บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

ภูมิแพ้ทำให้ไอได้ไหม ไอเพราะภูมิแพ้ต่างจากไอเพราะติดเชื้ออย่างไร

คำตอบสั้น: ได้ NHS ระบุว่าอาการไอเป็นอาการหนึ่งของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ และภูมิแพ้เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการไอ แนวทางของวิทยาลัยแพทย์โรคทรวงอกแห่งสหรัฐอเมริกา (ACCP ปี 2549) ระบุว่าโรคของจมูกและไซนัส รวมถึงภูมิแพ้จมูก ทำให้เกิดภาวะไอจากทางเดินหายใจส่วนบน (เดิมเรียกน้ำมูกไหลลงคอ) และหอบหืดบางชนิดมีอาการไอเป็นอาการเดียว ไอจากภูมิแพ้มักมาพร้อมอาการจมูก เช่น จาม คันจมูก น้ำมูกใส และเกิดหลังสัมผัสสิ่งที่แพ้ ส่วนหวัดมักค่อย ๆ เป็นใน 2–3 วันและดีขึ้นใน 1–2 สัปดาห์ ถ้าไอนานเกิน 3 สัปดาห์ ไอจนตื่นกลางคืน หรือมีหายใจมีเสียงหวีด ควรพบแพทย์ เพราะอาจต้องตรวจสมรรถภาพปอดเพื่อหาหอบหืด

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ภูมิแพ้ทำให้ไอได้ ทั้งจากน้ำมูกไหลลงคอและจากหอบหืดที่มักมาคู่กับภูมิแพ้
  • ไอจากภูมิแพ้ มักมีจาม คันจมูก คันตา คันเพดานปาก และเกิดภายในไม่กี่นาทีหลังสัมผัสสิ่งที่แพ้ (NHS)
  • ไอจากหวัด อาการค่อย ๆ เป็นใน 2–3 วัน อาจมีไข้ ปวดเมื่อย และดีขึ้นใน 1–2 สัปดาห์ (NHS)
  • หอบหืดชนิดไอเด่น ไอเป็นอาการเดียว ผลตรวจร่างกายและสไปโรเมตรีอาจปกติ (ACCP)
  • ดูแลที่ต้นเหตุ แนวทางไทยวางการดูแลภูมิแพ้จมูกไว้ที่หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ และยาที่แพทย์หรือเภสัชกรเลือก
  • ห้ามหยุดยาพ่นจมูก ยาแก้แพ้ หรือยาพ่นหอบหืดเอง

ภูมิแพ้ทำให้ไอได้อย่างไร

ทางแรกคือผ่านจมูก NHS (หน้าจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ทบทวน 8 ม.ค. 2569) ระบุอาการของภูมิแพ้จมูก ได้แก่ จาม คันจมูก น้ำมูกไหลหรือคัดจมูก คันตา ตาแดง น้ำตาไหล ไอ และคันเพดานปาก หน้าเรื่องน้ำมูกค้างของ NHS (ทบทวน 16 มิ.ย. 2569) ระบุว่าภูมิแพ้ต่อละอองเกสร ฝุ่น และสัตว์ ทำให้มีน้ำมูกและเสมหะค้าง รู้สึกว่ามีน้ำมูกไหลลงหลังคอ และต้องไอหรือกระแอมบ่อย

แนวทาง ACCP เรื่องภาวะไอจากทางเดินหายใจส่วนบนระบุว่าสาเหตุของภาวะนี้มีหลายอย่าง เช่น จมูกอักเสบจากภูมิแพ้ จมูกอักเสบชนิดไม่แพ้ตลอดปี จมูกอักเสบหลังติดเชื้อ และไซนัสอักเสบ และระบุว่ายังไม่ชัดว่าไอเกิดจากน้ำมูกที่ไหลลงคอเอง หรือจากการระคายและอักเสบของทางเดินหายใจส่วนบนที่กระตุ้นตัวรับการไอโดยตรง อ่านต่อได้ที่ น้ำมูกไหลลงคอ

ทางที่สองคือผ่านหลอดลม แนวทางเวชปฏิบัติโรคหืดในประเทศไทยสำหรับผู้ใหญ่ 2568 (สมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย) อ้างการศึกษาที่พบว่าร้อยละ 86 ของผู้ป่วยโรคหืดในไทยมีจมูกอักเสบภูมิแพ้ร่วม คนที่เป็นภูมิแพ้จมูกแล้วไอเรื้อรัง จึงควรให้แพทย์ตรวจหาหอบหืดด้วย อ่านความต่างของสองโรคได้ที่ หอบหืดกับภูมิแพ้ต่างกันอย่างไร

