolverhampton NHS Trust (สำหรับผู้ป่วยที่แพทย์หู คอ จมูกให้ล้างจมูก) ให้ล้างอย่างน้อยวันละ 3 ครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์แรก แล้วแพทย์จะบอกว่าจะลดหรือไม่
แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้กำหนดว่าล้างได้นานกี่เดือน ผู้ที่ต้องล้างทุกวันเป็นเวลานาน ให้ถามแพทย์ที่ดูแลว่าควรล้างบ่อยแค่ไหนสำหรับโรคของตัวเอง
ทำความสะอาดอุปกรณ์ล้างจมูกอย่างไร
อุปกรณ์ที่ไม่สะอาดเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ FDA ระบุว่าการใช้และทำความสะอาดอุปกรณ์ไม่ถูกต้องเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ และให้ล้างอุปกรณ์แล้วเช็ดด้านในให้แห้งด้วยกระดาษ หรือผึ่งให้แห้งระหว่างใช้แต่ละครั้ง
เอกสารล้างจมูกเด็กของศิริราชแนะนำวิธีล้างอุปกรณ์หลังใช้ทุกครั้ง
- ล้างกระบอกฉีดยาและภาชนะใส่น้ำเกลือด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจาน แล้วล้างน้ำประปาจนหมดฟอง และผึ่งให้แห้ง
- ลูกยางแดงสำหรับดูดน้ำมูกเด็ก ให้ล้างด้วยน้ำสบู่ทั้งด้านนอกและด้านใน ล้างน้ำให้สะอาด และต้มในน้ำเดือดวันละครั้งราว 5 นาที แล้วบีบน้ำออกและวางคว่ำในภาชนะสะอาด
ใช้อุปกรณ์ร่วมกันได้ไหม แหล่งเรื่องล้างจมูกที่เราเปิดอ่านไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ แต่ MedlinePlus ห้ามใช้ขวดยาพ่นจมูกร่วมกับคนอื่นเพื่อไม่ให้เชื้อแพร่ การแยกอุปกรณ์ล้างจมูกของแต่ละคนจึงเป็นทางที่ระมัดระวังกว่า
ใครต้องระวังก่อนล้างจมูก
- ภูมิคุ้มกันทำงานไม่ปกติ เช่น ได้ยากดภูมิคุ้มกันหรือยาเคมีบำบัด FDA แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้อุปกรณ์ล้างจมูกทุกชนิด
- เด็กเล็ก FDA ระบุว่าเด็กบางคนได้รับการวินิจฉัยภูมิแพ้จมูกตั้งแต่ 2 ขวบ และอาจใช้อุปกรณ์ล้างจมูกได้ถ้ากุมารแพทย์แนะนำ แต่เด็กเล็กมากอาจทนการล้างไม่ได้ ศิริราชมีวิธีล้างจมูกเด็กแยกต่างหาก ให้ทำตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ดูแลเด็ก
- ปวดหูเฉียบพลันหรือหูติดเชื้ออยู่ เอกสารของ University Hospitals Birmingham (NHS, ธ.ค. 2568) แนะนำให้งดล้างจมูกไว้ก่อน เพราะอาจไม่สบายมากขึ้น ให้รอจนอาการดีขึ้นหรือปรึกษาแพทย์ รายละเอียดอยู่ในบทความ ล้างจมูกแล้วปวดหู
ความเชื่อ: ล้างจมูกบ่อยแล้วจมูกจะติด หรือเยื่อบุจมูกบาง แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ เราจึงไม่ยืนยันทั้งสองทาง สิ่งที่ FDA ระบุคือ อุปกรณ์ล้างจมูกโดยทั่วไปปลอดภัยและได้ผลเมื่อใช้และทำความสะอาดถูกวิธี
เมื่อไรต้องพบแพทย์
นัดพบแพทย์ (ไม่เร่งด่วน)
- ล้างจมูกแล้วอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง (FDA)
- มีไข้ เลือดกำเดาไหล หรือปวดศีรษะระหว่างที่ล้างจมูก (FDA)
- น้ำมูกค้างนานเกินไม่กี่สัปดาห์ หรือมีอาการใหม่ เช่น ได้กลิ่นลดลง หรือกลืนลำบาก (NHS หน้าน้ำมูกค้าง)
ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด อาการของไซนัสอักเสบที่แนวทาง TAC 2568 ให้พบแพทย์ทันที
- ตาบวมแดงรอบตา
- ลูกตาถูกดัน เห็นภาพซ้อน หรือกลอกตาไม่ได้
- ปวดหน้าผากรุนแรง หรือหน้าผากบวม
อาการฉุกเฉิน เช่น หายใจลำบากมาก หรือมีอาการแพ้รุนแรง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ดูรายการเต็มท้ายบทความ อ่านเรื่องไซนัสเพิ่มได้ที่ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง และ น้ำมูกไหลลงคอ
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)
เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.
ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม
คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
เรื่องการล้างจมูก: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ใช้แทนการล้างจมูก ลดน้ำมูก หรือทำให้เสมหะใสขึ้น ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง การล้างจมูกและยาที่แพทย์สั่งยังเป็นแนวทางตามคำแนะนำของแพทย์
ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้
- แอล-ซิสเทอีน 100 มก. (200 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — บางคนสับสนกับ NAC (เอ็น-อะเซทิลซิสเทอีน) ซึ่งเป็นยาละลายเสมหะ งานในผู้สูงอายุใช้ NAC วันละ 1,200 มก. แต่แอล-ซิสเทอีนเป็นคนละสาร และไม่พบงานทดลองในคนที่ให้แอล-ซิสเทอีนเดี่ยว ๆ แล้ววัดผลเรื่องน้ำมูก เสมหะ หรือภูมิแพ้ จึงนำผลของ NAC มาใช้แทนไม่ได้
- ผงกระชาย 75 มก. (150 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ข่าวกระชายกับโควิดมาจากงานในหลอดทดลองของมหาวิทยาลัยมหิดล (ปี 2563) ไม่ใช่ผลในคน งานในหนูแฮมสเตอร์ที่ติดเชื้อพบว่าสารสกัดกระชายไม่ลดปริมาณไวรัสในปอด และไม่พบผลงานวิจัยในคนเรื่องหวัด ภูมิแพ้ หรือโควิด งานในคนที่มีผลเป็นเรื่องอาหารไม่ย่อย (งานของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตีพิมพ์ปี 2564) ใช้สารสกัดวันละ 1,050 มก. ซึ่งเป็นสารสกัด ไม่ใช่ผง จึงเทียบกับผงในแคปซูลตรง ๆ ไม่ได้ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่ายังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยระยะยาวของกระชายแบบเข้มข้นหรือกินปริมาณสูงต่อเนื่องนาน
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- โรคตับ หรือกินยาหลายชนิด: มีกระชาย ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
- โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน: มีกรดอะมิโนเสริม (ซิสเทอีน อาร์จินีน ออร์นิทีน ไกลซีน) ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
- ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
- กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
- สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- นิ่วในถุงน้ำดี: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
- แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
- หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หอบมีเสียงหวีด หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
- คอแน่น หรือกลืนลำบาก
- ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
- สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
- หมดสติและปลุกไม่ตื่น
- เด็กตัวอ่อนปวกเปียก หรือไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
- หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง
- หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
- เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
- ไอเป็นเลือด
อาการแพ้รุนแรงข้างต้นเป็นรายการที่ NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนตามที่แพทย์สั่ง ให้ใช้ตามแผนที่แพทย์ให้ไว้ แล้วโทร 1669 ห้ามรอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ และ NHS ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →คำถามที่พบบ่อย
ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือทำอย่างไร
ก้มหน้าเหนืออ่าง เอียงศีรษะไปด้านข้าง หายใจทางปาก สอดปลายภาชนะเข้ารูจมูกข้างบนให้น้ำไหลออกรูจมูกข้างล่าง พยายามไม่ให้น้ำไหลลงคอ แล้วสั่งน้ำมูกเบา ๆ และทำอีกข้าง ตามขั้นตอนของ FDA และ NHS
ล้างจมูกใช้น้ำเกลือแบบไหน
เอกสารล้างจมูกเด็กของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลแนะนำน้ำเกลือ 0.9% ซึ่งซื้อได้จากโรงพยาบาลหรือร้านยา ถ้าผสมเอง FDA ระบุให้ใช้เฉพาะน้ำกลั่น น้ำปราศจากเชื้อ หรือน้ำที่ต้มเดือด 3–5 นาทีแล้วทิ้งให้อุ่น
ใช้น้ำประปาล้างจมูกได้ไหม
ห้ามใช้น้ำประปาที่ไม่ได้ต้ม FDA ระบุว่าน้ำประปาอาจมีเชื้อจุลินทรีย์ระดับต่ำซึ่งกลืนได้ แต่ในจมูกอาจทำให้ติดเชื้อร้ายแรง และบางรายที่พบน้อยมากถึงขั้นเสียชีวิต
ล้างจมูกทุกวันได้ไหม
แหล่งต่าง ๆ แนะนำความถี่ต่างกัน NHS ให้ทำได้ถึงวันละ 3 ครั้ง เอกสารศิริราชสำหรับเด็กแนะนำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ผู้ที่ต้องล้างทุกวันนาน ๆ ให้ถามแพทย์ที่ดูแลว่าควรล้างบ่อยแค่ไหน
ล้างจมูกก่อนหรือหลังพ่นยา
ล้างก่อนแล้วค่อยพ่นยา เอกสารล้างจมูกเด็กของศิริราชแนะนำให้ล้างจมูกก่อนพ่นยาจมูก และเอกสารของ United Lincolnshire Teaching Hospitals NHS Trust ให้พักจมูก 10–20 นาทีหลังล้างก่อนใช้ยาพ่น
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Is Rinsing Your Sinuses With Neti Pots Safe?U.S. Food and Drug Administration
- Allergic rhinitisNHS
- ล้างจมูกให้ลูกน้อย (2)คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- ล้างจมูกให้ลูกน้อย (1)คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- Nasal Douching: Information and advice for patientsUnited Lincolnshire Teaching Hospitals NHS Trust
- Nasal douchingUniversity Hospitals Birmingham NHS Foundation Trust
- Nasal irrigationWest Suffolk NHS Foundation Trust
- Nasal DouchingThe Royal Wolverhampton NHS Trust
- CatarrhNHS
- Sinusitis (sinus infection)NHS
- Thai Asthma Guideline in Adults 2025 (แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคหืดในประเทศไทยสำหรับผู้ใหญ่ 2568)สมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
