เกี่ยวกับ Beta X Plus
ภูมิแพ้ทำให้เจ็บคอได้ไหม เจ็บคอจากภูมิแพ้ต่างจากคออักเสบติดเชื้ออย่างไร
คำตอบสั้น: ได้ เอกสารแนวทางการรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ของภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบุว่าภูมิแพ้จมูกอาจมีอาการร่วม เช่น น้ำมูกไหลลงคอ รู้สึกคล้ายมีก้อนหรือมีอะไรติดในคอ คอแห้ง และ เจ็บคอเรื้อรัง แต่ตารางเทียบในเอกสารอีกฉบับของภาควิชาเดียวกันระบุว่า ภูมิแพ้มักเป็น คันคอ น้ำมูกใส และไม่มีไข้ ส่วนหวัดมักเจ็บคอหรือแสบคอ มีไข้ได้ และติดต่อคนอื่นได้ NHS ระบุว่าเจ็บคอส่วนใหญ่เกิดจากไวรัสหรือการสูบบุหรี่ และน้อยครั้งมากที่เกิดจากแบคทีเรีย ถ้าเจ็บคอเรื้อรังร่วมกับเสียงแหบหรือแสบร้อนกลางอก กรดไหลย้อนเป็นอีกสาเหตุที่ MedlinePlus ระบุไว้ ถ้ากลืนไม่ได้ น้ำลายไหล หรือหายใจลำบาก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ภูมิแพ้จมูก ศิริราชอธิบายว่ามักคันคอ คันเพดานปาก น้ำมูกใสไหลลงคอ ไม่มีไข้ และเป็น ๆ หาย ๆ ตามสิ่งกระตุ้น บางรายมีคอแห้งหรือเจ็บคอเรื้อรังร่วมด้วย
- หวัด ศิริราชอธิบายว่ามักเจ็บคอหรือแสบคอ ตัวร้อนมีไข้ได้ และติดต่อได้
- น้ำมูกไหลลงคอ NHS (หน้าน้ำมูกและเสมหะค้าง) ระบุว่าทำให้รู้สึกมีอะไรติดคอและต้องกลืนหรือกระแอมบ่อย และเกิดจากภูมิแพ้ได้
- กรดไหลย้อน MedlinePlus ระบุว่าเจ็บคอ เสียงแหบ และไอ เป็นอาการที่พบน้อยกว่าของโรคกรดไหลย้อน
- เจ็บคอจากแบคทีเรีย MedlinePlus ระบุว่าแพทย์บอกจากอาการหรือการตรวจร่างกายอย่างเดียวไม่ได้ ต้องตรวจคอหาเชื้อ
- ยาปฏิชีวนะ NHS ระบุว่าโดยปกติเจ็บคอไม่ต้องใช้ เพราะมักไม่ได้ช่วยบรรเทาอาการหรือทำให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น
ภูมิแพ้อากาศทำให้เจ็บคอได้จริงไหม
ได้ แต่ลักษณะมักต่างจากการเจ็บคอแบบติดเชื้อ เอกสาร “แนวทางการรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ในปัจจุบัน” ของศิริราช ระบุอาการหลัก ได้แก่ คันจมูก จามติดกันหลายครั้ง น้ำมูกใส คัดจมูก และคันตา คอ หู หรือเพดานปาก และระบุอาการที่อาจมีร่วม เช่น ปวดศีรษะ เสียงเปลี่ยน ไม่ได้กลิ่น น้ำมูกไหลลงคอ หูอื้อ รู้สึกคล้ายมีก้อนหรือมีอะไรติดในคอ และเจ็บคอเรื้อรัง บางรายมาพบแพทย์ด้วยอาการกระแอมบ่อย กลิ่นปากแรง หรือคอแห้ง
เอกสาร “เป็นหวัด หรือ ภูมิแพ้กันแน่” ของภาควิชาเดียวกัน อธิบายว่าโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าแพ้อากาศ ทำให้มีอาการจาม คันจมูก น้ำมูกไหลออกมาทางจมูกหรือไหลลงคอ คัดจมูก และคันเพดานปากหรือคอ อาการเป็นนานมากกว่า 1 เดือน และมักมีสิ่งกระตุ้นนำมาก่อน เช่น ฝุ่น ควัน ของฉุน อากาศเปลี่ยน ความเครียด หรือนอนไม่พอ
NHS (หน้าไข้ละอองฟาง หรือภูมิแพ้จากละอองเกสร ทบทวน 21 มี.ค. 2567) ระบุอาการคันคอ คันปาก คันจมูก และคันหู ไว้ในรายการอาการด้วย และระบุว่าภูมิแพ้ชนิดนี้เป็นได้นานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน ต่างจากหวัดที่มักหายใน 1–2 สัปดาห์
ตารางเทียบของศิริราช (เขียนเป็นรายการ)
- หวัด: น้ำมูกขน (อาจใสก็ได้) · ตัวร้อน มีไข้ได้ · ติดต่อได้ · เจ็บคอหรือแสบคอ · เป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ · สัมผัสเชื้อแล้วต้องใช้เวลาฟักตัวกว่าจะมีอาการ