ภูมิแพ้ไม่ใช่ภูมิคุ้มกันต่ำ NHS (หน้าภูมิแพ้ ทบทวน 5 มี.ค. 2569) อธิบายว่าภูมิแพ้คือการที่ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งที่ปกติไม่เป็นอันตราย

ไอจากภูมิแพ้มีลักษณะอย่างไร

แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้กำหนดลักษณะเสียงไอที่เฉพาะกับภูมิแพ้ แต่ระบุอาการที่มักมาด้วยกัน ซึ่งช่วยให้แพทย์คิดถึงภูมิแพ้

  • มีอาการจมูกและตาร่วม จาม คันจมูก น้ำมูกใส คัดจมูก คันตา คันเพดานปาก (NHS)
  • เกิดเร็วหลังสัมผัสสิ่งที่แพ้ NHS ระบุว่ามักเกิดภายในไม่กี่นาที
  • มีสิ่งกระตุ้นชัด เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสร รังแคและขนสัตว์ เชื้อรา (NHS) หรือฝุ่นควันและมลพิษ
  • เป็น ๆ หาย ๆ ตามสิ่งกระตุ้น บทความของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลที่อ้างแนวทางไทยระบุว่าโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้มีอาการเป็น ๆ หาย ๆ ตามสิ่งกระตุ้น และระบุอาการไอเรื้อรังและกระแอมบ่อยเป็นอาการที่พบได้

แนวทางของสมาคมโรคระบบหายใจแห่งยุโรป (ERS ปี 2563) อธิบายว่าผู้ใหญ่ที่ไอเรื้อรังมีภาวะไวต่อการกระตุ้นให้ไอ จึงไอง่ายเมื่อเจออากาศเย็น น้ำหอม ควัน หรือน้ำยาฟอกขาว อาการไอเมื่อเจอสิ่งเหล่านี้จึงไม่ได้แปลว่าเป็นภูมิแพ้เสมอไป แนวทางนี้เขียนโดยคณะผู้เชี่ยวชาญซึ่งหลายคนรายงานความสัมพันธ์ทางการเงินกับบริษัทยา

ไอเพราะภูมิแพ้ต่างจากไอเพราะติดเชื้ออย่างไร

แยกจากอาการอย่างเดียวไม่ได้แน่นอน แต่ NHS ให้ข้อสังเกตดังนี้

  • หวัด (NHS ทบทวน 22 มี.ค. 2567) อาการค่อย ๆ เป็นใน 2–3 วัน มีคัดจมูกหรือน้ำมูกไหล จาม เจ็บคอ เสียงแหบ ไอ เหนื่อย อาจมีไข้และปวดเมื่อย และควรเริ่มดีขึ้นในราว 1–2 สัปดาห์
  • ไข้หวัดใหญ่ (NHS ทบทวน 3 ก.พ. 2569) อาการเกิดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง มีไข้สูงทันที ปวดเมื่อยตัว เหนื่อยจนทำกิจวัตรไม่ได้ และไอแห้ง
  • ภูมิแพ้จมูก NHS ระบุว่าอาการคล้ายหวัด แต่มักเกิดภายในไม่กี่นาทีหลังสัมผัสสิ่งที่แพ้ และมีอาการคันจมูก คันตา คันเพดานปาก

ข้อสังเกตของบทความ: ถ้าอาการเกิดซ้ำทุกครั้งที่ทำความสะอาดบ้าน เข้าห้องที่มีแมว หรือช่วงฝุ่นควันสูง และไม่มีไข้ ให้จดไว้แล้วเล่าให้แพทย์ฟัง เพราะช่วยให้แพทย์ประเมินเรื่องภูมิแพ้ได้ การวินิจฉัยยังต้องให้แพทย์ตรวจ ส่วนไอหลังเป็นหวัดที่ค้างหลายสัปดาห์ อ่านได้ที่ ไอไม่หายหลังเป็นหวัด

หอบหืดชนิดไอเด่น (cough variant asthma) คืออะไร

คือหอบหืดที่มีอาการไอเป็นอาการเด่นหรืออาการเดียว แนวทาง ACCP เรื่องไอเรื้อรังจากหอบหืด (ปี 2549) ระบุว่า

  • หอบหืดเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของไอเรื้อรังในผู้ใหญ่ที่ไม่สูบบุหรี่
  • ไอมักมาพร้อมอาการหอบเหนื่อยและเสียงหวีด แต่บางคนไอก่อนจะมีอาการหอบหืดแบบทั่วไป หรือไอเป็นอาการเดียว
  • การวินิจฉัยยาก เพราะผลตรวจร่างกายและสไปโรเมตรีอาจปกติทั้งหมด
  • การทดสอบความไวของหลอดลมด้วยการสูดสารเมทาโคลีน แสดงภาวะหลอดลมไวได้
  • จะยืนยันว่าไอเกิดจากหอบหืดได้ เมื่อไอหายหลังได้การรักษาหอบหืด
  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่ตอบสนองต่อยาสูดขยายหลอดลมและยาสูดสเตียรอยด์ที่แพทย์สั่ง

NHS (หน้าหอบหืด ทบทวน 7 เม.ย. 2568) ระบุว่าอาการหลักของหอบหืด ได้แก่ หายใจมีเสียงหวีด ไอ หายใจเหนื่อย และแน่นหน้าอก อาการอาจแย่ลงตอนกลางคืนและเช้ามืด และอาจถูกกระตุ้นด้วยการออกกำลังกาย มลพิษทางอากาศ อากาศเย็น หรือสิ่งที่แพ้ อ่านเพิ่มได้ที่ อาการหอบหืดในผู้ใหญ่ และ ไอกลางคืนเกิดจากอะไร

ยาแก้ไอทั่วไปช่วยไหม หรือต้องรักษาที่จมูก

ยาแก้ไอช่วยบรรเทาอาการ แต่ไม่ได้แก้ต้นเหตุ MedlinePlus (ปรับปรุง 15 ม.ค. 2565) ระบุว่ายากดอาการไอเดกซ์โทรเมทอร์แฟนบรรเทาไอได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้รักษาสาเหตุ และให้บอกแพทย์ก่อนใช้ถ้าเป็นหอบหืด NHS (หน้าอาการไอ) ระบุว่ายาแก้ไอจากร้านยาไม่ได้หยุดอาการไอ แต่อาจช่วยให้ไอน้อยลง

MedlinePlus (หน้า Cough) แนะนำให้รักษาสาเหตุตามที่แพทย์แนะนำ และระบุว่ายาลดอาการคัดจมูกช่วยบรรเทาน้ำมูกไหลลงคอได้ แต่ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงต้องถามแพทย์ก่อนใช้ อ่านเรื่องนี้ได้ที่ ยาลดน้ำมูกกับความดัน

หลักการดูแลภูมิแพ้จมูกตามแนวทางไทย แนวทาง TAC 2568 (ซึ่งรวมแผนภูมิจมูกอักเสบภูมิแพ้ที่ดัดแปลงจากแนวทางไทย 2565) วางการดูแลไว้ที่

  • หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น
  • ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ
  • ยาต้านฮิสทามีนรุ่นที่ 2 หรือยาสเตียรอยด์พ่นจมูก ตามความรุนแรงที่แพทย์หรือเภสัชกรประเมิน
  • ประเมินผลเป็นระยะ ถ้าไม่ดีขึ้นให้หาโรคร่วมและปรับการรักษา

บทความของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลที่อ้างแนวทางไทยระบุว่าการหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้มีความสำคัญมาก และระบุว่าอาการเป็น ๆ หาย ๆ ตามสิ่งกระตุ้น แต่ควบคุมอาการได้ อ่านต่อได้ที่ อาการภูมิแพ้จมูก และ ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์

วิธีลดสิ่งกระตุ้นที่ NHS และ MedlinePlus แนะนำ เช่น ซักเครื่องนอนที่ 60 องศาเซลเซียสขึ้นไป เช็ดฝุ่นด้วยผ้าชื้น ใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีแผ่นกรอง HEPA ไม่ให้สัตว์เลี้ยงเข้าห้องนอน ปิดหน้าต่างและอยู่ในบ้านช่วงที่ละอองเกสรในอากาศสูง และอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังกลับจากข้างนอก

ผู้ที่ใช้ยาพ่นจมูก ยาแก้แพ้ หรือยาพ่นหอบหืดตามแพทย์สั่งอยู่แล้ว ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง แม้อาการไอจะดีขึ้น

เมื่อไรต้องตรวจสมรรถภาพปอด

เมื่อแพทย์สงสัยหอบหืด NHS ระบุว่าการวินิจฉัยหอบหืด แพทย์หรือพยาบาลจะซักประวัติ ฟังเสียงปอด อาจตรวจการหายใจแบบง่าย บางครั้งตรวจเลือด และอาจให้เครื่องวัดแรงลมหายใจออกสูงสุด (peak flow meter) ไปวัดที่บ้านหลายสัปดาห์ NHS ระบุว่าการวินิจฉัยอาจใช้เวลา เพราะอาการเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา และถ้ามีแนวโน้มเป็นหอบหืด แพทย์อาจให้ลองยาหอบหืดเพื่อดูว่าอาการดีขึ้นหรือไม่

NHS (หน้าอาการไอ) ระบุว่าแพทย์อาจส่งตรวจเอกซเรย์ ตรวจภูมิแพ้ หรือตรวจการทำงานของปอด เพื่อหาสาเหตุของไอ

ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเมื่อ

  • ไอนานเกิน 3 สัปดาห์ (NHS)
  • ไอ และมีหายใจเสียงหวีด แน่นหน้าอก หรือหายใจเหนื่อยด้วย
  • ไอจนตื่นกลางคืน หรือไอเวลาออกกำลังกายหรือเจออากาศเย็น
  • เป็นภูมิแพ้จมูกแล้วอาการแย่ลง เป็นหอบหืดแล้วหอบแย่ลง หรือยาจากร้านยาไม่ได้ผล (NHS หน้าจมูกอักเสบจากภูมิแพ้)

อ่านเรื่องการตรวจภูมิแพ้ได้ที่ ตรวจภูมิแพ้ทางผิวหนัง

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง เช่น ปาก ลิ้น หรือคอบวม หายใจลำบาก หอบหืดกำเริบแล้วใช้ยาพ่นตามแผนไม่ดีขึ้น หรือไม่มียาพ่นอยู่กับตัว ดูรายการเต็มท้ายบทความ

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

เรื่องภูมิแพ้กับอาการไอ: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดอาการภูมิแพ้ ลดอาการไอจากภูมิแพ้หรือหอบหืด หรือใช้แทนยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ หรือยาพ่นหอบหืดได้ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ผู้ที่ใช้ยาเหล่านี้ตามแพทย์สั่งห้ามหยุดหรือลดยาเอง

ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. (40 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ไม่พบงานในคนเรื่องเอลเดอร์เบอร์รี่กับภูมิแพ้หรืออาการไอจากภูมิแพ้ในแหล่งที่เราตรวจ งานที่มีเป็นเรื่องหวัดและไข้หวัดใหญ่ซึ่งผลขัดกัน งานในผู้โดยสารเครื่องบิน 312 คน (ตีพิมพ์ปี 2559) ใช้สารสกัดวันละ 600–900 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 15–22.5 เท่า (คำนวณ) ไม่พบว่าจำนวนครั้งที่เป็นหวัดต่างจากกลุ่มยาหลอก และได้ทุนจากบริษัทผู้ผลิต NCCIH (ปรับปรุง พ.ย. 2567) ระบุว่าหลักฐานยังเป็นระดับเบื้องต้น และผลดิบหรือยังไม่สุก รวมทั้งใบและลำต้น มีสารที่ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสียรุนแรง
  • ผงกระชาย 75 มก. (150 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ไม่พบงานในคนเรื่องกระชายกับภูมิแพ้ ข่าวกระชายกับโควิดมาจากงานในหลอดทดลองของมหาวิทยาลัยมหิดล (ตีพิมพ์ปี 2563) ยังไม่ใช่ผลในคน และงานในหนูแฮมสเตอร์ไม่พบว่าสารสกัดกระชายลดปริมาณไวรัสในปอด งานในคนที่มีผลรายงานเป็นเรื่องอาหารไม่ย่อย (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตีพิมพ์ปี 2564) ใช้สารสกัดวันละ 1,050 มก. มากกว่าปริมาณผงในแคปซูลราว 7 เท่า (คำนวณ) และเป็นสารสกัด จึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ ผู้ที่แพ้พืชตระกูลขิง ควรเลี่ยง
  • สารสกัดขิง 50 มก. (100 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — เป็นส่วนประกอบที่มีงานในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ชาวไทย 80 คน (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตีพิมพ์ปี 2563) ใช้สารสกัดขิงวันละ 500 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 5 เท่า (คำนวณ) นาน 6 สัปดาห์ เทียบกับยาแก้แพ้ลอราทาดีน คะแนนอาการจมูกลดลงทั้งสองกลุ่มโดยไม่ต่างกัน แต่เป็นงานขนาดเล็กที่ไม่มีกลุ่มยาหลอก งานนี้วัดอาการจมูก ไม่ได้วัดอาการไอ และไม่ได้แปลว่าใช้แทนยาแก้แพ้ได้

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ ยาลดกรด ยาความดัน และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด ยาที่แพทย์สั่ง อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบากมาก หอบจนพูดไม่เป็นคำ หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
  • สับสนขึ้นมาทันที ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • หมดสติและปลุกไม่ตื่น
  • หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง
  • หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
  • เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที หรือเจ็บหน้าอกที่แย่ลงเวลาหายใจหรือไอ
  • ไอเป็นเลือด

รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าแพ้รุนแรง หอบหืด ไข้หวัดใหญ่ (ทบทวน 3 ก.พ. 2569) ปอดอักเสบ (ทบทวน 17 ก.ค. 2569) และไอกรน (ทบทวน 6 ส.ค. 2569) ส่วนหน้าอาการไอของ NHS (ทบทวน 8 ธ.ค. 2566) จัดการไอเป็นเลือดไว้เป็นนัดพบแพทย์ด่วน บทความนี้ยึดระดับที่ปลอดภัยกว่า ผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนตามที่แพทย์สั่ง ให้ใช้ตามแผนที่แพทย์ให้ไว้ แล้วโทร 1669 ห้ามรอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ และ NHS ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

ภูมิแพ้ไอได้ไหม

ได้ NHS ระบุว่าอาการไอเป็นอาการหนึ่งของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ และแนวทาง ACCP ระบุว่าภูมิแพ้จมูกเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะไอจากทางเดินหายใจส่วนบน (น้ำมูกไหลลงคอ) นอกจากนี้ผู้ป่วยหอบหืดไทยร้อยละ 86 มีภูมิแพ้จมูกร่วม ตามที่แนวทาง TAC 2568 อ้างไว้

ไอเพราะภูมิแพ้ต่างจากไอเพราะติดเชื้ออย่างไร

NHS ระบุว่าภูมิแพ้จมูกมักเกิดภายในไม่กี่นาทีหลังสัมผัสสิ่งที่แพ้ มีคันจมูก คันตา คันเพดานปาก ส่วนหวัดค่อย ๆ เป็นใน 2–3 วัน อาจมีไข้และปวดเมื่อย และดีขึ้นใน 1–2 สัปดาห์ แต่แยกจากอาการอย่างเดียวไม่ได้แน่นอน

หอบหืดชนิดไอเด่นคืออะไร

แนวทาง ACCP ระบุว่าเป็นหอบหืดที่ไอเป็นอาการเด่นหรืออาการเดียว ผลตรวจร่างกายและสไปโรเมตรีอาจปกติ การยืนยันทำได้เมื่อไอหายหลังรักษาหอบหืด และผู้ป่วยส่วนใหญ่ตอบสนองต่อยาสูดที่แพทย์สั่ง

ยาแก้แพ้ช่วยอาการไอไหม

ขึ้นกับสาเหตุ แนวทางไทยวางการดูแลภูมิแพ้จมูกไว้ที่หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ และยาต้านฮิสทามีนรุ่นที่ 2 หรือยาสเตียรอยด์พ่นจมูกตามความรุนแรง ถ้าไอจากหอบหืดต้องใช้ยาหอบหืด ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรประเมินก่อนเลือกยา

ไอจากภูมิแพ้ต้องตรวจสมรรถภาพปอดเมื่อไร

เมื่อแพทย์สงสัยหอบหืด เช่น ไอนานเกิน 3 สัปดาห์ มีเสียงหวีด แน่นหน้าอก หายใจเหนื่อย หรือไอจนตื่นกลางคืน NHS ระบุว่าแพทย์อาจตรวจการหายใจ ให้วัดแรงลมหายใจที่บ้าน หรือให้ลองยาหอบหืด

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท