บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

กระดูกบางกับกระดูกพรุนต่างกันอย่างไร กระดูกบางต้องกินอะไร

คำตอบสั้น: กระดูกบาง (osteopenia) กับกระดูกพรุน (osteoporosis) แบ่งกันด้วยค่า T-score จากการตรวจมวลกระดูก ค่าระหว่าง −1 ถึง −2.5 เรียกว่ากระดูกบาง ค่าต่ำกว่าหรือเท่ากับ −2.5 อาจเป็นกระดูกพรุน กระดูกบางไม่ได้ต้องใช้ยาทุกคน แพทย์จะดูความเสี่ยงกระดูกหักร่วมด้วย ส่วนเรื่องกิน หลักคือได้แคลเซียมและวิตามินดีพอจากอาหาร ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก และป้องกันหกล้ม

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • T-score −1 ขึ้นไป = ปกติ · −1 ถึง −2.5 = กระดูกบาง · −2.5 หรือต่ำกว่า = อาจเป็นกระดูกพรุน (NIAMS)
  • ค่า T-score ที่ลดลงทุก 1 จุด ความเสี่ยงกระดูกหักเพิ่มราว 1.5–2 เท่า
  • แนวทางไทย (TOPF) อาจวินิจฉัยกระดูกพรุนแม้ T-score ยังอยู่ช่วงกระดูกบาง ถ้า ความเสี่ยงสะโพกหักใน 10 ปีจากแบบประเมิน FRAX ของไทยตั้งแต่ร้อยละ 3 หรือเคยกระดูกบางตำแหน่งหักจากแรงน้อย
  • คนที่เสี่ยงต่ำถึงปานกลาง แนวทางไทย ไม่แนะนำยา แต่ให้ดูแลแคลเซียม วิตามินดี ปรับพฤติกรรม และประเมินซ้ำทุก 2–5 ปี
  • ไม่มีวิตามินตัวไหนที่ใช้แทนการประเมินของแพทย์ และงานใหญ่พบว่าวิตามินดีเสริมไม่ลดกระดูกหักในคนที่ไม่ได้ขาด

กระดูกบางกับกระดูกพรุนต่างกันอย่างไร

ทั้งสองคือ "มวลกระดูกต่ำ" ต่างกันที่ระดับ สถาบันโรคข้อและกระดูกของสหรัฐ (NIAMS) อธิบายว่ากระดูกบางคือภาวะมวลกระดูกต่ำที่รุนแรงน้อยกว่ากระดูกพรุน

ตัวเลขที่ใช้แบ่งมาจากการตรวจ DXA (เครื่องเอกซเรย์วัดความหนาแน่นของกระดูก) ซึ่งรายงานผลเป็น T-score

T-score คืออะไร

T-score คือค่าที่บอกว่ามวลกระดูกของเรา ต่างจากคนหนุ่มสาวสุขภาพดีแค่ไหน โดยให้คนหนุ่มสาวเป็นศูนย์ ยิ่งติดลบมาก ยิ่งห่างจากกระดูกของคนหนุ่มสาวมาก

ตามที่ NIAMS อธิบาย

  • −1 ขึ้นไป กระดูกอยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • −1 ถึง −2.5 กระดูกบาง (osteopenia)
  • −2.5 หรือต่ำกว่า อาจเป็นกระดูกพรุน

NIAMS ระบุว่าผู้หญิงหลังหมดประจำเดือนและผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไปจะได้ผลเป็น T-score ส่วนผู้หญิงก่อนหมดประจำเดือนและผู้ชายอายุน้อยกว่า 50 ปีจะได้ผลเป็น Z-score ซึ่งเทียบกับคนวัยเดียวกัน ถ้า Z-score ต่ำกว่าหรือเท่ากับ −2.0 อาจมีสาเหตุจากยาหรือโรคอื่นที่ต้องหาต่อ วิธีอ่านผลแบบละเอียดอยู่ที่ ค่า T-score บอกอะไร