- ภูมิแพ้จมูก: น้ำมูกใส · ไม่ตัวร้อน ไม่มีไข้ · ไม่ติดต่อ · คันคอ · เป็น ๆ หาย ๆ · สัมผัสสารก่อภูมิแพ้แล้วเกิดอาการในไม่ช้า
เอกสารนี้ไม่ได้ระบุวันที่เผยแพร่ ส่วนเรื่องแยกภูมิแพ้กับหวัดแบบละเอียด อ่านได้ที่ ภูมิแพ้กับหวัดต่างกันอย่างไร
น้ำมูกไหลลงคอ ทำให้คอระคายอย่างไร
NHS อธิบายอาการไว้ แต่ไม่ได้อธิบายกลไกว่าทำไมจึงระคายคอ NHS (หน้าน้ำมูกและเสมหะค้าง หรือ catarrh ทบทวน 16 มิ.ย. 2569) ระบุอาการไว้ดังนี้
- คัดจมูกหรือน้ำมูกไหลตลอด
- รู้สึกเหมือนมีก้อนหรือมีอะไรติดในคอ
- ต้องกลืนหรือไอบ่อยเพื่อให้คอโล่ง
- รู้สึกว่ามีน้ำมูกค่อย ๆ ไหลลงหลังคอ (postnasal drip)
- รู้สึกมีเสียงกรอบแกรบในหู
NHS ระบุว่าสาเหตุมีทั้งการติดเชื้อ เช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ และไซนัสอักเสบ มลพิษและควันบุหรี่ ปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่อละอองเกสร ฝุ่น และสัตว์ รวมถึงโรคในจมูก เช่น ริดสีดวงจมูก
เรื่องหายใจทางปาก แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้อธิบายว่าการหายใจทางปากทำให้เจ็บคออย่างไรในผู้ใหญ่ที่เป็นภูมิแพ้ บทความนี้จึงไม่สรุปเรื่องนี้ ถ้าคัดจมูกจนต้องหายใจทางปากเป็นประจำ ให้ปรึกษาแพทย์เรื่องการคุมอาการจมูก อ่านเพิ่มได้ที่ น้ำมูกไหลลงคอเกิดจากอะไร และ คัดจมูกตอนกลางคืน
เจ็บคอแบบติดเชื้อ ดูต่างจากภูมิแพ้อย่างไร
เจ็บคอจากการติดเชื้อมักเจ็บเวลากลืน และอาจมีไข้หรือต่อมน้ำเหลืองที่คอโต NHS (หน้าเจ็บคอ ทบทวน 8 เม.ย. 2567) ระบุอาการไว้ ได้แก่
- เจ็บคอ โดยเฉพาะเวลากลืน
- คอแห้งและระคาย
- ด้านหลังของปากแดง
- มีกลิ่นปาก
- ไอเล็กน้อย
- ต่อมน้ำเหลืองที่คอบวม
MedlinePlus (หน้าคออักเสบ ทบทวน 3 ก.ค. 2568) ระบุว่าอาการอื่นที่อาจพบ คือ ไข้ ปวดศีรษะ ปวดข้อ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ผื่น และต่อมน้ำเหลืองที่คอบวม
เจ็บคอจากแบคทีเรียพบบ่อยแค่ไหน
NHS ระบุว่าเจ็บคอส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส เช่น หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ หรือจากการสูบบุหรี่ และ น้อยครั้งมากที่เกิดจากแบคทีเรีย MedlinePlus ระบุว่าคออักเสบจากเชื้อสเตรปโตคอคคัสกลุ่มเอ (strep throat) เป็นแบคทีเรียที่ทำให้เจ็บคอได้ในบางราย และ แพทย์ไม่สามารถวินิจฉัยคออักเสบจากเชื้อนี้ได้จากอาการหรือการตรวจร่างกายอย่างเดียว อาจต้องใช้ชุดตรวจเร็วหรือเพาะเชื้อจากคอ
ยาปฏิชีวนะจำเป็นไหม
ส่วนใหญ่ไม่จำเป็น NHS ระบุว่าโดยปกติเจ็บคอไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ เพราะมักไม่ได้ช่วยบรรเทาอาการหรือทำให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น และจะได้รับยาปฏิชีวนะเฉพาะเมื่ออาจเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย MedlinePlus ระบุว่ายาปฏิชีวนะไม่ช่วยเจ็บคอจากไวรัส และการใช้เมื่อไม่จำเป็นอาจทำให้ยาได้ผลน้อยลงในเวลาที่ต้องใช้จริง อย. (ข่าว 13 มิ.ย. 2567) ย้ำว่าห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมาใช้เอง เพราะยาปฏิชีวนะใช้สำหรับการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่หวัดเกิดจากเชื้อไวรัส
