เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS
กระดูกพรุนเกิดจากอะไร อาการเป็นอย่างไร ทำไมหลายคนรู้ตัวตอนกระดูกหัก
คำตอบสั้น: กระดูกพรุนเกิดจากการที่ร่างกายสูญเสียเนื้อกระดูกมากเกินไปและโครงสร้างภายในกระดูกเปลี่ยนไป ทำให้กระดูกเปราะและหักง่าย ปัจจัยหลักคืออายุที่มากขึ้น การเป็นผู้หญิงโดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือน ยาบางชนิด บุหรี่ และการดื่มเหล้าหนัก กระดูกพรุนมักไม่มีอาการเลย หลายคนจึงรู้ตัวครั้งแรกตอนกระดูกหักจากการล้มเบา ๆ วิธีรู้ก่อนคือการตรวจมวลกระดูกตามข้อบ่งชี้
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- สถาบันโรคข้อและกระดูกของสหรัฐ (NIAMS) เรียกกระดูกพรุนว่า "โรคเงียบ" เพราะมักไม่มีอาการจนกระดูกหัก
- คนไทยเป็นกระดูกพรุนราว ร้อยละ 20 ในผู้หญิง และร้อยละ 10 ในผู้ชาย ตามบทความทบทวนของมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย
- กระดูกที่หักบ่อยคือ สะโพก กระดูกสันหลัง และข้อมือ
- สัญญาณที่พอเห็นได้คือ ตัวเตี้ยลง หลังค่อม ปวดหลังมากทันที หรือกระดูกหักจากการล้มในระดับยืน
- แนวทางไทยให้ ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป ตรวจมวลกระดูก และตรวจเร็วกว่านั้นถ้ามีปัจจัยเสี่ยง
กระดูกพรุนคืออะไร ต่างจากกระดูกปกติอย่างไร
กระดูกไม่ใช่ของแข็งที่อยู่นิ่ง ร่างกายสลายกระดูกเก่าและสร้างกระดูกใหม่อยู่ตลอดชีวิต เมื่ออายุมากขึ้น การสลายเร็วกว่าการสร้าง เนื้อกระดูกจึงค่อย ๆ ลดลง
NIAMS อธิบายว่ากระดูกพรุน (osteoporosis) เกิดเมื่อ ความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูกและมวลกระดูกลดลง หรือโครงสร้างและความแข็งแรงของกระดูกเปลี่ยนไป ผลคือกระดูกรับแรงได้น้อยลงและหักง่ายกว่าปกติ
ลองนึกภาพไม้ที่มีรูพรุนข้างใน ภายนอกดูเหมือนเดิม แต่พอโดนแรงกดแรงบิดเพียงเล็กน้อยก็หักได้ กระดูกพรุนก็คล้ายกัน ภายนอกดูปกติ แต่ข้างในบางและเปราะ
ความต่างจาก "กระดูกบาง" อยู่ที่ระดับความรุนแรงตามค่าตรวจ อ่านต่อได้ที่ กระดูกบางกับกระดูกพรุนต่างกันอย่างไร
กระดูกพรุนเกิดจากอะไร
กระดูกพรุนไม่ได้มีสาเหตุเดียว NIAMS ระบุว่าหลายคนมีปัจจัยเสี่ยงหลายข้อรวมกัน แต่บางคนเป็นโดยไม่มีปัจจัยเสี่ยงชัดเจนเลย ปัจจัยแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม
ปัจจัยที่แก้ไม่ได้
- อายุ ยิ่งอายุมาก กระดูกสลายเร็วขึ้น และสร้างใหม่ช้าลง
- เพศหญิง ผู้หญิงมีมวลกระดูกสูงสุดน้อยกว่าและกระดูกเล็กกว่าผู้ชาย แต่ผู้ชายก็เสี่ยง โดยเฉพาะหลังอายุ 70 ปี
- หมดประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงทำให้กระดูกบางเร็วขึ้น NIAMS ระบุว่าผู้หญิงหลายคนเริ่มสูญเสียกระดูกตั้งแต่ 1–2 ปีก่อนหมดประจำเดือน
- รูปร่างผอมเล็ก เพราะมีเนื้อกระดูกตั้งต้นน้อยกว่า
- ผู้หญิงเอเชียและผู้หญิงผิวขาว NIAMS ระบุว่าเป็นกลุ่มที่เสี่ยงสูงกว่ากลุ่มอื่น
- พ่อหรือแม่เคยเป็นกระดูกพรุนหรือสะโพกหัก
ปัจจัยที่แก้ไขหรือจัดการได้
- ยาบางชนิดที่ใช้นาน NIAMS ยกตัวอย่างยาสเตียรอยด์ ยากันชัก ยาฮอร์โมนรักษามะเร็งเต้านมและต่อมลูกหมาก ยาลดกรดกลุ่ม PPI ยาต้านซึมเศร้ากลุ่ม SSRI และยาเบาหวานบางกลุ่ม ห้ามหยุดยาเหล่านี้เอง ให้ถามแพทย์ว่าควรตรวจกระดูกเพิ่มหรือไม่
- อาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีน้อย ตั้งแต่เด็กจนแก่ รวมถึงการอดอาหารหนักหรือกินโปรตีนน้อย
- ไม่ค่อยขยับร่างกาย หรือนอนติดเตียงนาน
- ดื่มเหล้าหนักเป็นประจำ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
- สูบบุหรี่ งานวิจัยพบว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อกระดูกพรุนและกระดูกหัก
- โรคประจำตัวบางโรค เช่น โรคต่อมไร้ท่อ โรคทางเดินอาหารที่ดูดซึมอาหารไม่ดี และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
แนวทางของมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย (TOPF) ระบุปัจจัยที่ควรใส่ใจเพิ่ม เช่น หมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี ดัชนีมวลกาย (BMI) ต่ำกว่า 20 และการใช้ยาสเตียรอยด์ ยายับยั้งอะโรมาเทส (ยาต้านฮอร์โมนในมะเร็งเต้านม) หรือยาต้านฮอร์โมนเพศชาย
กระดูกพรุนมีอาการไหม ปวดไหม
ส่วนใหญ่ไม่มีอาการและไม่ปวด ตราบใดที่กระดูกยังไม่หัก NIAMS อธิบายว่านี่คือเหตุผลที่เรียกกระดูกพรุนว่าโรคเงียบ
คนจำนวนมากเข้าใจว่าปวดเมื่อยตามตัวหรือปวดเข่าคืออาการของกระดูกพรุน ความจริงอาการปวดแบบนั้นมักมาจากกล้ามเนื้อ ข้อเสื่อม หรือสาเหตุอื่น ส่วนกระดูกพรุนที่ยังไม่หักมักไม่ทำให้ปวด อ่านสาเหตุของอาการปวดแบบต่าง ๆ ได้ที่ ปวดกระดูกทั้งตัวเกิดจากอะไรได้บ้าง
อาการปวดจะเกิดเมื่อกระดูกหักแล้ว เช่น กระดูกสันหลังยุบตัวทำให้ปวดหลังมากขึ้นมาทันที หรือข้อมือหักหลังเอามือยันพื้นตอนล้ม
สัญญาณที่เห็นได้ ตัวเตี้ยลง หลังค่อม กระดูกหักง่าย
แม้ไม่มีอาการปวด แต่มีสัญญาณบางอย่างที่ลูกหลานสังเกตได้
- ตัวเตี้ยลง เช่น เสื้อผ้าดูยาวขึ้น หรือวัดส่วนสูงแล้วลดลงจากเดิม TOPF ใช้เกณฑ์ส่วนสูงลดลง ตั้งแต่ 4 ซม. (ถ้าไม่มีบันทึกเดิม) หรือ ตั้งแต่ 2 ซม. (ถ้ามีบันทึก) เป็นข้อบ่งชี้ให้ตรวจมวลกระดูก
- หลังค่อมหรือหลังงุ้ม ซึ่ง NIAMS ระบุว่าเป็นอาการหนึ่งของกระดูกสันหลังหัก
- ปวดหลังรุนแรงขึ้นมาทันที โดยเฉพาะหลังยกของ ก้ม หรือแม้แต่ไอ
- กระดูกหักจากแรงเพียงเล็กน้อย NIAMS ยกตัวอย่างการล้มจากระดับยืน ซึ่งกระดูกปกติไม่ควรหัก หรือหักจากการก้ม ยกของ หรือไอ
ถ้าเคยกระดูกหักแบบนี้มาแล้ว ให้ถือว่าเป็นสัญญาณสำคัญ และควรแจ้งแพทย์ให้ประเมินกระดูกพรุน แม้แผลกระดูกหักครั้งนั้นจะหายดีแล้ว
ทำไมหลายคนรู้ตัวตอนกระดูกหัก
เพราะไม่มีอาการเตือน และ คนส่วนใหญ่ไม่ได้ตรวจมวลกระดูกก่อน มูลนิธิกระดูกพรุนนานาชาติ (IOF) ระบุว่าผู้หญิง 1 ใน 3 และผู้ชาย 1 ใน 5 ที่อายุเกิน 50 ปี จะเคยกระดูกหักจากกระดูกพรุน และหลังกระดูกหักแล้ว ราวร้อยละ 80 ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือรักษากระดูกพรุน
ผลที่ตามมาไม่ใช่เรื่องเล็ก ข้อมูลไทยจากเชียงใหม่พบว่าผู้อายุเกิน 50 ปีที่สะโพกหัก เสียชีวิตภายใน 1 ปีราวร้อยละ 17–21 อ่านเรื่องนี้เพิ่มได้ที่ กระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุ
ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องกระดูกพรุน
"ไม่ปวดอะไรเลย แปลว่ากระดูกไม่พรุน" ไม่จริง กระดูกพรุนมักไม่มีอาการจนกระดูกหัก การไม่ปวดจึงบอกอะไรเรื่องความแข็งแรงของกระดูกไม่ได้
"ดื่มนมทุกวันแล้ว ไม่ต้องตรวจ" ไม่จริง แคลเซียมจากอาหารเป็นพื้นฐานที่ดี แต่ปัจจัยเสี่ยงอื่น เช่น อายุ หมดประจำเดือน ยาสเตียรอยด์ ยังทำให้กระดูกบางได้ คนที่เข้าเกณฑ์ควรตรวจตามแนวทาง
"กระดูกพรุนเป็นเรื่องของผู้หญิง" ไม่จริง NIAMS ย้ำว่าผู้ชายสูงอายุก็เป็นได้ และผู้ชายมีโอกาสได้รับการประเมินกระดูกพรุนหลังกระดูกหักน้อยกว่าผู้หญิง ข้อมูลไทยพบในผู้ชายราวร้อยละ 10
"กินแคลเซียมเม็ดแล้ว ไม่ต้องกินยาที่หมอสั่ง" ไม่จริง แนวทาง TOPF ปี 2021 ให้ผู้ที่ความเสี่ยงกระดูกหักสูงใช้ ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนตเป็นยาแรก ส่วนแคลเซียมและวิตามินดีเป็นพื้นฐานที่ใช้ร่วมกัน ไม่ใช่สิ่งทดแทนกัน
กระดูกพรุนเป็นโรคไหม ควรไปพบแพทย์และตรวจอะไร
กระดูกพรุนเป็นโรค และมีเกณฑ์วินิจฉัยชัดเจน แนวทาง TOPF ใช้เกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่ กระดูกสันหลังหรือสะโพกหักจากแรงกระแทกน้อย ค่า T-score ต่ำกว่าหรือเท่ากับ −2.5 หรือค่า T-score อยู่ระหว่าง −1.0 ถึง −2.5 ร่วมกับความเสี่ยงกระดูกหักสูงตามแบบประเมิน FRAX ของไทย
ใครควรตรวจมวลกระดูก
ตามแนวทาง TOPF ปี 2021
- ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป
- ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี รวมถึงจากการผ่าตัด
- ผู้ที่อายุน้อยกว่านั้นแต่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น เคยกระดูกหักจากแรงกระแทกน้อย เอกซเรย์พบกระดูกบางหรือกระดูกสันหลังยุบ ส่วนสูงลดลง ใช้ยาสเตียรอยด์ BMI ต่ำกว่า 20 หรือพ่อแม่เคยสะโพกหัก
ตรวจอย่างไร
การตรวจมาตรฐานคือ DXA (เครื่องเอกซเรย์วัดความหนาแน่นของกระดูก) NIAMS อธิบายว่ามักวัดที่สะโพกและกระดูกสันหลัง เพราะเป็นจุดที่หักบ่อย บทความประชาชนของ TOPF ระบุว่าใช้เวลาราว 5–10 นาที ไม่ต้องงดอาหาร อ่านรายละเอียดการตรวจได้ที่ ตรวจมวลกระดูกคืออะไร
แพทย์อาจตรวจเลือดเพิ่มเพื่อหาสาเหตุอื่นที่ทำให้กระดูกบาง และใช้ผลตรวจร่วมกับอายุและปัจจัยเสี่ยงเพื่อตัดสินว่าต้องใช้ยาหรือไม่ เรื่องค่าใช้จ่ายและสิทธิการรักษา ให้สอบถามโรงพยาบาลที่ใช้สิทธิ หรือสายด่วน สปสช. 1330
ดูแลตัวเองอย่างไรให้กระดูกหักน้อยลง
NIAMS และแนวทาง TOPF แนะนำแนวทางคล้ายกัน
- ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก เช่น เดินเร็ว และฝึกกล้ามเนื้อต้านแรง ถ้ามีกระดูกบางหรือกระดูกพรุนอยู่แล้ว ให้ถามแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดก่อนว่าท่าไหนปลอดภัย
- ฝึกการทรงตัว เพื่อลดโอกาสหกล้ม
- เลิกบุหรี่ และ จำกัดเหล้า แนวทาง TOPF ให้ผู้หญิงไม่เกิน 1 หน่วยต่อวัน ผู้ชายไม่เกิน 2 หน่วยต่อวัน
- ได้แคลเซียมและวิตามินดีเพียงพอจากอาหาร อ่านเพิ่มที่ แคลเซียมวันละเท่าไรถึงพอ และ วิตามินดีกับแคลเซียม
- ใช้ยาที่แพทย์สั่งต่อเนื่อง ถ้ามีผลข้างเคียงให้กลับไปคุยกับแพทย์ ห้ามหยุดเอง
ภาพรวมการดูแลกระดูกในวัย 50 ปีขึ้นไป อ่านได้ที่ กระดูกพรุนในวัย 50 ปีขึ้นไป
เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาลทันที
ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก ลุกยืนหรือลงน้ำหนักขาไม่ได้
- หลังล้ม ขาข้างหนึ่งดูสั้นลงหรือบิดผิดรูป
- ปวดหลังหลังล้มหรือถูกกระแทกแรง
- กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ หรือชารอบก้น
- ขาอ่อนแรงขึ้นมาทันที
ข้อมูลจากระบบสุขภาพอังกฤษ (NHS) แนะนำว่าถ้าสงสัยสะโพกหัก ไม่ควรขับรถไปโรงพยาบาลเอง ให้เรียกรถพยาบาล
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)
คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับบทความนี้ เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย
- แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต 350 มก. — ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะส่วนนี้คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) คิดเป็นราว 9% ของ 1,000 มก. ที่กรมอนามัยแนะนำสำหรับผู้อายุ 51 ปีขึ้นไป (คำนวณ) ส่วนแคลเซียมจากคีเลตและจากเปลือกหอยมุก ฉลากไม่ได้ให้ข้อมูลพอจะคำนวณได้ งานในคนที่พบมีเพียงงานวัดการดูดซึมในอาสาสมัครชาวจีนสุขภาพดี 14 คน ซึ่งศึกษาเม็ดขนาด 300 มก. (แคลเซียม 40 มก.) ครั้งเดียว พบว่าดูดซึมได้ราวร้อยละ 26.5 โดยไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ และไม่พบงานทดลองที่วัดผลต่อมวลกระดูกหรือกระดูกหัก
- แคลเซียมเสริมโดยรวม — งานทดลองใหญ่ส่วนใหญ่ใช้แคลเซียมวันละ 500–1,200 มก. ซึ่งมากกว่าส่วนที่คำนวณได้จากแคปซูลหลายเท่า งานทดลอง WHI ในหญิงวัยหมดประจำเดือน 36,282 คน ที่ได้แคลเซียม 1,000 มก. ร่วมวิตามินดี 400 IU ต่อวัน ไม่ลดกระดูกสะโพกหักอย่างมีนัยสำคัญ และพบนิ่วในไตเพิ่มขึ้น
- วิตามินดี 3 0.5 มก. — คิดเป็นราว 100 IU ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ราว 17% ของ 600 IU ที่คนไทยอายุไม่เกิน 70 ปีควรได้ และ 12.5% ของ 800 IU สำหรับอายุ 71 ปีขึ้นไป (คำนวณ) งานทดลอง VITAL ใช้วันละ 2,000 IU (20 เท่าของในแคปซูล คำนวณ) ในผู้ใหญ่ 25,871 คนที่ไม่ได้คัดเฉพาะคนขาดวิตามินดี ไม่ลดกระดูกหักเมื่อเทียบกับยาหลอก
ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ป้องกันกระดูกพรุน เพิ่มมวลกระดูก หรือลดโอกาสกระดูกหัก ส่วนประกอบแต่ละตัวมีงานวิจัยในคนจำนวนจำกัด ส่วนใหญ่ใช้ปริมาณมากกว่าในแคปซูลหลายเท่า และยังไม่มีงานวิจัยของสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูก การป้องกันหกล้ม หรือยากระดูกพรุนที่แพทย์สั่ง
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันมีงานในคนพบว่าทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
- ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ หรือยาไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ผลิตภัณฑ์มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีโรคตับ: ขมิ้นชันมีรายงานตับอักเสบ ถ้ามีตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลียมาก หรือคลื่นไส้ ให้หยุดและพบแพทย์
- ผู้แพ้โปรตีนนมวัว: มีโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีประวัติแพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ที่ได้วิตามินดีหรือแคลเซียมจากแพทย์อยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนยาเอง
- ผู้ใช้ยากระดูกพรุน ยาเกาต์ หรือยาแก้ปวดข้อ: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยากระดูกพรุน ยาเกาต์ ยาสเตียรอยด์ และยาแก้ปวด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก ลุกยืนหรือลงน้ำหนักขาไม่ได้ ขาดูผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ชารอบก้นหรือรอบทวารหนัก ขาอ่อนแรงขึ้นมาทันที เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ถ้ามีไข้และข้อบวมแดงร้อน อาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
กระดูกพรุนเกิดจากอะไร
เกิดจากการสูญเสียเนื้อกระดูกมากเกินไปและโครงสร้างกระดูกเปลี่ยนไป ปัจจัยสำคัญคืออายุที่มากขึ้น เพศหญิงหลังหมดประจำเดือน ผอม พ่อแม่เคยสะโพกหัก ยาบางชนิดเช่นสเตียรอยด์ บุหรี่ และเหล้า
กระดูกพรุนมีอาการไหม ปวดไหม
ส่วนใหญ่ไม่มีอาการและไม่ปวดจนกว่ากระดูกจะหัก จึงเรียกว่าโรคเงียบ สัญญาณที่พอเห็นได้คือตัวเตี้ยลง หลังค่อม ปวดหลังขึ้นมาทันที หรือกระดูกหักจากการล้มเบา ๆ
ใครควรตรวจมวลกระดูก
แนวทางมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทยแนะนำผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้ชาย 70 ปีขึ้นไป ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนก่อน 45 ปี และผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น เคยกระดูกหักจากแรงน้อย ใช้สเตียรอยด์ หรือส่วนสูงลดลง
กระดูกพรุนในผู้ชายพบได้ไหม
พบได้ ข้อมูลไทยพบกระดูกพรุนในผู้ชายราวร้อยละ 10 และความเสี่ยงเพิ่มขึ้นชัดหลังอายุ 70 ปี ผู้ชายที่ใช้สเตียรอยด์นานหรือเคยกระดูกหักจากแรงน้อยควรปรึกษาแพทย์
กินแคลเซียมแล้วไม่ต้องกินยากระดูกพรุนได้ไหม
ไม่ได้ แนวทางไทยให้ผู้ที่เสี่ยงกระดูกหักสูงใช้ยากระดูกพรุนตามแพทย์ ส่วนแคลเซียมและวิตามินดีเป็นพื้นฐานที่ใช้ร่วมกัน ห้ามหยุดยาเอง
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- OsteoporosisNational Institute of Arthritis and Musculoskeletal and Skin Diseases (NIAMS)
- Summary of the Thai Osteoporosis Foundation (TOPF) Clinical Practice Guideline on the diagnosis and management of osteoporosis 2021Osteoporosis and Sarcopenia (PubMed)
- Current issues in evaluation and management of osteoporosis in ThailandOsteoporosis and Sarcopenia (PubMed)
- Bone Mineral Density Tests: What the Numbers MeanNIAMS
- About osteoporosisInternational Osteoporosis Foundation
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