ทำไมตัวเลขต่างกันนิดเดียวแต่สำคัญ

NIAMS ระบุว่า T-score ที่ลดลงทุก 1 จุด ความเสี่ยงกระดูกหักเพิ่มราว 1.5–2 เท่า คนที่ได้ −2.3 กับ −2.6 จึงไม่ได้ต่างกันแบบ "ผ่าน" กับ "ไม่ผ่าน" แต่อยู่บนเส้นความเสี่ยงเดียวกันที่ค่อย ๆ สูงขึ้น

กระดูกบางอาการเป็นอย่างไร เกิดจากอะไร

กระดูกบางไม่มีอาการ เช่นเดียวกับกระดูกพรุน คนส่วนใหญ่รู้จากการตรวจมวลกระดูกตามนัด หรือแพทย์เห็นจากภาพเอกซเรย์ที่ทำด้วยเหตุผลอื่น

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงชุดเดียวกับกระดูกพรุน เช่น อายุ หมดประจำเดือน ยาสเตียรอยด์ บุหรี่ เหล้า ผอม และกินแคลเซียมน้อย อ่านรายละเอียดได้ที่ กระดูกพรุนเกิดจากอะไร

กระดูกบางต้องกินยาไหม แพทย์ดูจากอะไร

ไม่ใช่ทุกคนที่กระดูกบางต้องใช้ยา แนวทางเวชปฏิบัติของมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย (TOPF) ปี 2021 ให้แพทย์ประเมินระดับความเสี่ยงกระดูกหัก ไม่ได้ดูค่า T-score อย่างเดียว

สิ่งที่แพทย์มักนำมาพิจารณาร่วมกัน

  • ค่า T-score ที่สะโพกและกระดูกสันหลัง
  • อายุและเพศ
  • ประวัติกระดูกหัก โดยเฉพาะหักจากแรงกระแทกน้อย
  • แบบประเมิน FRAX ซึ่งมีฉบับสำหรับคนไทย คำนวณโอกาสกระดูกหักใน 10 ปีจากปัจจัยเสี่ยงหลายข้อ
  • ยาที่ใช้อยู่และโรคประจำตัว เช่น ยาสเตียรอยด์ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

ตามแนวทาง TOPF ถ้า T-score อยู่ช่วงกระดูกบาง แต่ FRAX ไทยบอกโอกาสสะโพกหักใน 10 ปีตั้งแต่ร้อยละ 3 หรือเคยหักที่กระดูกต้นแขน เชิงกราน หรือข้อมือ ก็ วินิจฉัยเป็นกระดูกพรุนได้ แม้ T-score ยังไม่ถึง −2.5

ถ้าความเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง

แนวทาง TOPF ไม่แนะนำให้ใช้ยา ในกลุ่มนี้ แต่ให้ได้แคลเซียมและวิตามินดีเพียงพอ ปรับพฤติกรรม และ ประเมินซ้ำในอีก 2–5 ปี

ถ้าความเสี่ยงสูง

แนวทางให้ ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนตเป็นยาแรก โดยมียาฉีดอย่าง denosumab เป็นทางเลือก ประเภทของยาและข้อควรรู้อ่านได้ที่ ยากระดูกพรุนมีกี่แบบ ผู้ที่แพทย์สั่งยาแล้ว ห้ามหยุดหรือเว้นยาเอง ถ้ามีผลข้างเคียงให้กลับไปคุยกับแพทย์

กระดูกบางต้องกินอะไร

หลักคือให้ได้แคลเซียมและวิตามินดีพอจากอาหารก่อน แล้วให้แพทย์ประเมินว่าต้องเสริมหรือไม่

แคลเซียม

ข้อกำหนดสารอาหารที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 (DRI ไทย) ของกรมอนามัย ให้

  • อายุ 19–50 ปี 800 มก. ต่อวัน
  • อายุ 51 ปีขึ้นไป 1,000 มก. ต่อวัน ทั้งชายและหญิง

แหล่งแคลเซียมในอาหารไทยตามเอกสาร DRI เช่น นมและผลิตภัณฑ์นม เต้าหู้ที่ตกตะกอนด้วยแคลเซียม และผักใบเขียวที่มีออกซาเลตต่ำ เช่น คะน้า กวางตุ้ง ตำลึง ถั่วพู ตัวอย่างเมนูและปริมาณอยู่ที่ อาหารบำรุงกระดูกสำหรับผู้สูงอายุ และ แคลเซียมวันละเท่าไรถึงพอ