ถ้าแพทย์สั่งยาปฏิชีวนะให้แล้ว ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง ให้ใช้ตามที่แพทย์หรือเภสัชกรสั่ง อ่านเพิ่มได้ที่ เจ็บคอจากไวรัสหรือแบคทีเรีย
กรดไหลย้อนทำให้เจ็บคอเรื้อรังได้ไหม
ได้ MedlinePlus ระบุเจ็บคอไว้ในอาการที่พบน้อยกว่าของโรคกรดไหลย้อน MedlinePlus (หน้าโรคกรดไหลย้อน ทบทวน 24 ม.ค. 2568) แบ่งอาการไว้ดังนี้
- อาการหลัก: แสบร้อนหรือเจ็บที่หน้าอก และอาหารย้อนขึ้นมา
- อาการที่พบน้อยกว่า: คลื่นไส้หลังกินอาหาร ไอหรือหายใจมีเสียงหวีด กลืนลำบาก สะอึก เสียงแหบหรือเสียงเปลี่ยน และเจ็บคอ
MedlinePlus ระบุว่าอาการอาจแย่ลงเมื่อก้มตัว นอนราบ หรือหลังกินอาหาร และอาจเป็นมากตอนกลางคืน NHS (หน้าแสบร้อนกลางอกและกรดไหลย้อน ทบทวน 20 พ.ย. 2566) ระบุว่าอาหารและเครื่องดื่มบางอย่างทำให้เกิดหรือแย่ลงได้ เช่น กาแฟ มะเขือเทศ แอลกอฮอล์ ช็อกโกแลต อาหารมันหรือเผ็ด รวมถึงน้ำหนักเกิน การสูบบุหรี่ และความเครียด
สิ่งที่ NHS แนะนำ คือ กินมื้อเล็กลงแต่บ่อยขึ้น ไม่กินภายใน 3–4 ชั่วโมงก่อนนอน ไม่ใส่เสื้อผ้ารัดเอว ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ยกหัวเตียงสูงราว 10–20 ซม. โดยไม่ใช้วิธีหนุนหมอนเพิ่ม และไม่หยุดยาที่แพทย์สั่งโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน อ่านเรื่องไอจากกรดไหลย้อนได้ที่ ไอจากกรดไหลย้อน
บรรเทาอาการคันคอหรือเจ็บคออย่างปลอดภัยได้อย่างไร
เริ่มจากวิธีที่ไม่ต้องใช้ยา แล้วค่อยถามเภสัชกรถ้ายังไม่ดีขึ้น
ถ้าเป็นเจ็บคอทั่วไป NHS (หน้าเจ็บคอ) แนะนำให้
- กลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่น (เด็กไม่ควรทำ) โดยละลายเกลือครึ่งช้อนชาในน้ำอุ่น 1 แก้ว กลั้วแล้วบ้วนทิ้ง ไม่กลืน
- ดื่มน้ำให้พอ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ)
- กินอาหารเย็นหรืออาหารนิ่ม
- เลี่ยงการสูบบุหรี่และที่ที่มีควัน
- อมน้ำแข็ง ไอศกรีมแท่ง หรือลูกอมแข็ง แต่ไม่ให้เด็กเล็กอมของเล็กและแข็งเพราะเสี่ยงติดคอ
- พักผ่อน
ถ้ามีน้ำมูกหรือเสมหะค้างคอ NHS (หน้าน้ำมูกและเสมหะค้าง) แนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) จิบน้ำเย็นจัดแทนการไอหรือกลืนเมื่อต้องการให้คอโล่ง ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นหรือนั่งในห้องน้ำที่เปิดน้ำอุ่น กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ และล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ อ่านวิธีล้างจมูกได้ที่ ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ
ถ้าเป็นภูมิแพ้จมูก แนวทางที่ศิริราชอ้างจากแนวทางไทย คือการหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้เป็นเรื่องสำคัญ ร่วมกับล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ และยาที่แพทย์หรือเภสัชกรเลือกตามความรุนแรง เช่น ยาต้านฮิสทามีนรุ่นที่ 2 หรือยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ (ยาพ่นลดการอักเสบในจมูก) NHS (หน้าไข้ละอองฟาง) ระบุว่าเภสัชกรช่วยแนะนำยาแก้แพ้และยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ได้ และยาแก้แพ้บางชนิดทำให้ง่วงมาก
ยาที่ซื้อได้จากร้านยา NHS (หน้าเจ็บคอ) ระบุว่าเภสัชกรอาจแนะนำพาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟน ยาอมที่มียาชาเฉพาะที่ ยาฆ่าเชื้อเฉพาะที่ หรือยาต้านการอักเสบ และสเปรย์ยาชา (แม้มีหลักฐานน้อยว่าได้ผลเมื่อใช้อย่างเดียว) NHS ย้ำว่ายาบางตัวไม่ปลอดภัยกับทุกคน เช่น หญิงตั้งครรภ์ ให้อ่านเอกสารกำกับยาหรือถามเภสัชกรก่อน
ผู้ที่ใช้ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก หรือยาพ่นหอบหืดอยู่ ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง ถ้ารู้สึกว่าคุมอาการไม่ได้ ให้กลับไปพบแพทย์ เรื่องอาหารและเครื่องดื่มที่เหมาะเวลาเจ็บคอ อ่านต่อได้ที่ เจ็บคอห้ามกินอะไร
เจ็บคอแบบไหนต้องพบแพทย์
พบแพทย์ตามนัดปกติ (NHS หน้าเจ็บคอ และหน้าน้ำมูกและเสมหะค้าง จัดเป็นคำแนะนำไม่เร่งด่วน)
- เจ็บคอไม่ดีขึ้นหลัง 1 สัปดาห์
- เจ็บคอบ่อย
- เจ็บคอ และมีก้อนในปากหรือที่คอ หรือแผลในปากที่เป็นนานกว่า 3 สัปดาห์
- มีน้ำมูกหรือเสมหะค้างนานเกินไม่กี่สัปดาห์
- มีเสมหะค้าง แล้วเกิดอาการใหม่ เช่น เจ็บคอ กลืนลำบาก หรือไม่ได้กลิ่น
- เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีที่เจ็บคอ
- อาการกรดไหลย้อนเกือบทุกวัน หรือมีอาหารติดคอ อาเจียนบ่อย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ (NHS หน้ากรดไหลย้อน)
ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด (NHS หน้าเจ็บคอ จัดเป็นนัดพบแพทย์ด่วน)
- กังวลกับอาการ
- ไข้สูงมาก หรือรู้สึกร้อนสลับหนาวสั่น
- มีอาการขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะน้อยกว่าปกติ หรือปัสสาวะสีเข้มกลิ่นแรง
- ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น จากเบาหวานหรือยาเคมีบำบัด
ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง
- หายใจลำบาก หรือกลืนไม่ได้
- น้ำลายไหล ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่ากลืนไม่ได้
- หายใจมีเสียงแหลมสูง (stridor)
- อาการรุนแรงและแย่ลงอย่างรวดเร็ว
รายการนี้มาจาก NHS หน้าเจ็บคอที่ให้โทร 999 MedlinePlus (หน้าคออักเสบ) ระบุเช่นกันว่าให้รีบไปรับการรักษาทันทีเมื่อเจ็บคอและหายใจลำบาก ถ้าคันคอพร้อมปาก ลิ้น หรือคอบวมขึ้นมาทันที อาจเป็นการแพ้รุนแรง ดูรายการท้ายบทความ และอ่านเพิ่มได้ที่ แพ้รุนแรงเฉียบพลัน
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)
เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน
ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม
คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
เรื่องเจ็บคอและคันคอ: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้บรรเทาเจ็บคอ คันคอ น้ำมูกไหลลงคอ หรืออาการภูมิแพ้จมูก และไม่ใช้แทนยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก หรือยาปฏิชีวนะที่แพทย์สั่ง ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง
ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้
- สารสกัดขิง 50 มก. ต่อแคปซูล (100 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ขิงเป็นสมุนไพรไทยที่มีงานวิจัยในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ชาวไทย 80 คน (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ BMC Complementary Medicine and Therapies ปี 2563) ใช้สารสกัดขิงวันละ 500 มก. นาน 6 สัปดาห์ มากกว่าในแคปซูล 5 เท่า (คำนวณ) เทียบกับยาแก้แพ้ลอราทาดีน พบว่าคะแนนอาการจมูกลดลงทั้งสองกลุ่มและไม่ต่างกัน งานนี้เป็นงานขนาดเล็กระยะสั้นที่ไม่มีกลุ่มยาหลอก จึงแยกไม่ได้ว่าส่วนที่ดีขึ้นมาจากขิง ผลของยาหลอก หรือธรรมชาติของโรค ไม่ได้วัดเรื่องเจ็บคอ และไม่ได้แปลว่าใช้แทนยาได้ ฉลากไม่ระบุปริมาณจินเจอรอลในสารสกัด
- ผงกระชาย 75 มก. ต่อแคปซูล (150 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — เราไม่พบงานวิจัยในคนเรื่องกระชายกับเจ็บคอ หวัด หรือภูมิแพ้ ข่าวเรื่องกระชายกับโควิด-19 มาจากงานในหลอดทดลองของมหาวิทยาลัยมหิดล (ปี 2563) ไม่ใช่ผลในคน และงานในหนูแฮมสเตอร์ที่ติดเชื้อ (ปี 2567) ใช้สารสกัดขนาดสูงแล้วไม่ลดปริมาณไวรัสในปอด งานในคนที่มีผลรายงานเป็นเรื่องอาหารไม่ย่อย (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปี 2564) ใช้สารสกัดวันละ 1,050 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 7 เท่า (คำนวณ) และเป็นสารสกัด ส่วนในแคปซูลเป็นผง เทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าควรระวังรูปแบบเข้มข้นหรือการกินปริมาณสูงติดต่อกันนาน เพราะยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยระยะยาว
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นข้อความฉลาก เป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลากและแหล่งในแผ่นหลักฐาน)
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน (คำแนะนำของบทความ)
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
- ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) ยาเคมีบำบัด หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด
- ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
- สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง ผู้ที่แพ้ง่ายให้อ่านส่วนประกอบทุกตัวก่อน
- แพ้เจลาติน: แคปซูลเป็นเจลาติน แต่ฉลากไม่ระบุว่าทำจากสัตว์ชนิดใด ให้สอบถามผู้ผลิตก่อน
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาปฏิชีวนะ ยาต้านไวรัส ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนวัคซีน ยาที่แพทย์สั่ง ยาแก้แพ้ ยาพ่นหอบหืด หรืออะดรีนาลีน
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
- หายใจลำบากมาก หอบจนพูดไม่เป็นคำ หรือรู้สึกเหมือนสำลัก
- ไอเป็นเลือด
- หายใจลำบาก หรือกลืนไม่ได้
- น้ำลายไหลเพราะกลืนไม่ลง
- หายใจมีเสียงแหลมสูง (stridor)
- อาการรุนแรงและแย่ลงอย่างรวดเร็ว
- ปลุกให้ตื่นยาก หรือปลุกไม่ตื่น
- สับสน
- เดินไม่ได้
- ริมฝีปาก ลิ้น หรือเล็บเป็นสีออกน้ำเงิน
- ปวดศีรษะรุนแรงมาก
- คอแข็ง
- เด็กร้องไห้ไม่หยุดและปลอบไม่ได้
- ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
- คอแน่น หรือรู้สึกเหมือนหายใจไม่ทัน
- ผิวหรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
- เป็นลม หรือหมดสติ
- หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง
- หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
รายการข้างต้นรวมจากหน้าที่แหล่งจัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ได้แก่ NHS หน้าไข้หวัดใหญ่ (ทบทวน 3 ก.พ. 2569) หน้าเจ็บคอ (ทบทวน 8 เม.ย. 2567) หน้าแพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) และหน้าหอบหืด (ทบทวน 7 เม.ย. 2568) รวมกับหน้าไข้ของ MedlinePlus (ทบทวน 31 ก.ค. 2567) ที่ให้โทรเรียกรถฉุกเฉินเมื่อมีไข้ร่วมกับอาการเหล่านี้ บทความนี้แยกแต่ละอาการเป็นข้อเดี่ยว ไม่ต้องรอให้มีไข้ก่อน NHS ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง ให้คนอื่นขับไปหรือเรียกรถพยาบาล และนำยาที่ใช้อยู่ไปด้วย
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →คำถามที่พบบ่อย
ภูมิแพ้อากาศทำให้เจ็บคอได้ไหม
ได้ ศิริราชระบุว่าภูมิแพ้จมูกอาจมีน้ำมูกไหลลงคอ คอแห้ง รู้สึกมีอะไรติดคอ และเจ็บคอเรื้อรังร่วมด้วย แต่อาการเด่นมักเป็นคันคอ น้ำมูกใส และไม่มีไข้ ส่วนเจ็บคอเฉียบพลันที่มีไข้เข้ากับหวัดหรือการติดเชื้อมากกว่า ถ้าไม่แน่ใจควรให้แพทย์ตรวจ
เจ็บคอจากภูมิแพ้กับคออักเสบติดเชื้อต่างกันอย่างไร
ภูมิแพ้มักคันคอ น้ำมูกใส ไม่มีไข้ เป็น ๆ หาย ๆ ตามสิ่งกระตุ้น ส่วนคออักเสบติดเชื้อมักเจ็บเวลากลืน อาจมีไข้ ต่อมน้ำเหลืองที่คอบวม MedlinePlus ระบุว่าแพทย์บอกคออักเสบจากเชื้อสเตรปโตคอคคัสจากอาการอย่างเดียวไม่ได้ ต้องตรวจคอหาเชื้อ
เจ็บคอต้องกินยาปฏิชีวนะไหม
ส่วนใหญ่ไม่ต้อง NHS ระบุว่าเจ็บคอส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส และยาปฏิชีวนะมักไม่ได้ช่วยบรรเทาอาการ อย. ย้ำว่าห้ามซื้อยาปฏิชีวนะใช้เอง แพทย์จะสั่งเมื่ออาจเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย ถ้าได้รับยาแล้วห้ามหยุดหรือเปลี่ยนยาเอง
กรดไหลย้อนทำให้เจ็บคอเรื้อรังได้ไหม
ได้ MedlinePlus ระบุเจ็บคอ เสียงแหบ และไอ ไว้ในอาการที่พบน้อยกว่าของโรคกรดไหลย้อน อาการมักแย่ลงหลังกินอาหาร นอนราบ หรือก้มตัว ถ้าเป็นเกือบทุกวันหรือมีกลืนลำบาก น้ำหนักลด ควรพบแพทย์
เจ็บคอแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที
ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง คือ หายใจลำบาก กลืนไม่ได้ น้ำลายไหลเพราะกลืนไม่ลง หายใจมีเสียงแหลมสูง หรืออาการรุนแรงและแย่ลงอย่างรวดเร็ว ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ตามคำแนะนำของ NHS
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- เป็นหวัด หรือ ภูมิแพ้กันแน่ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- แนวทางการรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ในปัจจุบันภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- Sore throatNHS
- Pharyngitis - sore throatMedlinePlus Medical Encyclopedia
- CatarrhNHS
- Gastroesophageal reflux diseaseMedlinePlus Medical Encyclopedia
- Heartburn and acid refluxNHS
- Ginger extract versus Loratadine in the treatment of allergic rhinitis: a randomized controlled trialBMC Complement Med Ther 2020 (PubMed)
- Hay feverNHS
- อย. เตือน อากาศเปลี่ยนแปลง ป่วยเป็นหวัดง่าย แนะ ใช้ยาอย่างถูกวิธี ห้าม! ซื้อยาปฏิชีวนะใช้เอง (13 มิ.ย. 2567)สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