วิตามินดี

DRI ไทยให้ 600 IU ต่อวันสำหรับอายุไม่เกิน 70 ปี และ 800 IU สำหรับอายุ 71 ปีขึ้นไป เอกสารเดียวกันระบุว่าร่างกายได้วิตามินดีส่วนใหญ่ราวร้อยละ 80–90 จากผิวหนังที่ถูกแดด

สมาคมต่อมไร้ท่อของสหรัฐ (Endocrine Society) ปี 2024 ไม่แนะนำให้ผู้ใหญ่สุขภาพดีอายุน้อยกว่า 75 ปีเสริมวิตามินดีเกินค่าที่แนะนำ และไม่แนะนำให้ตรวจระดับวิตามินดีเป็นประจำในคนทั่วไป ผู้สูงอายุที่สงสัยว่าขาด ควรคุยกับแพทย์ อ่านเพิ่มที่ วัย 50 ปีขึ้นไปกับวิตามินดี

โปรตีน

NIAMS ระบุว่า การอดอาหารหนักหรือกินโปรตีนน้อย อาจเพิ่มความเสี่ยงการสูญเสียกระดูก ผู้สูงอายุจึงควรได้โปรตีนจากเนื้อสัตว์ ไข่ ปลา หรือถั่วให้พอในแต่ละมื้อ ยกเว้นผู้ป่วยโรคไตที่แพทย์ให้จำกัดโปรตีน

คนกระดูกบางออกกำลังกายแบบไหนดี

NIAMS แนะนำให้ ผู้ที่มีกระดูกบางหรือกระดูกพรุนคุยกับบุคลากรสุขภาพก่อนเริ่มออกกำลังกาย เพื่อเลือกท่าที่ปลอดภัย แล้วผสมการออกกำลังกาย 3 แบบ

  • ลงน้ำหนัก เช่น เดินเร็ว ขึ้นบันได เต้นรำ แบดมินตัน
  • ต้านแรงหรือเสริมกล้ามเนื้อ เช่น ยางยืด ดัมเบลเบา ๆ หรือใช้น้ำหนักตัว
  • ฝึกการทรงตัว เช่น ไทชิ ยืนถ่ายน้ำหนักไปหน้าและหลัง ก้าวขึ้นลงขั้นบันไดเตี้ย ๆ

สำหรับผู้สูงอายุ NIAMS อ้างคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐให้ ออกกำลังกายระดับปานกลางรวมอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ โดยมีทั้งการทรงตัว แอโรบิก และเสริมกล้ามเนื้อ ถ้าสุขภาพไม่เอื้อ ให้ขยับเท่าที่ทำได้ ตัวอย่างท่าและข้อควรระวังอยู่ที่ ออกกำลังกายวัย 50 ปีขึ้นไป

กระดูกบางควรตรวจซ้ำบ่อยแค่ไหน

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้กับทุกคน แนวทาง TOPF ให้ผู้ที่เสี่ยงต่ำถึงปานกลางประเมินซ้ำในช่วง 2–5 ปี ส่วนบทความประชาชนของ TOPF ระบุว่าการตรวจซ้ำมักห่างกันราว 1–2 ปี ตามที่แพทย์กำหนด

ระยะห่างจริงขึ้นกับค่าที่ตรวจได้ อายุ ยาที่ใช้ และว่าได้เริ่มยากระดูกพรุนแล้วหรือไม่ ให้ถามแพทย์ตรง ๆ ว่าครั้งต่อไปควรตรวจเมื่อไร และตรวจด้วยเครื่องเดิมหรือโรงพยาบาลเดิมถ้าเป็นไปได้ เพื่อให้เทียบผลได้ง่าย

กระดูกบางกินวิตามินอะไรดี มีหลักฐานแค่ไหน

คำถามนี้มีคนค้นมาก คำตอบตามหลักฐานคือ

  • แคลเซียมและวิตามินดี เป็นพื้นฐานที่แนวทาง TOPF วางไว้ แต่เป็นพื้นฐานควบคู่การปรับพฤติกรรมและยา (ถ้าจำเป็น) ไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนยา
  • วิตามินดีเสริมในคนที่ไม่ได้ขาด งานทดลอง VITAL ในผู้ใหญ่สหรัฐ 25,871 คน ให้วิตามินดี 3 วันละ 2,000 IU ราว 5 ปี ไม่ลดกระดูกหักเมื่อเทียบกับยาหลอก และงานรวม 81 งานทดลองก็พบว่าวิตามินดีไม่ลดกระดูกหักหรือหกล้ม
  • แคลเซียมเม็ดเสริม งานรวมในผู้อายุเกิน 50 ปีพบว่าเพิ่มมวลกระดูกได้เล็กน้อยราว 0.6–1.8% และไม่เพิ่มต่อเนื่องหลังปีแรก ส่วนงานรวมเรื่องกระดูกหักพบผล อ่อนและไม่สอดคล้องกัน

ข้อสรุปคือ ได้ให้พอดีกว่าได้เยอะ ถ้าอาหารยังขาด หรือแพทย์ตรวจพบว่าขาดวิตามินดี ให้แพทย์กำหนดชนิดและขนาด

ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องกระดูกบาง

"กระดูกบางยังไม่ใช่โรค ไม่ต้องสนใจ" ไม่ถูกนัก แม้ส่วนใหญ่ยังไม่ต้องใช้ยา แต่คือสัญญาณว่ากระดูกเริ่มอยู่บนเส้นความเสี่ยง ควรดูแลเรื่องอาหาร ออกกำลังกาย ป้องกันหกล้ม และนัดตรวจซ้ำ

"กระดูกบางรักษาได้ไหม กินแคลเซียมเยอะ ๆ แล้วจะกลับมาปกติ" ไม่มีหลักฐานว่าการกินแคลเซียมมากเกินความต้องการทำให้ค่ากลับมาปกติ และงานทดลองใหญ่ในหญิงวัยหมดประจำเดือนที่ได้แคลเซียมเม็ดวันละ 1,000 มก. ร่วมวิตามินดี พบนิ่วในไตเพิ่มขึ้น

"ค่าน้ำหนักกระดูกจากเครื่องชั่งที่บ้านใช้แทนการตรวจได้" ไม่ได้ เครื่องชั่งที่บ้านไม่ได้วัดแบบเดียวกับเครื่อง DXA อ่านเพิ่มที่ ค่ามวลกระดูกบนเครื่องชั่ง

เมื่อไรต้องไปพบแพทย์

นัดพบแพทย์ถ้า

  • ได้ผลตรวจว่ากระดูกบางแต่ยังไม่ได้คุยเรื่องความเสี่ยงกระดูกหัก
  • ส่วนสูงลดลงหรือหลังเริ่มค่อม
  • เคยหกล้มในปีที่ผ่านมา หรือรู้สึกเดินไม่มั่นคง
  • ต้องใช้ยาสเตียรอยด์นาน

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 หกล้มแล้วลุกเดินหรือลงน้ำหนักขาไม่ได้ · ขาสั้นลงหรือบิดผิดรูปหลังล้ม · ปวดหลังมากหลังล้มหรือกระแทก · ขาอ่อนแรงขึ้นมาทันที หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับบทความนี้ เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย

  • แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. — ฉลากไม่ได้บอกว่า "40%" หมายถึงร้อยละของอะไร จึง คำนวณปริมาณแคลเซียมธาตุจากส่วนนี้ไม่ได้ และไม่พบงานทดลองในคนของสารรูปแบบนี้ที่วัดผลต่อมวลกระดูกหรือกระดูกหัก
  • แคลเซียมที่คำนวณได้ — ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะส่วนแคลเซียม แอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ซึ่งเป็นส่วนน้อยของ 1,000 มก. ที่ผู้อายุ 51 ปีขึ้นไปควรได้ต่อวัน แหล่งแคลเซียมหลักยังควรมาจากอาหาร งานรวมเรื่องแคลเซียมเสริมกับมวลกระดูกใช้ขนาดวันละ 500–1,200 มก. ซึ่งมากกว่าส่วนที่คำนวณได้หลายเท่า
  • วิตามินดี 3 0.5 มก. — คิดเป็นราว 100 IU ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ราว 17% ของ 600 IU และ 12.5% ของ 800 IU ที่ DRI ไทยแนะนำ (คำนวณ) งานทดลอง VITAL ใช้วันละ 2,000 IU (20 เท่าของในแคปซูล คำนวณ) ไม่ลดกระดูกหัก ผู้ที่แพทย์ตรวจพบว่าขาดวิตามินดีควรรักษาตามที่แพทย์สั่ง

ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ค่า T-score ดีขึ้น เปลี่ยนกระดูกบางให้กลับมาปกติ หรือป้องกันไม่ให้กระดูกบางกลายเป็นกระดูกพรุน ส่วนประกอบแต่ละตัวมีงานวิจัยในคนจำนวนจำกัด ส่วนใหญ่ใช้ปริมาณมากกว่าในแคปซูลหลายเท่า และยังไม่มีงานวิจัยของสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช้แทนการประเมินความเสี่ยงกระดูกหัก การตรวจซ้ำตามนัด หรือยาที่แพทย์สั่ง

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันมีงานในคนพบว่าทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
  • ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ หรือยาไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ผลิตภัณฑ์มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีโรคตับ: ขมิ้นชันมีรายงานตับอักเสบ ถ้ามีตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลียมาก หรือคลื่นไส้ ให้หยุดและพบแพทย์
  • ผู้แพ้โปรตีนนมวัว: มีโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีประวัติแพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่ได้วิตามินดีหรือแคลเซียมจากแพทย์อยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนยาเอง
  • ผู้ใช้ยากระดูกพรุน ยาเกาต์ หรือยาแก้ปวดข้อ: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยากระดูกพรุน ยาเกาต์ ยาสเตียรอยด์ และยาแก้ปวด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก ลุกยืนหรือลงน้ำหนักขาไม่ได้ ขาดูผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ชารอบก้นหรือรอบทวารหนัก ขาอ่อนแรงขึ้นมาทันที เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ถ้ามีไข้และข้อบวมแดงร้อน อาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

กระดูกบางกับกระดูกพรุนต่างกันอย่างไร

ต่างกันที่ระดับมวลกระดูกจากค่า T-score ค่า −1 ถึง −2.5 คือกระดูกบาง ค่า −2.5 หรือต่ำกว่าอาจเป็นกระดูกพรุน แต่แนวทางไทยอาจวินิจฉัยกระดูกพรุนได้แม้ค่าอยู่ช่วงกระดูกบาง ถ้าความเสี่ยงกระดูกหักสูง

กระดูกบางต้องกินยาไหม

ไม่ใช่ทุกคน แพทย์ดูค่า T-score อายุ ประวัติกระดูกหัก และแบบประเมิน FRAX ร่วมกัน ถ้าความเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง แนวทางไทยไม่แนะนำยา แต่ให้ดูแลแคลเซียม วิตามินดี และประเมินซ้ำ

กระดูกบางต้องกินอะไร

เน้นให้ได้แคลเซียมพอจากอาหาร ผู้อายุ 51 ปีขึ้นไปควรได้วันละ 1,000 มก. ตามกรมอนามัย ได้วิตามินดีพอ กินโปรตีนพอ และออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักร่วมกับฝึกทรงตัว

กระดูกบางรักษาได้ไหม

เป้าหมายของการดูแลคือลดโอกาสกระดูกหัก ด้วยอาหาร ออกกำลังกาย ป้องกันหกล้ม และใช้ยาเมื่อแพทย์ประเมินว่าเสี่ยงสูง ไม่มีหลักฐานว่าการกินแคลเซียมมาก ๆ ทำให้ค่ากลับมาปกติ

กระดูกบางควรตรวจซ้ำบ่อยแค่ไหน

ขึ้นกับค่าที่ตรวจได้และความเสี่ยง แนวทางไทยให้ผู้เสี่ยงต่ำถึงปานกลางประเมินซ้ำในช่วง 2–5 ปี บางคนแพทย์อาจนัดถี่กว่านั้น ให้ถามแพทย์ผู้ดูแล

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท